จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด (มก. 1:15)

 
Friday, 03 June 2011 09:49

อารักขเทวดา

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

     เทวดาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ ติดตามเราไปทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่เวลาที่เราเกิดไปจนถึงเวลาที่เราตาย จนถึงเวลาที่เราจะได้รับความบรมสุขอย่างเต็มที่จากพระเจ้า แม้กระทั่งเวลาที่เราอยู่ในไฟชำระ ท่านก็ยังอยู่เคียงข้างเราเพื่อให้ความบรรเทาใจ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เราในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ กระนั้นก็ดีสำหรับบางคนแล้ว อารักขเทวดาเป็นเพียงแต่ธรรมประเพณีที่ศรัทธาสำหรับผู้ที่มีความต้องการเท่านั้น

     ไม่เป็นที่ปรากฏชัดแจ้งในพระคัมภีร์หรือในพระธรรมคำสอนของพระศาสนจักรและบรรดานักบุญที่พูดถึงอารักขเทวดาก็เป็นเพียงแต่การเล่าประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น นักบุญบางท่านได้เห็นเทวดาด้วยตาของตัวเองและบางท่านก็ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับอารักขเทวดาดังที่เราจะได้เห็นในตอนต่อไป ถ้าอย่างนั้นเรามีอารักขเทวดากี่องค์กันแน่ อย่างน้อยก็หนึ่งองค์ . ซึ่งก็เป็นการเพียงพอ แต่สำหรับบางคนเพราะภาระหน้าที่ของเขาเช่นพระสันตะปาปาหรือผู้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในขั้นสูง ก็อาจจะมีมากกว่าหนึ่งองค์ก็ได้ มีนักบวชหญิงท่านหนึ่งที่บอกว่า พระเยซูเจ้าทรงแสดงให้เธอเห็นว่าเธอมีอารักขเทวดาสามองค์พร้อมกับบอกชื่อให้ด้วย นักบุญ มาร์การิตา มารีอา อาลาก๊อก เมื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ขั้นหนึ่งแล้วพระเจ้าก็ประทานอารักขเทวดาองค์ใหม่ให้ที่พูดกับเธอว่า “ ข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในเจ็ดที่ยืนอยู่ใกล้ๆพระบัลลังก์ของพระเจ้าและเป็นผู้ที่ได้รับส่วนแบ่งในไฟที่เผาดวงพระหฤทัยของพระเยซูคริสตเจ้าและความประสงค์ของข้าพเจ้าคือต้องการที่จะให้เธอได้รับทราบในเรื่องนี้ว่าเธอจะรับไฟนี้มากสักเท่าใด(บันทึกความทรงจำถึง M.Saumaise)

     พระวาจาของพระเจ้ามีว่า ดูเถิด เราใช้ทูตของเราเดินนำหน้าพวกเจ้าเพื่อคอยระวังรักษาพวกเจ้าตามทาง นำไปถึงที่ซึ่งเราได้เตรียมไว้ จงเอาใจใส่ฟังคำพูดของทูตนั้นและเชื่อฟังคำของเขา อย่าฝ่าฝืนเขา เพราะเขาจะไม่ยกโทษให้เจ้าเลย ด้วยว่าเขากระทำในนามของเรา ถ้าเจ้าทั้งหลายฟังเสียงของเขาจริงๆและทำทุกสิ่งที่เราสั่งไว้ เราจะเป็นศัตรูต่อศัตรูของพวกเขาและเป็นปฏิปักษ์ต่อปฏิปักษ์ของพวกเจ้า (อพย .23,20-22) “บางทีทูตสวรรค์มาเพื่อช่วยเหลือเขา เพื่อแถลงแก่มนุษย์ว่า อะไรถูกสำหรับเขา (โยบ 33,23) เพราะเทวทูตของเราจะอยู่กับเจ้าและจะเป็นผู้อารักขาปกป้องชีวิตของพวกเจ้าไว้ (บารุก 6,6) ทูตสวรรค์จะขจัดปัดไพรี จากผู้ที่คารวะในพระองค์ (สดด . 34.,8) หน้าที่ของเทวดาคือ พระจะให้ทูตสวรรค์พระองค์มา เฝ้ารักษาท่านไว้ได้เป็นเพื่อน( สดด . 91.11) พระเยซูเจ้าตรัสว่า เทวดาของพวกเขา ( พวกเด็กๆ ) ที่อยู่ในสวรรค์เฝ้าพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ (มธ .18,10) อารักขเทวดาจะช่วยเราดังที่ได้เคยช่วยอาซารียาและเพื่อนๆของเขาและปัดเป่าเปลวไฟที่ร้อนจัดมาแล้ว แต่เทวดาของพระเจ้าได้ลงมาในเตาไฟข้างๆอาซารียาและเพื่อนๆของเขาและปัดเป่าเปลวไฟออกและพัดลมเย็นเข้ากลางเตาไฟและความเย็นราวกับลมและน้ำค้างนำมาจนทำให้ไฟไม่อาจแตะต้องพวกเขาได้หรือทำให้พวกเขาต้องเจ็บปวดหรือทุกข์ร้อนแต่ประการใด (ดนล .3,49-50) เทวดาจะช่วยเหลือเราแบบเดียวกันกับที่ได้ช่วยเหลือนักบุญเปโตรมาแล้ว ในทันใดนั้นทูตสวรรค์ของพระเจ้ามาปรากฏแสงสว่างไป ทั่วคุก ตบบ่าเปโตรปลุกว่า ลุกขึ้น เร็วเข้าเถิด ทันใดนั้นโซ่ที่ล่ามข้อมือก็หลุดออก ทูตสวรรค์สั่งท่านอีกว่า จงคาดเข็มขัดและสวมร้องเท้าเสีย เปโตรก็ปฏิบัติตาม ทูตสวรรค์ยังคงสั่งต่อไปอีกว่า สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วตามเรามาประตูก็เปิดออกเอง ทั้งสองจึงเดินออกไปตามถนน แล้วทูตสวรรค์ก็หายวับไป เมื่อเปโตรรู้สึกตัวจึงอุทานออกมาดังๆว่า เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้ารู้แล้วว่าเป็นความจริง องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์มาช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากเงื้อมมือของกษัตริย์เฮโรดและแผนการของพวกหัวหน้าชาวยิวจริง (กจ .12,7-11)

    ในพระศาสนจักรสมัยเริ่มแรกนั้นเชื่อว่า มีอารักขเทวดาจริงๆอย่างไม่ต้องสงสัย และเพราะเหตุนี้เองที่เมื่อนักบุญเปโตรได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากคุกและถูกพาตัวไปที่บ้านของมารโก สาวใช้ที่ชื่อว่า โรดา ได้ยินเสียงเปโตรก็จำได้ เธอดีใจวิ่งกลับเข้าไปบอกคนอื่นว่าเปโตรยืนอยู่ข้างนอกโดยยังมิทันเปิดประตูรับ แล้วคนเหล่านั้นก็ลงความเห็นว่า คงเป็นทูตสวรรค์ประจำตัวเปโตรกระมัง (กจ . 12,15) คำสอนของพระศาสนจักรเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นชัดเจน “นับตั้งแต่เกิดไปจนถึงเวลาตาย ชีวิตมนุษย์ถูกห้อมล้อมด้วยความช่วยเหลือและการวิงวอนแทนของบรรดาเทวดา สัตบุรุษแต่ละคนต่างก็ได้รับเทวดาองค์หนึ่งเพื่อเป็นผู้อารักขาและเป็นผู้อภิบาลเพื่อจะช่วยเหลือในการดำเนินชีวิต (คำสอน 336) ท่านนักบุญโยเซฟและพระแม่มารีก็มีอารักขเทวดาด้วยเช่นกัน อาจเป็นอารักขเทวดานี้เองที่แนะนำท่านให้รับพระแม่มารีไว้เป็นภรรยา (มธ .2:20) หรือให้พาพระกุมารและพระมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ ( มธ .2,13) หรือบอกให้กลับประเทศอิสราแอล ( มธ . 2,20) เป็นที่แน่ชัดว่านับตั้งแต่ศตวรรษที่หนึ่งมาแล้ว เรื่องอารักขเทวดาได้ปรากฏในงานเขียนของบรรดาปิตาจารย์ เราอ่านพบเรื่องนี้ในหนังสือที่มีชื่อเสียงเล่มหนึ่ง ชื่อว่า นายชุมพาแห่งแอร์มาส นักบุญเอวเซบีโอ แห่งเซซาเรอาเรียกบรรดาเทวดาว่า อาจารย์พิเศษ ของมนุษย์ นักบุญบราซิลเรียกท่านว่า เพื่อนร่วมทาง นักบุญเกรโกรีแห่งนิสสาเรียกท่านว่า ผู้ปกป้อง ออรีเจนยืนยันว่า รอบตัวของมนุษย์จะมีเทวดาของพระเจ้าเพื่อส่องสว่าง เพื่ออารักขาและเพื่อป้องกันเราจากความชั่วร้ายทุกอย่าง เรามีบทภาวนาถึงอารักขเทวดานับตั้งแต่ศตวรรษที่สามซึ่งขอให้ส่องสว่างพิทักษ์รักษาและคุ้มครองเรา นักบุญเอากุสตินพูดถึงการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือของอารักขเทวดาในชีวิตของเรา นักบุญโทมัส อากวีนาสได้ใช้ตอนหนึ่งในหนังสือซูมมาเทโอโลจีกา ( เล่ม 1 คำถามที่ 113) ว่าด้วยเรื่องนี้ท่านเขียนว่า “อารักขเทวดาของบรรดาเทวดาเป็นเสมือนการแผ่ออกของพระญาณสอดส่องของพระเจ้าและเพื่อให้เท่าเทียมกัน สิ่งสร้างทั้งมวลจะต้องอยู่ภายใต้การนำทางของบรรดาเทวดา วันฉลองอารักขเทวดาในประเทศสเปนและฝรั่งเศสนั้นมีตั้งแต่ศตวรรษที่ห้าเป็นต้นมา อาจเป็นไปได้ว่าบทภาวนาที่เราท่องมาตั้งแต่เด็กๆ “ข้าแต่อารักขเทวดา โปรดส่องสว่างพิทักษ์รักษาและคุ้มครองข้าพเจ้าในวัน ( คืน ) นี้นั้น มีมานับตั้งแต่บัดนั้น พระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ตรัสเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1986 ว่าการที่พระเป็นเจ้าทรงมอบเทวดาให้แก่บุตรเล็กๆของพระองค์นั้นมีความหมายมาก ทั้งนี้เพราะว่าพวกเขายังต้องการการดูแลและการปกป้องเสมอ พระสันตะปาปาปีอุสที่ 11

    ภาวนาถึงอารักขเทวดาของพระองค์ทุกวันเวลาตื่นนอน ตอนกลางวันและเวลาจะเข้านอนและเป็นต้นเวลาที่มีปัญหายุ่งยาก พระองค์ทรงสนับสนุนความศรัทธาต่ออารักขเทวดาโดยตรัสว่า เพื่อพระเป็นเจ้าจะทรงอวยพรท่านและเพื่ออารักขเทวดาของท่านจะได้ติดตามท่าน พระสันตะปาปายวงที่ 23 เวลาที่ยังคงเป็นสมณทูตประจำประเทศตูรกีและประเทศกรีกตรัสว่า เวลาที่จะมีการสนทนาที่ค่อนข้างลำบาก ข้าพเจ้ามีธรรมเนียมที่จะขอให้อารักขเทวดาของข้าพเจ้าสนทนากับอารักขเทวดาของบุคคลนั้น แล้วข้าพเจ้าก็จะพบทางออกสำหรับปัญหานั้นๆ พระสันตะปาปาปีอุสที่ 12 ตรัสกับผู้แสวงบุญจากอเมริกาเหนือกลุ่มหนึ่งเรื่องเทวดา เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 1958 ว่าบรรดาเทวดาที่อยู่ในเมืองที่ท่านได้ไปเยี่ยมและเป็นเพื่อนร่วมทางของพวกท่าน อีกครั้งตรัสเวลาออกวิทยุว่า “ พวกเรามีความเคยชินกับบรรดาเทวดามาก ถ้าหากว่าเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าที่จะให้เราใช้นิรันดรกาลกับบรรดาเทวดาแล้วละก็ เราก็ควรเริ่มที่จะเรียนรู้พวกท่านเหล่านั้นตั้งแต่เวลานี้ ความเคยชินกับบรรดาเทวดาทำให้เรามีความรู้สึกลึกๆถึงความมั่งคงในส่วนตัวของเรา พระสันตะปาปายวงที่ 23 ตรัสกับพระสังฆราชชาวคานาดาท่านหนึ่งพร้อมกับทรงขอให้เก็บเป็นความลับว่า การที่พระองค์ทรงเรียกประชุมสังคายนาวาติกันครั้งที่สองนั้นเป็นความคิดของอารักขเทวดาของพระองค์ พร้อมกับทรงขอรัองผู้ปกครองทั้งหลายให้ปลูกฝังความศรัทธานี้ต่อลูกๆของตนโดยตรัสว่าอารักขเทวดาเป็นที่ปรึกษาที่ดี วิงวอนพระเจ้าเพื่อเรา ช่วยเราเวลาที่เรามีความจำเป็น ปกป้องเราจากภยันตรายและคุ้มครองเราจากอุบัติเหตุ เราจะพึงพอใจมาก ถ้าหากว่าบรรดาสัตบุรุษจะได้เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของการปกป้องนี้จากบรรดาเทวดา (24 ตุลาคม 1962) ตรัสกับบรรดาพระสงฆ์ว่า ให้เราร้องขออารักขเทวดาของเราให้ช่วยเหลือเราในการทำวัตรประจำวัน เพื่อเราจะสามารถทำได้ด้วยศักดิ์ศรี ด้วยความตั้งใจและด้วยความศรัทธาอันเป็นที่สบพระทัยของพระเจ้า มีประโยชน์ต่อตัวเราและต่อพี่น้องของเราด้วย (6 มกราคม 1962) ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สำหรับวันฉลองของอารักขเทวดา (2 ตุลาคม ) เราสวดว่าพวกท่านเป็นเพื่อนร่วมทางจากสวรรค์ที่ไม่ปล่อยให้เราต้องพ่ายแพ้ต่อการโจมตีของศัตรูของเรา ให้เราเรียกหาท่านบ่อยๆอย่าได้ลืม เพราะว่าแม้กระทั่งในที่ลับตาหรือเปล่าเปลี่ยว ก็ยังมีใครบางคนที่ติดตามเราอยู่ เพราะเหตุนี้นักบุญแบร์นาโดจึงได้กล่าวว่า จงเดินไปด้วยความรอบคอบในฐานะที่เป็นผู้ที่มีเทวดาอยู่ร่วมด้วยในทุกแห่งหน ท่านรู้ตัวหรือเปล่าว่า อารักขเทวดาเฝ้าดูทุกอย่างที่ท่านทำ ท่านรักอารักขเทวดาของท่านหรือเปล่า ?

Last modified on Wednesday, 07 September 2011 13:16

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home