“คนสบายดีไม่ต้องการหมอแต่คนเจ็บไข้ต้องการเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรมแต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป” (มก. 2:17)

 
Wednesday, 27 July 2011 09:24

พระสันตะปาปาทรงสอนคำสอนเด็ก ๆ

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

     เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2005 ณ บริเวณจัตุรัสนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสอนคำสอนและตอบคำถามของเด็กๆ ที่รับศีลมหาสนิทครั้งแรกเด็กๆ ตั้งคำถามถามพระสันตะปาปา และพระองค์ทรงตอบอย่างเป็นกันเอง

      ด.ช. อันเดรีย : พระสันตะปาปาครับ ผมอยากทราบว่า พระองค์จำอะไรได้บ้าง ในวันที่พระองค์รับศีลมหาสนิทครั้งแรก 

     พระสันตะปาปา : แน่นอนพ่อยังคงจดจำได้แม่น แม้จะผ่านมา 69 ปีแล้ว วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ เดือนมีนาคม 1936 ท้องฟ้าแจ่มใส มีการประดับประดาวัดอย่างสวยงาม มีดนตรีด้วย พ่อจำได้ว่ามีสิ่งสวยงามอีกหลายอย่างทีเดียว พวกพ่อประมาณ 30 คน ทั้งเด็กและหญิง มาจากหมู่บ้านเล็กๆ 
     สิ่งที่พ่อชื่นชมยินดีมากที่สุดคือ การที่พ่อเข้าใจว่า องค์พระเยซูเจ้าได้เสด็จเข้ามาอยู่ในใจของพ่อจริงๆ เป็นพระเป็นเจ้าเองที่เสด็จมาพร้อมกับพระเยซูเจ้า พ่อรู้ดีว่า นี่คือของขวัญแห่งความรักซึ่งมีคุณค่าเหนือทุกสิ่ง 

ดังนั้น พ่อจึงมีความสุขมากในวันนั้น เพราะพระเยซูเจ้าได้เสด็จมาหาพ่อ และพ่อก็ทราบว่า พ่อกำลังเริ่มต้นสภาพชีวิตใหม่ ตอนนั้นพ่ออายุ 9 ขวบ นับจากวันนั้นเป็นต้นมา พ่อก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะซื่อสัตย์ต่อการเสด็จมาประทับอยู่ของพระองค์ พ่อได้สัญญาอย่างจริงจังที่สุดกับพระองค์ว่า “ ผมจะอยู่กับพระองค์ตลอดไป แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ให้พระองค์ประทับอยู่กับผม ” จากนั้นเป็นต้นมา พ่อก็ดำเนินชีวิตแบบนี้ พ่อขอบคุณพระองค์ที่ทรงยื่นพระหัตถ์จูงพ่อเสมอมา แม้ในยามลำบาก 

การรับศีลมหาสนิทครั้งแรกของพ่อ เป็นการเริ่มต้นเดินทางร่วมกับพระเยซูเจ้า พ่อหวังว่า พวกเธอทุกคนคงเหมือนกับพ่อ ขอให้การรับศีลมหาสนิทครั้งแรก เป็นการเริ่มต้นการเดินทางตลอดชีวิตในมิตรภาพร่วมกับพระเยซูเจ้า เพราะการเดินทางไปพร้อมกับพระองค์นั้น ทุกสิ่งจะผ่านไปด้วยดี และเป็นชีวิตที่มีความสุข

 

     ด.ญ. ลีเวีย : พระสันตะปาปาคะ ก่อนวันรับศีลมหาสนิทครั้งแรก หนูได้แก้บาป และก่อนหน้านั้นก็เคยทำบาปด้วย หนูอยากทราบว่า หนูต้องแก้บาปทุกครั้งก่อนรับศีลมหาสนิท แม้ว่าจะเป็นการแก้บาปเดิมๆ ใช่ไหมคะ 

     พระสันตะปาปา : คำถามของหนูมี 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ หนูไม่จำเป็นต้องแก้บาปทุกครั้งก่อนรับศีลมหาสนิท เว้นแต่เมื่อมีบาปหนัก ซึ่งต้องแก้บาปก่อน เพราะบาปหนักเป็นการกระทำผิดอย่างหนักต่ององค์พระเยซูเจ้า เป็นการทำลายมิตรภาพกับพระองค์จึงจำต้องมีการฟื้นฟูมิตรภาพขึ้นมาใหม่ 

     ส่วนเรื่องที่ 2 คือ แม้ว่าเราไม่จำเป็นต้องแก้บาปทุกครั้งก่อนรับศีลมหาสนิท แต่การแก้บาปด้วยความส่ำเสมอก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ถูกแล้ว เรามักทำบาปเดิมๆ แต่เราก็ทำความสะอาดบ้าน หรือห้องของเราอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งมิใช่หรือ แม้ว่าจะมีฝุ่นสกปรกเหมือนกันทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้บ้านหรือห้องของเราสะอาดอีกครั้งหนึ่ง มิฉะนั้น คราบสกปรกจะสะสมมากขึ้น วิญญาณของเราก็เช่นกัน หากเราไม่แก้บาป เพิกเฉยต่อวิญญาณ ที่สุด เราก็จะพอใจกับสภาพชีวิตที่เป็นอยู่ และไม่เข้าใจว่า เรามนุษย์ต้องมีการปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ ดังนั้น พระเยซูเจ้าจึงได้ประทานศีลอภัยบาปแก่เรา เพื่อช่วยให้วิญญาณของเราไม่อยู่ในความประมาท มีการเปิดใจ และเราก็จะได้เจริญก้าวหน้าทั้งฝ่ายกายและฝ่ายวิญญาณ พ่อขอสรุปสั้นๆ คือ การแก้บาปเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อมีบาปหนัก แต่การแก้บาปอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้วิญญาณของเราสะอาดและสวยงาม และยังช่วยให้เราเจริญก้าวหน้าในชีวิตประจำวันด้วย

     ด.ช. อันเดรีย : ในการเตรียมตัวรับศีลมหาสนิทครั้งแรกของผม ครูคำสอนได้สอนว่า พระเยซูเจ้าประทับอยู่ในศีลมหาสนิท พระองค์ประทับอยู่อย่างไรหรือครับ ผมมองไม่เห็นพระองค์เลย ! 


 

     พระสันตะปาปา : ถูกแล้ว เรามองไม่เห็นพระองค์หรอก แต่มีหลายสิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่สิ่งนั้นก็มีอยู่ เช่นเรามองไม่เห็นเหตุผลของเรา แต่เราก็มีเหตุผล เรามองไม่เห็นสติปัญญาของเรา แต่เราก็มีสติปัญญา พูดง่ายๆ คือ เรามองไม่เห็นวิญญาณของเรา แต่เราก็มีวิญญาณ และเราสามารถมองเห็นผลที่เกิดจากสิ่งที่เรามองไม่เห็นนั้นได้ ดังนั้น เราจึงสามารถพูดได้ คิดได้ และตัดสินใจกระทำสิ่งต่างๆ ได้เช่นเดียวกับเรามองไม่เห็นกระแสไฟฟ้า แต่เราก็ทราบว่ามีกระแสไฟฟ้า ดูที่ไมโครโฟนนี้สิ เราทราบว่ามันกำลังทำงานอยู่ และเราก็มองเห็นแสงสว่างจากหลอดไฟต่างๆ ดังนั้น ถึงเราจะมองไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกที่สุดที่ค้ำจุนชีวิตและโลกไว้ แต่เราก็สามารถเห็นผลของสิ่งที่มองไม่เห็นเหล่านั้นได้ 

สำหรับพระเยซูเจ้าผู้เสด็จกลับเป็นขึ้นมาก็เช่นกัน เรามองไม่เห็นพระองค์ด้วยตาของเราก็จริง แต่ที่ใดที่มีพระองค์ ที่นั่นเราจะแลเห็นการเปลี่ยนแปลง การดำเนินชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คน มีสันติสุข และมีการคืนดีกัน ดังนั้น แม้เราจะมองไม่เห็นพระเยซูแต่เราก็สามารถแลเห็นกิจการของพระองค์ ทำให้เราเข้าใจว่า ในที่นั่น มีพระองค์ประทับอยู่

ด.ช. กียเลีย : พระสันตะปาปาครับ ทุกคนบอกเราว่า การไปวัดวันอาทิตย์เป็นสิ่งที่สำคัญ เราก็ชอบไปร่วมมิสซา แต่บ่อยๆ พ่อแม่เราไม่พาเราไป เพราะยังไม่ตื่นนอน พ่อแม่ของเพื่อนผมคนหนึ่งทำงานในร้ายขายของ และในวันหยุดมักเดินทางไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ในต่างจังหวัด เราจะบอกพวกเขาให้เข้าใจได้อย่างไรว่า การไปวัดวันอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญครับ 

พระสันตะปาปา : การไปวัดวันอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญ แต่พ่อแม่ก็คงจะมีเรื่องจะต้องทำมากมาย ดังนั้น จึงต้องพูดกับท่านด้วยความรัก และ ความเคารพ เช่น บอกท่านว่า “ คุณแม่หรือคุณพ่อครับ การไปพบพระเยซูเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราทุกคน เพราะจะช่วยให้เราดีขึ้น พระองค์สำคัญต่อชีวิตเรา ให้เราสละเวลาเล็กน้อย เพื่อไปหาพระองค์ด้วยกันนะครับ ” หรืออาจจะพูดอย่างสุภาพว่า “ คุณพ่อคุณแม่โปรดเข้าใจนะครับว่า การไปวัดมิสซาสำคัญต่อผมเพียงคนเดียว หรือเป็นเพราะครูคำสอนบอกเท่านั้น แต่สำหรับเราทุกคน และการไปวัดยังเป็นแสงสว่างของวันอาทิตย์สำหรับทุกคนในครอบครัวของเราอีกด้วยครับ ”

     ด.ช. อะเลสซานโดร : การฟังมิสซา และการรับศีลมหาสนิทมีผลดีต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไรครับ 

     พระสันตะปาปา : การฟังมิสซาและการรับศีลมหาสนิทเป็นศูนย์กลางของชีวิตเรา เรามีชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งต่างๆ รอบด้าน ผู้ที่ไม่เข้าวัดจะรู้สึกว่าชีวิตของตนมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ขาดหายไปคือ การขาดองค์พระเยซูเจ้า หากพระเจ้าขาดหายไปจากชีวิตของเรา ก็เท่ากับเราขาดผู้นำทาง หรือขาดเพื่อนผู้รู้ใจ เพื่อนที่นำความชื่นบานให้แก่ชีวิตเรา ขาดพลังที่จะเสริมสร้างให้เราเป็นคนหรือเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ และขาดพลังที่จะเอาชนะความชั่วร้ายต่างๆ 

     ดังนั้น แม้ว่าการอยู่กับพระองค์และการรับศีลฯนั้น เราอาจจะไม่สังเกตเห็นผลในทันที แต่เมื่อเราขาดพระองค์ไปทุกสัปดาห์เป็นปีๆ เราจะเห็นผลร้ายที่ทำลายระดับพื้นฐานของชีวิตเรามากขึ้นทุกขณะ ให้เราดูตัวอย่างประเทศต่างๆ ที่ไม่นับถือพระเจ้าเป็นเวลานานๆ ดูสิ จะเห็นว่าจิตวิญญาณของผู้คน และแม้แต่พื้นดินที่พวกเขาอาศัยอยู่ก็ถูกทำลายลงไปด้วย ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นสิ่งสำคัญขั้นพื้นฐานทีเดียวที่เราจะต้องได้รับการบำรุงเลี้ยงชีวิตด้วยการรับพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท พระองค์ผู้ประทานแสงสว่างแก่เรา พระองค์ผู้ทรงนำทางชีวิตที่เราจะขาดไปไม่ได้เลย

     ด.ญ. อันนา : พระสันตะปาปาค่ะ กรุณาอธิบายให้พวกเราเข้าใจความหมาย เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสแก่ผู้ที่กำลังติดตามพระองค์ว่า “ เราคือปังแห่งชีวิต ” 

     พระสันตะปาปา : ก่อนอื่น ให้เราทำความเข้าใจกับความหมายของขนมปังเสียก่อน ในปัจจุบันเรามีอาหารเลิศรสนานาชนิด ขนมปังเป็นอาหารขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิต เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเรียก พระองค์เองว่าปังแห่งชีวิต จึงหมายถึงอาหารทุกชนิดที่จำเป็นต่อชีวิต ร่างกายต้องการอาหารบำรุงเลี้ยงฉันใด จิตใจและวิญญาณของเราก็ต้องการอาหารเลี้ยงฉันนั้น แต่เนื่องจากมนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่คิดได้ และมีจิตวิญญาณ จึงต้องหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเราด้วย 

     ดังนั้น เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “ เราคือปังแห่งชีวิต ” จึงหมายความว่า พระองค์คืออาหารที่จำเป็นสำหรับวิญญาณที่อยู่ภายในตัวเรา เพราะวิญญาณก็ต้องการอาหารบำรุงเลี้ยงด้วย มนุษย์ต้องการมิตรภาพของพระเจ้า เพื่อช่วยให้ตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างถูกต้อง พระเยซูเจ้าทรงบำรุงเลี้ยงเรา เพื่อเราจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่ครบครันและมีชีวิตที่ดี

     ด.ช. อะเดรียโน : พระสันตะปาปาครับ เขาบอกเราว่า วันนี้จะมีการเฝ้าศีลมหาสนิท การเฝ้าศีลมหาสนิทคืออะไรครับ การเฝ้าศีลต้องทำอย่างไร ช่วยอธิบายได้ไหมครับ ขอบพระคุณครับ 

     พระสันตะปาปา : เราจะมาเฝ้าศีล และเรียนรู้ การเฝ้าศีลที่ถูกต้อง คือ การอยู่ต่อหน้าพระเยซูเจ้า มีการสวดภาวนา ร้องเพลง คุกเข่า 

     คำถามของหนูคงต้องการคำตอบที่ลึกกว่าที่กล่าวมานี้ เพราะหนูไม่เพียงอยากรู้ว่า การเฝ้าศีลต้องทำอย่างไรเท่านั้น แต่อยากรู้ถึงความหมายของการเฝ้าศีลด้วย การเฝ้าศีลคือการยอมรับว่า พระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้าของฉัน เป็นผู้ที่จะนำทางฉันต่อไป และฉันจะมีชีวิตที่ดีได้ก็ต่อเมื่อฉันรู้ส้นทางที่พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ชี้บอก และเดินตามทางเส้นนั้น 

     ดังนั้น การเฝ้าศีลจึงเป็นการพูดว่า “ ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกเป็นของพระองค์ ลูกจะติดตามพระองค์ไปในการดำเนินชีวิต ลูกไม่ต้องการจะสูญเสียมิตรภาพนี้ และอยากมีชีวิตร่วมกับพระองค์ ” 

     การเฝ้าศีลเป็นการสวมกอดพระเยซูเจ้า และฉันพูดกับพระองค์ว่า “ ลูกเป็นของพระองค์ และลูกขอให้พระองค์อยู่กับลูกตลอดไป ”

Last modified on Monday, 11 June 2012 12:08

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home