ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านสุดจิตใจสุดวิญญาณสุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน (มธ. 12:30) 

 

The Omen

Written by  Administrator Wednesday, 20 June 2012 12:15
Rate this item
(1 Vote)
Table of contents
« Prev All Pages Next »

The Omen

     Omen แปลตรงตัวแปลว่า "ลางบอกเหตุ" 

     เรื่องนี้อะไรคือลางบอกเหตุ?.. สำหรับเรื่องนี้หลายๆคนคงเคยดูแล้ว(เวอร์ชั่นเก่า) ลางบอกเหตุที่ว่าคือก็ การมาของ Antichrist นั่นเอง 

     Q: Antichrist คืออะไร? 

     A: Antichrist แปลตรงตัวคือ ปรปักษ์พระคริสต์ หรือผู้ที่ต่อต้านพระเยซูนั่นเอง ในอดีตมีผู้ที่ถือว่าเป็น Antichrist หลายคนเช่น จักพรรดิ์เนโร,ฮิตเลอร์ , นโปเลียน 

     Q : มีการกล่าวถึงการมาของ Antichrist แบบในหนังหรือไม่? 

     A: ในพระคำภีร์ Bible ทั้งพันธสัญญาเก่า และ พันธสัญญาใหม่ มีการกล่าวถึงการมาของ antichrist ทั้ง 2 เล่ม ซึ่งจะกล่าวเป็นคำอุปมาอุปมัยทั้งสิ้นโดยจะใช้สัญลักษณ์ของ antichrist คือสัตว์ร้าย (beast) และมารหรือซาตานจะใช้สัญลักษณ์เป็นมังกร (dragon) 

     พระธรรมเก่ากล่าวถึงมันโดยใช้สัญลักษณ์คือ เขาที่งอกแซมขึ้นมา (little horn)

     ดาเนียล 7:2-8 
     ดาเนียลกล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้เห็นในนิมิตเวลากลางคืน และดูเถิด ลมทั้งสี่ของฟ้าสวรรค์ได้ปลุกปั่นทะเลใหญ่นั้น และสัตว์มหึมาสี่ตัวได้ออกมาจากทะเล ต่างตัวต่างกัน ตัวแรกเหมือนสิงห์มีปีกนกอินทรี เมื่อข้าพเจ้ามองดูนั้น ขนปีกก็ถูกถอนออกไป และมันถูกยกขึ้นจากแผ่นดิน และให้ยืนสองเท้าเหมือนคน และมอบใจของมนุษย์ให้แก่มัน และดูเถิด มีสัตว์อีกตัวหนึ่งเป็นตัวที่สองเหมือนหมี มันขยับตัวข้างหนึ่งขึ้น มีกระดูกซี่โครงสามซี่อยู่ในปากของมันระหว่างซี่ฟัน มีเสียงบอกมันว่า 'จงลุกขึ้นกินเนื้อให้มากๆ' ต่อจากนี้ไปข้าพเจ้าก็ได้มองดู นี่แน่ะ สัตว์อีกตัวหนึ่งเหมือนเสือดาว บนหลังมีปีกนกสี่ปีก สัตว์นั้นมีหัวสี่หัว และมันรับราชอำนาจ ต่อจากนี้ไป ข้าพเจ้าได้เห็นในนิมิตกลางคืน และดูเถิด สัตว์ตัวที่สี่มันร้ายกาจและเป็นที่น่ากลัวและแข็งแรงยิ่งนัก มันมีฟันเหล็กมหึมา มันกินและหักเป็นชิ้นๆ และกระทืบสิ่งที่เหลือกินนั้นเสีย มันต่างกับ สัตว์อื่นทั้งหมดที่อยู่ก่อนมันมันมีเขาสิบเขา ข้าพเจ้าพิเคราะห์เรื่องเขาเหล่านั้น ดูเถิด มีอีกเขาหนึ่งเล็กๆงอกขึ้นมาท่ามกลางเขาเหล่านั้น เขารุ่นแรกสามเขา ได้ถูกถอนรากออกไปต่อหน้ามัน และดูเถิด ในเขาอันนี้มีตาเหมือนตามนุษย์ มีปากพูดเรื่องใหญ่โต ..

     พระธรรมใหม่กล่าวถึงมันโดยใช้สัญลักษณ์คือ สัตว์ร้าย (the beast) 
      มันมี 3 ตัวคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

     1. มังกร 

     วว 12:1-17 
     เครื่องหมายยิ่งใหญ่ปรากฏในสวรรค์ คือสตรีผู้หนึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ มีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้า มีมงกุฎดาวสิบสองดวงประดับศีรษะ นางมีครรภ์แก่ กำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดจะคลอดบุตร เครื่องหมายอีกประการหนึ่งปรากฏในสวรรค์ คือมังกรใหญ่สีแดง มีเจ็ดหัวและสิบเขา แต่ละหัวสวมมงกุฎ หางของมันตวัดดวงดาวหนึ่งในสามบนท้องฟ้าให้ตกลงมาบนแผ่นดิน มังกรยืนอยู่ตรงหน้าสตรีที่กำลังจะคลอดบุตรเพื่อจะกินบุตรของนางทันทีที่คลอด นางคลอดบุตรเป็นชาย ซึ่งจะต้องปกครองชาติทั้งหลายด้วยคทาเหล็ก แต่บุตรของนางถูกคว้าตัวขึ้นไปเฝ้าพระเจ้ายังพระบัลลังก์ของพระองค์ ส่วนสตรีนั้นหลบหนีไปในถิ่นทุรกันดาร ที่นั่นนางมีที่พำนักซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อนางจะได้รับการเลี้ยงดูเป็นเวลาหนึ่งพันสองร้อยหกสิบวัน สงครามเกิดขึ้นในสวรรค์ มีคาเอลกับเหล่าทูตสวรรค์ของเขาต่อสู้กับมังกร มังกรพร้อมกับบริวารของมันก็ต่อสู้ด้วย แต่มันพ่ายแพ้และไม่มีที่พำนักในสวรรค์อีกต่อไป มังกรใหญ่ คืองูดึกดำบรรพ์ที่มีชื่อว่าปีศาจและซาตาน ผู้ล่อลวงผู้อาศัยอยู่ทั่วแผ่นดินให้หลงไป ถูกโยนลงมาบนแผ่นดิน บริวารของมันก็ถูกโยนลงมาด้วย ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังจากสวรรค์ว่า “บัดนี้ ความรอดพ้น พระอานุภาพและพระราชอาณาจักรเป็นของพระเจ้าของเราแล้ว และอำนาจเป็นของพระคริสต์ของพระองค์ เพราะผู้กล่าวหาบรรดาพี่น้องของเรา คือผู้ที่กล่าวหาเขาทั้งกลางวันกลางคืนเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าของเราก็ถูกโยนลงไปแล้ว บรรดาพี่น้องของเราชนะผู้กล่าวหา เดชะพระโลหิตของลูกแกะและอาศัยคำพยานของตน เพราะเขาไม่หวงแหนชีวิตแม้เมื่อเผชิญความตาย ดังนั้น สวรรค์และท่านทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในสวรรค์ จงชื่นชมเถิด วิบัติจงเกิดแก่แผ่นดินและทะเล เพราะปีศาจลงมายังแผ่นดินและทะเลด้วยความโกรธอย่างรุนแรง เพราะมันรู้ว่ามีเวลาเหลือน้อยแล้ว เมื่อมังกรหรืองูเห็นว่าตนถูกโยนลงมาบนแผ่นดิน ก็เริ่มเบียดเบียนสตรีที่คลอดบุตรชาย แต่สตรีนั้นรับปีกนกอินทรีใหญ่สองปีกเพื่อจะได้บินไปยังถิ่นทุรกันดารที่พำนักของนาง ที่นั่นนางจะได้รับการเลี้ยงดูพ้นสายตาของงูเป็นเวลาสามปีครึ่ง งูพ่นน้ำออกจากปากเหมือนแม่น้ำตามหลังสตรี เพื่อให้นางถูกกระแสน้ำพัดไป แต่แผ่นดินช่วยนางไว้ แผ่นดินอ้าปากออกและดื่มแม่น้ำที่มังกรพ่นออกมาจากปากของมัน มังกรโกรธสตรี และออกไปทำสงครามกับเผ่าพันธุ์ที่เหลือของนาง คือผู้ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระเจ้า และยึดมั่นในคำพยานถึงพระเยซูเจ้า มันมายืนที่หาดทรายชายทะเล 


     2. สัตว์ร้ายสิบเขา 

     วว 13:1-10 
     ข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มีสิบเขา เจ็ดหัว แต่ละเขาสวมมงกุฎ และมีชื่อที่เป็นคำสาปแช่งพระเจ้าอยู่บนหัว สัตว์ร้ายที่ข้าพเจ้าเห็นนั้นเหมือนเสือดาว มีตีนเหมือนหมี มีปากเหมือนสิงโต มังกรมอบอานุภาพ บัลลังก์และอำนาจยิ่งใหญ่ของตนแก่สัตว์ร้ายตัวนี้ ข้าพเจ้าเห็นหัวหนึ่งของมันดูเหมือนถูกบาดแผลฉกรรจ์ถึงตาย แต่บาดแผลนั้นหายแล้ว ทั่วทั้งแผ่นดินรู้สึกพิศวง ติดตามสัตว์ร้ายนี้ไป ทุกคนนมัสการมังกรเพราะมันมอบอำนาจให้สัตว์ร้าย และทุกคนยังนมัสการสัตว์ร้าย กล่าวว่า “ใครเล่าเป็นเหมือนสัตว์ร้าย ใครเล่าต่อสู้กับสัตว์ร้ายได้” สัตว์ร้ายได้รับอนุญาตให้คุยโอ้อวดและพูดดูหมิ่นพระเจ้า และได้รับอำนาจให้ทำเช่นนี้เป็นเวลาสี่สิบสองเดือน มันอ้าปากพูดดูหมิ่นพระเจ้า พูดดูหมิ่นพระนามของพระองค์ พูดดูหมิ่นที่พำนักของพระองค์และพูดดูหมิ่นบรรดาผู้อาศัยในสวรรค์ มันยังได้รับอำนาจให้ทำสงครามกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์และเอาชนะได้ มันยังได้รับอำนาจเหนือชนทุกเผ่า ทุกประเทศ ทุกภาษาและทุกชาติด้วย บรรดาผู้อาศัยบนแผ่นดินทุกคนที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ตั้งแต่สร้างโลกในม้วนหนังสือแห่งชีวิตของลูกแกะซึ่งถูกประหารจะนมัสการสัตว์ร้าย ผู้ใดมีหู ก็จงฟังเถิด ผู้ใดจะต้องถูกจองจำ ก็จะถูกจองจำ ผู้ใดจะต้องถูกฆ่าด้วยดาบ ก็จะถูกฆ่าด้วยดาบ ดังนั้น บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์จึงต้องมีความเพียรทนและมีความเชื่อ 


     3. สัตว์ร้าย ก็คือ Antichrist 

     วว 13:11-18 
     ข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากพื้นดิน มีสองเขาเหมือนลูกแกะ พูดเหมือนมังกร มันใช้อำนาจทั้งหมดของสัตว์ร้ายตัวแรก เมื่อสัตว์ร้ายตัวนี้ทำให้แผ่นดินและผู้อาศัยบนแผ่นดินกราบนมัสการสัตว์ร้ายตัวแรกที่มีบาดแผลฉกรรจ์ถึงตายแต่หายแล้ว สัตว์ร้ายตัวที่สองนี้ทำปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่ แม้กระทั่งไฟมันก็ทำให้ตกจากท้องฟ้าลงบนแผ่นดินต่อหน้ามนุษย์ได้ มันใช้ปาฏิหาริย์ที่มันได้รับอำนาจให้ทำได้เมื่อสัตว์ร้ายตัวแรกหลอกลวงผู้อาศัยบนแผ่นดินให้หลงไป โดยชักชวนเขาให้สร้าง รูปปั้นถวายแด่สัตว์ร้ายที่ยังมีชีวิตอยู่แม้ถูกดาบฟันเป็นแผลฉกรรจ์แล้ว สัตว์ตัวที่สองนี้ได้รับอำนาจให้ชีวิตแก่รูปปั้นของสัตว์ร้ายตัวแรก เพื่อให้รูปปั้นนั้นพูดได้ และได้รับอำนาจประหารชีวิตทุกคนที่ไม่ยอมกราบนมัสการรูปปั้นของสัตว์ร้าย สัตว์ร้ายตัวที่สองนี้บังคับทุกคน ทั้งผู้น้อย ผู้ใหญ่ ทั้งคนมั่งมีและคนยากจน ทั้งคนอิสระและทาส ให้สักตราไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผาก ไม่มีใครซื้อขายได้ ถ้าไม่มีตราคือนามของสัตว์ร้ายหรือจำนวนเลขของนามนั้น ดังนั้น จำเป็นต้องมีปรีชาญาณ ผู้มีปัญญาจงตีความจำนวนเลขของสัตว์ร้ายให้ได้ เพราะมันเป็นจำนวนเลขที่หมายถึงมนุษย์คนหนึ่ง จำนวนเลขนั้นคือ 666 



     ดังนั้น สำหรับหนัง ที่เอา 666 มาเป็นปานบนหัวเด็ก ก็อาจจะเพี้ยนไปจากไบเบิ้ลนิดหน่อยเพราะที่จริงตัวสัตว์ร้าย ไม่ได้มีเลข 666 แต่มันจะตีตราเลขนี้บนตัวคนที่จงรักภักดีต่อมัน และ 666 คือเลขที่เป็น "จำนวนเลขของนาม" ของมัน 


     มีคนพยายามถอดระหัสออกมาหลายคน ว่า 666 นั้นคือชื่อว่าอะไร ที่น่าสนใจคือ มีจอมเผด็จการทรราชย์หลายคนที่ถอดรหัสชื่อออกมาเป็น 666 ได้ เช่นจักรพรรดิ์เนโร ฮิตเลอร์ ฯลฯ 

    เช่น 

     ถ้าให้ A = 100, B = 101, C = 102, D = 103 ... 

     เมื่อมาคำนวนกับคำว่า Hitler จะมีค่าเท่ากับ H + I + T + L + E + R = 107 + 108 + 119 + 111 + 104 + 117 = 666

     Q: หลักการตีความพระคำภีร์มีหลักเกณฑ์อยู่ที่ไหน? 

     A: การตีความคำพยากรณ์ในพระคำภีร์เราอาศัยการตีความจากสัญลักษณ์โดยมีตัวอย่างจากตัวพระคำภีร์ที่ตีความเองดังนั้นการตีความจากสัญลักษณ์จึงไม่ใช่สิ่งที่เราจะสามารถคิดเองเออเองได้ เช่นในพระธรรมดาเนียลบทนี้ได้มีการตีความถึงนิมิตใน ดาเนียล 12:1-8 ที่ฝันถึงสัตว์ร้ายทั้ง 4 


     ดาเนียล 7:16 -25 
     ข้าพเจ้าเข้าไปใกล้ท่านผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ที่นั่นและไต่ถามความจริงของเรื่องราวนี้ท่านก็บอกข้าพเจ้าและให้ข้าพเจ้ารู้ความหมายของเรื่องเหล่านี้'สัตว์มหึมาทั้งสี่คือกษัตริย์สี่พระองค์ซึ่งเกิดมาจากพิภพ แต่บรรดาวิสุทธิชนแห่งองค์ผู้สูงสุดจะรับราชอาณาจักรและถือกรรมสิทธิ์ราชอาณาจักรนั้นสืบๆไปเป็นนิตย์ทีเดียว'แล้วข้าพเจ้าก็อยากจะทราบถึงความจริงอันเกี่ยวกับสัตว์ตัวที่สี่นั้นซึ่งผิดแปลกกับสัตว์อื่นๆ ทั้งสิ้นร้ายกาจเหลือเกินมีฟันเหล็กและเล็บตีนทองสัมฤทธิ์ซึ่งกินและหักเป็นชิ้นๆและกระทืบสิ่งที่เหลือนั้นเสียและเกี่ยวกับเขาสิบเขาซึ่งอยู่บนหัวของมันและเขาอีก เขาหนึ่งซึ่งงอกขึ้นมาต่อหน้าเขารุ่นแรกสามเขาที่หลุดไปเขาซึ่งมีตาและมีปากซึ่งพูดสิ่งใหญ่โตและซึ่งดูเหมือนจะใหญ่โตกว่าเพื่อนเขาด้วยกันเมื่อข้าพเจ้ามองดูเขานี้ทำสงครามกับวิสุทธิชนและชนะจนถึงผู้เจริญด้วยวัยวุฒิเสด็จมาถึงและทรงให้มีการพิพากษาให้แก่วิสุทธิชนขององค์ผู้สูงสุดนั้นและจนสมัยเมื่อวิสุทธิชนรับราชอาณาจักรมาถึงท่านผู้นั้นกล่าวดังนี้ว่า 'เรื่องสัตว์ตัวที่สี่จะมีราชอาณาจักรที่สี่บนพิภพซึ่งจะผิดกับราชอาณาจักรทั้งสิ้นและจะกินทั้งพิภพนี้เสียและเหยียบพิภพลงและกระทำให้เป็นชิ้นๆส่วนเรื่อง เขาสิบเขานั้นจากราชอาณาจักรนี้จะมีกษัตริย์สิบพระองค์เกิดขึ้นและมีกษัตริย์อีกองค์หนึ่งเกิดขึ้นภายหลังผิดแปลกกว่ากษัตริย์ที่มีมาก่อนและจะโค่นกษัตริย์เสียสามองค์ท่านจะพูดคำกล่าวร้ายองค์ผู้สูงสุดและจะให้วิสุทธิชนขององค์ผู้สูงสุดนั้นอิดหนาระอาใจและจะคิดเปลี่ยนแปลงบรรดาวาระและธรรมบัญญัติและเขาทั้งหลายจะถูกมอบไว้ในมือของท่านตลอดหนึ่งวาระสองวาระกับครึ่งวาระ..

     ดังนั้นสัตว์ร้ายหรือมังกรที่เราเห็นในพระคำภีร์นั่นไม่ใช่ สัตว์ร้ายตัวใหญ่ๆหรือเป็นมังกรพ่นไฟได้แบบในหนังเอนิเมชั่น แต่เป็นภาษาสัญลักษณ์ต่างหาก เราจึงอาศัยการตีความแบบนี้มาตีความพระคำภีร์ส่วนที่เป็นภาษสัญลักษณ์ในบทอื่นๆ 

     1. การตีความ "มังกร" ใน วว 12:1-17 

     @ มังกรสื่อถึงซาตาน 
     (มังกรใหญ่ คืองูดึกดำบรรพ์ที่มีชื่อว่าปีศาจและซาตาน ผู้ล่อลวงผู้อาศัยอยู่ทั่วแผ่นดินให้หลงไป) 

     @ มันจะทำสงครามกับสตรี และเผ่าพันธุ์ที่เหลือของนางก็คือธรรมมิกชน 
     (มังกรโกรธสตรี และออกไปทำสงครามกับเผ่าพันธุ์ที่เหลือของนาง คือผู้ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระเจ้า และยึดมั่นในคำพยานถึงพระเยซูเจ้า) 


     2. การตีความ "สัตว์ร้ายสิบเขา" ใน วว 12:1-10 

     สัตว์ร้ายตัวนี้เราพบในอีกคำพยากรณ์นึงซึ่งเขียนใว้ดังนี้ 

    วิวรณ์ 17:1 -18 
     ทูตสวรรค์หนึ่งในเจ็ดองค์ซึ่งถือขันเจ็ดใบเข้ามาพูดกับข้าพเจ้าว่า “มาเถิด ข้าพเจ้าจะให้ท่านดูการพิพากษาลงโทษหญิงแพศยาผู้เลวร้าย ที่นั่งอยู่บนน้ำไหลเชี่ยว บรรดากษัตริย์ของแผ่นดินได้ล่วงประเวณีกับนาง และผู้อาศัยบนแผ่นดินได้ดื่มเหล้าองุ่นคือการล่วงประเวณีกับนางจนมึนเมา” ทูตสวรรค์องค์นั้นนำข้าพเจ้าไปยังถิ่นทุรกันดาร เดชะพระจิตเจ้าข้าพเจ้าเห็นหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บน สัตว์ร้ายสีแดงเข้มซึ่งมีชื่อเป็นคำดูหมิ่นพระเจ้าเขียนไว้ทั่วตัว มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา หญิงนั้นสวมเสื้อผ้าสีม่วงแดงและแดงเข้ม มีเครื่องประดับทองคำ เพชรพลอยและไข่มุก นางถือถ้วยทองคำบรรจุของโสโครกที่น่า รังเกียจเต็มถ้วย คือ การล่วงประเวณี หน้าผากเขียนชื่อเป็นปริศนาว่า “บาบิโลนนครยิ่งใหญ่ มารดาของบรรดาหญิงแพศยาและความน่ารังเกียจของโลก” ข้าพเจ้าเห็นหญิงนั้นเมาด้วยโลหิตของบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์และโลหิตของบรรดาพยานของพระเยซูเจ้า เมื่อข้าพเจ้าเห็นนาง ข้าพเจ้ารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง ทูตสวรรค์กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “ทำไมท่านจึงประหลาดใจ ข้าพเจ้าจะไขปริศนาเรื่องหญิงและเรื่องสัตว์ร้ายเจ็ดหัวสิบเขา ที่นางนั่งอยู่บนหลัง” 

     ”สัตว์ร้ายที่ท่านเห็นนี้ เคยเป็นอยู่ในอดีต แต่บัดนี้ไม่เป็นอีกแล้ว มันกำลังจะขึ้นจากบาดาลไปสู่ความพินาศ บรรดาผู้อาศัยบนแผ่นดินซึ่งไม่มีชื่อเขียนไว้ตั้งแต่สร้างโลกในม้วนหนังสือแห่งชีวิต ก็จะประหลาดใจเมื่อเห็นสัตว์ร้ายเพราะมันเคยเป็นอยู่ในอดีต แต่บัดนี้ไม่เป็นอีกแล้ว และกำลังจะมาปรากฏอีก” 

     ”ดังนั้น ต้องใช้สติปัญญาอย่างมีปรีชาญาณ หัวทั้งเจ็ดหัวหมายถึงเนินเขาเจ็ดลูกที่หญิงนั้นนั่งอยู่ และยังหมายถึง กษัตริย์เจ็ดองค์อีกด้วย ห้าองค์ล่วงพ้นไปแล้ว องค์หนึ่งกำลังครองราชย์และอีกองค์หนึ่งยังมาไม่ถึง แต่เมื่อมา ก็จะดำรงอยู่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ส่วนสัตว์ร้ายที่เคยเป็นอยู่ในอดีต บัดนี้ไม่เป็นอีกแล้ว หมายถึงกษัตริย์องค์ที่แปดซึ่งมาจากกษัตริย์ทั้งเจ็ดองค์ และกำลังไปสู่ความพินาศ 

     เขาทั้งสิบเขาที่ท่านเห็นหมายถึงกษัตริย์สิบองค์ที่ยังไม่ได้รับตำแหน่งกษัตริย์ แต่ได้รับอำนาจเหมือนกษัตริย์พร้อมกับสัตว์ร้ายเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง กษัตริย์เหล่านี้มีความตั้งใจที่จะมอบอานุภาพและอำนาจแก่สัตว์ร้าย กษัตริย์เหล่านี้จะทำสงครามกับลูกแกะ แต่ลูกแกะจะทรงมีชัยชนะ เพราะพระองค์ทรงเป็นเจ้านายแห่งเจ้านายทั้งหลาย ทรงเป็นกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย ผู้ที่อยู่กับพระองค์ก็คือผู้ที่พระองค์ทรงเรียก ทรงเลือกสรร และผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อพระองค์ 
ทูตสวรรค์กล่าวต่อไปว่า “น้ำที่ท่านเห็นหญิงแพศยานั่งอยู่นั้นหมายถึง ประชาชน เผ่าพันธุ์ ชาติและภาษาต่าง ๆ ทั้งสัตว์ร้ายและเขาทั้งสิบเขาที่ท่านเห็นจะเกลียดชังหญิงแพศยา จะทำให้นางอยู่โดดเดี่ยวและเปลือยเปล่า จะกินเนื้อของนางและใช้ไฟเผานาง เพราะพระเจ้าทรงดลใจเขาเหล่านั้นให้กระทำตามพระประสงค์ของพระองค์ คือให้ร่วมใจกันมอบอำนาจปกครองของตนแก่สัตว์ร้ายจนกว่าพระวาจาของพระเจ้าจะเป็นความจริง หญิงที่ท่านเห็นหมายถึงนครใหญ่ซึ่งมีอำนาจปกครองเหนือบรรดากษัตริย์ของแผ่นดิน” ..

     สัตว์ร้ายตัวนี้นี้หมายถึงองค์กรใหญ่องค์กรหนึ่ง เขาทั้ง 10 ก็คือบรรดาผู้มีอำนาจในองค์กรนั้น หญิงนั้นก็คือประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่ง 

     2. การตีความ "The Beast" หรือ Antichrist ใน วว 13:11-18 

     @ มันจะอ้างว่าตัวมันเองคือพระเยซูเจ้าที่แท้จริง 

     (ข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากพื้นดิน มีสองเขาเหมือนลูกแกะ พูดเหมือนมังกร) 

     คำว่า"ลูกแกะ"นั้น ปรกติพระคำภีร์ใช้เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงพระเยซูเจ้า 

     ยอห์นฺ 1:29 
     วันรุ่งขึ้น ยอห์นเห็นพระเยซูเจ้าเสด็จมาหาตน จึงกล่าวว่า “ นี่คือลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก


     ดังนั้น นี่จึงหมายถึง Antichrist จะอ้างว่าตนเองคือพระเยซูคริสต์เจ้า และจะสร้างภาพพจน์ตนเองว่าดูมีคุณธรรมเป็นคนดี แต่จริงๆแล้ว มันเป็นคนชั่วช้า 


     @ มันเป็นผู้บงการองค์กรยักษ์ระดับโลก(สัตว์ร้ายสิบเขา) และทำให้ทุกคนยอมอยู่ใต้อำนาจขององค์กรของมัน 

     ( มันใช้อำนาจทั้งหมดของสัตว์ร้ายตัวแรก เมื่อสัตว์ร้ายตัวนี้ทำให้แผ่นดินและผู้อาศัยบนแผ่นดินกราบนมัสการสัตว์ร้ายตัวแรกที่มีบาดแผลฉกรรจ์ถึงตายแต่หายแล้ว ) 

     @ มันทำการอัศจรรย์ได้ 
สัตว์ร้ายตัวที่สองนี้ทำปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่ แม้กระทั่งไฟมันก็ทำให้ตกจากท้องฟ้าลงบนแผ่นดินต่อหน้ามนุษย์ได้ 


     @ มันบังคับให้คนทุกคนทุกชาติทุกภาษาสลักตราของมันใว้ที่ข้อมือและหน้าผาก 
     สัตว์ร้ายตัวที่สองนี้บังคับทุกคน ทั้งผู้น้อย ผู้ใหญ่ ทั้งคนมั่งมีและคนยากจน ทั้งคนอิสระและทาส ให้สักตราไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผาก ไม่มีใครซื้อขายได้ ถ้าไม่มีตราคือนามของสัตว์ร้ายหรือจำนวนเลขของนามนั้น ดังนั้น จำเป็นต้องมีปรีชาญาณ ผู้มีปัญญาจงตีความจำนวนเลขของสัตว์ร้ายให้ได้ เพราะมันเป็นจำนวนเลขที่หมายถึงมนุษย์คนหนึ่ง จำนวนเลขนั้นคือ 666 

     Q:สัญลักษณ์เลข 666 มาจากไหน 

     A: 666 หรือสัญลักษณ์ของสัตว์ร้ายนั้นมาจากพระคำภีร์บทนี้ 

     วว 13:11-18 
     ข้าพเจ้าเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากพื้นดิน มีสองเขาเหมือนลูกแกะ พูดเหมือนมังกร มันใช้อำนาจทั้งหมดของสัตว์ร้ายตัวแรก เมื่อสัตว์ร้ายตัวนี้ทำให้แผ่นดินและผู้อาศัยบนแผ่นดินกราบนมัสการสัตว์ร้ายตัวแรกที่มีบาดแผลฉกรรจ์ถึงตายแต่หายแล้ว สัตว์ร้ายตัวที่สองนี้ทำปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่ แม้กระทั่งไฟมันก็ทำให้ตกจากท้องฟ้าลงบนแผ่นดินต่อหน้ามนุษย์ได้ มันใช้ปาฏิหาริย์ที่มันได้รับอำนาจให้ทำได้เมื่อสัตว์ร้ายตัวแรกหลอกลวงผู้อาศัยบนแผ่นดินให้หลงไป โดยชักชวนเขาให้สร้าง รูปปั้นถวายแด่สัตว์ร้ายที่ยังมีชีวิตอยู่แม้ถูกดาบฟันเป็นแผลฉกรรจ์แล้ว สัตว์ตัวที่สองนี้ได้รับอำนาจให้ชีวิตแก่รูปปั้นของสัตว์ร้ายตัวแรก เพื่อให้รูปปั้นนั้นพูดได้ และได้รับอำนาจประหารชีวิตทุกคนที่ไม่ยอมกราบนมัสการรูปปั้นของสัตว์ร้าย สัตว์ร้ายตัวที่สองนี้บังคับทุกคน ทั้งผู้น้อย ผู้ใหญ่ ทั้งคนมั่งมีและคนยากจน ทั้งคนอิสระและทาส ให้สักตราไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผาก ไม่มีใครซื้อขายได้ ถ้าไม่มีตราคือนามของสัตว์ร้ายหรือจำนวนเลขของนามนั้น ดังนั้น จำเป็นต้องมีปรีชาญาณ ผู้มีปัญญาจงตีความจำนวนเลขของสัตว์ร้ายให้ได้ เพราะมันเป็นจำนวนเลขที่หมายถึงมนุษย์คนหนึ่ง จำนวนเลขนั้นคือ 666 


     แต่เลข 666 นั้นก็เป็นสัญลักษณ์อีกเหมือนกันซึ่งก็มีการตีความหลากหลายกันไปมีทั้งแปลออกมาได้เป็น Computer , บาร์โค้ด ฯลฯ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเพราะในอนาคตอันใกล้นี้มนุษย์จะไม่ต้องพกบัตรเครติดหรือบัตรประจำตัวแล้ว เพราะเรากำลังมีสิ่งที่เรียกว่าไมโครชิพ(mocrochip) (อ้างอิงhttp://www.imf.org/external/np/exr/facts/sdr.HTM 

     วันที่ 31 มีนาคม 1969 ธนาคารโลกหรือ IMF ได้ประกาศระบบแลกเปลี่ยนเงินตราแบบใหม่โดยไม่ผูกกับธนบัตรหรือทองคำ แต่ไปผูกกับระบบเครติดใหม่โดยใช้ตัวเลขชื่อว่าระบบ S.D.R (Special Drawing Right) 
ในปี 1976 SDR ได้เริ่มดำเนินการโดยใช้ทองคำสำรองการเงินซึ่งระบบนี้ประกอบขึ้นโดยใช้หมายเลขซึ่งในหนังสือคอมพิวเตอร์ระหว่างนานาชาติจะกำหนดเดบิตและเครติต(รายรับรายจ่าย)ของสมาชิกแต่ละชาติ ซึ่งระบบเงินตราแบบใหม่นี้ เพื่อจะใช้ได้ในระดับส่วนบุคคล มีความจำเป็นจะต้องประกอบไปด้วย 

     1. รหัสระหว่างนานาชาติของผลิตภัณฑ์(บาร์โค้ด) 

     บาร์โค้ดของสิ้นค้านั้นทั่วโลกสำหรับผลิตภัณฑ์ซื้อขายของ ทั่วโลก จะมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันดังนี้

 

     และแน่นอน แถบกลางที่เป็นเส้นคู่แบบนี้ || เมื่อถอดใน Computer แล้วก็จะอ่านได้เป็นเลข 6 เป็นเหมือนกันกับสินค้าทุกชนิดทั่วโลก(ไม่เชื่อลองเอาบาร์โค้ดของสินค้าที่ซื้อมาเทียบดูจะมีเส้นที่เหมือนกันทุกอันคือเส้นของเลข 666)

     2.เครื่องคอมพิวเตอร์ 

     ไม่ว่าจะซื้อเข้าหรือขายออกจำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ 

     3.S.D.R 

     จำเป็นที่ S.D.R ต้องถูกนำมาใช้ มิใช่แค่ภายในประเทศใด้ประเทศหนึ่งเท่านั้นแต่ต้องเป็นในระดับส่วนบุคคลด้วย(รายบุคคล)และใช้ทั่วโลก 

     4.หมายเลขบัญชีประจำตัว 

    แต่ละบุคคลต้องได้รับหมายเลขประจำตัวซึ่งเป็นเลขบัญชีเฉพาะตัวเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์นานาชาติ 

     5.หมายเลขที่ประทับลงบนมือขวาหรือหน้าผาก 

    เป็นเรื่องจำเป็นที่ไมโครชิพจะต้องประทับลงบนมือขวาหรือหน้าผากโดยแสงเลเซอร์ซึ่งจะไม่เจ็บและตาเปล่ามองไม่เห็น 

Dr.Carl W.Sanders นักประดิษฐ์วิชาการและที่ปรึกษาขององค์กรรัฐบาล IBM General Electric, Honeywell และ Teledyne กล่าวว่า 

     "การฝังไม่โครชิพนั้นต้องอาศัยพลังงานในการชาร์จไฟ ซึ่งการจะฝังในร่างกายมนุษย์นั้นไม่สามารถที่จะนำออกมาชาร์จไฟได้ เราจึงต้องอาศัยการเปลี่ยนอุณหภูมิร่างกายของมนุษย์ซึ่งจะต้องต่อวงจรของชิพให้มีการชาร์จไฟทุกครั้งที่อุณหภูมิของร่างกายเปลี่ยนอุณหภูมิ ได้มีการใช้เงินไปถึง 1.5 ล้านดอลลาร์ในการค้นหาจุดของร่างกายที่มีการเปลี่ยนอุณหภูมิที่เร็วที่สุดซึ่งเหมาะแก่การฝังไมโครชิพคือที่ หน้าผาก และ หลังข้อมือ " 

     Dr.Carl W.Sanders ยังกล่าวอีกว่า "ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมการประชุม One World เป็นจำนวน 17 ครั้งซึ่งได้มีการถกเถียงกันเรื่องไมโครชิพ การประชุมที่บรัสเซลล์และลักเซมเบิร์ก พยายามโยงการเงินของโลกเข้ามาอ้าง ขณะนี้กำลังมีพระราชบัญญัติเข้าสภา Congress ว่าจะอนุญาติให้ฝังไมโครชิพในทารกแรกเกิดด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสำหรับข้อมูลประจำตัว " 


     นั่นทำให้เรายิ่งระลึกถึงคำทำนายที่ว่า 

    " สัตว์ร้ายตัวที่สองนี้บังคับทุกคน ทั้งผู้น้อย ผู้ใหญ่ ทั้งคนมั่งมีและคนยากจน ทั้งคนอิสระและทาส ให้สักตราไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผาก ไม่มีใครซื้อขายได้ ถ้าไม่มีตราคือนามของสัตว์ร้ายหรือจำนวนเลขของนามนั้น ดังนั้น จำเป็นต้องมีปรีชาญาณ ผู้มีปัญญาจงตีความจำนวนเลขของสัตว์ร้ายให้ได้ เพราะมันเป็นจำนวนเลขที่หมายถึงมนุษย์คนหนึ่ง จำนวนเลขนั้นคือ 666"

     Q: พระเยซูเจ้าเคยกล่าวอะไรถึง Antichrist บ้างหรือไม่ 


     A: มันคือ False Prophet(ผู้เผยพระวจนะเทียม) ที่พระเยซูเจ้าทรงกล่าวเตือนใว้ 

     มธ 24:15-25 
     เมื่อใดที่ท่านทั้งหลายเห็นผู้ทำลายที่น่ารังเกียจยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตามที่ประกาศกดาเนียลได้กล่าวไว้ เมื่อนั้น ผู้ที่อยู่ในแคว้นยูเดียจงหนีไปยังภูเขา ผู้ที่อยู่บนดาดฟ้าก็อย่าลงมาเก็บข้าวของในบ้าน ผู้ที่อยู่ในทุ่งนาจงอย่ากลับไปเอาเสื้อคลุมที่บ้าน น่าสงสารหญิงมีครรภ์และหญิงแม่ลูกอ่อนในวันนั้น จงอธิษฐานภาวนาอย่าให้ท่านต้องหนีในฤดูหนาว หรือในวันสับบาโต เพราะในเวลานั้น จะมีทุกขเวทนาใหญ่หลวงอย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างโลกจนบัดนี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงให้วันเหล่านั้นสั้นลง เพราะทรงเห็นแก่ผู้ที่พระองค์ทรงเลือกสรรไว้ “เวลานั้น ถ้าผู้ใดบอกท่านว่า “พระคริสต์อยู่ที่นี่” หรือ “พระคริสต์อยู่ที่นั่น” จงอย่าเชื่อ เพราะจะมีพระคริสต์เทียม และประกาศกเทียมหลายคนเกิดขึ้น จะทำเครื่องหมายและปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่ ถ้าเป็นไปได้จะหลอกลวงแม้แต่ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้ ท่านทั้งหลายจงฟังเถิด เราได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ให้ฟังไว้ก่อนแล้ว 


     Q: สัตว์ร้ายที่หมายถึง Antichrist และมังกร หรือสัตว์ร้ายสิบเขา แตกต่างกันอย่างไรทำไมถึงทราบว่า ตัวไหนเป็นคนหรือเป็นมาร 

     A: สัตว์ทั้ง 3 นี้มีต้นกำเนิดต่างกัน 

     มังกร - มารซาตาน อยู่มาตั้งแต่ปฐมกาล 

     สัตว์ร้ายสิบเขา - ขึ้นมาจากทะเล 

     แอนตี้ไครส์ - ขึ้นมาจากแผ่นดิน 

     สัตว์ร้ายทั้ง 4 ในนิมิตของดาเนียลนั้นก็ขึ้นมาจากทะเล และได้รับการตีความจากพระคำภีร์เองว่าหมายถึงบรรดาเมืองหรือประเทศหรือองค์กรที่มีอำนาจมาก จึงต่างจาก Antichrist ซึ่งขึ้นมาจากแผ่นดินซึ่งก็คือแผ่นดินโลกมันได้เข้ามาในโลกนี้ และพระคำภีร์ยังบอกชัดเจนว่ามันคือ "มนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งมีสัญลักษณ์คือ 666"

     Q: แล้วสตรีผู้มีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์และมังกรคือใคร ทำไมมังกรถึงได้โกรธแค้นขนาดนั้น 


     A: ก่อนจะตอบคำถามนี้ต้องอ่านพระธรรมวิวรณ์บทนี้อีกรอบครับ 

     วว 12:1-17 
     เครื่องหมายยิ่งใหญ่ปรากฏในสวรรค์ คือ สตรีผู้หนึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ มีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้า มีมงกุฎดาวสิบสองดวงประดับศีรษะ นางมีครรภ์แก่ กำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดจะคลอดบุตร เครื่องหมายอีกประการหนึ่งปรากฏในสวรรค์ คือมังกรใหญ่สีแดง มีเจ็ดหัวและสิบเขา แต่ละหัวสวมมงกุฎ หางของมันตวัดดวงดาวหนึ่งในสามบนท้องฟ้าให้ตกลงมาบนแผ่นดิน มังกรยืนอยู่ตรงหน้าสตรีที่กำลังจะคลอดบุตรเพื่อจะกินบุตรของนางทันทีที่คลอด นางคลอดบุตรเป็นชาย ซึ่งจะต้องปกครองชาติทั้งหลายด้วยคทาเหล็ก แต่บุตรของนางถูกคว้าตัวขึ้นไปเฝ้าพระเจ้ายังพระบัลลังก์ของพระองค์ ส่วนสตรีนั้นหลบหนีไปในถิ่นทุรกันดาร ที่นั่นนางมีที่พำนักซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อนางจะได้รับการเลี้ยงดูเป็นเวลาหนึ่งพันสองร้อยหกสิบวัน สงครามเกิดขึ้นในสวรรค์ มีคาเอลกับเหล่าทูตสวรรค์ของเขาต่อสู้กับมังกร มังกรพร้อมกับบริวารของมันก็ต่อสู้ด้วย แต่มันพ่ายแพ้และไม่มีที่พำนักในสวรรค์อีกต่อไป มังกรใหญ่ คืองูดึกดำบรรพ์ที่มีชื่อว่าปีศาจและซาตาน ผู้ล่อลวงผู้อาศัยอยู่ทั่วแผ่นดินให้หลงไป ถูกโยนลงมาบนแผ่นดิน บริวารของมันก็ถูกโยนลงมาด้วย ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังจากสวรรค์ว่า “บัดนี้ ความรอดพ้น พระอานุภาพและพระราชอาณาจักรเป็นของพระเจ้าของเราแล้ว และอำนาจเป็นของพระคริสต์ของพระองค์ เพราะผู้กล่าวหาบรรดาพี่น้องของเรา คือผู้ที่กล่าวหาเขาทั้งกลางวันกลางคืนเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าของเราก็ถูกโยนลงไปแล้ว บรรดาพี่น้องของเราชนะผู้กล่าวหา เดชะพระโลหิตของลูกแกะและอาศัยคำพยานของตน เพราะเขาไม่หวงแหนชีวิตแม้เมื่อเผชิญความตาย ดังนั้น สวรรค์และท่านทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในสวรรค์ จงชื่นชมเถิด วิบัติจงเกิดแก่แผ่นดินและทะเล เพราะปีศาจลงมายังแผ่นดินและทะเลด้วยความโกรธอย่างรุนแรง เพราะมันรู้ว่ามีเวลาเหลือน้อยแล้ว เมื่อมังกรหรืองูเห็นว่าตนถูกโยนลงมาบนแผ่นดิน ก็เริ่มเบียดเบียนสตรีที่คลอดบุตรชาย แต่สตรีนั้นรับปีกนกอินทรีใหญ่สองปีกเพื่อจะได้บินไปยังถิ่นทุรกันดารที่พำนักของนาง ที่นั่นนางจะได้รับการเลี้ยงดูพ้นสายตาของงูเป็นเวลาสามปีครึ่ง งูพ่นน้ำออกจากปากเหมือนแม่น้ำตามหลังสตรี เพื่อให้นางถูกกระแสน้ำพัดไป แต่แผ่นดินช่วยนางไว้ แผ่นดินอ้าปากออกและดื่มแม่น้ำที่มังกรพ่นออกมาจากปากของมัน มังกรโกรธสตรี และออกไปทำสงครามกับเผ่าพันธุ์ที่เหลือของนาง คือผู้ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระเจ้า และยึดมั่นในคำพยานถึงพระเยซูเจ้า

     สตรีผู้มีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ มีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้า มีมงกุฎดาวสิบสองดวงประดับศีรษะผู้ซึ่งบุตรชายของนางจะครอบครองประชาชาติด้วยคทาเหล็กในพระคำภีร์บทนี้ก็คือพระนางมารีอาพระมารดาของพระเยซูเจ้า หรือที่เรียกกันว่าแม่พระนั่นเอง

     Q: มังกรพยายามจะทำลายสตรีผู้นี้อย่างไร? 

     A: มังกรพยายามพ่นน้ำออกมาจากปากพยายามให้น้ำนั้นพัดสตรีผู้นี้หายไป ซึ่งน้ำที่พ่นออกมานั้นสื่อถึงสิ่งที่ออกมาจากปากที่จะทำให้ผู้อื่นเป็นมลทิน จึงอาจตีความได้ว่ามารจะใช้วาจาคำพูดต่างๆนาๆเพื่อลบหลู่แม่พระ ทำให้แม่พระเกิดมลทิน 

    ในพระธรรมเก่าถือว่าน้ำลายหรือของเหลวที่ออกมาจากร่างกายไปเปรอะเปื้อนคนอื่นนั้นจะทำให้เขามีมลทิน 

     เลวีนิติ 15:7 
     ผู้ใดไปแตะต้องร่างกายของผู้ที่มีสิ่งไหลออกผู้นั้นต้องซักเสื้อผ้าของตนและอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็นและถ้า ผู้ใดที่มีสิ่งไหลออกนั้นถ่มน้ำลายรดผู้ที่สะอาดเข้าผู้ที่ถูกน้ำลายรดต้องซักเสื้อผ้าและอาบน้ำและเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น .. 


     ดังนั้น แม้มารซาตานจะพยายามใช้คำสบประมาท และใส่ร้ายใส่ความต่างๆเพื่อหมิ่นพระเกียรติ และพยายามทำลาย พระมารดาพระเจ้าให้มัวหมองมีมลทิน แต่แผ่นดินจะปกป้องพระนาง และเมื่อมันทำอะไรพระนางไม่ได้ มันก็จะหันไปทำร้ายลูกหลานของพระนาง คือผู้ที่เชื่อในพระบุตรของพระนางซึ่งก็คือผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์นั่นเอง 

     Q: ท้ายสุดแล้วจะลงเอยอย่างไร 

     A: ท้ายที่สุดแล้วพระเจ้าและบรรดาผู้ที่อดทนยึดมั่นความชอบธรรมและพระเยซูเจ้าใว้ได้ จะได้รับชัยชนะ 

     วิวรณ์ 19:20 
     สัตว์ร้ายถูกจับเป็นเชลย ประกาศกเทียมที่เคยทำปาฏิหาริย์ต่อหน้าสัตว์ร้าย และใช้ปาฏิหาริย์เหล่านี้หลอกลวงผู้ที่ยอมสักตราของสัตว์ร้ายและผู้ที่กราบนมัสการรูปปั้นของสัตว์ร้ายนั้นก็ถูกจับเป็นเชลยพร้อมกันด้วย สัตว์ร้ายและประกาศกเทียมถูกโยนทั้งเป็นลงไปในทะเลไฟที่มีกำมะถันเป็นเชื้อเพลิง 

     วิวรณ์ 20:1 -3 
ข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาจากสวรรค์ ถือกุญแจแห่งบาดาลและโซ่ใหญ่เส้นหนึ่ง เขาจับมังกร งูดึกดำบรรพ์คือปีศาจและซาตาน แล้วล่ามมันไว้เป็นเวลาหนึ่งพันปี โยนมันลงไปในบาดาล ปิดกุญแจทางเข้าและประทับตราไว้ข้างบน เพื่อมิให้มันหลอกลวงนานาชาติให้หลงผิดได้อีกจนกว่าจะครบกำหนดหนึ่งพันปี หลังจากนั้น มันจะต้องถูกปล่อยออกมาชั่วระยะเวลาสั้น ๆ..

     Q: มีข้อสังเกตุใดไหมว่าบุคคลผู้นี้ได้เกิดขึ้นแล้ว 

     A: มีข้อสังเกตุใหญ่ๆดังนี้ 

     @เขาสั่งให้เลิกพิธีมิสซา (พิธีประกอบศาสนกิจของศาสนาคริสต์) 

     ดาเนียล 12:11 
     และตั้งแต่เวลาที่ให้เลิกเครื่องเผาบูชาเนืองนิตย์เสียนั้นและให้ตั้งสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งกระทำให้เกิดความวิบัติขึ้นจะเป็นเวลาหนึ่งพันสองร้อยเก้าสิบวัน.. 


     @เขาจะบังคับผู้คนอยู่ใต้อำนาจ 

     วิวรณ์ 13:16 
     "สัตว์ร้ายตัวที่สองนี้บังคับทุกคน ทั้งผู้น้อย ผู้ใหญ่ ทั้งคนมั่งมีและคนยากจน ทั้งคนอิสระและทาส ให้สักตราไว้ที่มือขวาหรือที่หน้าผาก ไม่มีใครซื้อขายได้ ถ้าไม่มีตราคือนามของสัตว์ร้ายหรือจำนวนเลขของนามนั้น" 

     @ เขาจะอ้างว่าตัวเขาเองคือพระเยซูเจ้าที่แท้จริง 

     @ เขาพยายามบิดเบือนพระธรรมคำสอน 

     มธ 24:4-14 
     พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “จงระวังอย่าให้ใครหลอกลวงท่านได้ หลายคนจะอ้างนามของเรา กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นพระคริสต์' และจะหลอกลวงคนจำนวนมากให้หลงผิด ท่านทั้งหลายจะได้ยินข่าวลือเรื่องสงครามทั้งใกล้และไกล จงระมัดระวัง อย่าตกใจ เหตุการณ์เหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้น แต่ยังไม่ถึงวาระสุดท้าย ชนชาติหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกชนชาติหนึ่ง อาณาจักรหนึ่งจะลุกขึ้นต่อสู้กับอีกอาณาจักรหนึ่ง ความอดอยากและแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นหลายแห่ง ทั้งหมดนี้จะเปรียบเหมือนความทุกข์ที่เริ่มต้นในการคลอดบุตร “ต่อจากนั้น ท่านจะถูกจับไปทรมานและถูกประหาร ชนทุกชาติจะเกลียดชังท่านเพราะนามของเรา ในเวลานั้น หลายคนจะละทิ้งความเชื่อ จะทรยศและเกลียดชังกัน ประกาศกเทียมจำนวนมากจะต้องเกิด และจะหลอกลวงคนมากมาย เพราะความอธรรมจะเพิ่มมากขึ้น ความรักของคนจำนวนมากจะเย็นลง แต่ผู้ใดยืนหยัดอยู่จนถึงวาระสุดท้าย ผู้นั้นก็จะรอดพ้น “ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกเพื่อเป็นพยานสำหรับนานาชาติ เมื่อนั้น วาระสุดท้ายจะมาถึง


     Q: มีการกล่าวถึง Antichrist ในแง่อื่นๆนอกเหนือจากพระคำภีร์อีกใหม? 


     A: มี 

     ขอยกตัวอย่างคำทำนายของนอสตราดามุสที่ได้เขียนจดหมายทูลกษัติริย์อังรี่ที่ 2แห่งฝรั่งเศษที่กล่าวถึงแอนตี้ไครส์มาให้ได้อ่านกัน 

     "แอนตี้ไครส์เป็นเจ้าแห่งอเวจีที่มาในโลกมนุษย์ คริสต์ศาสนาจะสั่นคลอน จะมีสงครามน้อยใหญ่เกิดขึ้นจนถึงสงครามขั้นรุนแรง เมืองเล็กเมืองใหญ่ตึกรามบ้านช่องจะถูกไฟเผา ผู้หญิงจะถูกข่มขืน ทารกที่เพิ่งเกิดใหม่จะถูกโยนทิ้งและจับฟาดกับกำแพงเมืองให้ตาย จะมีคนมากมายประกอบกิจอันชั่วช้า ซึ่งก่อนเหตุการ์ณนี้จะมีนกประหลาดส่งเสียงร้องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนบนท้องฟ้า" 


     หรือแม้แต่บรรดาผู้ที่คริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิคแต่งตั้งให้เป็นนักบุญ (ผู้ที่ดำเนินชีวิตได้ศักดิสิทธ์ สมควรได้รับเกียรติและการยกย่อง) บางองค์ที่ได้รับนิมิตถึงเรื่องของ Antichrist 

     นักบุญบริเจต์ แห่งสวีเดน (1373):

      "ยุคของปรปักษ์พระคริสต์จะเข้ามาใกล้เมื่อความบาปท่วมท้น ความชั่วจะแพร่อย่างมหาศาลเมื่อคริสต์ชนถือนอกรีตและคนอธรรมเหยียบย่ำคนรับใช้ของพระเป็นเจ้า ในท้ายยุคนี้ antichrist จะถือกำเนิดขึ้นจากสตรีที่ถูกสาปแช่ง แม่ของมันจะแสร้งทำเป็นผู้รู้ซึ่งเรื่องวิญญาณ และพ่อของมันก็ถูกสาปแช่งด้วยเพราะลูกของมันคือปีศาจ ความชั่วและความไร้ศรัทธาจะแพร่ขยายไปทั่ว คนชั่วจะครองอำนาจ และมันจะมีอำนาจควบคุมโลกอยู่ 3 ปี "

ทำไมต้อง  666

     เลขของพระเจ้าคือ 333 เป็นเลขที่สมบูรณ์สมดุลย์ และลงตัวมาก เลข3 3 ตัว สื่อถึงหลักความเชื่อเรื่อง ตรีเอกภาพ (Holy Trinity) นั่นคือความเชื่อที่ว่า พระบิดา (พระเจ้า) พระบุตร (พระเยซู) และ พระจิต 3พระบุคคล เป็น1เดียวกัน

    ซาตาน คือการพยายามเป็นใหญ่กว่าพระเจ้า การใช้เลข 666 เพื่อพยายามบอกว่ามันใหญ่กว่า แต่จะเห็นว่าเลขมันเกินสมดุลย์ มีทฤษฎีที่ว่า ซาตานไม่ได้สร้างสิ่งไม่ดีหรือสร้างอะไรขึ้นมาได้เองเลย ผู้สร้างมีพระเจ้าผู้เดียว ซาตานใช้วิธี ทำให้สิ่งที่ดีกลายเป็นสิ่งไม่ดี เรียกว่าบาป โดยการทำให้โลกที่ดีอยู่แล้วนี้ เสียสมดุลย์ เช่นโลกเราเลวร้ายลงทั้งสิ่งแวดล้อม ทั้งการเอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ เพราะการต้องการเกินพอดี สูบทรัพยากรเกินพอดี โลภเกินพอดี ทำลายสมดุลย์ จึงกลายเป็นความไม่ดี 

อย่างในข้อนี้ 

     วว 13:4 
     ทุกคนนมัสการมังกรเพราะมันมอบอำนาจให้สัตว์ร้าย และทุกคนยังนมัสการสัตว์ร้าย กล่าวว่า “ ใครเล่าเป็นเหมือนสัตว์ร้าย ใครเล่าต่อสู้กับสัตว์ร้ายได้” 

     ---ที่จริงชื่อของอัครเทวดา มีคาแอล แปลว่า "ใครเล่าจะเหมือนพระเจ้า" ดังนั้นอีกเช่นกันที่ซาตานพยายามล้อเลียนชื่อของท่าน เพราะในบทเดียวกันนี้ ได้ทำนายถึงการพ่ายแพ้ของซาตานต่ออัครเทวดามีคาแอลด้วย 

     ดังนั้นไม่ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรมเสมอ และเรามั่นใจได้ ก็คือสุดท้ายแล้ว ความดีก็จะมีชัยเหนือความชั่ว และธรรมะย่อมชนะอธรรม ในที่สุด 

(Page 1 of 3)
Last modified on Wednesday, 20 June 2012 16:23

Latest from Administrator

Related items (by tag)

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home