-- จงตามเรามาเถิด เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์ (มก. 1:16-17) --

 
Monday, 18 June 2012 10:06

เรื่องความอัศจรรย์ของเลข 7 Featured

Written by  Administrator
Rate this item
(5 votes)

 

7 อัศจรรย์

 

เรื่องความอัศจรรย์ของเลข 7 จากพระคัมภีร์ Bible

 

     พระคัมภีร์ได้พิสูจน์ถึงปรีชาญาณที่ซ่อนอยู่หลายต่อหลายครั้ง และอีกสิ่งที่น่าทึ่งคือเรื่องของตัวเลขในพระคัมภีร์กับรูปแบบทางคณิตศาสตร์ที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ทันสมัยใดจะมาเทียบได้ และแน่นอนยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่สำหรับลำพังมนุษย์ธรรมดาจะทำการคำนวณที่ซับซ้อนขนาดนั้นได้ในยุคร่วม 2-3 พันปีมาแล้ว เลข “7” เป็นตัวเลขหนึ่งที่ปรากฏหลายต่อหลายครั้งในพระคัมภีร์ ดังที่เราจะได้เห็นบทบาทของ 7 จาก

– 7 วันในการสร้างโลก 
– 7 วันก่อนสะปาโต 

– 7 วันสำหรับโนอาห์ในการรวบรวมฝูงสัตว์ 

– 7 คนที่อยู่กับโนอาห์ 
– 7 ปีแห่งความอุดมสมบูรณ์ และ 7 ปีแห่งความแห้งแล้ง 
– 7 พระสงฆ์ และแตรทั้ง 7 ล้อมลอบกำแพงแห่งเยริโคห์ เป็นเวลา 7 วัน และในวันที่ 7 เมืองเยริโคห์ก็ตกอยู่ในมือของอิสราเอล 
– 7 วันสำหรับการชำระล้างผู้ไม่บริสุทธิ์ 
– 7 เครื่องบูชาในพิธีกรรม 
– 7 วันที่เพื่อนของโยบอยู่กับเขา 
– 7 ปีในการสร้างพระวิหาร 
– 7 เทศกาลในเลวีนิติ 
– 77 ชั่วอายุคน จาก อดัม สู่พระเยซู 
– 7 ชั่วโมงของการตรึงกางเขนของพระเยซู 
– 7 อีกมากมายในบทวิวรณ์

     ถ้าพูดให้ถูกเราสามารถนับ “7” อื่นๆที่ลงตัวได้อีกนับไม่ถ้วนในพระคัมภีร์ เลข “7” ในฐานะตัวเลขแสดงถึงสุดท้าย ท้ายสุด เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ตัวอย่างแนวคิดนี้ได้แก่ 7 วันสำหรับการสร้างโลก และ วันที่ 7 ที่เป็นวันสะปาโต ตัวเลขอื่นๆในพระคัมภีร์แต่ละตัวมีความหมายและสื่อความหมายต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น เลข 3 สื่อถึง พระตรีเอกภาพ เลข 4 สื่อถึง 4 มุมพิภพ ความหมายของมนุษย์ และอื่นๆ ดังนั้นถ้าหมายเลข 7 สื่อถึงความสุดท้ายเสร็จสิ้น หมายเลข 6 ย่อมเป็นเครื่องหมายของปีศาจ (mark of the beast ) แม้จะมีเลขอื่นๆที่มีความหมายและความสำคัญต่างกันออกไป แต่เนื้อหาในพระคัมภีร์เน้นย้ำและให้ความสำคัญกับเลข 7 มากที่สุด อย่างในบทวิวรณ์ที่มีการกล่าวถึงเลข 7 หลายต่อหลายครั้ง เช่น ตะเกียงทั้ง 7 เชิงตะเกียงทองทั้ง 7 ดวงดาวทั้ง 7 วิญญาณทั้ง 7 ของพระเจ้า คริสตจักรทั้ง 7 ตราทั้ง 7 แตรทั้ง 7 และภัยพิบัติทั้ง 7 และเลข 7 ทั้งหมดนี้แสดงถึงสุดท้ายเสร็จสิ้น

    เลข 7 ยังมีอะไรให้เราทึ่งมากกว่านี้อีกหากเราลองสังเกตเลข 7 ทั้งหลายที่ซ่อนอยู่ในพระคัมภีร์ดีๆ ตัวอย่างเช่นจากบทปฐมกาลกับบทที่คุ้นเคยเราเป็นอย่างดีว่า “ ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน ” ซึ่งบทนี้ถ้าเทียบกับต้นฉบับที่เป็นภาษาฮีบรู บทนี้จะจัดออกมาได้ 7 บทพอดี และนับเป็นภาษาฮีบรูได้ 7 คำพอดีอีก จำนวนตัวอักษรจากคำ 7 คำ นับได้ 28 หรือ 4 เท่าของ 7 คำ โดยที่ 3 คำแรกมีตัวอักษร 14 ตัว หรือ 2 เท่าของ 7 ส่วนคำสุดท้ายประกอบด้วย “ ฟ้า ” กับ “ แผ่นดิน ” ทั้งคู่มีตัวอักษร 7 ตัว ที่น่าสนใจคือโอกาสที่ทั้งหมดจะลงตัวพอดีแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นโอกาส 1 ในล้านทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นอัศจรรย์ของตัวเลขทางคณิตศาสตร์ก็ว่าได้ แม้แต่ 11 บทแรกของนักบุญมัทธิวก็มีรูปแบบ 7 แบบนี้เช่นกัน

     การจะคิดว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยเหตุบังเอิญเป็นเรื่องตลกมากๆ จาก 11 บท มีคำ 49 คำ จำนวนตัวอักษรคือ 266 หรือ 38 เท่าของ 7 จาก 266 ตัวอักษร 140 เป็นสระ หรือ 20 เท่าของ 7 และอีก 126 เป็นพยัญชนะ หรือ 18 เท่าของ 7 ส่วนคำ 49 คำ ก็เท่ากับ 7 เท่าของ 7 คำไม่ว่าเป็นคำนามอะไรก็มีรูปแบบ 7 อีกเช่นกัน ซึ่งถ้าเราสังเกตดีๆรูปแบบนี้เป็นไปเหมือนกันหมดในบทอื่นๆทั้ง 11 บท ไม่มีทางที่มนุษย์จะสามารถคำนวณทั้งหมดนี้ออกมาได้ และยังสื่อความหมายออกมาได้ชัดเจน คิดได้อย่างเดียวว่าพระเป็นเจ้าเป็นผู้ทรงเขียนผ่านทางประกาศกต่างๆ ไม่ว่าจะบทปฐมกาลก็ดี บทของนักบุญมัทธิวทั้งสองบทที่ได้กล่าวไปแล้วก็ดีอยู่ในหนังสือเล่มเดียวกัน อันหนึ่งในภาษาฮีบรู อีกอันหนึ่งในภาษากรีก โอกาสที่ทั้งสองภาษาจะตรง 7 พอดีนั้นต่ำจนไม่สามารถคิดได้เลย หรือถ้าคำนวณโอกาสความน่าจะเป็นจริงๆจะได้ 1 ใน 678,000,000,000 ( 1 ใน 678 พันล้าน )ซึ่งคงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ได้

      นอกจากนี้ในบทอื่นๆในพระคัมภีร์ยังมีอีกหลายบทที่สามารถใช้สูตร 7 นี้ได้ ทั้งพันธสัญญาเดิม และ พันธสัญญาใหม่ คุณก็สามารถไปลองดูได้ แต่พระคัมภีร์นั้นต้องเป็นฉบับภาษาเดิมที่เป็นต้นฉบับเท่านั้น ตัวอย่างเช่นหนังสือ Apocrypha ( เป็นพระคัมภีร์นอกระบบเล่มหนึ่ง ) ก็ไม่พบสูตร 7 ในบทต่างๆเลยทำให้เรารู้ได้ว่าเนื้อหาส่วนนี้ไม่ได้มาจากต้นฉบับพระคัมภีร์เดิมจริง

     ผู้เขียนพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้าอีกทีหนึ่ง เพราะต้องใช้คอมพิวเตอร์เหนือกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ล้ำหน้าที่สุดในโลกปัจจุบันในการคำนวณ 7 ให้ลงตัว และ ครบทั้งหมดในทุกบท โดยสื่อความหมายได้ครบถ้วนด้วย เป็นสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแต่ละบทของพระคัมภีร์เขียนห่างกันเป็นร้อยปี อย่างบทปฐมกาลในภาษาฮีบรู กับบทของนักบุญมัทธิวในภาษากรีกก็ห่างกันร่วม 600-700 ปี ถ้าใครบางคนเชื่อว่าพระคัมภีร์ถูกเขียนขึ้นในยุคกลาง หรือในศตวรรษที่ 2-3 คนที่เขียนแบบนี้ได้ต้องมีความอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ การคำนวณ การใช้ภาษาเกินมนุษย์ หรืออีกนัยหนึ่งไม่มีมนุษย์คนใดสามารถทำสิ่งนี้ได้นอกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้อยู่เหนือกว่ามนุษย์ พระองค์กำหนดระบบทั้งหมด และแม้จะห่างกันเป็นศตวรรษ ระบบ 7 ของพระองค์ก็สมบูรณ์แบบและต่อเนื่องกันจนจบพระคัมภีร์ทั้งหมดทั้งเล่ม

ตัวอย่างของจำนวนผลของเลข 7 จากพระคัมภีร์

35 ประกาศกหลักจากพันธสัญญาเดิม 
35 เรื่องเล่าเปรียบเทียบโดยพระเยซูคริสต์ 
21 ชื่อเรียกพระคัมภีร์ 
14 เหตุการณ์ก่อนการตรึงกางเขน 
7 เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นที่พระเยซูเคยทำนาย 
14 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 7 ชั่วโมง ขณะถูกตรึงกางเขน

     พระเยซูยังทรงปรากฏกาย 7 ครั้งหลังการกลับเป็นขึ้นมา พระองค์ปรากฏกายต่อสาวกทั้ง 10 คน ( โธมัสไม่ได้อยู่ด้วย ) หลังจากนั้นพระองค์ปรากฏกายต่อสาวกทั้ง 11 คน หลายต่อหลายครั้ง นอกจากนี้จำนวนคนที่พระองค์ปรากฏกายต่อจากจำนวน 7 ครั้งยังเท่ากับ 560 อีกด้วย ซึ่ง 560 เท่ากับ 80 เท่าของ 7

     แล้ว 7 อื่นๆที่มีบทบาทในโลกของเราละ เช่นทวีปทั้ง 7 หรือ 7 คาบสมุทร ทำไมถึงเป็น 7 ละ ทำไมเราหยุดจำนวนทั้งหมดไว้แค่ที่ 7? มนุษย์มีผิวหนังทั้งหมด 7 ชั้น และ เปลี่ยนแปลงผิวหนังจากเดิมทุก 7 ปี คือเมื่ออายุ 14 และ 21 เทียบกับมาตรฐานของชาวยิว ระบบของคอมพิวเตอร์ยังทำงานบนระนาบของเลขระหว่าง 0-7 เราไม่ใช้เลข 8 หรือ 9 กับระบบของคอมพิวเตอร์ แสงประกอบด้วยสี 7 สี ดนตรีมีโน๊ตทั้งหมด 7 ตัว ตัวที่ 8 เป็นระดับเสียงในอีกระนาบหนึ่ง ส่วนอะตอมก็มีอิเล็คตรอน ทำงานอยู่ 7 ส่วนตัวที่ 8 เป็นรูปแบบการทำงานที่ต่างกันออกไป เช่น ฮีเลียม โมเลกุล ดวงจันทร์มีระยะเวลาโคจร 28 วัน หรือ 4 เท่าของ 7 จึงจะเห็นได้ว่าเลข 7 มีบทบาทมากมายจากทุกสิ่งรอบๆตัวเรา แม้แต่รอบเดือนของผู้หญิงก็เท่ากับ 28 วัน


ระยะเวลาของการตั้งครรภ์ของแต่ละสิ่งมีชีวิตต่างกันออกไป

หนู 21 วัน 

     กระต่าย 28 วัน 
     แมว 56 วัน 
     สุนัข 63 วัน 
     สิงโต 98 วัน 
     แกะ 147 วัน 
     และมนุษย์ 280 วัน

     จำนวนทั้งหมดนี้เป็นแฟคเตอร์ของ 7 คงจะเป็นพระเจ้าที่ทรงกำหนดทำทั้งหมดนี้ ในความหมายของ 7 ที่หมายถึงสำเร็จ เสร็จสมบูรณ์

     พูดถึงลำดับพงศ์ของพระเยซู เราจะสังเกตได้ว่ามีการพูดถึงในพระคัมภีร์ไว้ว่า

     จากอับราฮัมถึงดาวิด 14 รุ่น และจากดาวิดจนถึงถูกกวาดต้อนไปบาบิโลนอีก 14 รุ่น และจากถูกกวาดต้อนไปบาบิโลนจนถึงพระเยซูอีก 14 รุ่น

     ข้อมูลตรงนี้จากพระวรสารของนักบุญมัทธิว ทำให้เราทราบถึง 3 ช่วง ของ 14 รุ่น หรือ 6 ช่วงของ 7 รุ่น และในพระวรสารของนักบุญลูกาก็มีพูดถึงว่า จากอดัมถึงพระเยซูมีทั้งหมด 77 รุ่น ซึ่งผลต่างของจำนวนระหว่างมัทธิวและลูกา คือ 35 (77-42) 
ซึ่ง 35 คือรุ่นของคนจากอดัมถึงอับราฮัม ซึ่งรุ่นทั้ง 35 แรกคือผลคูณของ 5 x 7 ขณะที่ช่วงที่ 2 หรือ 42 รุ่นนี้เท่ากับ 6 x 7 แล้วเหตุการณ์ช่วงต่อไปหรือ 7 x 7 ละ ? จะมีอะไรเกิดขึ้น ?

     หลังอายุคน 35 รุ่น พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัม และ เรื่องของประชาชาติที่ถูกเลือกได้เริ่มต้นขึ้น และหลัง 42 รุ่นต่อมาก็เริ่มยุคของพระคริสต์กับการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ ถ้าระบบของพระเจ้าเป็นตรรกะเหตุผลกัน ช่วงเวลาของยุครุ่นต่อไป คือ 7 x 7 ละ หรือว่าอีก 49 รุ่นต่อไปจะเป็นการเสด็จกลับมาของพระเยซู ? การเสด็จกลับมาครั้งที่ 2 ? รุ่นที่ 50 จะเป็นรุ่นแห่งการเฉลิมฉลองจูบิลี มีคำกล่าวในเลวีนิติไว้ว่ายุคสมัยรุ่นของจูบิลี หรือ ปีสะปาโตนั้นเป็นช่วงเวลาที่สัญญาทั้งหมดจะเป็นจริงขึ้นมา เจ้าของที่แท้จริงจะเรียกกรรมสิทธิ์กลับมา และทุกคนจะกลับสู่ภูมิลำเนาของเขาจนพระคริสต์กลับมาอีกครั้ง

     “ เจ้าจงนับปีสะปาโตเจ็ดปีคือเจ็ดคูณเจ็ดปีจึงเป็นสี่สิบเก้าแก่เจ้า เจ้าจงให้เป่าเขาสัตว์ดังสนั่นในวันที่สิบเดือนที่เจ็ด เจ้าจงให้เป่าเขาสัตว์ทั่วแผ่นดินในวันทำการลบมลทิน เจ้าจงถือปีที่ห้าสิบไว้เป็นปีบริสุทธิ์ และประกาศอิสรภาพแก่บรรดาคนที่อาศัยอยู่ทั่วแผ่นดินของเจ้า ให้เป็นปีเสียงเขาสัตว์แก่เจ้า ให้ทุกคนกลับไปยังภูมิลำเนาอันเป็นทรัพย์สินของตน และกลับไปสู่ตระกูลของตน ” เลวีนิติ 25 : 8-10

     แต่มาถึงจุดนี้มีคำถามขึ้นมาว่า รุ่นอายุหนึ่งๆยาวนานแค่ไหน ในโยบว่าไว้ว่ารุ่นอายุหนึ่งคือ 35 ปี ในอพยพว่าไว้ว่า 40 ปี ซึ่งหมายความว่าต่างออกไปตามบทพระคัมภีร์ที่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบ เราสรุปคร่าวๆถึงชั่วอายุรุ่นหนึ่งเท่ากับ 35-43 ปี ในมัทธิวว่าไว้ว่ามี 14 รุ่นจากอับราฮัมถึงดาวิด แต่หมายถึงช่วงไหนในชีวิตของดาวิดละ ? นับตั้งแต่เขาเกิด เขาตาย หรืออย่างไร ช่วงไหนกันแน่ของช่วงอายุคนๆหนึ่งที่นับเป็น 1 รุ่น ถึงแม้เราจะไม่รู้จำนวนตายตัวแน่นอนต่อคนรุ่นหนึ่งๆแต่เราก็ยังสามารถเรียกช่วงเวลาอายุคนหนึ่งๆว่าเป็นหนึ่งรุ่น

     จากการคำนวณข้างต้นที่เริ่มด้วย 35 (5x7) ไป 42 (6x7) และจำนวนที่น่าจะเป็นต่อมาคือ 49(7x7) 
คณิตศาสตร์ของพระเจ้านั้นสมบูรณ์แบบ ถ้าเราพูดถึง 5x7 6x7 7x7 ก็หมายความว่าก่อนหน้านี้ก็ต้องมี 0x7 1x7 2x7 3x7 และ 4x7

    จากช่วงเวลาของอดัมจนถึงอับราฮัม เวลาร่วม 2000 ปีได้เลยลับผ่านไป และจากอับราฮัมถึงพระเยซูอีก 2000 ปี ดังนั้นตามสูตรนี้ช่วงเวลาระหว่างพระเยซูไปอีก 2000 กว่าปีถัดจากสมัยของพระองค์น่าเป็นช่วงเวลาระหว่างการเสด็จมาครั้งแรกกับครั้งที่สอง ส่วนช่วงเวลาก่อนหน้านั้นอย่าง 0x7 มีค่าเท่ากับไร้ขีดจำกัด ไม่มีจุดเริ่มต้น เป็นช่วงเวลาที่น่าเป็นเวลาที่โลกกำเนิดกับการสลายตัวของสนามแม่เหล็กของโลก และการลดลงของความเร็วของแสง

พระเจ้าทรงนำทางผู้คนประชาชาติอิสราเอล มาร่วม 2000 ปี ตั้งแต่ยุคอับราฮัมจนถึงพระเยซู ถ้าข้อสมมุติฐานทั้งหมดของเราถูกต้อง ช่วง 2000 ไปนี้น่าจะใกล้เวลาที่พระคริสต์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งแล้ว โบสถ์ และ บรรดาผู้คนควรจะเตรียมตัวชื่นชมยินดีกันได้แล้ว โดยยืนยันจากข้อมูลที่เราได้พูดถึงไปทั้งหมดถึงความแม่นยำและลงตัวทั้งหมดของเลข 7 ที่ได้กล่าวไป

(Page 1 of 2)
Last modified on Monday, 18 June 2012 11:46

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home