พระคัมภีร์นอกสาระบบต่างๆ และนอกสติก

Written by  Administrator Thursday, 07 April 2011 11:36
Rate this item
(0 votes)

งานเขียนและคำสอนของทางนอสติคเน้นเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณต่างๆ โดยเชื่อว่าประสบการณ์ทางวิญญาณนั้นเป็นแก่นที่แท้จริงของความเชื่อทางศาสนา คือการค้นหาองค์ความรู้ที่สูงส่ง โดยเชื่อว่าดวงวิญญาณของมนุษยชาติอยู่ในโลกวิญญาณแห่งความสว่างที่เรียกว่า พลีโรม่า (Pleroma) แต่จิตวิญญาณของมนุษย์กลับถูกขังในกรงขังแห่งเนื้อหนังที่เรียกว่า “ร่างกาย” บนโลก เรื่องของวัตถุ และ โลกวัตถุจะถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย เพราะปิดกั้นองค์ความรู้ที่แท้จริงของจิตวิญญาณ และ ความจริงของเทวภาพ

กล่าวคือ มีลัทธินอกสติกนี้อยู่ก่อนแล้ว แล้วลัทธินี้นำความเชื่อของลัทธิ และศาสนาอื่นๆมาผสมเข้าไป และปรับใหม่ให้เข้ากับแบบนอสติกที่ตนต้องการ

ดังนั้นเราอาจจะพบหลักข้อความเชื่อ หรือ ชื่อของบุคคลทางคริสตศาสนา เช่น พระเยซู หรือบรรดาสาวก ปรากฏในบันทึกต่างๆของลัทธินอสติค แต่เป็นการนำเอาพระเยซูคริสต์มาปรับเข้ากับแนวคิดนอสติค ซึ่งเราแน่ใจได้เลยว่าข้อคำสอนในนั้น แตกต่างจากข้อความเชื่อและพระเยซูจริง ๆ ของทางคริสตศาสนาในยุคแรกเริ่มนั้นอย่างแน่นอน

และยิ่งไปกว่านั้น ลัทธินอสติก เริ่มนำ "ความเป็นคริสตศาสนา" เข้ามารวมกับลัทธิตน เมื่อค.ศ.100-130 ซึ่งเป็นเวลาที่อัครสาวกแทบทั้งหมดเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้น การมีคัมภีร์ของนอสติกที่อ้างชื่อ อัครสาวกต่างๆทั้ง นักบุญฟิลลิป ยูดาส นักบุญยอห์น นักบุญมารีย์ มักดาเลนา ฯลฯ ว่าเป็นผู้เขียน โผล่ขึ้นมาในค.ศ.150 จึงเป็นสิ่งที่นักประวัติศาสตร์สายหลัก และนักวิชาการ ยอมรับว่ามันอาจสะท้อนข้อความเชื่อบางอย่างของคริสตศาสนาในสมัยนั้น(ถ้าตัด แนวคิดนอกสติกที่ปนอยู่ออกไปซะ)ได้ก็จริง แต่แน่ใจได้เลยว่า ท่านักบุญเหล่านั้นไม่ใช่คนเขียนตัวจริงแน่ๆ

และมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บรรดาผู้นำทางพระศาสนจักรตั้งแต่ยุคแรก เริ่มที่ประนามการกระทำที่พยายามกลืนศาสนาคริสต์ของนอสติกนี้ บุคคลที่สำคัญคือ อีรีเนอุส บิชอป แห่งลียง ในค.ศ.180 ได้เรียกคัมภีร์ของนอสติกว่าเป็น"ประวัติศาสตร์ที่ถูกแต่งขึ้น"

 


ดันแคน กรีนลีส (Duncan Greenless) นักเทวศาสตร์ผู้ศึกษาและนับถือศรัทธาแนวคิดนอสติคได้ให้นิยามสำหรับแนวคิดนอสติคไว้ว่า

“นอสติคซิซึ่ม (Gnosticism) คือแนวคิดการค้นหาประสบการณ์ความรู้ตรงเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้า วิญญาณ และ อวกาศ ในช่วงศตวรรษแรกๆที่คริสตศาสนาพัฒนาขึ้น นอสติคก็ได้เอาแนวคิดของทางคริสตศาสนามาใช้ โดยปฏิเสธเรื่องเนื้อหาความเชื่อและศรัทธาออก ดังนั้นคำหลายๆคำจึงมาทางคริสต์ แต่เรื่องวิญญาณและเรื่องเหนือธรรมชาติมาจากแนวคิดลัทธิศาสนาโบราณอื่นๆทั้ง หลายของทางตะวันตก”


อ้างอิง

* Gnostic, www.jesusdecoded.com

* National Geographic, May 2006, Issue 58


Q:คัมภีร์นอสติคบ่งบอกว่าพระเยซูเป็นมนษุย์เท่านั้นจริงหรือ

A:ตรงข้ามโดยสิ้นเชิง เพราะแนวคิดนอกสติกที่มองว่าเนื้อหนัง และโลกเลวร้าย มีแต่จิตวิญญาณที่จีรัง เนื้อหาของนอสติกจึงยกย่องความเป็นพระเจ้าของพระเยซูเจ้าสุดโต่ง จนกลายเป็นว่าพระเยซูเจ้าไม่ได้เป็นมนุษย์แท้ เลยด้วยซ้ำ และนี่คือสาระสำคัญอีกอันหนึ่ง ที่คริสตศาสนาไม่ยอมรับแนวคิดลัทธินี้

พระคัมภีร์นอกสาระบบต่าง ๆ

พระคัมภีร์นอกสารระบบ (Apocrypha)

พระคัมภีร์นอกสารระบบเป็นผลงานที่ไม่ได้รับการยืนยันจากทางพระศาสนจักร และมักถูกประพันธ์เสริมแต่งโดยฝีมือของนักประพันธ์ทั่วไป หนังสือสารระบบรองเหล่านี้มีทั้งที่ถูกประพันธ์ก่อนและหลังยุคของอัครสาวก และในบรรดาผลงานเหล่านั้น จำนวนหนึ่งเป็นแค่งานประพันธ์เพื่อความบันเทิงเท่านั้น มีหลายผลงานที่อ้างอิงจากตำนานปรัมปราของชาติต่าง ๆ ร่วมกับความเชื่อของศาสนาโบราณ มาผสมผสานกันเพื่อให้เกิดความบันเทิง (ในช่วงศตวรรษที่ 2-3)

เกือบทั้งหมดของหนังสือสารระบบรองที่หลงเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน ถูกค้นพบแค่เพียงบางส่วนในสภาพที่ไม่ค่อยสมบูรณ์เสียเท่าไหร่นัก ที่สำคัญเนื้อหาดังกล่าวยังได้รับการศึกษามาอย่างช้านานโดยคริสตชนแล้ว

อ้างอิง :

* Richard Abanes , “The Truth Behind The Davinci Codes”


Q:พระศาสนจักรคาทอลิกมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือ Apocrypha ?

A:ในสมัยกลางโดยเฉพาะในยุคของนักบุญเบอร์นาร์ด และนักบุญโธมัส อไควนัส หนังสือ Apocrypha ได้รับการยอมรับอย่างสูงทั้งในหมู่พระสงฆ์นักบวชและฆราวาส และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เห็นภาพเขียนฝาผนังในโบสถ์ต่างประเทศเป็นเรื่องราว ที่ปรากฎอยู่ในหนังสือ Apocrypha

ดังนั้น ปัจจุบัน คาทอลิกสามารถอ่านและอ้างอิงหนังสือ Apocrypha ได้ โดยต้องสามารถแยกแยะ และระบุให้ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด

ดังนั้น ถ้าคุณจะอ่านหรือมีหนังสือเหล่านี้แล้วจะมีใครมาตามฆ่าตามเก็บ ก็เป็นเพียงการเสริมแต่งที่เกิดจริงของบรรดานิยายแหละหนังฮอลลิวู้ด เพราะคุณสามารถหาซื้อหนังสือเหล่านี้ได้ตามร้านหนังสือในต่างประเทศ และโดยเฉพาะในห้องสมุดมหาวิทยาลัยของคริสตศาสนาเองก็มีให้ใครๆมาอ่านและ ศึกษาได้

อ้างอิง

* คณะกรรมการคาทอลิคเพื่อพระคัมภีร์

พระคัมภีร์ฉบับฟิลลิป

พระคัมภีร์ฉบับนี้ถูกเขียนอย่างเร็วที่สุดคือหลัง ค.ศ. 150 ซึ่งแน่นอนว่า นักบุญฟิลิปอัครสาวกเสียชีวิตไปนานแล้ว และไม่ใช่ผู้เขียนตัวจริง

นิยาย ดาวินซีโค้ด อ้างว่า

" จากบทพระวรสารนักบุญฟิลิปป์ภาษาอารมิคบันทึกว่า พระองค์รักเธอมากกว่าสานุศิษย์คนใดๆของพระองค์ พระองค์จูบเธอบ่อยหลายต่อหลายครั้ง และพระองค์สมรสกับเธอ ตามความหมายของคำว่า “เพื่อน” สมัยนั้นมีความหมายว่า “คู่สมรส” โดยท้าในหนังสือว่า ถ้าไปถามคนรู้ภาษาอาราเมอิกจะทราบ "

ควาจริง

1. บทพระวรสารของนักบุญฟิลิปป์ไม่ได้เขียนในภาษาอารมิค!!! แต่เป็นภาษาทางคอปติค (Coptic) จากอียิปต์ และเป็นการแปลจากของภาษากรีกอีกที

2.ทีนี้เราไปถามคนรู้อาราเมอิกแบบที่เขาท้า จากคำกล่าวของศาสตราจารย์ เครก บลอมเบิร์ก (Craig Blomberg) จากการสัมนาที่เดนเวอร์ กล่าวไว้ว่า “ไม่มีคำทั้งจากภาษาฮีบรู และ อารมิค สำหรับคำว่า เพื่อน ที่สื่อแปลว่า คู่สมรส” ซึ่ง ศาสตราจารย์ มากาเร็ต มิตเชล (Margaret Mitchell) แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ศาสนจักรตอนต้น แห่ง มหาวิทยาลัย ชิคาโก้ ดิวินิตี้ สคูล ก็เห็นด้วย ศาสตราจารย์ มิตเชลยังกล่าวอีกว่า ดาวินซีโค้ดได้ถอดความแปลคำออกมาผิด ซึ่งคำต้นฉบับดังกล่าวมักถูกแปลว่า เพื่อน หรือ สหาย อยู่แล้ว



Q:ในพระคัมภีร์ดังกล่าว บันทึกว่าพระเยซูจูบปาก นักบุญ มารีย์ มักดาเลนา จริงหรือ

A: ความจริงคือ คัมภีร์ของฟิลลิป นั้นต้นฉับทรุดโทรมขาดวิ่นมาก และข้อความที่ระบุใจความสำคัญดังกล่าวมีรอยขาดวิ่นอยู่มากทีเดียว จนอ่านได้แบบนี้

"มารีย์ มักดาเลนา.......ต่อเธอมากกว่า.......สาวกคนอื่นๆ .......จูบเธอ.......บน......."

เราไม่รู้ว่า ใครจูบกันแน่ และไม่รู้ว่า จูบบนอะไร บนมือหรือ? บนหน้าผากหรือ? บนแก้มหรือ?

ดังนั้นรับประกันได้ว่าถ้าใครอ้างข้อความเต็มของ เอกสารฉบับนี้ขึ้นมาได้ ย่อมมาจากการ "เดาเอาเอง" อย่างแน่นอน และคนที่อยากให้เรื่องนี้ดูเป็นเรื่องฉันท์ชู้สาวย่อมใส่คำว่า"ปาก"ลงไปบน ช่องที่แหว่งนั้นโดยไม่ลังเล

อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าตามแนวคิดหลักของ คัมภีร์นอสติก ซึ่งมองว่าเรื่องทางโลกและเพศเป็นเรื่องต่ำช้า และเรื่องทางจิตคือเรื่องสูงส่งแล้ว ความสัมพันธ์ครั้งนี้น่าจะเป็นแบบพลาโตนิก(platonic) คือการแสดงออกซึ่งความรักที่ปราศจากอารมณ์เพศ หรือการแสดงออกถึงความรักในด้านจิตวิญญาณ(spiritual) มากกว่า


อ้างอิง

* Linda Kulman และ Jay Tolson (ร่วมกับ Katy Kelly) , “Jesus in America,” U.S. News และ World Report , December 22 , 2003 ( www.usnews.com [archives])


    พระคัมภีร์ฉบับ มารีย์มักดาเลนา

    บันทึกนี้ เขียนอย่างเร็วที่สุดต้นศตรววษที่2 แน่นอนว่า นักบุญมารีย์ มักดาเลนา น่าจะเสียชีวิตไปก่อนแล้วเช่นกัน

    Q:จริงหรือที่ในคัมภีร์ฉบับนี้ บันทึกว่า พระเยซูเจ้ามอบพระศาสนจักรให้ นักบุญ มารีย์ มักดาเลนาดูแล

    A:น่าแปลกใจที่ทีบบิง อ้างประโยคจากคัมภีร์นี้ในท่อนที่ นักบุญ เปโตร ไม่พอใจ นักบุญ มารีย์ มักดาเลนา แต่คำที่เขียนว่า "พระเยซูเจ้ามอบพระศาสนจักรให้ นักบุญ มารีย์ มักดาเลนาดูแล" กลับเป็นการพูดลอยๆของทีบบิง แทนที่จะอ้างข้อความในเอกสารฉบับเดียวกัน เพราะที่จริงแล้ว ประโยคดังกล่าว หรือถ้อยคำที่จะสื่อแบบนั้นไม่มีแม้แต่คำเดียวในเอกสารฉบับดังกล่าวนั่นเอง

    เอกสารดังกล่าวมีแต่เรื่องราวคำสอนทางศาสนาที่พรนะเยซู สอนนักบุญมารีย์ มักดาเลนา เท่านั้น ไม่มีการสื่อในประเด็นอื่นเลย

    และในความเป็นจริงแล้ว คัมภีร์ของมารีย์ มักดาลีน ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของต้นฉบับ นัก ฮัมมาดี (Nag Hammadi) อย่างที่ดาวินซีโค้ดกล่าวอ้าง มีเพียงส่วนเล็กๆแค่ 3 ส่วน มี 2 ส่วนเป็นเพียงเนื้อหาสั้นๆ คัดลอกจากช่วงศตวรรษที่ 3 ในภาษากรีก อีกส่วนที่ยาวกว่าคัดลอกในช่วงศตวรรษที่ 5 ในภาษาคอปติค ซึ่งไม่ว่าเนื้อหาในส่วนไหนก็ตามไม่มีการพูดถึงเลยว่ามารีย์ มักดาลีน ได้รับการเลือกจากพระเยซูในการปฏิบัติพันธกิจดังกล่าว แน่นอนว่าเนื้อหาเรื่องความสัมพันธ์ หรือ การสมรสของพระองค์กับเธอก็ไม่มี


    อ้างอิง

    * Karen L. King , The Gospel of Mary of Magdala (Santa Rosa , CA : Polebridge Press , 2003 ) p. 16-17


Q : จริงหรือไม่ที่มีการค้นพบ ม้วนบันทึกแห่งทะเลตาย (Dead Sea Scrolls) ในปี 1950 และม้วนบันทึกของอียิปต์ในปี 1945 ที่ นัก ฮัมมาดี (Nag Hammadi) เป็นข้อมูลที่ทางวาติกันไม่ต้องการให้เปิดเผยออกมา ?

A : ในความเป็นจริงแล้ว เนื้อหาในบันทึกนั้นล้วนแต่เป็นเนื้อหาของยิวเป็นหลัก เป็นเนื้อหาเกี่ยวบรรยายกับเรื่องราวที่ปรากฏในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม (old testament) ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องราวก่อนการประสูติของพระเยซู!!! ซึ่งเนื้อหาที่เป็นประวัติของพระเยซูจะมีเขียนในพันธสัญาใหม่(New Testament) หมายความว่าเนื้อหาในม้วนบันทึกทะเลตายไม่มีอะไรเกี่ยวกับพระเยซู เลย และที่สำคัญ ม้วนหนังสือนี้ถูกเขียนเป็นศตวรรษก่อนพระเยซูจะประสูติ!!!

แต่กระนั้นก็ดี ไม่มีหลักฐานใดบอกว่าทางวาติกันพยายามหยุดยั้งไม่ให้เปิดเผยเนื้อหาเหล่า นั้น เพราะที่แน่ๆในบทความนี้ก็อ้างถึงหลายครั้งอยู่


อ้างอิง

* Florentio Garcia Martinez , The Dead Sea Scrolls Translated (Grand Rapids : Eerdmans ,1992; 1994 Engl.ed)

Q:นิยายอ้างว่า ม้วนเอกสารนัคฮัมบาดี เป็นเอกสารที่ถูกต้องที่สุด และดีกว่าพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเพราะไม่โดนตัดเรื่องภรรยาพระเยซูจริงหรือ

A:จุดพลาดจุดแรกคือ เอกสาร นัคฮัมบาดี เป็นหนังสือพับซึ่งเป็นรูปแบบหนังสือยุคแรก ไม่ใช่หนังสือม้วน และ ไม่น่าแปลกใจเมื่อเราทราบแล้วว่า ผู้เขียนเป็นกลุ่มนอสติก เราลองมาดูเอกสารฉบับอื่นๆในชุดเดียวกันดีกว่า ว่า พูดถึงผู้หญิงว่าอย่างไร

เราจะพบข้อเขียนที่หลากหลายเกี่ยวกับพระผู้ช่วยที่มาเพื่อ “ ทำลายกิจการของสตรี ” ใน “ บทสนทนาของพระผู้ช่วย” ( The Dialogue Of The Savior )

“ ยูดาสกล่าวว่า... “ เมื่อเราอธิษฐาน เราควรจะอธิษฐานอย่างไร ? ” พระเยซูตรัสตอบว่า “ อธิษฐานในสถานที่ๆ ไม่มีผู้หญิงอยู่”

ไม่น่าแปลกใจที่นิยายไม่กล้าอ้างย่อหน้านี้

และในพระคัมภีร์ฉบับโธมัส 1 ในเอกสาร นัคฮัมบาดี

"ซีโมน เปโตรกล่าวกับพวกเขาว่า “ ให้มารีย์ไปจากเราเถิด เพราะผู้หญิงนั้นไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่ ” พระเยซูตอบว่า “ เราจะนำเธอในการทำให้เธอเป็นชายด้วยตัวของเราเอง เพื่อที่เธอจะได้เป็นจิตวิญญาณที่มีชีวิตที่เหมือนพวกท่านที่เป็นผู้ชาย เพราะผู้หญิงทุกคนที่ทำให้ตนเองเป็นชาย จะได้เข้าสู่แผ่นดินสวรรค์ ”

ดังนั้น ถ้าคุณกำลังมองหาศาสนา ที่กดขี่สตรี และยกพระเยซูเป็นพระเจ้าสุดโต่ง คุณสามารถพบได้จากลัทธินอสติก และเอกสารนัก ฮามบาดี ไม่ใช่พระคัมภีร์ไบเบิ้ล

อ้างอิง

ห้องสมุด นาค ฮัมมาดิ ( The Nag Hammadi Library ) โดย เจมส์ เอ็ม โรบินสัน ( James M. Robinson ) บรรณาธิการ สำนักพิมพ์ ฮาร์เปอร์ แอนด์โรว์ ( Harper And Row ) ปี ค.ศ. 1976 หน้าที่ 130

 

Last modified on Monday, 19 November 2012 11:49
Administrator

Latest from Administrator

Related items (by tag)

back to top