Friday, 04 November 2011 10:15

นักบุญที่ฉลอง วันที่ 4 ตุลาคม

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

นักบุญฟรานซิส แห่ง อัสซีซี

     องค์อุปถัมภ์ : ต่อต้านการตายโดยลำพัง, ต่อต้านไฟ, บรรดาสัตว์, สวัสดิภาพของบรรดาสัตว์, นก, ระบบนิเวศ, นักนิเวทวิทยา, สิ่งแวดล้อม, นักสิ่งแวดล้อม, สิ่งแวดล้อมนิยม, ครอบครัว, ช่างปักลายลูกไม้ , พ่อค้า แม่ค้า, ช่างเข็ม, ช่างทอผ้า, สวนสัตว์, การกระทำของชาวคาทอลิก, คณะฟรานซิสกัน

     สิ่งสื่อแทนถึงท่าน : นก, กวาง, ปลา, แกะ, หมาป่า, กะโหลก, รอยแผลศักดิ์สิทธิ์

     บุตรแห่ง ปิเอโตร เบอร์นาโดน พ่อค้าผ้าผู้มั่งคั่ง ถึงแม้ท่านจะมีชีวิตที่เพียบพร้อม ได้รับการศึกษามาอย่างดี และมีแผนรองรับการเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้บิดาไว้อย่างดีแล้ว ท่านกลับใช้ชีวิตในวัยหนุ่มอย่างเสเพล มีเรื่องท้าตีท้าต่อยกันตามท้องถนน และสุดท้ายถูกจับกุมตัวท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอัสซีซี กับ เปรูเกีย ท่านต้องใช้เวลาร่วมปีในฐานะเชลยสงคราม และเป็นในช่วงเวลานั้นเอง ที่ท่านได้กลับใจใหม่ จากประสบการณ์ การได้รับกระแสเรียกจากองค์พระเยซูเจ้า เรียกหาให้ท่านละทิ้งชีวิตทางโลกนี้ไปเสีย และหลังจากท่านถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ ท่านก็เริ่มหันเหเข้าสู่เรื่องทางธรรม อย่างจริงจัง

    ท่านยึดถือซึ่งพระวรสาร เป็นกฎระเบียบแห่งชีวิต และยึดถือพระเยซู เป็นแบบอย่างของการดำเนินรอยตาม ท่านสวมเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่น ขอบริจาคทานปัจจัยยังชีพ และออกเทศน์สอน ประกาศพระวาจาด้วยความบริสุทธิ์สันติ ครอบครัวของท่านไม่เห็นชอบด้วยกับการกระทำเช่นนี้ และบิดาของท่านไม่พอใจมากถึงขนาดประกาศตัดท่านออกจากกองมรดก ซึ่งท่านก็ยินดีสละกรรมสิทธิ์นั้นโดยดุษดี และพร้อมที่จะละทิ้งทรัพย์สมบัติมากมีไว้ ณ เบื้องหลัง

    ท่านออกเยี่ยมเยียนตามโรงพยาบาล รับใช้ ช่วยเหลือ ผู้เจ็บป่วย และออกแพร่ธรรม ประกาศพระวาจาพระเจ้าตามท้องถนน และนับถือสหายชายหญิงทั้งมวลเป็นเสมือนหนึ่งเพื่อนพี่น้องของตน และในปี 1209 ท่านก็เริ่มมีชื่อเสียง และดึงดูดผู้คนให้มาติดสอยห้อยตามท่านได้หลายต่อหลายคน และโดยอาศัยซึ่งการอำนวยอวยพระพรของสมเด็จพระสันตะปาปา ท่านจึงก่อตั้งคณะฟรานซิสกันขึ้นมา โดยยึดถือมั่นในถ้อยประโยคหนึ่งเดียวที่พระเยซูเจ้าเคยตรัสเอาไว้ว่า

     “จงละทิ้งทุกอย่าง แล้วตามเรามา”

     ในปี 1212 แคลร์ แห่ง อัสซีซี ได้มาเป็นศิษย์ทางจิตวิญญาณของท่าน ซึ่งยังผลนำไปสู่การถือกำเนิดของคณะ แคลร์ผู้น่าเวทนา ในเวลาต่อมา ท่านได้ออกดำเนินเดินทาง ออกเทศน์สอน แพร่ธรรม ประกาศพระวาจาพระเจ้าในหลายต่อหลายสถาน และท่านยังนิพนธ์บทเพลง และบทสดุดี สรรญเสริญแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และธรรมชาติแวดล้อมในโลก ที่พระเจ้าทรงประทานมาให้อีกด้วย ท่านชอบธรรมชาติ ชอบใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับบรรดาสิงสาราสัตว์ และชอบลงมือทำอะไรต่อมิอะไรด้วยมือของท่านเอง ท่านชอบที่จะคอยดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน ทำความสะอาดโบสถ์ และส่งอาหารให้แม้แต่คนพาล คนคุก และขโมย และในปี 1221 ท่านก็เกษียณตนเองออกจากคณะฟรานซิสกันของท่าน

    ในขณะที่ท่านกำลังบำเพ็ญเพียรภาวนา ทำสมาธิอยู่บนภูเขาอัลเวอร์เนีย ใน อาเพนไนส์ ในช่วงเดือน กันยายน ปี 1224 อยู่นั่นเอง ท่านก็ได้รับมาซึ่งรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหลั่งโลหิตออกมาอยู่เป็นนิตย์ ในช่วงระยะเวลา 2 ปีสุดท้ายของช่วงชีวิตท่าน ในช่วงยุคกลาง มีความเชื่อว่าหากใครก็ตามถูกผีปีศาจ เบลเซบับ เข้าสิงรังควาน ให้ผู้นั้นเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากนักบุญฟรานซิส ด้วยว่าเชื่อว่าท่านเป็นคู่ปรับกับบรรดาปีศาจในสวรรค์

Administrator

Latest from Administrator

back to top