ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านสุดจิตใจสุดวิญญาณสุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน (มธ. 12:30) 

 
Wednesday, 14 September 2011 16:35

แองลิกันกับคาทอลิก

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

แองลิกัน กับ คาทอลิก พบข้อตกลงร่วมกันเรื่องบทบาทของพระแม่มารีย์ต่อชีวิตคริสตชน

โดย ซินดี้ วู้ดเด้น

5/16/2005

    ATICAN CITY (CNS)— แม้ว่าทางคาทอลิกอาจเพิ่มความระมัดระวังกับการอุทิศเทิดทูนพระนางมารีย์มากขึ้น แต่กระนั้นก็ดีการเคารพให้เกียรติพระนาง และการแสวงหาความช่วยเหลือจากพระนาง ไม่ใช่ข้อปฏิบัติที่แยกแอ งลิกันกับคาทอลิกออกจากัน และอาจพูดได้ว่านี่เป็นจุดเชื่อมจุดใหม่ของนิกายทั้งสอง

     คณะกรรมาธิการ นานาชาติ แองลิกัน-คาทอลิก ได้แถลงถึงสนธิสัญญาข้อตกลงร่วมเรื่อง “พระนางมารีย์: พระ หรรษทานและความหวังในองค์พระคริสต์” (Mary: Grace and Hope in Christ) 16 พฤษภาคม

    เนื้อหาในเอกสารได้กล่าวไว้ว่า “เราเชื่อว่าไม่มีเหตุผลทางเทวศาสตร์ใดที่จะแบ่งแยกศาสนจักรในประเด็นนี้”

    เอกสารยังบอกอีกว่า การอุทิศถวายตัว เทิดทูน แม่พระ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เด่นชัดของทาง คาทอลิก และ ออร์โธด็อกซ์ มีต้นกำเนิดมาจากข้อความในพระคัมภีร์ และธรรมเนียมปฏิบัติ (ธรรมประเพณี) ของคริสตชนในยุคแรก ๆ ซึ่งก็ทำให้เรื่องนี้จัดเป็นมรดกส่วนหนึ่งของทางแองลิกันด้วย

    ในปฏิทินพิธีกรรมนั้นทั้ง แองลิกัน และ คาทอลิก ได้ใส่เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในชีวิตของพระนางมารีย์ลงในปฏิทินด้วย และในบทสวดอย่างเป็นทางการของทั้งสองนิกายก็ต่างเรียกพระนางว่า “ผู้ทรงพรหมจารีย์อยู่เป็นนิจ” (ever virgin) และ “พระมารดาของพระเจ้าผู้ทรงลงมาบังเกิด” (Mother of God Incarnate)

     จากการศึกษา “ความเชื่อร่วมกันเรื่องพระนางมารีย์” (our shared belief concerning the Blessed Virgin Mary) สมาชิกทีมเสวนาต่างหวังที่จะจัดหา “บริบทเรื่องน่าชื่นชมยินดีร่วมกันในข้อความเชื่อเรื่องพระนางมารีย์” (context for a common appreciation of the Marian dogmas) สำหรับการปฏิสนธินิรมลนิรมล และ เรื่อง การเสด็จขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนาง (Assumption) ซึ่งแยกแองลิกัน กับ คาทอลิก จากกันถึง 150 ปี

     ขณะที่ทางวาติกัน และ สหพันธ์แองลิกัน ได้แถลงการณ์เอกสารฉบับใหม่เพื่อการศึกษาและเสวนา ทั้งสองฝ่าย ไม่ได้พิจารณาเอกสารนั้นให้เป็นทางการ จนกระทั่งทางวาติกันและที่ประชุมแลมเบธของแองลิกัน ได้ยืนยันเอกสารนั้นอย่างเป็นทางการ

     ในช่วงบทนำของเอกสารนั้น

     อาร์ค บิชอพ อเล็กซานเดอร์ เจ บรูเน็ต แห่ง ซีเอ็ตเตอร์ ประธานร่วมคาทอลิก ร่วมกับ ประธานร่วมฝั่งแองลิกัน อาร์ค บิชอพ ปีเตอร์ เอฟ คาร์นลี่ แห่ง เพิร์ธ ออสเตรเลีย ได้เขียนว่า “จากคำแถลงการฉบับนี้ เราต้องเผชิญกับข้อความเชื่ออย่างตรงไปตรงมา ข้อความเชื่อที่ดูจะเต็มสมบูรณ์ สำหรับฝั่งคาทอลิก แต่ดูเป็นเหมือนเรื่องแปลกใหม่สำหรับทางแองลิกัน” จากคำแถลงของพระสันตะปาปาผู้มิรู้พลั้ง ทางศาสนจักรคาทอลิกได้ประกาศอย่างเป็นทางการในปี 1854 ว่าพระนางมารีย์ปฏิสนธินิรมล และในปี 1950 กับข้อความเชื่อว่าพระนางได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งร่างกายและ วิญญาณ

     เพราะว่าแองลิกันและนิกายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่คาทอลิกไม่ได้ยอมรับถึงความมิรู้พลั้งขององค์พระสันตะปาปา และเพราะข้อความเชื่อทั้งสองไม่มีกล่าวถึงอย่างชัดเจนในพระคัมภีร์ ทำให้ข้อความเชื่อทั้งสองนั้นเป็นเสมือนข้อ อุปสรรคสำคัญในความเป็นหนึ่งเดียวกันของคริสตชนในแต่ละนิกาย

     ในเวลา 5 ปีที่พวกเขาได้ใช้เวลาจัดการกับเอกสารฉบับนี้ สมาชิกของ ARCIC ไม่ได้พยายามที่จะตั้งคำถามกับ เรื่องความมิรู้พลั้งของพระสันตะปาปา แต่กลับกัน พวกเขาพยายามให้ความสำคัญกับเนื้อหาของข้อความเชื่อ ทั้งสองนั้น ด้วยการอ้างเทียบกับข้อความในพระคัมภีร์ และข้อเขียนของนักเทววิทยาคริสตจักรในยุคแรก ๆ และแถลงการของสภาศาสนจักรในสมัยก่อนที่คาทอลิก กับ แองลิกันจะแยกออกจากกัน

     “มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะศรัทธาในพระคัมภีร์โดยไม่ยอมรับพระนางมารีย์อย่างจริงจัง” เอกสารนั้นเขียนไว้เช่นนั้น “ทั้งแองลิกัน และ คาทอลิก ต่างยืนยันตรงกัน” ว่าพระนางมารีย์เป็นพระมารดาของพระเยซูเจ้า พระนางทรงเป็นพรหมจารีย์ และทรงครรภ์พระเยซูด้วยอำนาจเดชะพระจิตเจ้า

     นักเทววิทยาคริสตจักรในยุคแรก ๆ สอนว่า พระนางมารีย์ยังคงความเป็นพรหมจารีย์ตลอดไป “จุดนี้สะท้อนว่า ความเป็นพรหมจรรย์ บริสุทธิ์ มิใช่เพียงถูกเข้าใจแค่ความบริสุทธิ์ทางกาย แต่หมายถึงการเปิดใจกว้างจากภายใน การสุภาพนบนอบเชื่อฟัง และ การหลอมรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวต่อองค์พระคริสต์ด้วย”



     แต่กระนั้นในช่วงศตวรรษที่ 16 กลุ่มปฏิรูปก็เรียกร้องที่จะระงับการอุทิศเทิดทูนพระนางมารีย์ที่ดูเหมือนจะมาก เกินกว่าในพระคัมภีร์ และ ธรรมเนียมปฏิบัติ ARCIC กล่าว “ในประชาชนผู้นับถือศาสนา พระนางมารีย์ถูกมองในฐานะคนกลางระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า และในฐานะผู้ประทานการอัศจรรย์ด้วยพระพรจากพระเป็นเจ้า”

    กลุ่มปฏิรูปได้ตอบโต้ด้วยการ “ต่อต้านการเทิดทูนพระนางซึ่งยกพระนางในฐานะคนกลางที่เทียบเคียงพระเยซูเจ้า หรือบางครั้งอาจแทนที่พระองค์” กลุ่มปฏิรูปเน้นย้ำบทบาทของพระเยซูคริสต์ในฐานะคนกลางเพียงคนเดียวที่เชื่อมระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ซึ่งทำให้พวกเขาปฏิเสธ “การมากเกินไปที่มีจริงและเห็นชัดในการให้ความเคารพพระนางมารีย์” และมันได้พลอยทำลายคุณลักษณะอันดีงามแง่บวกของการเคารพเทิดทูนพระนางด้วยเช่นกัน และลดบทบาทจนแทบไม่ มีที่ให้พระนางในศาสนจักร

     “จนกลายเป็น การแยกว่าเป็นคาทอลิกหรือไม่ ดูจากว่าให้ความสำคัญกับการเคารพพระนางมารีย์แค่ไหน” และการเติบโตของเคารพพระนางที่สอดคล้องกับความคิดเห็นส่วนใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งนำไปสู่การ ประกาศเรื่องการปฏิสนธินิรมล และ การเสด็จขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนาง

     ถึงแม้ทางแองลิกันอาจจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการประกาศข้อความเชื่อนี้ แต่สมาชิก ARCIC ก็เห็นว่า ข้อคำสอนนี้ ดูมีเหตุผลเมื่อมองในมุมมองของพระคัมภีร์ ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกผู้รับใช้พระองค์มาปฏิบัติพันธกิจ พิเศษของพระองค์อย่างไร และตอบแทนพวกเขาเหล่านั้น ผู้เต็มใจติดตามพระองค์ และให้ความร่วมมือหมด หัวใจในแผนการของพระองค์อย่างไร สมาชิก ARCIC กระตุ้นให้ทางคาทอลิก และ แองลิกัน มองไปยังข้อความเชื่อในบริบทบทที่ 8 ของจดหมาย นักบุญเปาโลอัครสาวกถึงโรมันที่ยืนยันว่า “เพราะผู้ที่พระองค์ทรงทราบล่วงหน้านั้น พระองค์ทรงกำหนดล่วงหน้าจะให้เป็นภาพลักษณ์ของพระบุตรของ พระองค์ด้วย เพื่อพระบุตรจะได้เป็นบุตรคนแรกในบรรดาพี่น้องจำนวนมาก ผู้ที่ทรงกำหนดไว้แล้วนั้นพระองค์ ทรงเรียก ผู้ที่ทรงเรียกนั้นพระองค์ทรงบันดาลให้เป็นผู้ชอบธรรม ผู้ที่ทรงบันดาลให้เป็นชอบธรรมนั้น พระองค์ ประทานพระสิริรุ่งโรจน์ให้ด้วย”

     เอกสารเสริมว่า “พระนางมารีย์ถูกกำหนดตั้งแต่แรกเริ่มในฐานะผู้ที่พระเจ้าทรงเลือก ทรงเรียก และได้รับซึ่งพระหรรษทานจากพระเจ้าโดยอาศัยอำนาจเดชะพระจิต สำหรับพันธกิจที่พระนางต้องแบกรับ” สมาชิก ARCIC กล่าวเรื่องข้อความเชื่อเรื่องการปฏิสนธินิรมลว่า พระศาสนจักรคาทอลิกได้อธิบายอย่างเฉพาะ เจาะจงว่าพระนางมารีย์ปราศจากบาปด้วย “ฤทธิ์กุศลของพระเยซูริสต์” ดังนั้นจึงเป็นการยืนยันว่าพระนางมารีย์ นั้นเป็นเช่นเดียวกับบุคคลคนอื่น ๆ ที่เกิดมาก่อนและหลังพระเยซูคริสต์ แล้วได้รับความรอดผ่านพระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพ ของพระองค์

     ด้วยเหตุนี้เอง สมาชิกเสวนาจึงกล่าวว่า “เราสามารถยืนยันร่วมกันได้ว่า พันธกิจการไถ่กู้ของพระเยซูคริสต์ ทำงานย้อนหลังไปถึงพระนางมารีย์ ตั้งแต่แรกเริ่มของพระนางจนถึงสุดท้ายของช่วงชีวิตพระนาง”

     สมาชิก ARCIC ยังคงกล่าวอีกว่า ถึงแม้จะไม่มีข้ออ้างอิงตรงๆ ในพระคัมภีร์ถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตพระนางมารีย์ แต่พระคัมภีร์ได้เอ่ยถึงผู้รับใช้พระเจ้าที่ยิ่งใหญ่คนอื่น ๆ อย่างเช่น เอลิยาห์ และ เอโนค ว่าพวกท่านได้รับการ ยก (ทั้งกาย) ขึ้นไปอยู่เคียงข้างพระเป็นเจ้าในช่วงสุดท้ายของชีวิตบนโลกของพวกท่านด้วยเช่นกัน

     “เราพึงระลึกว่าข้อความเชื่อเรื่องการได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายและวิญญาณของพระนางไม่เกี่ยวกับจุดยืน ว่าพระนางจบชีวิตบนโลกนี้อย่างไร และไม่ใช่เรื่องของการตายและกลับคืนชีพ แต่เป็นการสรรเสริญสมโภชใน พระราชกิจที่พระเป็นเจ้าทรงกระทำในพระนาง” คำปราศรัยกล่าว

     “เราสามารถยืนยันร่วมกันว่า ข้อความสอนที่ว่าพระเจ้าทรงรับพระนางมารีย์ขึ้นสวรรค์ทั้งร่างกายและวิญญาณ อย่างรุ่งโรจน์นี้สอดคล้องกับข้อความในพระคัมภีร์ และสิ่งนี้สามารถเข้าใจผ่านทางพระคัมภีร์ได้เท่านั้น”

     คณะกรรมการเสวนากล่าว ARCIC ยังคงมองไปยังความแตกต่างของการอุทิศเทิดทูนพระนางระหว่างทางแองลิกัน กับ คาทอลิก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางคาทอลิกมักจะร้องขอพระนางมารีย์ให้สวด และร้องวิงวอนเพื่อพวกตน คณะกรรมการเสวนาให้ความสำคัญกับข้อคำสอนคริสเตียนที่ว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับ มนุษยชาติแต่เพียงพระองค์เดียว แต่การที่จะขอเพื่อน, ศิษยาภิบาล หรือแม้แต่ใครก็ตามที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ให้อธิษฐานเผื่อให้ใครสักคนหนึ่ง ก็ไม่ได้เป็นการปฏิเสธความจริงที่ว่าเป็นพระเป็นเจ้าพระองค์เดียวนั่นเองที่ ตอบสนองคำภาวนาของชาวเรา

     แต่เพราะทางคาทอลิกและแองลิกันเชื่อว่าพระนางมารีย์ตอนนี้อยู่ในสวรรค์ร่วมกับพระเยซูคริสต์ผู้ซึ่งพระนาง ให้กำเนิดแล้ว “พระนางถูกเชื่อว่าเป็นผู้คอยทำหน้าที่ช่วยเหลือชาวเราผ่านคำภาวนาอันร้อนรนของพระนาง”

http://www.catholicnews.com/data/stories/cns/0502975.htm

(Page 1 of 2)
Last modified on Wednesday, 14 September 2011 17:10

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home