Thursday, 07 June 2012 09:38

อัศจรรย์ของพระจิตเจ้าในการสารภาพบาป Featured

Written by  Administrator
Rate this item
(2 votes)

ยน 20:22 

      พระเยซูเจ้าตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า 

 “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด 

บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด 

บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย” 

  

     พระจิตเจ้าได้ประทานพระพรให้แต่ละคนแตกต่างกัน ผู้ที่พระองค์ประทานพระพรให้คือผู้รับใช้ของพระองค์ ที่จะใช้ของประทานในการเสริมสร้างพระศาสนจักรและตามพระประสงค์ ซึ่งมีทั้ง ฆารวาส นักบวช และทั้งบรรดานักบุญ และบุคคลหนึ่งที่ได้รับพระพรในการ “ฟังแก้บาป” นี้อย่างเต็มเปี่ยม คือพระสงฆ์ชาวอิตาลี นักบุญคุณพ่อปีโอผู้มีรอยแผลศักดิ์สิทธิ์

     คุณพ่อปีโอคือใคร 

     คุณพ่อปีโอ ผู้ได้รับรอยแผลคล้ายแผลที่พระเยซูเจ้าได้รับเป็นพันธกิจที่พระเป็นเจ้าทรงมอบหมายให้เป็นผู้ประกาศความรัก ความเมตตา แผนการการช่วยวิญญาณมนุษย์ให้รอดด้วยอีกวิธีหนึ่ง

     (“รอยแผลมหัศจรรย์” ได้เคยปรากฏแก่นักบุญฟรันซิส อัสซีซี (ค.ศ.๑๑๘๑-๑๒๒๖) สมัยศตวรรษที่ ๑๒ ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรันซิสกัน และคณะภราดาน้อยกาปูชิน) 

     ท่านมีชีวิตอยู่ในยุคสมัยของพวกเรานี้เอง คือในช่วงค.ศ.1887-1968 และท่านได้รับการประกาศเป็นนักบุญเมื่อ ค.ศ.2002 นี้เอง

วันประกาศเป็นนักบุญของคุณพ่อปีโอ

     นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ในการดำเนินชีวิตนักบวชที่เคร่งครัด และความรักอันลึกซึ้งต่อพระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่งแล้ว ท่านมีชื่อเสียงด้านการหยั่งรู้ความคิดและอนาคต พระพรการรักษา และหลักฐานพยานบุคคลหลายครั้งได้ยืนยันว่า ท่านอยู่สองสถานที่ในเวลาเดียวกัน (Bilocation) ซึ่งเป็นมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง และ ท่านคือ 1ในบรรดานักบุญของคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิคที่มี “ของประทาน” จากพระจิตเจ้า ในเรื่องของ “การฟังสารภาพบาป” ของสัตบุรุษ 

     ท่านจึงเป็นบาดหลวงที่มีคนขอต่อคิวเพื่อสารภาพบาปมากที่สุด มีผู้ประเมินตัวเลขไว้ว่าคุณพ่อปีโอโปรดศีลอภัยบาปสัตบุรุษมากถึง ๒ ล้านคน ในระยะเวลา ๕๑ ปี และต่อไปนี้คือการอัศจรรย์ที่พระจิตเจ้า ได้ทรงกระทำผ่านผู้รับใช้ของพระองค์

คุณพ่อปีโอในวัยหนุ่ม เมื่อเริ่มได้รับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์

     พระพรที่โด่งดังไปทั่วโลก 

     ระหว่าง ค.ศ. ๑๙๑๘-๒๓ คุณพ่อปีโอฟังแก้บาปนาน ๑๕-๑๙ ชั่วโมงทุกๆ วัน จนคุณพ่ออธิการต้องจำกัดเวลาฟังแก้บาปของคุณพ่อให้น้อยลง ค.ศ. ๑๙๔๐-๕๐ คุณพ่อปีโอจึงฟังแก้บาปลดลงเหลือ ๕-๘ ชั่วโมงในแต่ละวัน ในเวลาเช้าคุณพ่อปีโอจะโปรดศีลอภัยบาปสตรีที่ห้องฟังแก้บาปภายในวัด ส่วนเวลาบ่ายสัตบุรุษชายจะมาแก้บาปในห้องแต่งตัวพระสงฆ์หลังวัด โดยนั่งพูดคุยกันอย่างเปิดเผยตามลำพังสองคน คุณพ่อปีโอจะปรกมือทั้งสองบนบ่าของผู้สำนึกผิดที่มาขอคืนดีกับพระเป็นเจ้า

     หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีสัตบุรุษมาแก้บาปกับคุณพ่อปีโอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น สัตบุรุษจะตั้งแถวแต่เช้ามืดคอยคุณพ่อปีโอมาฟังแก้บาป เมื่อมีคนเพิ่มมากขึ้น หลายครั้งผู้มายืนรอคุณพ่อปีโอเกือบทั้งวันจำนวนหนึ่งจะไม่ได้พบคุณพ่อปีโอ คนเหล่านั้นก็จะมาเข้าแถวรออีกครั้งในวันรุ่งขึ้น และเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะได้ลำดับตามเดิมที่ได้เมื่อวันวาน เช่น สมมุติว่าคนหนึ่งรอเป็นคนที่ ๔ ของวันก่อน อาจจะอยู่ในลำดับที่ ๑๓ ของวันรุ่งขึ้น 

     เมื่อเกิดปัญหาในการเข้าคิวมากขึ้น ทางคณะและโบสถ์จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบในเรื่องนี้ คุณพ่อเคลเมนต์ นอยเบาเออร์ มหาธิการคณะที่กรุงโรม ขออนุญาตใช้ “บัตรคิวแก้บาป” คุณพ่อเคลเมนตรู้สึกว่าการใช้บัตรคิวให้ความรู้สึกว่าวัดเป็นโรงภาพยนตร์มากกว่าสถานที่ภาวนา แต่ก็ได้รับการจูงใจว่าจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีนี้เพื่อลดความขัดแย้ง ในเวลาต่อมาผู้จะมาแก้บาปกับคุณพ่อปีโอจะต้องไปลงทะเบียน โดยแยกระหว่างคนในท้องที่และผู้แสวงบุญจากต่างถิ่น และเพื่อไม่ให้มีการซื้อขายบัตรคิวผู้แก้บาปต้องเซ็นต์ชื่อในบัตรต่อหน้าพระสงฆ์ที่ออกบัตร โดยพระสงฆ์จะลงนามและระบุวันที่ออกบัตรไว้ด้วย

คุณพ่อปีโอในวัยหนุ่มกอดแกะ 


พระพรการพูดภาษาต่างๆและการเข้าใจภาษาต่างๆเหมือนในวันเปนเตกอสเต 

     กจ 2:1-13 วันเปนเตกอสเต 

     เมื่อวันเปนเตกอสเตมาถึง บรรดาศิษย์ทุกคนมาชุมนุมในสถานที่เดียวกัน ทันใดนั้นมีเสียงจากฟ้าเหมือนเสียงลมพัดแรงกล้าทุกคนที่อยู่ในบ้านได้ยิน เขาเห็นเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นแยกไปอยู่เหนือศีรษะของเขาแต่ละคน ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม และเริ่มพูดภาษาอื่น ๆ ตามที่พระจิตเจ้าประทานให้พูด ขณะนั้นที่กรุงเยรูซาเล็มมีชาวยิวผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระเจ้ามาจากทุกชาติทั่วโลก เมื่อประชาชนได้ยินเสียงนี้ จึงมาชุมนุมกันจำนวนมาก รู้สึกฉงนสนเท่ห์เพราะแต่ละคนได้ยินคนเหล่านี้พูดภาษาของตน และประหลาดใจอย่างยิ่ง กล่าวว่า “ ทุกคนที่กำลังพูดอยู่นี้เป็นชาวกาลิลีมิใช่หรือ แล้วทำไมเราแต่ละคนจึงได้ยินเขาพูดภาษาท้องถิ่นของเราเล่า เราชาวปาร์เธีย ชาวมีเดีย และชาวเอลาม บางคนอาศัยอยู่ในเขตเมโสโปเตเมีย แคว้นยูเดีย แคว้นคัปปาโดเซีย แคว้นปอนทัสและแคว้นเอเชีย แคว้นฟรีเจียและแคว้นปัมฟีเลีย บางคนมาจากประเทศอียิปต์และเขตของประเทศลิเบีย รอบ ๆ เมืองไซรีน บางคนมาจากกรุงโรม ทั้งชาวยิวและผู้กลับใจเข้านับถือลัทธิยิวบางคนเป็นชาวเกาะครีตและชาวอาหรับ พวกเราได้ยินคนเหล่านี้ประกาศกิจการอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเป็นภาษาของเรา” ทุกคนประหลาดใจและฉงนสนเท่ห์พูดกันว่า “นี่หมายความว่าอย่างไร”

     โดยปรกติ เฉพาะผู้ที่ใช้ภาษาอิตาเลียนได้คล่องแคล่วเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้แก้บาปกับคุณพ่อปีโอ แม้จะเป็นที่รู้จักทั่วไปว่าคุณพ่อปีโอมี “พระพรด้านภาษา” สามารถเข้าใจสิ่งที่ชาวอเมริกันและรัสเซียซึ่งไม่พูดภาษาอิตาเลียนสื่อสารได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์ บางครั้งจึงมีชาวอเมริกันและรัสเซียมาแก้บาปกับคุณพ่อปีโอด้วย 

     ปลายปี ค.ศ. ๑๙๒๐ มารีอา ไพล์ ได้รบเร้า เซเน ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ให้มาแก้บาปกับคุณพ่อปีโอ ครั้งแรกเธอไม่ยินยอมเพราะเกรงว่าจะสื่อความหมายไม่เข้าใจเธอแสดงความรู้สึกหลังจากได้แก้บาปกับคุณพ่อปีโอว่า “ดิฉันพูดภาษาอังกฤษและคุณพ่อพูดภาษาอิตาเลียน แต่เราต่างเข้าใจกันและกันได้ดี ดิฉันเดินออกจากห้องฟังแก้บาปด้วยความงงงวย” บางครั้งคุณพ่อปีโอยังพูดภาษาบางภาษาเป็นวลี ทั้งๆ ที่ไม่เคยเรียนภาษานั้น ดังเช่นที่ได้ฟังแก้บาปพระสงฆ์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งใช้ภาละติน 

     อย่างไรก็ตามคุณพ่อปีโอมักจะฟังแก้บาปเฉพาะผู้ที่ใช้ภาษาอิตาเลียน หากมีผู้ที่ใช้ภาษาละตินมาขอแก้บาปคุณพ่อจะขอให้พวกเขาไปแก้บาปกับพระสงฆ์ผู้มีการศึกษาสูงกว่าตน 

     แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะถ้าเป็นความตั้งใจจริงที่จะสารภาพบาป และเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า คุณพ่อปีโอก็ยินดีจะฟังแก้บาป อเดลเลียเด ไพล์ เป็นคริสตศาสนิกชนที่ไม่ใช่คาทอลิก เมื่ออเดลเลียเดได้เปรยกับลูกสาวว่า “แม่อยากจะคุกเข่าในที่ฟังแก้บาปเพื่อสารภาพความผิดจัง! แต่แม่พูดภาษาอิตาเลียนไม่เป็น!” เมื่อมารีอา ไพล์ ได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณพ่อปีโอฟังคุณพ่ออุทานว่า “หากเธอประสงค์จะแก้บาป ภาษาไม่เป็นปัญหาพ่อช่วยดูแลเรื่องนี้ได้!”

     การหยั่งรู้ถึงสภาพวิญญาณของผู้มาสารภาพบาปอย่างน่าอัศจรรย์ 

     ฮบ 4:12 
     พระวาจาของพระเจ้าเป็นพระวาจาที่มีชีวิตและบังเกิดผล คมยิ่งกว่าดาบ สองคมใด ๆ แทงทะลุเข้าไปถึงจุดที่วิญญาณและจิตใจแยกจากกัน ถึงเส้นเอ็นและไขกระดูก วินิจฉัยความรู้สึกนึกคิดภายในใจได้ จึงไม่มีสรรพสิ่งใด ๆ ซ่อนเร้นไว้เฉพาะพระพักตร์ แต่ทุกสิ่งเปิดเผยอย่างชัดเจนต่อสายพระเนตรของพระผู้ซึ่งเราจะต้องทูลถวายรายงาน

     คุณพ่อปีโอ ได้รับพระพรในการหยั่งรู้สภาพจิตใจและวิญญาณของผู้ที่มาสารภาพบาป หรือแม้แต่รายละเอียดในบาปที่ตั้งใจปิดบังซ่อนเร้นก็ตาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ได้ช่วยให้ผู้มาสารภาพบาป ได้สารภาพบาปและสำนึกบาปอย่างสะอาดหมดจดอย่างแท้จริง 

     ตัวอย่างเช่นในกรณีของ คลาริเช บรูโน ซึ่งใช้เวลาแก้บาปไม่ถึง ๒ นาที ทันทีที่เธอเข้าไปในที่ฟังแก้บาป คุณพ่อปีโอจะกล่าวว่า “เดี๋ยวพ่อจะเป็นคนพูดเอง” จากนั้นคุณพ่อก็เริ่มท่องปากเปล่าถึงบาปต่างๆ ของเธอตามลำดับ โดยจะหยุดชั่วขณะเพื่อให้เธอได้ตอบรับหรือปฏิเสธว่า ได้ทำบาปนั้นๆ หรือไม่? ซึ่งเธอก็ตอบว่า “ค่ะ คุณพ่อ (ลูกได้ทำบาปนี้)” มีครั้งหนึ่งคุณพ่อปีโอพูดว่า “ลูกไม่อดทนและมักอารมณ์เสีย...แต่ลูกก็สำนึกผิดในทันที” บรูโนจำได้ดีว่าเมื่อวันก่อนเธออารมณ์เสียกับบริกรในร้านอาหารและได้พึมพำกับตัวเองว่า “ฉันหวังว่าฉันได้สำนึกผิดที่ได้โมโหบริกรคนนี้” คุณพ่อปีโอย้ำว่า “พ่อบอกว่าลูกได้สำนึกผิดทันทีที่ได้โมโห” บรูโน บรรยายว่า “คุณพ่อปีโอไม่ได้ตั้งคำถาม แต่คุณพ่อเล่าให้ดิฉันฟังว่าดิฉันได้ทำบาปอะไรไว้บ้าง!” มีครั้งหนึ่ง “ระหว่างที่กำลังสารภาพบาป ก่อนที่ดิฉันจะได้มีโอกาสเอ่ยปากขอคำแนะนำ คุณพ่อปีโอก็ได้เตือนใจในสิ่งที่ตรงกับที่ดิฉันคิดว่าจะถาม” จากนั้นคุณพ่อก็โปรดบาปและปิด “ช่องหน้าต่าง” ในห้องฟังแก้บาปและหันไปฟังแก้บาปรายต่อไปทันที เมื่อสารภาพบาปเรียบร้อยแล้วบรูโนออกจากวัด และรู้สึกว่า “ตัวเบา” และ “พบสันติสุขในพระเป็นเจ้าอย่างแท้จริง” 

     คุณพ่อปีโอ จะไม่ยินยอมฟังข้อแก้ตัวในการทำบาปของผู้มาสารภาพบาป และคุณพ่อจะรู้สึกหงุดหงิดทันทีหากผู้ใดจะอ้างว่า “สำหรับดิฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะ...” โดยไม่ยืนยันว่าตั้งใจจริงที่จะหลีกหนีโอกาสบาป หรือหากผู้ใดพยายามแก้ตัวว่า “ผมทนไม่ไหว” คุณพ่อจะตบมือดังและกล่าวว่า “ก่อนที่พระเป็นเจ้าจะอภัยบาปของลูก ลูกควรต้องเป็นทุกข์ถึงบาปและเสียใจอย่างแท้จริงก่อน...” 

     ไม่มีบาปใดจะถูกปกปิดจากสายพระเนตรของพระเจ้าได้ 

     บ่อยครั้งที่คุณพ่อปีโอล่วงรู้ในบางเหตุการณ์ที่ผู้สารภาพบาปตั้งใจจะปกปิด อัลเบิร์ด คาร์โดเน รู้จักคุณพ่อปีโอจากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๔๔ ขณะเขาอายุ ๑๘ ปี คาร์โดเน่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อเพื่อน เพราะเธอยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่เขาได้เล่าเรื่องนี้ในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๙๐ เธอเล่าว่า “ดิฉันได้ไปแก้บาปกับคุณพ่อปีโอ เมื่อบอกบาปเสร็จ ก่อนคุณพ่อจะโปรดบาปให้ คุณพ่อพูดว่า ‘ขอให้คิดว่ามีบาปอื่นอีกหรือไม่?' สตรีท่านนั้นยืนยันว่า ‘คุณพ่อคะ ดิฉันคิดว่าได้บอกบาปทุกข้อที่ได้พิจารณาและคิดว่าได้สารภาพบาปทุกข้อครบแล้วค่ะ' คุณพ่อปีโอจึงพูดว่า ‘ถ้าเช่นนั้นขอให้ลูกเดินไปที่เชิงไม้กางเขนบนภูเขา แล้วสวดบทวันทามารอา และบทข้าแต่พระบิดา อย่างละ ๑๕ บท' กิจใช้โทษบาปไม่ใช่เป็นภาวนา แต่เป็นหนทางยากลำบากที่ต้องเดินขึ้นไปบนภูเขา เนื่องจากถนนไม่ดีเลย เมื่อเธอทำตามแล้ว ก็ได้กลับมาพบคุณพ่อปีโออีกครั้งและ คุณพ่อได้ถามอีกว่า “เวลานี้ลูกจำบาปที่ลืมได้แล้วหรือยัง?” เธอกลับยืนยันอีกว่า “แต่คุณพ่อคะ ลูกได้บอกบาปทุกๆ ข้อครบถ้วนแล้วค่ะ” คุณพ่อปีโอจึงเตือนว่า “ยังไม่ครบ ลูกยังไม่ได้บอกบาปบางข้อ ขอให้ลูกเดินขึ้นไปบนภูเขาอีกครั้ง” เธอทำตามเป็นครั้งที่สอง และเมื่อยังนึกบาปที่ได้ลืมไปไม่ออกอยู่อีก เธอก็ต้องขึ้นไปบนภูเขาเป็นครั้งที่สาม เมื่อเธอกลับมายังที่แก้บาป คุณพ่อปีโอถามซ้ำว่า “ตอนนี้ลูกนึกออกหรือยังว่ายังไม่ได้สารภาพบาปข้อใด?” คาร์โดเน่ตอบว่า “ไม่มีค่ะ คุณพ่อ ลูกไม่มีบาปข้อใดจะสารภาพอีก” คุณพ่อปีโอจึงพูดด้วยน้ำเสียงดังว่า “ลูกหมายความว่าอะไร ลูกจำไม่ได้เลยหรือ? ลูกไม่รู้หรอกหรือว่าเขาอาจจะเป็น พระสงฆ์ พระสังฆราช หรือแม้แต่จะเป็นพระคาร์ดินัลได้?” เธอทำหน้างง และคิดทบทวนสักพักหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มร้องไห้และพูดว่า “คุณพ่อคะ ลูกไม่เคยทราบว่าการทำแท้งเป็นบาป” คุณพ่อปีโอพูดต่อว่า “เป็นไปได้อย่างไรกันที่ลูกไม่รู้ว่าการทำแท้งเป็นบาป มันเป็นฆาตกรรมนะ” เธอจึงกล่าวต่อไปว่า “ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากดิฉันและแม่ แล้วคุณพ่อทราบได้อย่างไรว่าเขาอาจเป็นพระสงฆ์หรือพระคาร์ดินัลได้?” คุณพ่อปีโอเลี่ยงตอบไปว่า “การทำแท้งเป็นบาป และเป็นบาปหนักด้วย” 

     ครั้งหนึ่งชายคนหนึ่งไม่ซื่อสัตย์ต่อภรรยาได้ไปสารภาพบาปกับคุณพ่อปีโอและใช้คำพูดเลี่ยงว่า “มีวิกฤติด้านจิตวิญญาณ” คุณพ่อปีโอผุดลุกขึ้นอย่างเร็ว และตะโกนด้วยความตกใจว่า “วิกฤติด้านจิตวิญญาณในเรื่องอะไร? คุณได้ทำบาปหนักและพระเป็นเจ้าทรงเคืองพระทัยอย่างมาก ไปให้พ้น!” 

     อีกครั้งหนึ่งคุณพ่อปีโอทำให้ เด็กหญิง มารีเอลลา ลอตติ ชาวเมืองโคเซนซา อายุ ๑๒ ปี ที่มาสารภาพบาปต้องตกใจเมื่อคุณพ่อพูดกับเธอว่า “ไปซะ พ่อโปรดบาปให้ลูกไม่ได้ ลูกไม่ค่อยไปฟังมิสซาในวันอาทิตย์ และไม่สนใจเรียนคำสอน เพราะพ่อแม่พาลูกไปที่อื่น หากพ่อฟังลูกสารภาพบาปเบา ที่เคยแก้เป็นประจำ ลูกก็จะละเลยไม่ใส่ใจในบาปสำคัญๆ แล้วก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร” 

     คุณพ่อโดมินิกได้เล่าให้ฟังเรื่องหนึ่งว่า เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ค.ศ. ๑๙๔๙ มีชายสามคนมารอพบคุณพ่อปีโอที่ห้องแต่งตัวพระสงฆ์เพื่อขอให้คุณพ่อปีโอฟังสารภาพบาป คุณพ่อได้พูดว่า “กลับบ้านไป พิจารณาบาปให้ดีเป็นทุกข์ถึงบาปที่ได้กระทำอย่างแท้จริง แล้วค่อยกลับมาแก้บาป” ชายคนหนึ่งกล่าวกับเพื่อนว่า “ ผมสงสัยว่าผมได้ทำอะไรลงไป เหตุใดผู้ฟังแก้บาปจึงรู้ก่อนที่ผมจะอ้าปากพูดเสียอีก!” 

     บางครั้งมีผู้มาขอแก้บาปกับคุณพ่อปีโอโดยไม่ได้นัดล่วงหน้าคุณพ่อปีโอ มานดาโต พระสงฆ์คณะฟรันซิสกัน จากเมืองยอนเคอร์ รัฐนิวยอร์ค ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดที่ปีเอเตรลชีนา ในเดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๙๘๙ เมื่อ “พระสงฆ์ผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นผู้เล่าเรื่องนี้ได้มาขอแก้บาปกับคุณพ่อปีโอ และ หลายปีก่อนได้กล่าวหาว่าคุณพ่อปีโอเป็น “พระสงฆ์กำมะลอ” วันหนึ่งน้องเขยของคุณพ่อมานดาโตชวนท่านให้ไป ซาน โจวันนี ด้วยกัน คุณพ่อมานดาโตปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า “ไม่มีเงินค่ารถ และคุณก็รู้ดีว่าพ่อไม่ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของคุณพ่อปีโอเลย” เมื่อน้องเขยอาสาจะจ่ายค่าเดินทางให้ ผู้ช่างสงสัยจึงตอบตกลงที่จะร่วมเดินทางไปด้วย

     หลังมิสซา คุณพ่อมานดาโต “หมดข้อสงสัย” และได้ขอพบคุณพ่อปีโอ เมื่อทราบว่าต้องรับ “บัตรคิว” และรออีกหลายวันคุณพ่อจึงเดินฝ่าสัตบุรุษเข้าไปยังห้องแต่งตัวพระสงฆ์ คุณพ่อปีโอกำลังนั่ง มือทั้งสองปิดหน้า และอยู่ในภวังค์แห่งการภาวนา คุณพ่อมานดาโต ยืนรออยู่ในความสงบหลายนาที ก่อนจะพูดออกไปว่า “คุณพ่อครับ ผมมาขอพบคุณพ่อ” โดยที่ไม่ได้หันมาดูหรือเปลี่ยนอิริยาบท คุณพ่อปีโอเรียกชื่อคุณพ่อมานดาโตและพูดว่า “ผมกำลังรอพบคุณพ่ออยู่ คุณพ่อไม่เชื่อว่าผมเป็นสงฆ์ของพระเป็นเจ้าไม่ใช่หรือ?” ผู้ที่เคยเป็นคนช่างสงสัยรู้สึกสับสนว่าคุณพ่อปีโอทราบได้อย่างไรว่าเขาคิดอย่างไรกับคุณพ่อ เขาจึงขอสารภาพบาปกับคุณพ่อปีโอ

     คุณพ่อปีโอเป็นผู้หนึ่งที่รู้กันว่าถวายมิซซาอย่างตั้งใจและสุภาพนอบน้อมมาก จากรูปเหล่านี้แม้ไม่ได้เคลื่อนไหวแต่เราได้เห็นดวงตาอันมุ่งมั่นและท่าทีที่อ่อนน้อมต่อพระกายพระเยซูในศีลมหาสนิทอย่างมาก 

พระจิตเจ้าทรงทราบดีกว่าเราว่าวิธีการไหนเหมาะกับใคร

     บางครั้งคุณพ่อปีโอใช้คำพูดรุนแรงกับผู้มาสารภาพบาป ครั้งหนึ่งคุณพ่อได้กล่าวกับชายที่มาแก้บาปว่า “ ช่างชั่วช้าน่าเวทนา! วิญญาณคุณแปดเปื้อนด้วยบาปเป็นที่พอใจของผีปีศาจ” หรือบางครั้งคุณพ่อจะพูดว่า “ เจ้าชั่วช้า คุณต้องตกนรกแน่นอน!” เมื่อมีคนทักท้วงว่าเหตุใดคุณพ่อจึงใช้วาจาหยาบคายและไม่สุภาพเช่นนั้น คุณพ่อปีโออธิบายว่า “พ่อจะไม่อ่อนโยนกับผู้ที่มีราคี หาก เขาไม่ตั้งใจจริงที่จะละทิ้งบาป ” คุณพ่อยังให้เหตุผลกับคุณพ่ออธิการในเรื่องเดียวกันนี้ว่า “ผมปฏิบัติต่อดวงวิญญาณตามความเหมาะสมต่อพระพักตร์พระเป็นเจ้า” 

     เกือบทุกคนที่คุณพ่อปีโอไล่ออกจากที่ฟังแก้บาปโดยไม่ยอมโปรดบาปให้ก็จะสำนึกในความเที่ยงธรรมและความเหมาะสมที่จะได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นจากพระสงฆ์ และที่สุดพวกเขาจะกลับมาขอแก้บาปด้วยจิตใจที่สำนักผิดอย่างแท้จริง ชายคนหนึ่งหลังจากที่คุณพ่อปีโอปฏิเสธที่จะโปรดบาปให้เขาถึง ๓ ครั้งกล่าวว่า “ เดี๋ยวนี้ผมเข้าใจมากขึ้นแล้ว ขอขอบคุณพระคุณพระเป็นเจ้าที่ให้คุณพ่อปีโอใช้อำนาจในการโปรดบาปที่มั่นคงและเที่ยงธรรมดุจบิดายืนหยัดให้ผมสำนักผิดและเป็นทุกข์ถึงบาปอย่างแท้จริง” 

     อีกคนหนึ่งที่ได้รับการปฏิเสธเช่นกันได้แสดงความรู้สึกว่า “คุณพ่อปีโอช่วยผมให้ได้เข้าใจลึกซึ้งถึงความสำคัญของการไปสารภาพบาป พระพรของศีลอภัยบาป และการรับศีลมหาสนิทบ่อยๆ คุณพ่อทำให้ผมสำนึกว่าเมื่อใดที่ผมได้ทำบาปหนัก เมื่อนั้นผมได้ทำผิดต่อพระเป็นเจ้าและจะไม่เป็นที่พอพระทัยของพระองค์”


คุณพ่อปีโอกับรูปพระกุมารเยซูองค์น้อย 

     พระเจ้าทรงเที่ยงธรรมเสมอ 

     ยน 5:14 
     ต่อมา พระเยซูเจ้าทรงพบชายผู้นั้นอีกในพระวิหาร จึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านหายเป็นปกติแล้ว อย่าทำบาปอีก มิฉะนั้น เหตุร้ายกว่านี้จะเกิดขึ้นแก่ท่าน” ชายผู้นั้นจากไป แล้วบอกกับชาวยิวว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้รักษาเขาให้หายป่วย 

     เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของผู้ที่คุณพ่อปีโอได้ปฏิเสธที่จะโปรดศีลอภัยบาปให้ ระหว่างเทศกาลมหาพรตของปี ค.ศ. ๑๙๕๐ คุณพ่ออัลแบร์โต ดาโปลิโต กำลังเทศน์ในเมืองซาเลนโตก็ได้มีพระสงฆ์พื้นเมืองคนหนึ่งเข้ามาแสดงความห่วงใยว่าคุณพ่อปีโอใช้วาจาก้าวร้าวกับลูกวัดคนหนึ่งของท่าน ซึ่งตาบอดและได้ไปพบคุณพ่อปีโอที่ ซาน โจวันนี หวังว่าคุณพ่อจะช่วยให้เขามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง(คุณพ่อปีโอมีพระพรในการรักษาด้วย) คุณพ่อปีโอเรียกชายตาบอดคนนั้นว่า “เจ้าคนลามก” และปฏิเสธที่จะฟังแก้บาปให้ ชายคนนั้นกลับไปด้วยความโกรธจัด เขาสาปแช่งและให้วาจาสบถต่างๆ 

     คุณพ่ออัลแบร์โตได้เรียกชายตาบอดคนนั้นมาพบ หลังจากที่ตั้งคำถามได้ไม่นาน ก็ยอมรับอย่างน่าชื่นตาบานโดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านว่าตนได้กินอยู่หลับนอนกับเพื่อนหญิงคนหนึ่งโดยไม่ได้ทำพิธีถูกต้องตามธรรมเนียมคริสตชน เมื่อคุณพ่ออัลแบร์โต อธิบายว่าการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงโดยไม่ได้ทำพิธีศีลกล่าวเป็นการประพฤติผิดพระบัญญัติพระเป็นเจ้า ข้อที่ ๖ ชายคนนั้นพยายามอ้างเหตุผลว่าตน “อายุยังน้อย” การไม่มีเพศสัมพันธ์เลยคงเป็นเรื่องผิดปรกติและเป็นไปไม่ได้ คุณพ่ออัลแบร์โตจึงบอกชายตาบอดไปว่า “พ่อพูดได้เพียงว่าคุณพ่อปีโอเป็นผู้ที่ได้รับเลือกสรรพิเศษจากพระเป็นเจ้าคุณพ่อเป็นดังนักบุญองค์หนึ่ง เมื่อคุณไปขอแก้บาปคุณพ่อได้ไล่คุณกลับไปและไม่ยอมโปรดบาปให้นั้นทั้งๆ ที่คุณยังไม่ได้บอกบาป เป็นเพราะพระเป็นเจ้าได้ประทานพระหรรษทานให้คุณพ่อได้เห็นขุมนรกที่ดวงวิญญาณของคุณตกอยู่ในสภาวบาป คุณเดินทางไปที่ ซาน โจวันนี โรตอนโด ตั้งใจจะขอพระหรรษทานให้สายตามองเห็นได้ ทั้งๆ ที่วิญญาณของคุณมีบาปหนัก นี่เป็นเหตุผลที่คุณพ่อปีโอเรียกคุณว่า “เจ้าคนลามก” และไล่คุณกลับไปเพื่อกระตุ้นเตือนให้คุณได้รู้สำนึกและจะได้กลับใจมาหาพระเป็นเจ้า” 

     เมื่อได้ฟังคุณพ่ออัลแบร์โตอธิบายเช่นนี้ ชายตาบอดกลับไปด้วยความเดือดดาล สองสามวันต่อมาเขาสำนึกและเสียใจที่ได้ทำบาป จึงได้ไปพบคุณพ่ออัลแบร์โตอีกครั้งและตัดสินใจจะแต่งงานกับภรรยาลับโดยจัดพิธีตามธรรมเนียมคริสตชน คุณพ่ออัลแบร์โตจึงได้โปรดศีลอภัยบาปให้ 

     คุณพ่อปีโอพูดเสมอๆ ว่า “คุณน่าจะรู้ว่ามันยากลำบากแค่ไหนสำหรับพ่อที่จะไม่โปรดศีลอภัยบาปแก่ผู้ที่มาขอแก้บาป พ่อคิดว่าพ่อยอมให้มนุษย์ในโลกนี้ตำหนิดีกว่าสักวันหนึ่งพ่อจะถูกพระเป็นเจ้าต่อว่าเมื่อพ่อจากโลกนี้ไปพบพระองค์!” 

     คุณพ่อปีโอไม่ได้มีแต่ด้านเข้มงวดโดยปรกติท่านอ่อนโยนต่อทุกคน

     เราไม่อาจสรุปได้ว่าจากเหตุการณ์ข้างต้นที่คุณพ่อปีโอแสดงปฏิกิริยาต่อต้านผู้มาขอแก้บาปที่ไม่ได้สำนึกผิดอย่างแท้จริง เป็นลักษณะนิสัยที่แท้จริงของคุณพ่อ สัตบุรุษส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณพ่อปีโอใจดีและอ่อนโยน หลายคนเมื่อได้ยินเรื่องราวที่น่าตกใจเกี่ยวกับคุณพ่ออาจจะรู้สึกกลัวที่จะเข้ามาแก้บาปกับคุณพ่อ จึงทำให้หลายครั้งคุณพ่อปีโอต้องปลอบสัตบุรุษที่มีท่าทีเกร็งว่า “ทำใจให้สบาย สงบจิตใจเสียก่อน” 

     โจ ปีเตอร์สัน ยังจำได้ดีว่า บางครั้งคุณพ่อปีโอจะวางแขนบนไหล่ของสัตบุรุษชายซึ่งตกใจกลัวขณะที่เขาบอกบาป

     กราซิลเอลลา มานดาโต จำได้ว่าครั้งแรกที่เธอแก้บาปกับคุณพ่อปีโอเธอรู้สึกประหม่า “ดิฉันกลัวมากจนพูดไม่ออก คุณพ่อปีโอจึงเป็นคนพูดบาปทุกข้อที่ดิฉันได้กระทำ” ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าส่วนใหญ่ คุณพ่อปีโอจะเป็นผู้ฟังแก้บาปที่ดีและผู้ให้คำปรึกษาที่ดี่เยี่ยม 

     หากพิจารณาให้ดีก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่คุณพ่อปีโอไม่เคยว่างเว้นจากการรบกวนของผู้ที่คลั่งไคล้ในตัวคุณพ่อ แม้ระหว่างโปรดศีลอภัยบาปอยู่จะมี “คนศรัทธา” จำนวนมากเข้ามาขัดจังหวะในห้องฟังแก้บาป ขอให้คุณพ่ออวยพรศาสนภัณฑ์ หรือให้อวยพรในเรื่องต่างๆ ที่ตนปรารถนา การที่คุณพ่อระงับอารมณ์ได้แม้จะถูกรบกวนมากเพียงนี้ย่อมพิสูจน์ให้เห็นถึงจิตใจที่มั่นคงของคุณพ่อ


     พระเจ้าทรงพระเมตตายิ่งกว่าพระยุติธรรม 

     แม้บางครั้งคุณพ่อปีโอจะบอกแก่ผู้มาสารภาพบาปว่าหากไม่แก้ไขนิสัยที่เป็นข้อบกพร่องแล้ว ก็มีโอกาสจะตกนรกอย่างแน่นอน แต่คุณพ่อเชื่อว่ามีไม่กี่คนที่จะต้องไปใช้โทษในนรก 
     คุณพ่อบอกกับเพื่อนคนหนึ่งว่า “ผมเชื่อว่ามีคนบาปไม่กี่คนที่ต้องไปนรกเพราะพระเป็นเจ้าทรงรักมนุษย์อย่างมาก พระองค์ทรงสร้างเราตามพระฉายาของพระองค์เอง พระบิดาเจ้าทรงส่งพระบุตรเพียงองค์เดียวให้มาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อไถ่พวกเราให้รอดพ้นจากบาป พระองค์ทรงรักมนุษย์มากเกินกว่าเราจะเข้าใจได้ ผมเชื่อว่าเมื่อเราผ่านพ้นชีวิตในโลกนี้แล้วเราจะไปปรากฏเบื้องพระพักตร์พระเป็นเจ้า ก่อนพระองค์จะทรงพิพากษาโทษาบาปของเรา พระองค์จะทรงให้เราได้เห็นและเข้าใจบาปอย่างลึกซึ้ง และหากเราเข้าใจดีเราคงเป็นทุกข์ถึงบาปและน่าจะได้รับการอภัยจากพระเป็นเจ้า”

     คุณพ่อปีโอยังเชื่ออีกว่า ผู้ที่ไม่ใช่คริสตชนย่อมได้รับพระเมตตาจากพระเป็นเจ้าเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ในเดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๙๖๗ ชาวยิวที่กลับใจมานับถือคาทอลิกคนหนึ่งถามพ่อว่าบิดาของเขาซึ่งดำเนินชีวิตเชื่อในศาสนายิว ครั้นตายไปท่านจะได้รับการไถ่กู้ให้รอดด้วยหรือไม่? คุณพ่อปีโอตอบว่า “จูลิอุส ฟีเนได้รับการไถ่กู้ให้รอดแล้วแต่ก็ยังจำเป็นที่เราจะต้องภาวนาเพื่อเขาให้มาก” คุณ พ่อปีโอแนะนำคริสตชนให้ภาวนาให้เพื่อวิญญาณในไฟชำระเสมอ โดยยืนยันว่าหากวิญญาณที่เราภาวนาให้ไม่ต้องการคำภาวนาอีกแล้ว คำภาวนาเหล่านั้นจะส่งผลให้กับดวงวิญญาณที่กำลังรอคำภาวนาอยู่อีก คุณพ่อปีโอเชื่อมั่นว่าวิญญาณที่ได้รับการไถ่กู้ให้รอดย่อมผ่านการทนทุกข์ทรมานในไฟชำระ ก่อนจะไปเสวยความบรมสุขในสรวงสวรรค์ได้ เมื่อมีคนถามคุณพ่อว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อจะได้ไม่ต้องไปอยู่ในไฟชำระ คุณพ่อปีโอตอบว่า “ให้ผู้นั้นยินดีน้อมรับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้ายกถวายทุกสิ่งทุกอย่างแด่พระองค์ด้วยความรักและความขอบพระคุณเพื่อว่าเมื่อเราตายจะได้ไปสวรรค์ทันที” 

     คุณพ่อปีโอยินดีโปรดศีลอภัยบาปแม้กับผู้ที่ไม่ได้เป็นคาทอลิค 

     เราได้เห็นแล้วว่าคุณพ่อปีโอเป็นผู้อดทนเป็นพิเศษ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ คุณพ่อให้การต้อนรับนายทหารที่เป็นคริสตชนทุกนิกาย

     คุณพ่อปีโอไม่เคยบังคับคริสตชนโปรเตสแตนต์หรือออร์โธดอกซ์ให้กลับใจมานับถือคาทอลิก ดังจะเห็นได้ชัดเจนจารกรณีของ อเดลเลียเดไพล์ ซึ่งคุณพ่อปีโอสนิทสนม หรือกอร์ดอน ลูกชายของเธอซึ่งเป็นนักดนตรีและนักประพันธ์เพลงซึ่งไม่ใช่คริสตชนและยังไม่สนใจที่จะนับถือศาสนาใดๆ เซเน ภรรยาหม้ายของกอร์ดอนเล่าว่า “คุณพ่อปีโอไม่เคยชวนให้สามีดิฉันเปลี่ยนศาสนา” แม้ว่าครั้งหนึ่งมีผู้ได้ยินคุณพ่อปีโอพูดถึงแพทย์คนหนึ่งว่า “น่าเสียดายที่เขาเป็นยิว” คุณพ่อมีเพื่อนชาวยิวหลายคนบางคนก็เปลี่ยนศาสนา เรายังเห็นว่าอย่างน้อยมีครั้งหนึ่งที่คุณพ่อปีโอได้แจกศีลมหาสนิทให้กับคริสตชนที่ไม่ได้นับถือคาทอลิก หรืออาจกล่าวอย่างตรงไปตรงมาผู้นั้นไม่ได้เป็นคริสตชน คุณพ่อปีโอก็ยังปรารถนาจะฟังแก้บาป อเดลเลียเด ไพล์ เป็นคริสตศาสนิกชนที่ไม่ใช่คาทอลิก เมื่ออเดลเลียเดได้เปรยกับลูกสาวว่า “แม่อยากจะคุกเข่าในที่ฟังแก้บาปเพื่อสารภาพความผิดจัง! แต่แม่พูดภาษาอิตาเลียนไม่เป็น!” เมื่อมารีอา ไพล์ ได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณพ่อปีโอฟังคุณพ่ออุทานว่า “หากเธอประสงค์จะแก้บาป ภาษาไม่เป็นปัญหาพ่อช่วยดูแลเรื่องนี้ได้!” 

     เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า ในยุคสมัยของคุณพ่อปีโอ คริสตศาสนิกชนนิกายอื่นๆที่อยู่นอกพระศาสนจักรในเวลานั้นได้รับความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจเพียงเล็กน้อย ก่อนสังคายานาวาติกันครั้งที่ ๒คนเหล่านี้จะได้ชื่อว่าเป็น “พวกนอกรีต” คุณพ่อโดมินิกเขียนถึงพระเจ้าจอร์จที่ ๕ กษัตริย์แห่งอังกฤษว่า “ผู้สูงอายุนอกรีตผู้นี้ได้เข้าสู่สวรรค์ด้วยความช่วยเหลือของคุณพ่อปีโอซึ่งเป็นพระสงฆ์คาทอลิก!” ผู้ร่วมงานกับคุณพ่อปีโอรู้ดีว่าคุณพ่อปีโอไม่เคยพูดจาดูถูกผู้ใด

     กิจใช้โทษบาปที่คุณพ่อปีโอแนะนำ 

     แม้ว่าคุณพ่อปีโอจะเคร่งครัดกับตัวเอง แต่ก็ไม่เคยบังคับให้ลูกวิญญาณคนใดต้องปฏิบัติตนเคร่งครัดเช่นเดียวกัน ครั้งหนึ่งลูกวิญญาณคนหนึ่งพูดกับคุณพ่อปีโอว่า “พ่อคะ ลูกอยากจะช่วยคุณพ่อ ขอให้ลูกได้มีส่วนแบกรับความทุกข์ไว้บ้าง” คุณพ่อตอบเธอว่า “ลูกรัก ลูกมีปัญหามากมายอยู่แล้ว ยังจะมาช่วยพ่ออีกหรือ? ลองทบทวนปัญหาที่มีอยู่ของลูก และอย่าได้คิดจะเพิ่มความยากลำบากให้กับตัวเองอีก!” 

     อีกครั้งหนึ่ง มีหญิงศรัทธามากคนหนึ่งเธอรับประทานวัชพืชที่เป็นพิษเพื่อเป็นการใช้โทษบาปโดยไม่ฟังเสียงเตือนว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ป่วยเป็นโรคไข้รากสาดได้ เมื่อคุณพ่อปีโอทราบคุณพ่อวางเงื่อนไขว่า “พ่อไม่อนุญาตให้ทำเช่นนี้อีก มีวิธีการอื่นๆ ที่เหมาะสมกว่ามากที่จะทำกิจใช้โทษบาปได้ เช่นการยกถวายความทุกข์ยากที่พบในแต่ละวันแด่พระเป็นเจ้าพระเป็นเจ้าจะทรงประทานไม้กางเขนแก่เราเอง และหากพระองค์ไม่ทรงมอบความทุกข์ยากแก่ผู้ใด ก็เพราะพระองค์ไม่มั่นใจว่าผู้นั้นจะแบกรับไม้กางเขนได้” 

     มีลูกวิญญาณของคุณพ่อปีโอเพียงไม่กี่คนที่คุณพ่อได้แนะนำให้พลีกรรมอุทิศตนเพื่อเป็น “ดวงวิญญาณที่ยอมรับความทุกข์ยากเพื่อใช้โทษบาป”


เรียบเรียงจาก คุณพ่อปีโอผู้มีรอยแผลศักดิ์สิทธิ์เล่ม2 แปลโดย วีณา โกวิทวานิชย์

Last modified on Monday, 11 June 2012 15:51
Administrator

Latest from Administrator

Related items (by tag)

back to top