จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด (มก. 1:15)

 
Tuesday, 27 March 2012 11:40

นักบุญที่ฉลอง วันที่ 14 กุมภาพันธ์

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine)

    ตามประวัติกล่าวว่า วันนี้เป็นวันมรณภาพของนักบุญในศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งชื่อว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือในภาษาโรมันคือ วาเลนตินุส (VALENTINUS) ท่านผู้นี้ถูกพวกโรมันจับลงโทษถึงแก่ความตายในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ช่วง ค.ศ. 269 เนื่องจากท่านเป็นชาวโรมัน แต่ไปนับถือศาสนาคริสต์ และได้เข้าบวชจนได้เป็นพระสังฆราชในเวลาต่อมา ในสมัยนั้น ประชาชนชาวโรมันนับถือศาสนาเดิมของชาวโรมัน ซึ่งมีเทพเจ้าและเทพธิดาหลายองค์ ในระยะเริ่มแรกที่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเห็นว่า การสอนว่ามนุษย์ทุกคนเป็นลูกของพระเจ้า(สมัยนั้นจักรพรรดิ์โรมันถือเป็นมนุษย์ที่เปรียบเป็นเทพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว) เป็นลัทธิที่อันตรายต่อการเมืองการปกครองของชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษอย่างรุนแรงต่อสาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดตาย ตรึงไม้กางเขนให้ตายบ้าง หรือเผาทั้งเป็น เป็นต้น พวกที่นับถือศาสนาคริสต์ต้องคอยหลบซ่อนตัวไม่บอกให้ใครรู้ว่าตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน และเมื่อถึงเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนาของตน จะต้องแอบหนีลงไปทำพิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม

     วาเลนไทน์เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วยเหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุงโรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือคริสตชนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ ด้วย

ในที่สุดท่านเองก็ถูกทางราชการของกรุงโรมจับตัวได้และเอาไปขังคุกไว้

     เมื่อวาเลนไทน์อยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตาและคอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ผู้คุมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ระหว่างที่วาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมก็นำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่วาเลนไทน์ ขณะที่อยู่ในคุก วาเลนไทน์ได้ทำการรักษาด้วยการวอนขอพระเจ้า ทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายบอด กลับมาเป็นคนตาดี ทำให้ทั้งครอบครัวของผู้คุมหันมานับถือศาสนาคริสต์ด้วย

     หลังจากวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปีจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่งให้ท่านเข้าเฝ้า เมื่อจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นท่านก็รู้สึกต้องพระทัยในกริยามารยาท ความสำรวมและความมีสง่าราศีของท่าน จึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้ท่านเลิกนับถือศาสนาคริตส์เสีย แล้วกลับมานับถือเทพเจ้าตามศาสนาของชาวโรมันต่อไปตามเดิม พระองค์จะพระราชทานอภัยโทษให้ แต่วาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ มิหนำซ้ำกับเริ่มสั่งสอนอบรมจักรพรรดิให้ทรงกลับใจ และเชื่อในพระเจ้า จักรพรรดิกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้นำตัววาเลนไทน์ไปตีด้วยไม้กระบองจนตาย

     ผู้ที่ตายเพื่อศาสนาและได้สละชีวิตของตนยืนยันความศรัทธา และได้ช่วยให้ผู้อื่นได้รับความสว่างในพระเจ้า ท่านจึงเป็นมรณสักขี(ผู้ยอมตายเพื่อยืนยันความศรัทธาในคริสตศาสนา)พระศาสนจักรจึงได้ทำการยกย่องให้เป็นนักบุญ และกำหนดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่ท่านถึงแก่มรณภาพ(14 กพ. คศ.270) เป็นวันที่ระลึกเฉลิมฉลองเกียรติของท่าน บทภาวนา ข้าแต่พระเป็นเจ้า พระองค์โปรดให้นักบุญวาเลนไทน์เป็นแบบอย่างและกำลังใจแก่พวกเราในเรื่องของความเชื่อ และความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ โดยอาศัยแบบอย่างจากท่านที่มั่นคงต่อพระผู้เป็นเจ้าสูงสุด


นักบุญ ซิริล และ เมโทดิอุส

     สิ่งสื่อแทนถึงท่าน : นักพรตตะวันออก กำลังพยุงถือโบสถ์ร่วมกัน 2 รูป, รายล้อมด้วยกลุ่มชาวบังกาเรียที่กลับใจ, สวมเสื้อคลุมยาวของนักปรัชญา

     ท่านทั้งคู่เป็นพี่น้องร่วมกัน และได้เกิดขึ้นมาในตระกูลชนชั้นสูงชาวกรีก โดยครอบครัวของท่านเองก็ยังเชื่อมโยงเกี่ยวพันกันกับสภาสูงแห่งเธสะโลนิกาด้วย ถึงแม้มารดาของพวกท่านจะเชื่อว่าเป็นชาวสลาวิกก็ตาม พวกท่านได้เข้าศึกษาในวิทยาลัยแห่งคอนสแตนติโนเปิล และได้สอนปรัชญา ณ ที่นั่น พวกท่านได้ออกบรรพชาเป้นสงฆ์ ก่อนจะถูกส่งตัวไปโดยองค์จักพรรดิในปี 861 เพื่อไปแพร่ธรรมและช่วยให้บรรดาชาวยิวในคาซาร์ แห่ง รัสเซีย ได้กลับใจใหม่ ซึ่งพันธกิจมิชชันนารีนี้ก็ประสบความสำเร็จ และช่วยให้พวกท่านได้เรียนรู้ภาษาของชาวคาซาร์กลับมาด้วย

     ในปี 863 พวกท่านถูกส่งไปแพร่ธรรม ช่วยให้ชาวโมราเวียนกลับใจใหม่ โดยอาศัยซึ่งการพูดด้วยภาษาท้องถิ่นของพวกนั้น พวกท่านได้มีส่วนช่วยสร้างตัวอักษรสำหรับภาษาสลาวิก ซึ่งได้เป็นที่รู้จักในทุกวันนี้ในชื่อ ซิริลลิค (Cyrillic) และหลังจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นอย่างหนาหู ท่านทั้งสองก็ได้รับการยอมรับอนุญาตให้สามารถจัดวจนพิธีกรรมในภาษาสลาวิกได้ และได้แปลพระคัมภีร์ไบเบิ้ลไปเป้นภาษาสลาวิกด้วย นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine)

     เมื่อถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี จะมีหนุ่มสาวหรือคนบางกลุ่มนิยมส่งดอกกุหลาบสีแดง หรือบัตรรูปหัวใจให้แก่กันและกันซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงเจตนารมณ์ของความรักความเข้าใจต่อกัน วันวาเลนไทน์ ธรรมเนียมฝรั่งเขาส่งบัตรหรือของขวัญเล็กๆน้อยๆ ไปให้แก่คนที่เขารักโดยไม่บอกชื่อผู้ส่ง ซึ่งจะมาจากใครก็ได้

     ตามประวัติกล่าวว่า วันนี้เป็นวันมรณภาพของนักบุญในศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งชื่อว่า เซนต์วาเลนไทน์ ท่านผู้นี้ถูกพวกโรมันจับลงโทษถึงแก่ความตายในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 คริสต์ศักราช 269 เนื่องจากท่านเป็นชาวโรมัน แต่ไปนับถือศาสนาคริสต์ และได้เข้าบวชอยู่ในศาสนานั้น ชื่อว่า วาเลนตินุส (VALENTINUS) ในสมัยนั้น ประชาชนชาวโรมันนับถือศาสนาของชาวโรมันอีกศาสนาหนึ่ง ซึ่งมีพระผู้เป็นเจ้าและเทวดาหลายองค์ มีโบสถ์วิหารสำหรับพิธีบูชามีสมณะและนางชีเช่นเดียวกับศาสนาคริสต์ในสมัยนี้ ในระยะเริ่มแรกที่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเห็นว่าเป็นลัทธิที่อันตรายต่อสังคมชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสมัยนั้น ชาวโรมัน มีการบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ เช่นการมั่วเพศในงานเลี้ยงที่ฟุ่มเฟือยของชนชั้นสูง การแสดงการต่อสู้ที่สนุกสนานกับความตายในโคลอสเซี่ยม และการถือจักรพรรดิ์เป็นดุจเทพเจ้า แต่ในคริสตศาสนาสอนห้ามเรื่องการมีเพศสัมพันธุ์ที่ไม่ใช่กับคู่สมรสในทุกกรณี และการยกมนุษย์ธรรมดาเสมอพระเจ้าเป็นบาป ดังนั้นจึงสั่นคลอนระบบสังคมโรมันในสมัยนั้นอย่างยิ่ง จึงได้มีการห้ามนับถือศาสนาคริสต์ในสมัยนั้น ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษอย่างรุนแรงต่อสาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดตาย ตรึงไม้กางเขนให้ตายบ้าง หรือเผาทั้งเป็น เป็นต้น พวกที่นับถือศาสนาคริสต์ต้องคอยหลบซ่อนตัวไม่บอกให้ใครรู้ว่าตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน และเมื่อถึงเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนาของตน จะต้องแอบหนีลงไปทำพิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม นักบุญวาเลนไทน์เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วยเหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุงโรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน ในที่สุดท่านเองก็ถูกทางราชการของกรุงโรมจับตัวได้และเอาไปขังคุกไว้

     เมื่อนักบุญวาเลนไทน์อยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตาและคอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ผู้คุมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ระหว่างที่นักบุญวาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมก็นำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ ขณะที่อยู่ในคุก นักบุญวาเลนไทน์ได้แสดงการอัศจรรย์จากการภาวนาวอนขอพระผู้เป็นเจ้า ด้วยการทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายบอด กลับมาเป็นคนตาดี และได้อบรมเกลี้ยกล่อมผู้คุมทั้งลูกสาวให้นับถือศาสนาคริสต์ด้วย หลังจากนักบุญวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปีพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่งให้นักบุญเข้าเฝ้า เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นนักบุญก็รู้สึกต้องพระทัยในกริยามารยาท ความสำรวมและความมีสง่าราศีของนักบุญ จึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้นักบุญเลิกนับถือศาสนาคริตส์เสีย แล้วกลับมานับถือศาสนาของชาวโรมันต่อไปตามเดิม พระองค์จะพระราชทานอภัยโทษให้ แต่นักบุญวาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ มิหนำซ้ำกับเริ่มสั่งสอนอบรมพระเจ้าจักรพรรดิให้ทรงเห็นดีเห็นชอบ และทรงนับถือศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้นำตัวนักบุญวาเลนไทน์ไปตีด้วยไม้กระบอง

     นักบุญวาเลนไทน์ ไม่ได้โดดเด่นในด้านความรักฉันท์ชู้สาว แต่เป็นความรักที่สูงส่งยิ่งกว่า

     1.  การรักแม้แต่ศัตรู

        ท่านนักบุญ ได้กระทำตามแบบอย่างที่พระเยซูเจ้าสอนได้อย่างดี คือการรักแม้แต่ศัตรู กล่าวคือ แม้ผู้คุมที่คุมขังท่าน ท่านก็ยังไม่ถือโกรธ กลับรักษาลูกสาวเขา และยังชี้ทางสว่างให้โดยไม่ผูกอาฆาต และแม้จักรพรรดิ์เองที่สั่งขังท่าน ท่านก็ยังไม่โกรธเกลียด กลับปรารถนาดี เทศน์สอนสิ่งที่ท่านศรัทธาว่าดีงาม แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

     2.  การรักในพระเจ้า

        ท่านนักบุญ ได้พิสูจน์ว่า ท่านรักพระเจ้าอย่างแท้จริงยิ่งกว่าชีวตของตน โดยการสละชีวิตอย่างกล้าหาญ ดีกว่าปฏิเสธสิ่งศรัทธาที่ท่านเคารพนับถือยิ่งกว่าชีวิต

     ผู้ที่ยอมสละชีวิตเพื่อพระศาสนาและได้ชี้ทางให้ผู้อื่นหันมายอมรับศรัทธาหนทางที่ดีงามเป็นผู้ที่ควรได้รับการยกย่อง และยังสามารถทำปาฏิหารย์รักษาให้คนตาบอดเป็นคนตาดีได้ แสดงว่าเป็นผู้ชอบธรรมที่พระเจ้าจะสดับฟังคำภาวนา จึงได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญ โดย วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ศริสต์ศาสสนิกชนถือว่า เป็นวันของเซนต์วาเลนไทน์ เพราะว่าเป็นวันที่ท่านถึงแก่มรณภาพ ในสมัยโรมันเมื่อเกือบสองพันปีมาแล้ว

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home นักบุญตลอดปี St.Day กุมภาพันธ์ นักบุญที่ฉลอง วันที่ 14 กุมภาพันธ์