“คนสบายดีไม่ต้องการหมอแต่คนเจ็บไข้ต้องการเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรมแต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป” (มก. 2:17)

 

ทัศนคติทางศาสนาของลีโอนาร์โด - 6 Featured

Written by  Administrator Thursday, 07 April 2011 09:37
Rate this item
(0 votes)

คริสตศาสนานิกายต่างๆ

พระศาสนจักรในยุคเริ่มแรกมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ได้มีการแยกเป็นนิกายต่างๆเหมือนในปัจจุบัน ต่อมาในศตวรรษที่ 11 เกิดความขัดแย้ง ระหว่างพระศาสนจักรทางตะวันออก พระศาสนจักรในโรมจึงแยกตัวออกไป เกิดเป็นนิกายออโธดอกซ์ขึ้นมา 

และ ต่อมา ในศตวรรษที่16 ในพระศาสนจักร ได้ประสบปัญหาต่างๆมากมาย(ยุคมืดของพระศาสนจักร) ทั้งจากระบบการปกครอง และความประพฤติของบรรดาบาทหลวง ทางอดีตบาทหลวงมาร์ติน ลูเธอร์ ได้ยื่นคำขอร้อง 95 ข้อเพื่อขอให้แก้ไขหลักการปฏิบัติ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากสมเด็จพระสันตะปาปา เลยถูกขับ และสั่งลงโทษ(ในสมัยนั้นพระศาสนจักร มีอำนาจเหนืออาณาจักร) และได้เกิดนิกายโปรแตสแตนท์ขึ้นมา โดยหลังจากเหตุการ์ณนั้นก็ได้มีการพิจารณาและปรับเปลี่ยนหลักการใหม่ ปรับปรุงข้อที่ผิดพลาด และกำหนดหลักการใหม่จนมาถึงปัจจุบัน 


Q: นิกายใหญ่ๆทั้ง 3 นิกายที่ประกอบด้วย โรมันคาทอลิค โปรแตสแตนท์ และ กรีกออโธดอกซ์ มีข้อเหมือนหรือหลักการอย่างไรบ้าง? 

A: โรมันคาทอลิกและออโธดอกซ์แทบจะไม่แตกต่างกันเลยในเรื่องของหลักการจะแตกต่างกันเพียงออโธดอกซ์จะมีพระอัยการเป็นผู้นำส่วนคาทอลิคมีพระสันตะปาปาเป็นประมุข โดยสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอัครสาวกกลุ่มแรก โดยถือว่า นักบุญ เปโตร หรือ เซนต์ปีเตอร์ คือพระสันตะปาปาพระองค์แรก และสืบทอดมาถึงพระสันตะปาปาเบนนิดิกที่ 16 องค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่265 คาทอลิกนั้นจะมีนักบวช ที่เรียกว่า บาทหลวง หรือซิสเตอร์ และจะมีการให้เกียรติพระนางมารีย์ แม่ของพระเยซูเป็นพิเศษ เรียกพระนางว่า "แม่พระ" มาจากคำว่า มารดาของพระเจ้า 

คาทอลิกจะมีการยกย่องวีรบุรุษ หรือวีรสตรีทางศาสนา หรือเรียกง่ายๆว่า บุคคลที่ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างพระเยซูอย่างดีมากจนเรามั่นใจว่าเขาได้ไปสวรรค์แน่นอน(คล้ายๆกรณีพระอรหันต์ในศาสนาพุทธ) เราจะเรียกคนเหล่านี้ ว่าเป็น นักบุญ 

ดังนั้นหากเปรียบให้เข้าใจง่าย เรามองว่าพระเยซูคือกษัตริย์ ส่วนพระแม่มารีย์ก็เป็นพระราชชนนี(แบบกรณีสมเด็จย่า) เหล่านักบุญก็เหมือนขุนนาง ที่ใกล้ชิดกษัตริย์ 

โบสถ์คาทอลิกทุกแห่ง ถือเป็น1เดียวกัน ขึ้นตรงต่อกรุงวาติกัน และองค์พระสันตะปาปา 

ส่วนโปรแตสแตนทต์นั้น หลังจากการแยกนิกายในสมัยมาตินลูเธอร์ หลังจากนั้นได้มีการแยกนิกายย่อยอีกหลายนิกาย ดังนั้นโบสถ์หรือคริสตจักรต่างๆ จะไม่ได้ขึ้นกับวาติกันหรือพระสันตะปาปาแต่อย่างใด 

โปรแตสแตนต์ ไม่มีนักบวช แต่มีผู้ถวายตัวรับใช้พระเจ้า เรียกว่า ศาสนจารย์ /ศิษยาภิบาล และผู้ประกาศ ซึ่งอาจแต่งงานหรือไม่แต่งงานก็ได้ การเรียกคำนำหน้าบุคคลเหล่านี้ จะเรียกว่า อาจารย์ 

โปรแตสแตนต์(โดยทั่วๆไป)จะไม่ให้ความสำคัญพิเศษกับพระนางมารีย์ หรือนักบุญ จะเน้นการเข้าถึงพระเยซูเจ้าโดยตรงด้วยตนเอง แต่สำหรับบางกลุ่มที่สนใจในเรื่องศาสนศาสตร์สตรี จะให้ความสำคัญกับพระนางมารีย์มากขึ้น ในฐานะแบบอย่างของสตรีคริสตชนที่ดี 

สถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาของโปรแตสแตนต์เรียกว่าคริสตจักร ซึ่งคาทอลิคจะเรียกวัด มีพิธีทางศาสนาในวันอาทิตย์เรียกว่าพิธีนมัสการ 

Q คริสต์ศาสนามีการกล่าวถึงสถานะของ "สตรีศักดิสิทธ์" อย่างไร และพระศาสนจักรพยายามลดบทบาทของสตรีลงจริงหรือ? 

A เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความจริงโดยสิ้นเชิง คริสตศาสนาทุกนิกาย ทั้งโปรแตสแตนท์ ออโธดอกซ์ และโรมันคาทอลิค ล้วนให้ความสำคัญในแง่ของสตรีศักดิสิทธ์ในมุมมองที่ต่างกัน สตรีศักดิสิทธ์ในแง่มุมของโรมันคาทอลิคและออโธดอกซ์คือบรรดานักบุญหญิงทั้งหลาย และโดยเฉพาะคนที่โดดเด่นเห็นชัดที่สุดคือพระแม่มารีย์พระมารดาของพระเยซูเจ้า ซึ่งทั้ง 2 นิกายนี้ให้ความสำคัญกับพระแม่มารีย์ อย่างสูงส่งรองจากพระเป็นเจ้า หรือแม้กระทั่ง มารีย์ มักดาเลนา ที่แดนบราวน์กล่าวถึงก็ยังได้รับการแต่งตั้งจากพระศาสนจักรให้เป็นนักบุญ(ผู้ที่ดำเนินชีวิตได้ศักดิสิทธ์ สมควรได้รับเกียรติและการเคารพยกย่อง) ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยกับความคิดที่ว่า"พระศาสนจักรพยายามลดบทบาทของสตรีศักดิสิทธ์" 

ซึ่งการให้เกียรติพระแม่มารีย์อย่างสูงส่งเช่นนี้ทำให้โปรแตสแตนท์บางกลุ่มหรือบางคน"มองว่ามากเกินไป"ด้วยซ้ำ ส่วนในเชิงมุมมองของโปรแตสแตนท์มองว่าสตรีใดๆหรือบุคคลใดๆในพระคัมภีร์ที่ดำเนินชีวิตที่ดีนั้นก็สมควรเอาเป็นแบบอย่างของการดำเนินชีวิตคริสตชนแม้จะไม่ได้ให้ความสำคัญในแง่ความศักดิ์สิทธิ์และความเคารพแบบคาทอลิคและออธโธดอค แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันว่าคริสตศาสนาทุกนิกายก็ยังคงให้ความสำคัญกับสตรีศักดิสิทธ์อยู่ตลอดมา ไม่ได้มีการลดบทบาทแต่อย่างใด

ภาพICONแบบโบราณ รูป พระแม่มารีย์และพระกุมารเยซูในแบบออธโธดอค

Q จักรพรรดิ์คอนสเตนท์ตินได้ตัดเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่ระบุถึงความเป็นมนุษย์ของพระเยซูเจ้าเช่นการแต่งงานออกไปเพื่อให้คงเหลือใว้แต่ความเป็นพระเจ้าของพระเยซูเพราะอิทธิพลของศาสนาเดิมที่ตนนับถือจริงหรือ? 


A ไม่เป็นความจริง.. ตรงกันข้ามการตัดความเป็นมนุษย์ของพระเยซูออก กลับผิดหลักความเชื่อถูกต้องตามความเชื่อจริงๆของ ศริสต์ศาสนาทุกนิกาย ที่ต่างก็สอนเหมือนกันว่า"พระเยซูเจ้าเป็น มนุษย์แท้ และเป็น พระเจ้าแท้ "ต้องเป็นครบทั้งสองอย่าง ไม่ใช่เป็นพระเจ้าอย่างเดียวแบบที่นิยายอ้าง 

ยิ่งไปกว่านั้นความเชื่อและความรู้จากศาสนาเดิมคือเทพกรีก-โรมันของคอนสเตนท์ตินสมัยนั้น เทพเจ้าที่แต่งงานมีภรรยาหลายคนต่างหากที่แสดงถึงความเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง(สามารถอ่านรายละเอียดได้ในหัวข้อ "เทพ และการแต่งงาน") ดังนั้นถ้าคอนสเตนตินต้องการจะตัดอะไรออก สิ่งที่น่าตัดมากกว่า ก็คือความรู้สึกที่เป็นมนุษย์ของพระเยซูเจ้า เช่นการหิว การเจ็บ และการเศร้า การเหนื่อย การถูกฆ่าสิ้นพระชนม์ ความรู้สึกเหล่านี้เองที่เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นมนุษย์ด้วย และสิ่งเหล่านี้กลับมีเหลือไว้เต็มไปหมดในไบเบิ้ล 

ดังนั้นแนวคิดที่ว่า ''ตัดความเป็นมนุษย์ของพระเยซูเจ้าออก เพื่อให้เหลือแต่ความเป็นพระเจ้า" นั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องทำเลย และถ้าทำก็จะผิดหลักข้อเชื่อของคริสตศาสนาเสียเองด้วย 

เพราะมีลัทธิที่พระศาสนจักรไม่ยอมรับในช่วงศตรววษที่3-4เช่นกัน คือลัทธิที่ชื่อว่า "โมโนฟิไซส์(Moniphysiets)" ซึ่งลัทธินี้เป็นลัทธิหนึ่ง ที่แนวคิดนอสติกเข้าไปปะปนด้วย โดยเชื่อว่า ความเป็นพระเจ้าของพระเยซูกลืนความเป็นมนุษย์ของพระองค์ไปหมดแล้ว พระเยซูจึงเป็นพระเจ้าเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าพระศาสนจักรไม่ยอมรับแนวคิดนี้เลย และจัดเป็นคำสอนที่ผิด(แต่สมัยปัจจุบัน นิยายกลับบิดเบือนว่าเป็นสิ่งที่พระศาสนจักรสอน) 

ดังนั้นการตัดสภาวะของมนุษย์ในพระเยซูเจ้าออกไปเพื่อให้เหลือใว้แต่ความเป็นพระเจ้านั้นจึงไม่ใช่หลักการและไม่ใช่ความเชื่อของศาสนาคริสต์ที่เชื่อถือกันมาตลอด 2000 ปี แต่อย่างใด

รูปของพระเยซูเจ้าที่มักทรงชูพระหัตถ์ขึ้น2นิ้วอันเป็นระหัสธรรมที่สื่อว่าทรงมี  2  ธรรมชาติคือเป็นทั้งมนุษย์และพระเจ้า

 

อ้างอิง 

* 2000ปี แห่งการประกาศพระวรสาร, โรเบริ์ต กอสเต, M.E.P. 

* L. Munch, J. Montjuvin : Panorama of Church History, Paris France 1964

(Page 6 of 7)
Last modified on Wednesday, 21 November 2012 17:03

Latest from Administrator

Related items (by tag)

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home