จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด (มก. 1:15)

 
Wednesday, 20 June 2012 08:55

รหัสลับ DNA ผู้พิชิตทฤษฎีวิวัฒนาการ - 1 Featured

Written by  Administrator
Rate this item
(1 Vote)

    ข้อมูลพันธุกรรมกำเนิดมาจากสติปัญญาที่ปรีชาฉลาด

    ข้อมูลขั้นสูงนี้ย่อมมีแหล่งกำเนิดมาจากสติปํญญาที่ชาญฉลาดเท่านั้น

     ลี สโตรเบลให้อรรถธิบายว่า "ข้อมูลของรหัสแห่งชีวิตนี้ มิได้ไร้ระเบียบแบบแผน มันไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่ง่ายๆเหมือนกับผลึกของเกลือ แต่มิความสลับซับซ้อนและข้อมูลที่จำเพาะเจาะจง ที่สามารถทำให้ผลงานอันน่ามหัศจรรย์สำเร็จสมประสงค์ได้ การสร้างสรรค์เครื่องจักรชีวะนั้นเป็นสิ่งที่นอกเหนือความสามารถของมนุษย์ที่จะทำได้" (p. 244)

     ยกตัวอย่าง : ความแม่นยำของภาษาพันธุกรรมมีความผิดพลาดในอัตราเฉลี่ยน้อยกว่า 1 ใน 10 พันล้านตัวอักษร. ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นในส่วนที่สำคัญที่สุดของรหัสซึ่งอยู่ในพันธุกรรม, อาจเป็นเหตุทำให้เกิดโรคโลหิตจางขึ้นได้. นักพิมพ์ดีดมือดีที่สุดในโลกก็ยังไม่สามารถทำได้ใกล้เคียงกับความผิดพลาดเพียง หนึ่งใน 10 พันล้านตัวอักษร นี้ได้เลย ยังห่างไกลมาก.

     ดังนั้นความเชื่อที่ว่า รหัสพันธุกรรมได้รับการวิวัฒนาการอย่างช้าๆตามทฤษฎีของดาร์วินนั้น เป็นการแหกกฎทุกอย่างของธรรมชาติ,สสารและพลังงาน อันที่จริง,ยังไม่เคยมีตัวอย่างที่ระบบกลไกข้อมูลหนึ่งภายในเซลส์ที่ค่อยๆวิวัฒนาการกลายเป็นระบบข้อมูลที่ทำหน้าที่อื่นได้เลย.

     ไมเคิล เบเฮ ศาสตราจารย์และนักชีวะวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ได้บรรยายเรื่องข้อมูลพันธุกรรมเป็นพื้นฐานหลักของคำสั่งพันธุกรรมและได้ให้ตัวอย่างเอาไว้ดังนี้.

     เขาเขียนไว้ว่า : "ลองพิจารณาทีละขั้นตอนของคำสั่งทางพันธุกรรม. การผ่าเหล่าเป็นการเปลี่ยนเฉพาะบรรทัดเดียวในจำนวนหลายบรรทัดของคำสั่งพันธุกรรมนั้น ดังนั้นแทนที่จะพูดว่า , "จงเป็นลูกนัทขนาด 1/4 นิ้ว" , การผ่าเหล่าจะบอกว่า "จงเป็นลูกนัทขนาด 3/4 นิ้ว" หรือแทนที่จะบอกว่า "จงวางลูกกลมลงในรูกลม" ก็จะกลายเป็น "จงวางลูกกลมลงในรูเหลี่ยม" ... สิ่งที่การผ่าเหล่าไม่สามารถทำได้ก็คือการเปลี่ยนคำสั่งทั้งหมดในขั้นตอนเดียว - เช่น, (คำสั่ง) จงสร้างเครื่องFAX แทนที่จะเป็น วิทยุ" (อ้างอิง : Darwin's Black Box, 1996, p. 41)

     เพราะฉะนั้นเราจึงมีรหัสพันธุกรรมที่มีคำสั่งที่สลับซับซ้อนมหาศาลที่ถูกออกแบบโดยสติปัญญาอันปรีชาฉลาดมากกว่ามนุษย์

     แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบรหัสพันธุกรรมผู้หนึ่งคือ ฟรานซิส คริก ซึ่งไม่เชื่อเรื่องพระเป็นเจ้าและได้เสียชีวิตไปเมื่อเร็วๆนี้ หลังจากได้ศึกษาเพื่อถอดรหัสนี้เป็นเวลานับสิบปี, ก็ยอมรับว่า "คนที่ซื่อสัตย์ซึ่งมีความรู้ทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ในปัจจุบัน ก็ต้องพูดในทำนองนี้ว่า , จุดกำเนิดของชีวิต นับเป็นเรื่องที่เกือบเป็นการอัศจรรย์, ต้องมีสภาวะหลายสิ่งหลายอย่างเหลือเกินที่อำนวยให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้"(Life Itself, 1984, p. 88 )

    ทฤษฎีวิวัฒนาการไม่สามารถตอบคำถามได้

     เป็นเรื่องน่าคิดว่า นักวิทยาศาสตร์,ถึงแม้จะใช้ความพยายามนับแรมปีในห้องทดลองทั่วโลก ก็ยังไม่สามารถสร้างได้แม้แต่เส้นผมของมนุษย์เพียงเส้นเดียว. แล้วการที่จะสร้างร่างกายมนุษย์ที่ประกอบด้วย 100 ล้านล้านเซลส์ จะยิ่งยากลำบากนักหนาสักเพียงไร

     จนกระทั่งบัดนี้ ทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินก็ยังพยายามหาคำอธิบายเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับความสลับซับซ้อนของชีวิต. แต่พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก: นั่นคือ ความบังเอิญจะทำให้เกิดข้อมูลจำเพาะเจาะจงที่แม่นยำขึ้นมาได้อย่างไร - โดยการผ่าเหล่าและการเลือกสรรทางธรรมชาติหรือ? เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่มีกลไกอัจฉริยะที่จำเป็นสำหรับการสร้างข้อมูลที่สลับซับซ้อน ที่เทียบได้กับรหัสพันธุกรรม.

     ทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินยังคงถูกสอนในโรงเรียนราวกับว่ามันเป็นความจริง. แต่มีนักวิทยาศาสตร์จำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆที่เริ่มต้องการให้มีปรับปรุงเสียใหม่ แพทริก กลีน ผู้ที่เคยเชื่อว่าไม่มีพระเป็นเจ้าได้กล่าวว่า "เหมือนเมื่อ 25 ปีก่อน, นักคิดได้วิเคราะห์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เหตุผลในเรื่องที่ยังเคลือบแคลงสงสัยอยู่ (เกี่ยวการเนรมิตสร้าง) แต่นั่นไม่เป็นปัญหาต่อไปแล้ว ปัจจุบันนี้มีข้อมูลที่หนักแน่นที่ชี้ชัดไปยังสมมุติฐานเรื่องพระเป็นเจ้า. มันเป็นผลลัพท์ที่ง่ายและแจ่มชัดที่สุด...."(God : The Evidence, 1997, pp. 54 - 55,53)

     คุณภาพของข้อมูลพันธุกรรมคงเดิมเสมอ

     ทฤษฎีวิวัฒนาการบอกเราว่าสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการโดยผ่านการผ่าเหล่าและการเลือกสรรทางธรรมชาติ. การวิวัฒนาการหมายถึงการค่อยๆเปลี่ยนแปลงรูปแบบบางอย่างของสิ่งมีชีวิตบางชนิดจนกระทั่งกลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอีกประเภทหนึ่ง และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลพันธุกรรม.

     แล้วเราพบอะไรในรหัสพันธุกรรม? เราพบว่าคุณภาพพื้นฐานของข้อมูลในแบคทีเรียหรือพืชนั้นเทียบเท่ากับมนุษย์. แบคทีเรียมีรหัสพันธุกรรมที่สั้นกว่า, แต่มีคุณภาพของคำสั่งแม่นยำและถูกต้องเท่าเทียมกับของมนุษย์. มีความถูกต้องของภาษา,ไวยากรณ์และสัญลักษณ์ในแบคทีเรีย,แอลจีเช่นเดียวกับมนุษย์.

     นักชีวะวิทยา ไมเคิล เดนตันได้พูดว่า "ข้อมูลพันธุกรรมในแต่ละเซลส์, จากแบคทีเรียมาถึงมนุษย์,ประกอบด้วยภาษาและระบบกลไกการเข้ารหัส,ธนาคารความจำสำหรับเก็บข้อมูลและส่งข้อมูล,ระบบควบคุมที่น่าทึ่งในการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ,ระบบควบคุมคุณภาพที่แก้ไขข้อบกพร่องและตรวจสอบการอ่านรหัสที่มีคุณภาพสูง, ขบวนการประกอบชิ้นส่วนที่มีหลักการของการขี้นรูปโครงสร้างและการจำลองรูปแบบ.... (และ) ความสามารถที่เครื่องมือทันสมัยของมนุษย์ไม่สามารถแข่งขันได้, เพราะมันสามารถจะจำลองและผลิตโครงสร้างใหม่ทั้งหมดได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง" (Denton, p. 329)

     แล้วรหัสพันธุกรรมของ DNA จะค่อยๆวิวัฒนาการไปเป็นข้อมูลของสิ่งมีชีวิตอื่นได้อย่างไร ในเมื่อถ้าหากมีความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในล้านตัวอักษรของ DNA อาจทำให้แบคทีเรียนั้นตายได้!?

     นักวิวัฒนาการวิทยากลับนิ่งเฉยในเรื่องนี้. พวกเขาไม่มีความคิดที่จะหาสมมุติฐานมาอธิบาย ลี สโตรเบลเขียนไว้ว่า : "ขด DNA ยาว 6 ฟุตภายในเซลส์มนุษย์จำนวน ร้อยล้านล้านเซลส์ประกอบด้วยตัวอักษรรหัสเคมีเพียง 4 ตัวที่ประกอบกันและสะกดออกมาเป็นคำสั่งอันแม่นยำสำหรับรูปแบบของโปรตีนทั้งหมดของร่างกายมนุษย์...ยังไม่สมมุติฐานใดที่จะอธิบายถึงวิธีการที่จะรับและส่งข้อมูลไปสู่สารชีวะภาพเพื่อก่อกำเนิดรูปแบบทางชีวะโดยวิธีทางธรรมชาติ" (Strobel, p. 282 )

     โปรเฟสเซอร์ด้านระบบข้อมูล, เวอร์เนอร์ กิท, สรุปว่า : "ข้อบกพร่องพื้นฐานของทฤษฎีวิวัฒนาการคือ"จุดกำเนิดของข้อมูลในสิ่งมีชีวิต" ยังไม่เคยมีการพิสูจน์ให้เห็นเลยว่าระบบการเข้ารหัสและข้อมูลสัญลักษณ์จะก่อกำเนิดขึ้นมาได้ด้วยตัวของมันเอง(โดยอาศัยสสาร)....โดยทฤษฎีแล้วสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้. สารบริสุทธิ์ที่เป็นจุดกำเนิดของชีวิตไม่สามารถทำได้" (Gitt, p. 124)

     ผู้ที่ยังยึดติดทฤษฎีอยู่

     นอกเหนือจากหลักฐานที่แสดงว่าสติปํญญาที่ปรีชาฉลาดเป็นผู้ออกแบบข้อมูลของ DNA แล้ว, ยังมีความจริงที่น่าประหลาดใจอีกประการหนึ่ง - นั่นคือเรื่องของ"จำนวนตัวอักษรที่เหมาะสม"ใน รหัสพันธุกรรมที่เก็บและส่งข้อมูล

     กลไกการทำสำเนาของ DNA เพื่อให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด จำเป็นต้องมีจำนวนตัวอักษรในแต่ละคำเป็นเลขคู่. ด้วยความเป็นไปได้ทางคณิตสัมพันธ์, จำนวนตัวอักษรที่เหมาะสมสำหรับเก็บและส่งข้อมูลเหมือนถูกคำนวณไว้เรียบร้อยแล้วว่า เท่ากับ 4 ตัวอักษร

สิ่งน่าทึ่งนี้ถูกพบในสิ่งมีชีวิตถูกชนิดที่อาศัยอยู่บนโลก--- รหัสดิจิตอล 4 ตัวอักษร. ตามที่ เวอร์เนอร์ กิท กล่าวไว้ : "ระบบการเข้ารหัสสำหรับสิ่งมีชีวิตมีความพอดีตามหลักวิศวกรรม. ความจริงประการนี้เป็นการยืนยันหนักแน่นในเรื่องที่ว่า การออกแบบนั้นมีจุดประสงค์ที่แน่นอนไม่ใช่เป็นการบังเอิญ" (Gitt, p. 95 )

     หลักฐานพยานอีกมากมาย

     ถอยกลับไปในสมัยของดาร์วิน, เมื่อเขาเขียนหนังสือ จุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิต "Origin of Species" และตีพิมพ์ในปี 1859 นั้น ชิวิตดูจะเป็นเรื่องง่ายๆเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์รุ่นแรก เซลส์เป็นเหมือนวุ้นที่มีลักษณะง่ายๆและโครงสร้างที่ไม่สลับซับซ้อน ปัจจุบันนี้,อีก 150 ปีต่อมา, ภาพดังกล่าวได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบความจริงที่อยู่ในจักรวาลจิ๋วของเซลส์

     ศาสตราจารย์ เบเฮ เขียนว่า "เคยคิดกันว่าพื้นฐานของชีวิตนั้นคงจะเป็นสิ่งง่ายๆ แต่ความคิดนั้นถูกทำลายไปแล้ว การคิดว่า การมองเห็น,การเคลื่อนไหวและการทำหน้าที่อื่นๆของอวัยวะ จะมีการทำงานที่เหมือนกับทีวี, กล้องถ่ายรูปหรือรถยนต์นั้นเป็นความคิดที่ผิด วิทยาศาสตร์ได้ก้าวหน้าไปอย่างมากในการทำความเข้าใจการทำงานทางเคมีของชีวิต, แต่ความงดงามและความสลับซับซ้อนของระบบชีวะวิทยาระดับโมเลกุลทำให้ความพยายามของวิทยาศาสตร์ที่จะอธิบายจุดกำเนิดของชีวิตต้องเป็นอัมพาตไป" (ZBehe, p. x)

     ดร. เมเยอร์ ให้ความเห็นว่าการค้นพบเกี่ยวกับ DNA แสดงให้เห็นจุดอ่อนของทฤษฎีวิวัฒนาการ : "นักวิวัฒนาการวิทยายังคงพยายามนำทฤษฎีของดาร์วินสมัยศตวรรษที่ 19 มาใช้กับความเป็นจริงในสมัยศตวรรษที่ 20 ซึ่งไม่ประสพผลสำเร็จ....ผมคิดว่าการปฏิรูปทางข้อมูลชีวะวิทยาดูเหมือนจะเป็นจุดสิ้นสุดของผู้นิยมทฤษฎีดาร์วินและทฤษฎีวิวัฒนาการทางเคมี" (ibid., p. 77 )

     ดร.เมเยอร์ สรุปว่า "ผมเชื่อว่าข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนความเชื่อในพระเป็นเจ้า. ขณะที่ความขัดแย้งยังคงมีอยู่เสมอในบางจุดที่ยังไม่มีการพิสูจน์ พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เมื่อห้าสิบปีก่อนอยู่ในแนวทางตามความเชื่อในพระเป็นเจ้า" (ibid., p. 77 )

     นักชีวะวิทยา ,ดีน เคนยัน, ได้เขียนหนังสือที่ปฏิเสธทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน - ซึ่งสืบเนื่องมาจากมีข้อพิสูจน์จากหลักฐานการค้นพบข้อมูลใน DNA - ได้กล่าวว่า : "ขอบเขตใหม่ของโมเลกุลพันธุกรรมวิทยา ทำให้เราได้เห็นหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกนี้มีการออกแบบ" (ibid., p. 221)

     ไม่นานมานี้เอง ผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่งซึ่งไม่เชื่อว่ามีพระเป็นเจ้า, ศาสตราจารย์ แอนโทนี่ ฟลิว, ได้ยอมรับว่าเขาไม่สามารถอธิบายโดยอาศัยหลักการวิวัฒนาการได้ว่า DNA ถูกสร้างและมีพัฒนาการขึ้นมาได้อย่างไร. เวลานี้เขายอมรับว่าจำเป็นต้องมีสติปัญญาที่ปรีชาฉลาดเกี่ยวข้องในการให้กำเนิดรหัส DNA

     "ผมคิดว่ารูปแบบของสาร DNA นั้นแสดงว่าต้องมีสติปัญญาที่ปรีชาฉลาดในการทำให้สารพื้นฐานที่พิเศษนี้มารวมกันได้"

     (อ้างอิงจาก "Leading Atheist Now Believes in God W, Associated Press report, Dec. 9 ,2004)

http://uk.geocities.com/palangjai2004/DNA.html

(Page 2 of 2)
Last modified on Wednesday, 20 June 2012 10:45
More in this category: « Creation and Evolution

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home