จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด (มก. 1:15)

 
Thursday, 21 April 2011 12:50

จิม คาวีเซล นักแสดงใจศรัทธา - 1

Written by  Administrator
Rate this item
(1 Vote)
 และจาก The Thin Red Line นี้เองทำให้เขามีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นบทสมทบใน Ride with the Devil และ Ray It Forward และบทนำใน Frequency, Angel Eyes และล่าสุดก็คือ The Count of Monte Cristo หนังที่สร้างจากนิยายของนักเขียนฝรั่งเศส อเล็กซองต์ ดูมาส์ ผลงานกำกับของ เควิน เรย์โนลด์ เป็นหนังทุนสร้าง 35 ล้านดอลลาร์ โดยจิมรับบท เอ็ดมุนด์ ดองเตส์ หนุ่มว่าที่กัปตันเรือที่ถูกป้ายสีจนติดคุกกว่าสิบปี พูดถึงบทที่เขาได้รับว่า
 
     “คาแรคเตอร์ของผมเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ผมคิดอยู่ในใจว่าชายคนนี้จะได้รับการไถ่ถอนบาปหรือไม่ หรือว่าเขาจะจบสิ้นชีวิตลงไปกับความเกลียดชังนั้น ประโยคหนึ่งในหนังที่ผมชอบมากก็คือ ตอนที่บทของริชาร์ดแฮริส พูดกับเอ็ดมุนด์ว่า จงจำไว้ว่าอย่าได้ทำร้ายฆ่าชีวิตใคร เพราะตอนนี้เจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าแล้ว แต่เอ็ดมุนด์ตอบกลับไปว่า ข้าไม่เชื่อพระเจ้าแล้ว บาทหลวงชราตอบกลับไปว่า นั้นไม่สำคัญหรอกเพราะถึงอย่างไรพระเจ้าก็เชื่อในตัวเจ้า”
     ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากที่นักแสดงหนุ่มจะยังคงรักษาความเชื่ออยู่ได้ภายในโลกอึมครึมของฮอลลีวู้ด แต่จิมยืนยันว่าเขาแยกโลกทั้งสองจากกันได้โดยมีมิสซาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ “มิสซาเป็นเหมือนทุกสิ่งสำหรับผม เป็นชีวิต เป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัวผมความเป็นตัวผมก็คือคาทอลิกคนหนึ่งในฮอลลีวู้ด”
 
      แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเขาจะไม่ถูกผจญล่อลวงเลย “เพราะมีภรรยาแล้วผมจึงต้องมีความรับผิดชอบแต่ที่นั้นมีสิ่งยั่วยวนเสมอ อดัมกับเอวาอยู่ในสวนเอเดน และพวกเขาก็ต้องแพ้การผจญโดยลิ้มลองผลไม้ต้องห้ามตอนนี้ก็เหมือนกับว่าผมอยู่ในสวนเอเดนเช่นกัน แต่ผมต้องมีความรับผิดชอบในทุกๆ สิ่งที่ทำ ...การไขว่คว้าเรื่องทางโลก หาความร่ำรวย ชื่อเสียง เงินทอง ไม่ใช่ว่าจะทำให้เรามีความสุขขึ้น ก็เหมือนกับที่คุณคว้ารางวัลอะไรมาได้สักอย่าง หรือเล่นหนังฮิตเรื่องหนึ่งมาแล้ว คุณอยากให้เกิดขึ้นกับคุณอีกเรื่องอยู่นั้นเอง แต่มันจะไม่ทำให้ชีวิตของคุณหายจากความว่างเปล่าหรอกเวลามีคนมาบอกว่าหนังเรื่องที่ผมแสดงเยี่ยมมาก ผมก็จะยกคำชมนั้นเพื่อเทิดเกียรติพระเป็นเจ้า”
 
    จิมตั้งใจจะให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางในชีวิตของเขา รวมไปถึงคนที่เขาทำงานด้วย ครั้งหนึ่งขณะที่ขับรถมาทำงานเขากับคนขับรถชื่อไมเคิลสวดสายประคำด้วยกัน และหลังจากวันนั้นก็มีคนอื่นมาร่วมสวดด้วย “เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการภาวนา ถวายทุกสิ่งให้กับพระเจ้า และให้กิจการงานที่ทำเป็นงานของพระองค์ด้วย”
 
      จิมยืนยันว่างานของเขาในฐานะนักแสดงนั้นเป็นกระแสเรียกด้วย เขาไม่ได้มีหน้าที่ให้ความบันเทิงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องรับใช้คนอื่นด้วย “เมื่อผู้คนมีความเจ็บปวดในชีวิตแล้วเข้ามาดูหนังสักเรื่อง ผมอยากจะให้เขาหลุดพ้นจากความทุกข์ชั่วขณะหนึ่งเหมือนกับได้เดินทาง แล้วเมื่อดูหนังจบเขาอาจจะพูดขึ้นว่า ยังมีความหวังอยู่นะ ข้างนอกนั้นยังมีสิ่งดีๆ อยู่”
 
 
 
 
 
 
อุดมศานต์ กันยายน 2547 หน้าที่ 46 - 48. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อัสสัมชัญ
(Page 2 of 2)
Last modified on Monday, 11 June 2012 12:02

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home