จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด (มก. 1:15)

 
Tuesday, 17 May 2011 16:31

เมื่อผมได้อ่านความลับแห่งฟาติมา

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

โดย คุณพ่อไพบูลย์ อุดมเดช C..Ss.R.

ความลับส่วนที่หนึ่งและที่สอง

ความลับอะไรหรือ? ฉันรู้สึกว่าฉันเปิดเผยความลับนี้ได้เพราะฉันได้รับอนุญาตจากสวรรค์แล้ว ผู้แทนของพระเจ้าบนโลกนี้ได้อนุญาตฉันให้เปิดเผยหลายครั้งแล้วในจดหลายหลายๆครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉบับที่ท่านเองได้เก็บไว้...

"ในตอนที่สองฉันได้อธิบายไว้แล้วอย่างละเอียดถึงเรื่องความสงสัยที่ทรมานฉัน มากจากวันที่ 13 มิถุนายน มาจนถึงวันที่ 13 กรกฏาคม และได้อธิบายด้วยว่าความทรมานนั้นหายไปได้อย่างไรเมื่อฉันได้เห็นการ ประจักษ์ในวันนั้น เอาล่ะ...ความลับนั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนต่างกัน สองส่วนแรกนั้นฉันจะเปิดเผยดังต่อไปนี้คือ"

    "ภาคแรกนั้นเป็นภาพนิมิตของนรก แม่พระได้ทำให้เราเห็นทะเลเพลิงอันกว้างใหญ่ซึ่งดูเหมือนจะอยู่ใต้โลก ปีศาจและวิญญาณในรูปมนุษย์มากมายตกลงไปในไฟนี้ ดั่งถ่านไฟที่กำลังลุกโชน บางร่างนั้นถูกเผาจนดำสนิท บางร่างก็เป็นสีตะกั่ว ลอยคออยู่ในทะเลเพลิงดังกล่าว บางร่างก็ถูกแรงไฟที่กำลังเผาร่างของตนอยู่นั้นผลักให้ลอยขึ้นไปในอากาศพร้อมกับกลุ่มควัน แล้วก็ตกกระจายลงมาไปคนละทิศคนละทางดั่งสะเก็ดไฟที่แตกกระจายจากการปะทุของกองไฟใหญ่ ร่างเหล่านั้นไม่สามารถจะควบคุมน้ำหนักตัวเองให้เกิดความสมดุลได้ ท่ามกลางเสียงร้องโอดครวญ โหยหวนด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง ซึ่งเราเห็นแล้วก็รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นกันทุกคน"

     "เจ้าปีศาจนั้นมองจากรูปร่างที่คล้ายสัตว์ร้ายน่ากลัวแต่ก็ไม่เหมือนสัตว์ ชนิดใดที่เราเคยรู้จักมาก่อน ทุกร่างนั้นดำทมึนแต่ก็โปร่งมองทะลุได้... เราเห็นภาพนิมิตนี้เพียงชั่วขณะ เราจะขอบคุณพระแม่ด้วยความกตัญญูเพียงใดถึงจะเหมาะสมพอเพียง เพราะพระนางได้ทรงเตรียมใจเราแล้วโดยสัญญาในการประจักษ์ครั้งแรกว่าจะพาเรา ไปชมสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่าเราคงจะตายเพราะความกลัวและภาพอันสยองขวัญเสียก่อนเป็นแน่ จากนั้นเราได้เงยหน้าขึ้นไปยังแม่พระผู้ตรัสกับเราด้วยความอ่อนหวานแต่ก็แฝง ไว้ด้วยความเศร้าว่า ....พวกเธอได้เห็นนรกที่บรรดาวิญญาณที่น่าสงสารทั้งหลายตกลงไปแล้ว เพื่อที่จะช่วยวิญญาณเหล่านั้นพระเป็นเจ้าทรงปรารถนาที่จะก่อตั้งความศรัทธา ต่อดวงใจบริสุทธิ์ของเรา ถ้าสิ่งที่เราได้บอกพวกเธอนั้นสำเร็จลุล่วงไปแล้ว วิญญาณมากมายจะรอดและเมื่อนั้นล่ะสันติจะกลับคืนมา"

     "สงครามจะสิ้นสุดในเร็ววัน แต่ถ้าหากมนุษย์ไม่หยุดทำขัดเคืองพระทัยพระเจ้า สิ่งที่เลวร้ายกว่าก็จะเกิดขึ้นในช่วงสมัยของพระสันตะปาปาปีโอที่ 11

    "เมื่อพวกเธอเห็นค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยแสงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขอให้รู้ไว้เถิดว่านั่นคือเครื่องหมายอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงบอกให้พวกเธอ ทราบว่าพระองค์กำลังจะลงโทษโลกเนื่องด้วยความผิดมหันต์ที่โลกกระทำ พระองค์จะลงโทษด้วยสงคราม ความอดอยากและการเบียดเบียนพระศาสนจักรและการเบียดเบียนพระสันตะบิดา

     "เพื่อที่จะป้องกันสิ่งดังกล่าวนี้ เราจะมาเพื่อขอให้มอบถวายรัสเซียต่อดวงใจอันบริสุทธิ์ของเรา และขอให้รับศีลมหาสนิทเพื่อเป็นการชดเชยโทษนั้นในวันเสาร์ต้นเดือน

   "หากคำขอของเราได้รับการตอบสนอง รัสเซียจะกลับใจและจะเกิดสันติ หาไม่แล้วรัสเซียจะแพร่ขยายความผิดพลาดของตนไปทั่วโลก ทำให้เกิดสงครามและการเบียดเบียนพระศาสนจักร คนดีมากมายจะต้องสิ้นชีพเป็นมรณสักขี พระสันตะบิดรจะต้องทรมานอย่างมาก ชาติต่างๆจะถูกทำลาย แต่ในที่สุดแล้วดวงใจบริสุทธิ์ของเราจะมีชัย พระสันตะบิดรจะมอบถวายรัสเซียแก่เรา และรัสเซียจะกลับใจและช่วงเวลาแห่งสันติภาพจะเกิดขึ้นในโลก" 

ความลับส่วนที่ 3 โดยซิสเตอร์ ลูเซีย วันที่ 3 มกราคม 1944 

       J.M.J (เยซู มารีอา ยอแซฟ) ต่อไปนี้คือความลับส่วนที่สามที่เผยให้เราทราบที่ โควา ดา อิรีอา ฟาติมา ในวันที่ 13 กรกฏาคม 1917

    "ลูกเขียนสิ่งนี้ด้วยความนอบน้อมต่อพระองค์ พระเจ้าข้า ดั่งที่พระองค์ทรงสั่งให้ลูกเขียนผ่านทางพระสังฆราชแห่งเรอีเรียและผ่านทาง พระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์และของลูกเองด้วย

  "หลังจากที่ข้าพเจ้าได้อธิบายภาพนิมิตทั้งสองไปแล้ว ในทางด้านซ้ายมือของแม่พระและสูงขึ้นมาหน่อยนั้น เราเห็นเทวดาถือดาบที่ลุกเป็นไฟสว่างจ้าในมือซ้าย ไฟนั้นพลุ่งออกมาราวกับจะเผาผลาญโลกให้เป็นจุล แต่ไฟนั้นก็มอดดับลงเมื่อสัมผัสกับแสงเรืองรองที่แผ่ออกมาจากพระหัตถ์ขวาของแม่พระตรงไปที่เทวดานั้น เทวดาได้ร้องด้วยเสียงดังว่า " จงใช้โทษบาป จงใช้โทษบาป จงใช้โทษบาป"

   และเราเห็นแสงสว่างอันยิ่งใหญ่นั่นคือพระ เป็นเจ้า ..เป็นบางอย่างที่คล้ายกับภาพสะท้อนในกระจกเมื่อคนนั้นเดินผ่าน เราเห็นพระสังฆราชในชุดสีขาว และเรามีความรู้สึกว่านั่นเป็นพระสันตะบิดา พระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวชชายหญิง กำลังเดินขึ้นไปยังภูเขาสูง ที่บนยอดมีกางเขนใหญ่ปักอยู่กางเขนนี้มีลำต้นเหมือนต้นไม้ก๊อกเปลือกหนา ก่อนที่จะถึงยอดภูเขานั้น พระสันตะบิดาได้เสด็จผ่านเมืองใหญ่ที่ครึ่งหนึ่งถูกทำลายย่อยยับและอีกครึ่ง หนึ่งกำลังสั่นสะเทือน ด้วยความปวดร้าวและเศร้าใจ พระองค์ทรงภาวนาเพื่อดวงวิญญาณของบรรดาซากศพเหล่านั้นที่พระองค์เห็นใน ระหว่างทาง เมื่อมาถึงยอดภูเขา พระองค์ทรงคุกเข่าลงต่อหน้าไม้กางเขนใหญ่ พระองค์ถูกฆ่าโดยกลุ่มทหารสาดกระสุนและธนูมายังพระองค์ และในลักษณะเดียวกัน บรรดาพระสังฆราชและพระสงฆ์ นักบวชชายหญิงและบรรดาฆราวาสในฐานะต่างๆมากมายก็สิ้นชีวิตด้วย

   "เบื้องล่างของไม้กางเขนทั้งสองด้าน มีเทวดาสององค์ แต่ละองค์ถือภาชนะอยู่ในมือเอาไว้เก็บรวบรวมเลือดของบรรดามรณสักขีและใช้ เลือดนั้นพรมบรรดาวิญญาณที่กำลังเดินทางไปหาพระเจ้า"

(แปลจาก Inside The Vatican Magazine; January 2001) 

    จำได้ว่า เมื่อตอนอยู่ประเทศเกาหลี มีพลมารีหลายคนถามผมเรื่องความลับฟาติมาว่าเป็นมาอย่างไร ผมก็ได้แต่บอกว่าไม่ต้องกลัวว่าโลกจะแตก และไม่ต้องไปขายบ้านเพื่อเอาเงินไปรวมกันเตรียมตัวตายอย่างที่เป็นข่าวใน ช่วงนั้นที่มีลัทธิโลกแตกหลายกลุ่มพากันเตรียมตัวตาย และพอดีช่วงนั้นมีข่าวในทีวีว่าหัวหน้าลัทธิโลกแตกพาครอบครัวเผาตัวเองตายใน รถตู้เพราะสาเหตุที่เชื่อว่าวาระสุดท้ายของโลกมาถึงแล้ว ช่วงนั้นเป็นต้นปี 1999 บวกกับข่าวลือว่าคอมพิวเตอร์จะมีปัญหาทำให้เป็นชวนสงครามครั้งใหม่อย่างที่ ทราบกัน ผมไม่มีข้อมูลเรื่องความลับของฟาติมาและส่วนตัวเองก็ไม่เชื่อว่าโลกจะดับ ด้วย ก็ได้แต่บอกว่าไปว่า แม่พระบอกให้กลับใจ สวดภาวนาใช้โทษบาป ก็ทำตามก็แล้วกัน

เดือน ที่แล้วผมบังเอิญพบเนื้อหาของความลับฟาติมาในนิตยสาร Inside The Vatican พอดี อ่านเสร็จนึกสนุกก็เลยแปลออกมาแบ่งปันคนที่สนใจ แปลเสร็จ บรรณาธิการติดต่อขอเรื่องพอดี เลยเพิ่มเติมความเห็นของตัวเองเข้าไป โดยรู้ทั้งรู้ว่าอาจเป็นการเอามือไปซุกหีบ อาจโดนเสียงสะท้อนทั้งคนที่รักแม่พระและต่อต้านแม่พระ อย่างไรก็ตามผมขอออกตัวก่อนนะครับว่า ความเห็นของผมเป็นเพียงความคิดส่วนตัวเท่านั้นและคงไม่มีน้ำหนักพอที่ใครจะ เอาไปอ้างเพื่อการโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น คือผมเพียงแต่คิดดังหน่อยเท่านั้นเอง


(Page 1 of 3)
Last modified on Tuesday, 17 May 2011 18:35

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home