“คนสบายดีไม่ต้องการหมอแต่คนเจ็บไข้ต้องการเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรมแต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป” (มก. 2:17)

 

พระแม่มารีย์กับพระตรีเอกภาพ

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

พระแม่มารีย์กับพระตรีเอกภาพ

เทววิทยาของ นักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต

โดย... ฟรังซิส ไกส์

    นักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ตยืนยันว่า “เพราะฉะนั้น จึงสำคัญมากที่จะต้องรู้จักความศรัทธาเท็จเทียมเสียก่อน เพื่อจะได้รู้จักหลบหลีกมัน แล้วจึงค่อยรู้จักความศรัทธาเที่ยงแท้เพื่อปฏิบัติตาม อีกประการหนึ่ง ในบรรดาแนวปฏิบัติความศรัทธาต่อแม่พระอย่างเที่ยงแท้นั้น ควรรู้ว่าสิ่งไหนดีกว่ากันและเป็นที่ชอบพระทัยพระมารดามากกว่ากัน เป็นที่เทิดทูนพระเกียรติพระผู้เป็นเจ้ามากกว่ากัน เป็นที่ช่วยให้เราศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่ากัน จะได้เลือกปฏิบัติด้วยสุดชีวิตจิตใจ” (ความศรัทธาภักดีฯ ข้อ 91)

ท่าทีที่ไม่ถูกต้อง

     ก่อนที่นักบุญหลุยส์ กรีญอง เดอ มงฟอร์ตจะอธิบายถึงท่าทีที่ถูกต้องในการแสดงความศรัทธาต่อพระนางมารีย์ ท่านได้เสนอภาพต่างๆ ของผู้ที่มีท่าทีไม่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องราวกับฉายภาพยนตร์ น่าเสียดายที่คนเหล่านี้ไม่เพียงมีชีวิตอยู่ในสมัยของนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต แต่ยังมีคนที่มีท่าทีเช่นเดียวกันจนทุกวันนี้ แม้อาจจะเปลี่ยนลักษณะภายนอกไปบ้าง ให้เรามาทำความรู้จักกับคนเหล่านี้ 


ผู้มีความศรัทธาแต่ชอบตำหนิผู้อื่น

     กลุ่มนี้เป็นคนที่ได้รับการศึกษาสูง และมีความศรัทธาต่อพระนางมารีย์อยู่บ้าง แต่เขาไม่สามารถเข้าใจความศรัทธาประสาชาวบ้าน จึงชอบตำหนิผู้ที่มีความศรัทธาซื่อๆ อย่างนั้น คนเหล่านี้พยายามทำลายความศรัทธาประสาชาวบ้านแทนที่จะส่งเสริมโดยชี้แนะให้ใช้พระวาจาของพระเจ้ามากยิ่งขึ้น สำหรับนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต คนพวกนี้เป็นคนอันตราย ท่านกล่าวว่า “คนศรัทธาชอบติ ตามปกติได้แก่นักปราชญ์ผู้สู่รู้ถือดีซึ่งเลื่อมใสต่อพระมารดาบ้าง แต่กิจศรัทธาของสามัญชนซึ่งปรนนิบัติพระ มารดาอย่างซื่อๆ ด้วยน้ำใสใจจริงเหล่านี้เขาติไปหมด เหตุเพราะไม่ตรงกับรสนิยมของเขา มิหนำซ้ำเขาชอบตั้งคำถาม ซักถามเกี่ยวกับมหัศจรรย์และเรื่องราวต่างๆ ที่คนควรเชื่อถือได้นำมากล่าว และแม้แต่เรื่องจริงที่มีบันทึกไว้หรือคัดมาจากประวัติความเป็นมาของนิกายนักบวชต่างๆ ซึ่งล้วนแสดงถึงความเชื่อถือในพระเมตตาและฤทธิ์อำนาจของพระมารดา เขาชอบพาให้เขวหรือเกิดลังเล ทั้งเขายังไม่ชอบเห็นคนซื่อๆ คุกเข่าหน้าพระแท่นหรือต่อหน้ารูปแม่พระในที่ต่างๆ หาว่าเป็นผู้นับถือรูปร่างราวกับเห็นคนนมัสการท่อนไม้หรือก้อนศิลา เขาอ้างว่าเขาไม่ชอบสวดอวดศรัทธาภายนอกกับใครเช่นนั้น อ้างว่าสติของเขายังไม่วิปลาสพอที่จะเชื่อถือเรื่องนิทานที่เล่าสำหรับล่อเด็กให้เลื่อมใสต่อพระมารดา เมื่อมีผู้บอกว่าถ้อยคำที่บรรดาปิตาจารย์ชมเชยพระมารดานั้นจับใจยิ่งนัก เขาก็หาว่าปิตาจารย์เหล่านั้นพูดเกินความจริง หรือมิฉะนั้นก็อุตริพยายามแปลให้ใจความผันผวนผิดฉบับเดิมและใจความเดิมไปเสียบ้าง เช่นนี้เป็นต้น

    ปราชญ์จองหองของโลกเหล่านี้น่ากลัวมากเพราะทำความเสียหายไม่น้อย เพียงแต่อ้างว่า เขาไม่อยากให้เชื่องมงายเพราะกลัวจะพาให้เกิดผลร้าย เท่านี้ก็พอเป็นเหตุให้ประชาชนตีห่างพระมารดาได้สำเร็จแล้ว” (ความศรัทธาภักดีฯ ข้อ 93)


ผู้มีความศรัทธาแต่กลัวจะเป็นการลดเกียรติของพระเยซูเจ้า

      เป็นการถูกต้องที่คนกลุ่มนี้เป็นห่วงที่จะรักษาศักดิ์ศรีของพระเยซูเจ้าเป็นอันดับแรก แต่เขาผิดเพราะไม่เข้าใจว่าพระเกียรติที่ถวายแด่พระนางมารีย์ก็เท่ากับถวายสิริมงคลแด่พระบุตรของพระนาง นักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต อธิบายถึงคนเหล่านี้ว่า “คนศรัทธากลัวผิดเกินเหตุ" เป็นบุคคลที่มัวกังวลกลัวแต่จะเป็นการดูถูกพระบุตร ในเมื่อนับถือพระมารดา

   เขาไม่ชอบคำสรรเสริญที่บรรดาโบราณาจารย์ประพันธ์ถวาย เขาไม่ชอบเห็นคนคุกเข่าต่อหน้ารูปแม่พระมากกว่าต่อหน้าศีลมหาสนิท ราวกับว่าทั้งสองอย่างนี้ขัดแย้งกัน อย่างกับผู้ที่สวดถึงพระมารดาบ่อยๆ ไม่ได้สวดถึงพระเยซูเจ้าโดยทางพระมารดา เขาไม่เต็มใจให้เราสวดขอพระมารดาบ่อยๆ หรือออกพระนามพระมารดาเนือง ๆ

     เขาชอบพูดทำนองนี้ว่า ‘สวดสายประคำซ้ำซากทำไม เข้าจำพวกแม่พระต่างๆ และทำกิจการภายนอกถวายพระมารดามากมายทำไม เป็นความงมงายเปล่าๆ ถ้าพูดถึงพระเยซูซิจะค่อยยังชั่วหน่อย (แต่เขาก็ออกพระนามโดยไม่ได้เปิดหมวกถวายคำนับ) เราต้องพึ่งพระเยซูเจ้าโดยตรงเพราะพระองค์เป็นคนกลางเสนอแต่ผู้เดียว เราต้องเทศน์เรื่องพระองค์ นี้แหละจึงจะเรียกว่าเลื่อมใสศรัทธาที่ถูกที่ควร’

    ที่เขาพูดนั้นก็จริงของเขาอยู่บ้างเหมือนกัน แต่การที่เขาเจตนากีดกันความศรัทธาต่อแม่พระนั่นสิเป็นอันตรายมาก เป็นบ่วงของมารแท้ๆ ความจริงหนีความจริงไม่พ้น เรายิ่งนับถือพระมารดามากเท่าใด เราก็ยิ่งนับถือพระเยซูเจ้ามากขึ้นไปอีกตามส่วน เพราะว่าเรานับถือพระมารดาก็เพื่อนับถือพระเยซูเจ้าให้ดียิ่งขึ้น เราพึ่งพระมารดาเฉพาะในหนทางซึ่งนำไปสู่ปลายทางคือองค์พระเยซูเจ้าพระบุตรของพระนาง

    พร้อมกับพระศาสนจักร พระจิตเจ้าสอนให้เราสรรเสริญแม่พระก่อนแล้วจึงสรรเสริญพระเยซูเจ้า ‘(วันทามารีอา….) ผู้มีบุญกว่าหญิงใดๆ และพระเยซูโอรสของท่านทรงบุญนักหนา’ มิใช่ว่าพระนางมารีอาจะยิ่งใหญ่กว่าพระเยซูเจ้า หรือแม้แต่เสมอเหมือนพระองค์ หากกล่าวเช่นนั้นก็เท่ากับคิดแบบเฮเรติกอย่างอภัยให้ไม่ได้ แต่เพื่อจะได้สรรเสริญพระเยซูเจ้าดียิ่งขึ้นเราจึงสรรเสริญพระนางมารีอาก่อน ให้เราภาวนาร่วมกับผู้ศรัทธาต่อพระนางโดยไม่ต้องเป็นกังวลต่อคำกล่าวหาลมๆ แล้งๆ ของพวกศรัทธากลัวผิดเกินเหตุเหล่านี้ว่า ‘วันทามารีอา ท่านมีบุญกว่าหญิงใดๆ และพระเยซูโอรสของท่านทรงบุญนักหนา’” (ความศรัทธาภักดีฯ ข้อ 94-95)

(Page 1 of 3)
Last modified on Monday, 09 April 2012 15:26

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home