พระองค์ตรัสว่า “จงตั้งใจฟังให้ดีท่านตวงให้เขาอย่างไรเขาก็จะตวงให้ท่านอย่างนั้นและจะเพิ่มให้อีกด้วย  ผู้ที่มีมากจะได้รับมากขึ้นส่วนผู้ที่มีน้อยสิ่งเล็กน้อยที่เขามีจะถูกริบไปด้วย” (มธ. 4:24-25)

 

The Last Supper

Written by  Administrator Thursday, 07 April 2011 11:45
Rate this item
(1 Vote)
Table of contents
« Prev All Pages Next »

ภาพปูนเปียกเป็นภาพที่ใช้สีน้ำเขียนลงบนปูนขาวชื้น ซึ่งจะ “ ดัก ” สีในขณะที่กำลังแห้งตัว และจะทำให้เกิดสีที่เข้มและคงทนยาวนาน ลีโอนาร์โดนั้นทำงานช้าเกินกว่าจะใช้ปูนเปียกได้ และเขาอยากจะลองเทคนิคใหม่ที่แตกต่างออกไป ดังนั้นเขาจึงทาด่างอ่อนๆ ไว้บนกำแพงหินและใช้สีที่ผสมไข่เพื่อระบายทับบนนั้น เพียงไม่กี่ปีหลังจากที่ภาพกำแพงนี้เสร็จสมบูรณ์ สีในภาพก็เริ่มที่จะจางลงและหลุดเป็นเกล็ดออกมา

ดังนั้นกว่าจะถึงสมัยเรา ภาพนี้จึงมีสภาพเสียหายบนพื้นผิวหน้ากว่า50% และซีดจางเหมือนอยู่ในม่านหมอก ต่างกับภาพLast Judgement ของ ไมเคิ้ล แองเจโล่ ที่วาดบนผนังโบสถ์ซิสตินในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ภาพยังสวยสดคมชัดจนทุกวันนี้



Q:จริงหรือคนที่นั่งข้างขวาพระเยซูเป็นหญิง คือ นักบุญมารีอา มักดาเลนา

A:จากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ และบันทึกของลีโอนาร์โดเอง ทุกคนทราบดีมานาน500ปีแล้วว่าแต่ละคนที่อยู่ในภาพนั้นมีใครบ้าง
รูปสาวกทั้ง12ถูกระบุชัดเจนว่ามีใครบ้าง เพราะถ้าสาวกไม่ครบ กลายเป็นหญิงมาแทนที่ต้องเกิดคำถามมาตั้งแต่500ปีก่อนแน่ว่าใครหายไปคนนึง แต่ ลีโอนาร์โด วาดอัครสาวกทั้ง12ของพระเยซูครบทุกคนโดยเราสามารถรู้ได้ด้วยว่าใครเป็นใคร โดยเราได้ข้อมูลจากบันทึกของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ เอง

ดังนั้น เมื่อหนังสือระบุว่าคนที่นั่งกับพระเยซูเป็นผู้หญิง ก็เกิดช่องโหว่ขึ้นคือ
1. ถ้าดาวินชี่ต้องการวาดผู้หญิง แต่นานถึง500กว่าปี ภาพที่โด่งกังผ่านสายตาคนเป็นหมื่นเป็นแสน เพิ่งมีมีแดน บราว์นดูออกคนแรก ถ้างั้นนี่จะบอกว่า ลีโอนาร์โด ฝีมือห่วยขนาดวาดผู้หญิงได้แมนมากคนดูไม่ออกนาน500ปีหรือ
2. ถ้านี่เป็นหญิง สาวก12คนของพระเยซูก็ไม่ครบ แล้วใครหายไปล่ะ

และสิ่งที่จะทำให้ผู้ที่กำลังเคลิ้มไปกับการชี้นำของนิยาย ต้องตกตะลึง ก็คือความจริงที่ว่า ลี โอนาร์โด วาดภาพนี้โดยเจาะจงวางตำแหน่งบุคคลแต่ละคนตามข้อมูลในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล อย่างชัดเจน เพราะเขาเลือกให้นักบุญยอห์น(John) และยากอบ(James)นั่งข้างพระเยซู

พระคัมภีร์บันทึกโดยนักบุญมัทธิว บทที่20ข้อที่20
มารดาของบุตรเศเบดีเข้ามาเฝ้าพระองค์พร้อมกับบุตร นางกราบลงทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระองค์ พระองค์จึงตรัสถามนางว่า “ท่านต้องการอะไร” นางทูลว่า “ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้บุตรทั้งสองคนของข้าพเจ้า นั่งข้างขวาคนหนึ่ง นั่งข้างซ้ายคนหนึ่งในพระอาณาจักรของพระองค์” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านดื่มถ้วยซึ่งเราจะดื่มได้หรือไม่” เขาทั้งสองทูลตอบว่า “ได้ พระเจ้าข้า”

พระคัมภีร์บันทึกโดยนักบุญมัทธิว บทที่4ข้อที่21
เมื่อทรงดำเนินไปจากที่นั่น พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องอีกสองคนคือ ยากอบบุตรของเศเบดีและยอห์นน้องชาย กำลังซ่อมแหอยู่ในเรือกับเศเบดีผู้บิดา พระองค์ทรงเรียกเขา ทันใดนั้น เขาก็ทิ้งเรือและบิดา แล้วตามพระองค์ไป

---จาก2บทนี้ เราพบว่านักบุญยอห์นและยากอบเป็นพี่น้องกัน พ่อชื่อเศเบดี และแม่ของเขาเคยขอให้ลูกทั้งสองได้นั่งข้างพระเยซู การให้ความสำคัญกับรายละเอียดเหล่านี้ชี้ว่า ลีโอนาร์โด ซื่อสัตย์ต่อไบเบิ้ลมาก ไม่ใช่เหยียดหยามไบเบิ้ลดังที่นิยายพยายามบิดเบือน

ทีนี้เมื่อเราทราบว่านี่คือยอห์น ก็คงเกิดคำถามว่า ทำไมดูเหมือนผู้หญิง ไม่มีหนวดเลย แต่ความจริงคริสตชนทุกคนทราบทันทีว่านี่คือยอห์น เพราะคนที่ดูภาพทางศาสนาเหล่านี้บ่อยหน่อย จะทราบทันทีว่า ลีโอนาร์โดไม่ได้วาดผู้หญิง แต่วาดเด็กหนุ่ม!!!

เพราะนักบุญยอห์นคืออัครสาวกที่อายุน้อยที่สุดของพระเยซูคริสต์

เอกสารที่เก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งคือ พระคัมภีร์ ฉบับสุดท้ายที่จัดรวมในไบเบิ้ล เขียนโดยสาวกท่านนี้ และที่ได้ค้นพบต้นฉบับ ต้นฉบับนั้นมีอายุราวค.ศ.100 รวมถึงเนื้อหาบางส่วนในนั้นสอดคล้องกับสมัยดังกล่าว ดังนั้น รูปนักบุญชายในคริสตศาสนาที่เรามักเห็นหนวดเครายาว แต่จะมีท่านนี้เท่านั้น ที่ถูกวาดเป็นเด็กหนุ่มแทบทุกรูป และนี่คือสิ่งที่ แดน บราว์น ใช้บิดเบือนว่าท่านเป็นหญิง

และสามารถยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะ นาย บรูซ โบเชอร์ (Bruce Boucher) หัวหน้าภัณฑรักษ์ ศิลป์ สถาปัตย์ และการตกแต่ง ยุโรป ที่ทำงานอยู่ที่สถาบันในชิคาโก บรูซได้อธิบายถึงเรื่องของอัครสาวกยอห์นในภาพนี้ว่า ภาพที่ปรากฏมาของยอห์นนั้นเป็นภาพศิลปะตามแบบศิลปินทางฟลอเรนส์ที่ต้องการ สื่อถึงศิษย์คนโปรดของพระเยซูให้ออกมาในแง่ ชายหนุ่มผู้เยาว์วัย ดูอรชรอ้อนแอ้น และงดงาม

เรายืนยันข้อนี้ได้ไม่ยากเพียงด้วยการดูภาพของท่านนักบุญ ยอห์นอัครสาวกอายุน้อยท่านนี้ในภาพของศิลปินคนอื่นๆ
ในภาพนี้ต่างกับภาพลาสซับฯนะครับ เพราะไม่ได้วาดเหตุการณ์ แต่วาดคน เพราะพระแม่มารีย์อุ้มพระกุมารเยซู คือตอนพระเยซูเด็ก แต่ท่านยอห์นที่เป็นศิษย์ตอนพระเยซูเป็นหนุ่มแล้ว ส่วนอีกท่านที่ศีรษะล้านคือนักบุญฟรังซิส ท่านนี้เกิดหลังพระเยซูเป็นร้อยๆปี

 


ทำไมเราถึงดูรูปแล้วรู้ว่านี่คือยอห์น แน่นอนนอกจากศิลปินบอกไว้แล้ว ศิลปินยังสื่อด้วย3อย่างคือ

1.หนังสือพระคัมภีร์-เพราะท่านเป็นคนหนึ่งที่บันทึกพระคัมภีร์
2.เสื้อผ้าที่มีสีแดงและ...
3.ความเยาว์วัยของท่าน ที่แสดงว่าท่านคือสาวกที่อายุน้อยที่สุดของพระเยซู ดังนั้น แม้ท่านจะเขียนพระคัมภีร์ฉบับสุดท้ายตอนอายุราว80ปี แต่ศิลปินทุกคนยึดขนบนี้ ในการวาดรูปท่าน เพื่อบอกเราถึงสาวกที่อายุน้อยที่สุดของพระเยซูคริสต์

ลองดูอีกรูปครับรูปท่านเหมือนกัน
เราได้เห็นชายหนุ่มที่นั่งข้างพระเยซู ผมยาว ไม่มีหนวดเครา ดูเด็กที่สุดในกลุ่ม

ดังนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่าที่จริงคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นใคร เรามาศึกษาข้อเท็จจริงอื่นๆของภาพนี้กันต่อเลยครับ เพราะสิ่งที่นิยายบิดเบือนยังไม่หมดแค่นั้น
Q:อัคร สาวก เปโตร แสดงท่าทีคุกคามต่อมารีย์ มักดาลีน อย่างเห็นได้ชัด เขาทำมือผ่าขวางเหมือนเป็นดาบ จ่อราวกับจะผ่าที่คอของมารีย์ มักดาลีน จริงหรือ

A:หลายท่านที่เคยเห็นภาพนี้ แต่ไม่รู้เรื่องราวในไบเบิ้ลอาจสงสัยว่าทำไมคนในภาพถึงทำท่าทางแบบที่เราเห็นอยู่นี้

อย่างที่ทราบว่า ลีโอนาร์โดวาดภาพนี้โดย อ้างอิงไบเบิ้ล และสิ่งที่จะทำให้คนเชื่อนิยายต้องสะดุดอีกครั้ง นั่นก็คือ พระคัมภีร์ที่เขาหยิบมา เป็นบทที่บันทึกโดยนักบุญ ยอห์น ผู้ซึ่งถูกบิดเบือนว่าเป็นผู้หญิงคนนี้นี่เอง ยิ่งยืนยันอย่างยิ่งว่า ลีโอนาร์โด ไม่มีวันวาดภาพนี้ โดยจงใจละเลยไม่วาดนักบุญ ยอห์นผู้ร่วมเหตุการณ์ตัวจริงอยู่ในภาพด้วยแน่ๆ

พระคัมภีร์บันทึกโดยนักบุญยอห์นบทที่ 13ข้อที่21
เมื่อตรัสดังนี้แล้ว พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกหวั่นไหวพระทัย จึงตรัสยืนยันว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านคนหนึ่งจะทรยศเรา” บรรดาศิษย์ต่างมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าพระองค์ทรงหมายถึงใคร ศิษย์ คนหนึ่งที่พระเยซูเจ้าทรงรักนั่งโต๊ะติดกับพระองค์ ซีโมน เปโตรจึงทำสัญญาณให้เขาทูลถามว่า “ผู้ที่พระองค์กำลังตรัสถึงนี้เป็นใคร” เขาจึงเอนกายชิดพระอุระของพระเยซูเจ้า ทูลถามว่า “พระเจ้าข้า เป็นใครหรือ” พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า “เป็นผู้ที่เราจะจุ่มขนมปังส่งให้” แล้วทรงจุ่มขนมปังชิ้นหนึ่ง ส่งให้ยูดาส บุตรของซีโมน อิสคาริโอท

ตรงที่เป็นสีแดงนั่นแหละครับ
ดังนั้นเรามาดูภาพนี้แบบชัดๆอีกที

http://www.newmana.com/important/pic/lastsupp.jpg

เราได้เห็นภาพศิษย์กลุ่มทางซ้ายพระเยซู ทำท่าผงะ และศิษย์ก็หันมองกันเลิ่กลัก เพราะพวกเขาได้ยินพระอาจารย์พูดว่าจะมีคนทรยศ

ทีนี้เข้าใจรึยังครับ ว่าปีเตอร์ หรือที่เรียกว่า นักบุญเปโตร นั้น ทำท่าแบบนั้นทำไม ใช่แล้วครับ ท่านทำสัญญาณให้ยอห์นผู้นั่งใกล้พระเยซูทูลถามว่า “ผู้ที่พระองค์กำลังตรัสถึงนี้เป็นใคร”
หรือพูดง่ายๆคือ ท่าน"สะกิด" พร้อมชี้ นั่นเอง แถมถ้าเทียบกับมือของศิษย์อีกคนที่เอื้อมข้ามมาทางท่าน มือของท่านยังดูท่าทีอ่อนกว่าด้วยซ้ำ เพราะนิ้วชี้ ชี้ๆไป แต่นิ้วกลาง นาง ก้อย งอเพื่อสะกิดไหล่ และนักบุญยอห์นก็เอียงตัวมาฟังว่าท่านสะกิดทำไม

ไม่ใช่ท่าปาดคอมุ่งร้ายตามจิตนาการผู้แต่งนิยายแต่อย่างใดเลย...........

แต่ดูเหมือนการพยายามบิดเบือนจะไม่หมดแค่นั้น เมื่อ ผู้แต่งนิยายหลอกคนอ่านต่อเรื่องมือลึกลับ โดยเขียนให้น่ากลัวว่า

“ใช่ครับ และที่แปลกกว่านั้นคือ ถ้าคุณนับแขน คุณก็จะเห็นว่ามือนี้ไม่ได้เป็น...ของใครเลย ไม่ได้ติดกับร่างใด ไม่มีตัวตน”
แต่เมื่อเราได้เห็นภาพขยายชัดเจนขึ้น เราได้พบว่า ความจริงมือนั้นคือมือของท่านนักบุญเปโตรนั่นเอง เพราะถ้ามือนี้ไม่ใช่ของท่าน แขนเสื้อท่านก็เป็นแขนเสื้อกุดๆ ที่ไม่มีมือ!!!!

เรามาดูรูปนี้แบบชัดๆจะๆดีกว่าครับ
ทีนี้ถามว่าทำไม?

คำตอบก็เพราะว่าอีกประเดี๋ยวท่านนักบุญเปโตร จะปกป้องอาจารย์ ในสวนมะกอก โดยการใช้มีดตัดหูพวกทหาร ซึ่งเราจะได้เห็นฉากนี้ชัดเจนในหนัง เดอะแพสชั่นครับ
และ การสื่อว่าคนนี้คือปีเตอร์ หรือนักบุญเปโตรโดยให้ท่านถือมีดนี้ ไม่ใช่ ลีโอนาร์โดคนเดียวนะครับ แต่ Albrecht D'RER ที่วาดภาพอาหารค่ำนี้เช่นกัน แต่หลังดาวินชี่ไม่กี่ปีคือในปี ค.ศ.1497-1500 ก็ใช้วิธีสื่อว่าคนนี้เป็นใครโดยให้ถือมีดเหมือนกันครับ
นอกจาก นักบุญเปโตรจะถือมีดแล้ว ยอห์น ยังซบลงที่พระอุระพระเยซูแล้ว นั่นหมายความว่า ภาพนี้ แทบจะเป็นตอนต่อ ของลาสซับเปอร์ของ ลีโอนาร์โด เลยก็ว่าได้

เรามาลองดูภาพอื่นๆกันบ้างครับ ภาพของJacopo Bassano วาดหลังลีโอนาร์โด 50 ปีคือราวปีค.ศ.1542
นักบุญ เปโตร ถือมีดชัดเจน และ นักบุญ ยอห์น หนุ่มน้อยไร้หนวดเครา ซบลงที่อกพระเยซูเพื่อถามว่าใครทรยศ

อีกภาพที่เป็นตอนเดียวกับของดาวินชี้ นักบุญยอห์นโดนสะกิดถามเลยหันไป วาดโดยHolbein, Hans the Younger วาดหลังของดาวินชี่ราว20ปี คือค.ศ.1524-25
จากหลายๆภาพที่โพสมา จะเห็นอย่างนึงนะครับว่า ฝรั่งวาดเด็กหนุ่มบางครั้งก็ดูคล้ายผู้หญิงเหมือนกัน เพราะผมยาวนั่นเอง

มาดูภาพของคนที่วาดก่อนดาวินชี่กันบ้างครับ Bouts_Dirk_Louvain ช่วงศตรววษที่14
ผมทรงนี้ทำให้นักบุญยอห์นดูคล้ายผู้หญิงเหมือนกันนะครับ แต่ถ้าใครชอบดูหนังพีเรียดจะรู้ว่าสมัยนั้นหนุ่มๆชอบไว้ทรงนี้กันเหมือนกัน
มาดูภาพที่วาดก่อนเป็นร้อยปีบ้างค.ศ.1350 ที่Siena, Italy ไม่ทราบชื่อศิลปิน แต่นักบุญยอห์นนั้น ก้มลงบริเวณอกพระเยซูเพื่อถามเช่นกัน และมีมีดวางเกลื่อนโต๊ะเลย
และเหนือสิ่งอื่นใด เรื่องหนึ่งที่เราควรระลึกเสมอคือ ลีโอนาร์โด เป็นศิลปินที่ไม่ใช่คนวาดงานส่งเดช เขาจะศึกษาข้อมูลอย่างดีก่อนจะวาดภาพทุกภาพ และจะเสก็ตงานก่อน รวมทั้งยินดีที่จะศึกษางานจากภาพวาดของคนอื่น และแน่นนอนว่า เรามีทั้งภาพเสก็ต และภาพที่เขาได้ศึกษาก่อนจะวาดภาพนี้

นี่คืองานเสก็ตที่ ลีโอนาร์โดเสก็ตขึ้นเพื่อศึกษางานก่อนจะวาดภาพ
ลีโอนาร์โดไม่ได้เสก็ตจากจินตนาการตัวเองซะทีเดียว แต่ได้ศึกษางานของศิลปินคนอื่นๆในฟลอเรนส์ที่เคยวาดภาพนี้มาก่อนคือ

Andrea del Castagno.
The Last Supper and Stories of Christ's Passion.
1447.
Fresco, 453 x 975 cm (each fresco).
Sant'Apollonia, Florence, Italy.
เราจะเห็นการจัดตำแหน่งบนโต๊ะที่คล้ายกันกับในเสก็ต และเขาวาด นักบุญยอห์นหนุ่มน้อยไร้หนวดเครา กำลังซบลงไปถามพระเยซู
และ GHIRLANDAIO Domenico ซึ่งวาดในปี ค.ศ.1480 ก่อนลีโอนาร์โด18 ปี
ภาพนี้เห็นนักบุญเปโตรทำสัญญาณมือ และแน่นอนท่านถือมีดด้วย
ซึ่งสองภาพนี้มีอิทธิพลต่องานของลีโอนาร์โด ในเวลาต่อมา ทั้งท่าทางของนักบุญยอห์นที่หลับตาพริ้มสงบเสงี่ยม และผมยาวไร้หนวดเครา และการถือมีดของนักบุญ เปโตร สิ่งที่ลีโอนาร์โด ปรับเปลี่ยนจาก2ภาพนี้ คือไม่ให้ยูดาสนั่งตรงข้าม และไม่ให้นักบุญเปโตรนั่งข้างๆ แต่ให้นักบุญยากอบมานั่งอีกข้างแทน เพื่อให้ตรงตามพระคัมภีร์ไบเบิ้ล

ถึงตรงนี้ปริศนาเรื่องมีดในมือของนักบุญเปโตร และความอ่อนเยาว์ไร้หนวดเคราของท่านนักบุญยอห์น ผู้อยู่ในเหตุการณ์และบันทึกพระคัมภีร์ในฉากนี้ ก็ไขกระจ่างแล้วว่า.....

ทุกสิ่งที่ แดน บราว์น บิดเบือนผ่านปาก ทีบบิง ในนิยาย ไม่เป็นความจริงเลย และเหตุผลแท้จริงมีที่มาที่ไปทางศิลปะทั้งสิ้น
และจุดบิดเบือนอีกอันของนิยายที่ว่า

“และถ้าลองเสี่ยงเข้าไปดูแง่ที่แปลกเข้าไปอีก” ทีบบิงกล่าว “ลองสังเกตดูสิว่าองค์เยซูกับเจ้าสาวของพระองค์ดูเหมือนจะนั่งเอาสะโพกชิด กัน และเอนกายห่างออกจากกัน ราวกับกำลังสร้างให้เกิดพื้นที่ว่างระหว่างทั้งสองอย่างชัดเจน”

ลองทำให้ดูเลยครับว่าสะโพกติดกันหรือเปล่า
ยังห่างอยู่มากครับ เป็นจริงไม่ได้สำหรับจิตนาการที่น่าขนลุกของนิยายนี้
ความอัจฉริยะที่แท้จริงของลีโอนาร์โด และระหัสลับที่เขาซ่อนไว้ใน the last supper

 


ก่อนอื่นเราต้องทราบพื้นฐานความเชื่อทางคริสตศาสนาข้อหนึ่งก่อน

นั่นคือหลักความเชื่อเรื่อง ตรีเอกภาพ (Holy Trinity)

นั่นคือความเชื่อที่ว่า พระบิดา(พระเจ้า) พระบุตร(พระเยซู) และ พระจิต 3พระบุคคล เป็น1เดียวกัน

ไม่จำเป็นต้องทราบในรายละเอียดก็ได้ครับ แค่ทราบว่า พระเจ้าในคริสต์ศาสนาคือ ตรีเอกภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิต เป็นหนึ่งเดียว และมีสัญลักษณ์ คือ เลข3 และ สามเหลี่ยม!!!
ลีโอนาร์โดนั้น มีความเก่งมากในเรื่องการสร้างมิติภาพ และการจัดองค์ประกอบที่ กลมกลืน แต่ไม่นิ่ง กล่าวคือ จะมีความเคลื่อนไหวในภาพของเขา โดยการนำสายตาของผู้มองภาพเสมอ

ลีโอนาร์โด ไม่ได้เก่งแต่ด้านศิลป์ แต่ด้านวิทย์และคณิต เขาก็ยอดเยี่ยม และเราได้เห็นลีโอนาร์โด ใส่ รหัสสำคัญที่สุด Code ในรูปนี้คือ เลข3 ครับ
ลีโอนาร์โดนั้น จัดการทำให้รูปเป็นแบบสมมาตร2ด้านเท่ากัน แต่ไม่ใช่เท่ากันสัมบูรณ์แบบเอากระจกมาส่อง แต่กลับทำให้ภาพนั้นไม่หนักข้างใดข้างหนึ่ง โดยที่สาวกทุกคนไม่ได้ทำท่าเหมือนกันเลยแม้แต่คนเดียว ด้วยเส้นที่ลื่นไหลเหมือนคลื่นช่วยให้กลุ่มคนตรงกลาง โดดเด่นและเป็นกลุ่ม(Mass) โดยมีพระเยซูอยู่ตรงกลาง โดยเส้นนำสายตานั้น พุ่งมาจากตรงกลางพระเศียรของพระองค์ราวกับรัศมีดวงอาทิตย์

และไม่เพียงเท่านั้น ดาวินชี่ จงใจแบ่งอัครสาวก ออกเป็นกลุ่มย่อยๆกลุ่มละ3คนอย่างชัดเจน และทุกคนแม้จะหันคนละทิศละทาง แต่ได้ชี้นำสายตามาที่กึ่งกลางอย่างแนบเนียนทุกกลุ่ม

และที่สำคัญ ดาวินชี่จงใจให้พระเยซูกางพระหัตถ์เล็กน้อย ซึ่ง แดน บราว์นคงมองไม่เห็นว่า มันเป็นรูป3เหลี่ยมด้านเท่าพอดี!!!

ดังนั้น เราได้เห็น3เหลี่ยม ที่ส่งรัศมีจากยอดอยู่กึ่งกลางภาพ ที่คือองค์ประกอบที่ชัดเจนที่สุดของพระเยซูเจ้า

และดาวินชี่ จงใจใช้สีเสื้อพระเยซูโดดเด่น มีความเข้มของสีมากที่สุด ไม่ใช่สีเดียวกับคนข้างๆ แม้แต่นักบุญยอห์นที่นิยายบิดเบือนว่าเป็นเหมือนแฝดนั้น ยังถูกลดสีเสื้อให้อ่อนกว่าของพระเยซู แม้จะโทนเดียวกัน แต่ไม่มีใครที่มีสีเสื้อเข้มเท่าพระองค์

นี่เป็นทฤษฎีศิลปะพื้นฐานที่สุด ที่จะทำให้ประธานของภาพเด่นคือใช้ความเข้มของสี แต่คุมโทนให้กลมกลืน แต่ให้สีของประธาน กระจายไปทั่วภาพ โดยเบรคสีในส่วนอื่นๆแม้จะใช้โทนเดียวกัน แต่เบรค ให้อ่อนบ้าง หม่นบ้าง และตัดจังหวะด้วยคู่สีอื่นๆ คือโทนเหลืองหม่นในภาพ

ดังนั้น ภาพนี้ เราได้เห็น รหัสลับที่ลีโอนาร์โดใช้ คือระหัสเลข3 ที่ใช้3สาวก ในแต่ละกลุ่ม ชี้นำความโดเด่น มาที่3เหลี่ยมด้านเท่าที่เข้ามที่สุด ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า คนตรงกลางก็คือ3เช่นกัน คือเป็นพระเจ้า ที่รวม พระบิดา พระบุตร และพระจิตไว้ในคนๆเดียว

ดังนั้นใครจะเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น แต่จากองค์ประกอบของภาพนี้ แน่ใจได้เลยว่าลีโอนาร์โดเชื่อ และได้ใส่รหัสเลข3นี้ ลงในทุกส่วนสำคัญของภาพ เพื่อประกาศว่า พระเยซูคือพระเจ้า ลงในภาพของเขาอย่างชัดเจน

รหัสเลข3ยังไม่หมดแค่นั้น ภาพนี้มีหน้าต่าง3บาน ทั้ง3บาน สว่าง ใช่ครับ 3ความสว่างที่ส่องเข้ามาในห้องที่มืดทึบ เหมือแสงสว่างจากพระเจ้าที่เข้ามาสู่โลก

แล้วทีนี้เราลองกลับไปดูงานของลีโอนาร์โดที่ได้วาดสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของพระศาสนจักรในดวงใจของเขาคือพระมารดามารีย์นะครับ
ดู รูปพระแม่มารีย์และพระกุมารที่ลีโอนาร์โดวาดอีก3รูปสิครับ ดูสิครับ เขาใส่รหัสอะไร เขาใช้รหัส2ครับ

1คือแม่พระ อีก1คือพระบุตร แม้แต่รูป Benois Madonna ที่ดูเหมือนมีหน้าต่างบานเดียว ยังทำซุ้ม2ซุ้ม ทำให้เราเห็นว่า ความสว่างทั้ง2เป็น1เดียวกัน แม่และลูก

ดังนั้น ลีโอนาร์โด มีความเชื่อของเขาครับว่าพระเยซูคือใคร และสตรีที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในพระศาสนจักรที่เขาเชื่อและยกย่องคือใคร

สตรีคนเดียวที่ไม่ใช่เป็นหยินหยาง แต่เป็น1เดียว เพราะร่างกายของพระบุตรและเลือดของพระบุตรก็มาจากพระแม่คนเดียว เพราะพระวิญญาณมาจากพระบิดาพระเจ้า ตามความเชื่อที่ว่า พระแม่มารีย์ปฏิสนธินิรมล(ตั้งครรภ์โดยปราศจากมลทิน) ด้วยพระอำนาจของพระเจ้าไม่ใช่ด้วยการมีความสัมพันธ์กับชายใดในโลก ดังนั้น สตรีศักดิ์สิทธิ์คนนี้ ไม่ใช่แค่มาใส่เสือสีกลับกัน แล้วสีจืดๆกว่า(แล้วมาบิดเบือนว่าสีเดียวกัน) แต่ศิลปินทุกคน วาดให้แม่พระใช้เสื้อชุดเดียวแลสีเดียวกับพระบุตรของพระนางครับ

รวมถึงลีโอนาร์โดเอง ในรูปแม่พระรับสารนี้ที่เขาวาดก่อนภาพลาสซัปเปอร์ ดูสิครับว่าใครกันแน่ที่ใส่เสื้อสีเดียวกับพระเยซูแบบไม่ต้องกลับตัวนอกตัว ใน

The Annunciation
c. 1472-1475
Oil and tempera on panel
38 1/4 x 84 5/8 in. (98 x 217 cm)
Galleria degli Uffizi, Florence

นิยายอ้างว่า---ในภาพนี้บนโต๊ะไม่มีจอก

ความเป็นจริงก็คือ จอกที่พระเยซูใช้นั้น ไม่ได้เป็นรูปเหมือนแก้วที่มีขาทรงสูงนะครับ ใครดูหนังThe Passion of the Christ จะเห็น มันเป็นแก้วไม้ธรรมดา หนังแสดงให้เห็นถึง2ครั้งคือตอนพระแม่มารีย์ เรียกพระเยซูมาทานข้าว กับตอนฉากอาหารค่ำมื้อสุดท้ายนั่นเองเลย เป็นแค่แก้วธรรมดา เพราะว่า...............

2000ปีก่อน เขาใช้แก้วธรรมดาแบบนั้นเท่านั้นเอง

ส่วนจอกทรงสูงหน้าตาแบบแก้วไวน์ แบบที่เราเห็นในพิธีทางศาสนาในปัจจุบันก็ดี ในรูปสมัยยุคกลางก็ดี เป็นการวาดจอกแบบร่วมสมัยของคนวาด ไม่ใช่ตามข้อเท็จจริงตามประวัติศาสตร์ครับ

และที่สำคัญ คนที่วาดภาพตามพระคัมภีร์ช่วงที่ยอห์นถามพระเยซูเจ้านี้ เขาไม่วาดจอกกันอยู่แล้วครับ เพราะจอกนั้นเขาจะวาดในภาพ the Last Supper ที่สื่อถึงพระคัมภีร์ตอนที่ทรงตั้งพิธีศีลมหาสนิทครับ ลองกลับไปดูภาพอื่นๆที่ผมได้ยกมา จะเห็นว่า เขาก็ไม่ได้มีจอกที่เป็นแก้วทรงสูงเหมือนกัน เพราะปรกติศิลปินเขาไม่วาดจอกในฉากที่สื่อถึงพระคัมภีร์ ตอนนักบุญยอห์นถามพระเยซูเจ้าอยู่แล้ว ดังนั้น ในกรณีนี้ ลีโอนาร์โด ไม่ได้ทำตัวแหกกฎปฎิวัติวงการอะไรเลย ที่ไม่วาดจอก เพราะใครๆเขาก็ไม่วาดกันในฉากนี้ครับ

 

(Page 1 of 3)
Last modified on Monday, 19 November 2012 11:50

Latest from Administrator

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home