บทนำ Featured

Written by  Administrator Monday, 04 April 2011 16:09
Rate this item
(0 votes)
บทนำ
         ยน 18:37
     พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า "ท่านพูดว่าเราเป็นกษัตริย์นั้นถูกต้องแล้ว เราเกิดมาเพื่อเป็นกษัตริย์ เรามาในโลกนี้เพื่อเป็นพยานถึงความจริง ผู้ใดอยู่ฝ่ายความจริงก็ฟังเรา"
       การที่จะมีคนแต่งนวนิยายเรื่องหนึ่งออกมา เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทุกวี่วัน และจะว่าไปก็ไม่น่ามีใครเดือดร้อน แต่สำหรับนิยายเรื่องนี้ ที่ผู้แต่งคือ นาย แดน บราว์น ได้อ้างว่าอิงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ และได้ใช้บุคคลสำคัญที่มีอยู่จริงในโลกเป็น"อุปกรณ์" แถมเป็นอุปกรณ์ชั้นดี เพราะนอกจากจะดังแล้ว ยังเสียชีวิตไปแล้วอีกด้วย ไม่มีสิทธิ์มาแก้ต่างหรือฟ้องร้องหมิ่นประมาทได้
 
       ดังนั้นนอกจากจะเป็นนิยายอ่านสนุกธรรมดา แบบ แฮรี่ พอตเตอร์ หรือ เราจึงพบปรากฎการณ์ความสับสนในสังคมที่รุนแรงเกิดขึ้น เพราะผู้แต่งนิยาย ได้หยิบยกเอาศาสดาของศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุดในโลก อย่างพระเยซูคริสต์ มาเป็น "อุปกรณ์" ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล เพราะความฉาวของนิยาย มีส่วนอย่างมากในการโปรโมท ให้นิยายนี้ยิ่งดัง และยิ่งสร้างความสับสนออกไปอย่างมาก
 
    ในต่างประเทศ มีหนังสือนับสิบเล่ม ที่บรรดานักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ ออกมาคัดค้านข้อมูลในนิยายเล่มนี้ (ในประเทศไทยมีนำมาแปลจำหน่ายเพียง1เล่ม) ซึ่งจะว่าไป บางคนอาจจะงงๆ และคิดว่า ในเมื่อมันเป็นนิยาย(Non-Fiction) มันก็ต้องไม่ใช่เรื่องจริง(Fiction)อยู่แล้ว
 
        แต่ประเด็นก็คือ ในการเดินสายให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเมื่อปี 2003 ผู้แต่งนิยายเล่มนี้ เริ่มประกาศต่อสาธารณชน ว่าแม้ตัวละครและการกระทำทั้งหมดในเรื่องนี้นั้นเป็นการแต่งขึ้นจาก จินตนาการล้วนๆ แต่เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ข้อมูลที่ไม่เคยถูกเปิดเผย ตลอดจนพิธีกรรมต่างๆ ในเรื่อง เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น เช่นเดียวกับบทสัมภาษณ์ต่อ CNN ที่เขากล่าวว่า "ข้อมูลทั้งหมดคือเรื่องจริง"
 
    ซึ่งสิ่งนี้ เริ่มสร้างปัญหาขึ้นเมื่อผู้แต่งนิยายเริ่มพยายามจะบอกว่ามันไม่ใช่แค่นิยาย แต่เป็นเรื่องจริง บรรดาผู้ที่อ่านนิยายแล้วสับสนว่าเป็นเรื่องจริง ก็เริ่มมีมากขึ้น และนี่คือเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้นักวิชาการทั่วโลก ต้องเริ่มออกมาให้"ความรู้ที่ถูกต้อง" และวิพากษ์การพยายามสร้างทฤษฎีขึ้นเองแล้วหลอกให้คนสังคมเชื่อ ของผู้แต่งนิยาย
 
        ปัจจุบัน ในประเทศไทย เราพบหปัญหานี้ในหมู่ผู้อ่านนิยายเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยเราสามารถแบ่งออกได้กว้างๆคือ ผู้ที่เชื่อ ผู้ที่ไม่เชื่อ และผู้ที่กำลังสับสนอยู่

 
1. ผู้ที่ไม่เชื่อ
 
     กลุ่มนี้แบ่งเป็น 2 พวกคือ
 
     1.1. แค่นิยาย คิดมาก อ่านจบก็ลืมแล้ว
 
      กลุ่มนี้สนใจแต่ความสนุกในนิยายมากกว่า และเข้าใจว่า ข้อมูลเว่อร์ๆในนิยายมันไม่น่าจะจริง และกลุ่มนี้ อาจไม่สนใจเท่าไหร่ว่าที่จริงเป็นอย่างไรด้วย บางคนในกลุ่มนี้อาจมองการให้ข้อมูลความจริงว่าน่าเบื่อน่ารำคาญด้วยซ้ำ
 
     1.2. แค่นิยาย อ่านรอบแรกก็รู้แล้วว่าไม่จริง
 
     กลุ่มนี้อาจเป็นคนทั่วไปที่มีพื้นฐานข้อมูลในประวัติศาสตร์ หรือทางด้านศิลปะมาก่อน หรืออาจเป็นผู้ที่มีความรู้ในศาสนาคริสต์ในเชิงลึก เมื่ออ่านแล้วจะพบได้ทันทีในข้อเท็จจริงหลายๆอย่างที่หนังสืออ้างนั้น มันขัดกับข้อเท็จจริงที่เห็นๆอยู่ หรือแม้แต่ขัดกันเองในด้านข้อมูลประวัติศาสตร์ กลุ่มนี้จะแยกการตอบรับได้2อย่างคือ รู้ว่าไม่จริงก็เฉยๆ กับรู้ว่าไม่จริง และอยากให้คนรู้ความจริง ไปจนถึงกลุ่มที่อาจจะโกรธในสิ่งที่เกิดขึ้น
 
2. ผู้ที่สับสน
 
    กลุ่มนี้ มีทั้งคริสตชน และคนต่างศาสนา กลุ่มนี้มักมีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ หรือศาสนาอยู่บ้าง หรือถ้าเป็นคริสตชน ก็อาจจะไม่แม่นยำในความรู้ทางสาสนาตัวเองเท่าไหร่ กลุ่มนี้ยังแยกออกเป็น2การตอบรับคือ
 
    2.1 ไม่สนใจช่างมัน อ่านนิยายสนุกก็พอมันไม่จริงก็ไม่แปลก จริงก็ไม่แปลก
   2.2 ไม่ได้ละต้องรู้ให้ได้ว่าจริงๆคืออะไร กลุ่มนี้มักเป็นคริสตชนที่อาจมีความรู้ทางศาสนาของตนไม่มาก หรือไม่ก็เป็นคนทั่วไปแต่ใฝ่รู้ มักจะพยายามหาข้อมูลและถามผู้รู้
 
3. ผู้ที่เชื่อ
 
    กลุ่มนี้แบ่งกว้างๆได้ 2 พวกคือ
 
    3.1. เชื่อโดยสุจริตใจ
 
     กลุ่มนี้มักมีความอ่อนไหวมากกว่าทุกกลุ่ม เวลาอ่านนิยายจะอิน โดยเฉพาะกับการเย้ยหยันศาสนาผ่านปากตัวละครในเรื่อง จะรู้สึกตามไปด้วยว่า ศาสนจักรคือพวกงี่เง่าหลอกลวง อยากฉลาดต้องเชื่อทีบบิง โดยรวมแล้วคือเชื่อมาก แต่ในบางคนอาจเกิดฉุกใจสงสัยทีหลัง แต่ยังค่อนไปทางเชื่อ และอาจจะตื่นเต้น รีบบอกเพื่อนๆ และพูดราวกับ แดน บราว์น คือฮีโร่ผู้คนพบความจริงอันยิ่งใหญ่ และจะรีบพุ่งไปหาคนรู้จักที่เป็นคริสตชน และพร้อมจะบอกว่า พวกนี้หลงผิดแล้วแถมโง่งมงายด้วย "ความจริงคือนิยายเล่มนี่" กลุ่มนี้ยังแยกการตอบรับออกเป็น
 
A. ยินดีรับฟังข้อมูลความจริง ส่วนการเปลี่ยนใจหรือไม่ก็แล้วแต่บุคคล
 
B.ไม่ต้องการข้อมูลด้านตรงข้าม หรือให้ร้ายนิยายสุดที่รักเด็ดขาด อาจจะบอกตัวเองว่า "พวกนี้มันจะดิสเครดิตวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่" และ "เป็นพวกโง่งมงาย โดนศาสนจักรหลอก แบบที่นิยายสอนเลย"
 
   3.2 เชื่อเพราะอยากจะเชื่อ
 
 
      กลุ่มนี้ คือกลุ่มอคติ คืออาจจะเกลียดคริสตศาสนามาก่อนแล้ว จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หรืออาจเป็นกลุ่มคนที่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าและไม่ชอบอยู่แล้วสำหรับใครที่ เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า ช่างงมงายและไร้สาระ และรู้สึกว่า นิยายโดนใจมากที่เอาข้อมูลมาบอกว่าพระเยซูไม่ใช่พระเจ้า ดังนั้นหากมีอะไรที่จะให้ร้ายศาสนาคริสต์ได้ "ต่อให้รู้สึกไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็อยากจะให้มันจริง" กลุ่มนี้ ถ้ารุนแรงหน่อยจะเอาข้อความในนิยายไปโจมตีคริสตชน และคริสตสาสนา ทั้งในอินเตอร์เนต และในที่ต่างๆที่มีโอกาส กลุ่มนี้ไม่ต้องการข้อมูลที่ตรงข้ามกับนิยายเลย แต่จะเสาะหาข้อมูลสารพัดแหล่งที่สนับสนุนนิยาย เอาไว้เถียง กับผู้พยายามชี้แจงข้อเท็จจริง และเอาไว้หยามผู้ที่เป็นคริสต์ คนเหล่านี้ ถ้าจะอ่านข้อมูลที่แก้ไขความเข้าใจผิด ก็อ่านเพื่อหาข้อค้านมากกว่า บางครั้งพบว่าคนที่อยู่ในกลุ่มนี้เพราะเหตุผลที่ว่าไม่เชื่อว่าพระเยซูคือ พระเจ้า มักจะสับสนและกลัวว่าถ้าเชื่อข้อมูลอีกด้านหนึ่งจะกล่ายเป็นการเชื่อว่าพระ เยซูคือพระเจ้า(ซึ่งที่จริงไม่เกี่ยวกันเลย)
 
ดังนั้น นอกจากนิยายจะสร้างความสับสนในด้านความรู้ และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ยังสร้างความแตกแยกแบบย่อมๆ
 
      ภายในเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้จัดทำ ได้พบปัญหา ทั้งด้วยตนเอง และจากการบอกเล่าของคนรอบข้าง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากกลุ่มที่ 2 และ3 โดยปัญหาจากกลุ่มที่2 คือจะเป็นกลุ่มคนวงกว้างกว่า ที่มักสงสัยไต่ถามทั้งจากคริสตชน และผู้ที่ไม่ใช่คริสตชน และผู้ถูกถามขาดข้อมูลความรู้ที่จะอธิบาย แต่กับกรณีกลุ่มที่ 3 ที่แม้จะเป็นกลุ่มที่แคบกว่า แต่มีความรุนแรงมากกว่า โดยสามารถพบเห็นได้ง่ายตามอินเตอร์เนตที่เปิดให้แสดงความคิดเห็น ซึ่งส่วนมากจะกลายเป็นกระดานด่าศาสนาในเวลาไม่นาน หรือแม้แต่การโดนเย้ยหยันซึ่งๆหน้า
 
โดยเฉพาะในกลุ่มที่ 1.1 และกลุ่มที่ 3 ที่บางครั้งมาพร้อมกัน โดยพวก1.1 อาจเยาะเย้ยการให้ข้อมูลจริงว่า ไร้สาระน่า ซีเรียสอะไรแค่นิยาย แต่ในขณะที่กลุ่มที่ 3 กลับโต้ว่านิยายนี่อิงเรื่องจริงเฟ้ย+การหยามเหยียดโจมตีศาสนา(ซึ่งที่จริง น่าจะปล่อยให้2กลุ่มนี้ไปตกลงกันเองให้ได้ก่อนว่าตกลงมันคือเรื่องจริงหรือ นิยาย)
 
ดังนั้น ไม่ว่าท่านจะอยู่ในกลุ่มไหน ขอให้เราได้มีจุดยืนร่วมกันว่า
 
นี่ไม่ใช่การเถียงกันว่าพระเยซูคือพระเจ้าหรือไม่ และไม่ใช่การเอาจริงเอาจังกับนวนิยาย
 
แต่นี่ คือการนำเสนอในข้อเท็จจริง ที่มีการอ้างอิงชัดเจน และมีหลักฐานรองรับ เป็นการนำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ศาสนศาสตร์ และศิลปะ ที่ถูกอ้างถึงในนิยาย เพื่อตอบคำถามผู้สงสัยสับสน ให้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ที่เข้าใจผิด และผู้ที่ไม่ได้เข้าใจว่านิยายเป็นแค่นิยาย และทำให้ผู้ที่ถูกบิดเบือนไม่ได้รับความเป็นธรรมที่เขาควรได้รับ
Last modified on Wednesday, 21 November 2012 15:41
Administrator

Latest from Administrator

Related items (by tag)

back to top