Wednesday, 30 May 2012 16:12

นิมิตเรื่องสตรีและมังกร Featured

Written by  Administrator
Rate this item
(0 votes)

+++นิมิตเรื่องสตรีและมังกร+++

วว 12:1-17 นิมิตเรื่องสตรีและมังกร

     เครื่องหมายยิ่งใหญ่ปรากฏในสวรรค์ คือสตรีผู้หนึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ มีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้า มีมงกุฎดาวสิบสองดวง     ประดับศีรษะ นางมีครรภ์แก่ กำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดจะคลอดบุตร เครื่องหมายอีกประการหนึ่งปรากฏในสวรรค์     คือมังกรใหญ่สีแดง มีเจ็ดหัวและสิบเขา แต่ละหัวสวมมงกุฎ หางของมันตวัดดวงดาวหนึ่งในสามบนท้องฟ้าให้ตกลงมาบน  แผ่นดิน มังกรยืนอยู่ตรงหน้าสตรีที่กำลังจะคลอดบุตรเพื่อจะกินบุตรของนางทันทีที่คลอด นางคลอดบุตรเป็นชาย ซึ่งจะต้องปกครองชาติทั้งหลายด้วยคทาเหล็ก แต่บุตรของนางถูกคว้าตัวขึ้นไปเฝ้าพระเจ้ายังพระบัลลังก์ของพระองค์ ส่วนสตรีนั้นหลบหนีไปในถิ่นทุรกันดาร ที่นั่นนางมีที่พำนักซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ เพื่อนางจะได้รับการเลี้ยงดูเป็นเวลาหนึ่งพันสองร้อยหกสิบวัน สงครามเกิดขึ้นในสวรรค์ มีคาเอลกับเหล่าทูตสวรรค์ของเขาต่อสู้กับมังกร มังกรพร้อมกับบริวารของมันก็ต่อสู้ด้วยแต่มันพ่ายแพ้และไม่มีที่พำนักในสวรรค์อีกต่อไป มังกรใหญ่ คืองูดึกดำบรรพ์ที่มีชื่อว่าปีศาจและซาตาน ผู้ล่อลวงผู้อาศัยอยู่ทั่วแผ่นดินให้หลงไป ถูกโยนลงมาบนแผ่นดิน บริวารของมันก็ถูกโยนลงมาด้วย ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังจากสวรรค์ว่า “บัดนี้ ความรอดพ้น  พระอานุภาพและพระราชอาณาจักรเป็นของพระเจ้าของเราแล้ว และอำนาจเป็นของพระคริสต์ของพระองค์ เพราะผู้กล่าวหาบรรดาพี่น้องของเรา  คือผู้ที่กล่าวหาเขาทั้งกลางวันกลางคืนเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าของเราก็ถูกโยนลงไปแล้ว บรรดาพี่น้องของเราชนะผู้กล่าวหา เดชะพระโลหิตของลูกแกะและอาศัยคำพยานของตน  เพราะเขาไม่หวงแหนชีวิตแม้เมื่อเผชิญความตาย ดังนั้น สวรรค์และท่านทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในสวรรค์ จงชื่นชมเถิด วิบัติจงเกิดแก่แผ่นดินและทะเลเพราะปีศาจลงมายังแผ่นดินและทะเลด้วยความโกรธอย่างรุนแรง เพราะมันรู้ว่ามีเวลาเหลือน้อยแล้ว เมื่อมังกรหรืองูเห็นว่าตนถูกโยนลงมาบนแผ่นดิน ก็เริ่มเบียดเบียนสตรีที่คลอดบุตรชาย แต่สตรีนั้นรับปีกนกอินทรีใหญ่สองปีกเพื่อจะได้บินไปยังถิ่นทุรกันดารที่พำนักของนาง ที่นั่นนางจะได้รับการเลี้ยงดูพ้นสายตาของงูเป็นเวลาสามปีครึ่ง งูพ่นน้ำออกจากปากเหมือนแม่น้ำตามหลังสตรี เพื่อให้นางถูกกระแสน้ำพัดไป แต่แผ่นดินช่วยนางไว้ แผ่นดินอ้าปากออกและดื่มแม่น้ำที่มังกรพ่นออกมาจากปากของมัน มังกรโกรธสตรี และออกไปทำสงครามกับเผ่าพันธุ์ที่เหลือของนาง คือผู้ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระเจ้าและยึดมั่นในคำพยานถึงพระเยซูเจ้า


     นี่คือบทอ่านประจำวันสมโภชพระมารดามารีย์เสด็จขึ้นสวรรค์ของพระศาสนจักร ที่คริสตชนคาทอลิคคงคุ้นเคยเป็นอย่างดี ด้วยความที่เป็นภาษาสัญลักษณ์จึงมีหลายคณะและหลายนิกายที่ตีความพระวาจาบทนี้แตกต่างออกไป แต่สำหรับ   พระศาสนจักรคาทอลิค และออธอดอค ที่เน้นการตีความตามแบบปิตาจารย์ของพระศาสนจักรยุคเริ่มแรก ได้นำบทนี้เป็นบท อ่านของวันฉลองพระมารดามารีย์ และดูเหมือนว่า สวรรค์เองจะยืนยันการตีความนี้ด้วยการเปิดเผยและไขแสดงจากเบื้องบนในวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 1531 ชาวอินเอียนแดงผู้หนึ่งชื่อ ยวง ดิเอโก ได้รับการประจักษ์จากสตรีที่บอกว่าเธอคือ"มารีอาผู้เป็นพรหมจารี และมารดาพระเจ้าเที่ยงแท้ผู้ทรงผู้สร้างสรรพสิ่งและสถิตย์อยู่ทุกหนทุกแห่ง" และสิ่งหนึ่งที่สตรีผู้นี้ได้มอบให้ในการประจักษ์ คือภาพที่ปรากฎขึ้นเองอย่างอัศจรรย์บนผ้าคลุมของชายยากจนผู้นี้ และแม้ทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้ว่า ภาพนี้ปรากฎขึ้นมาได้อย่างไร 
 
    ภาพที่ปรากฏขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้บนวัสดุหยาบๆ ของเสื้อคลุมนั้น เป็นอัศจรรย์อย่างแท้จริงพระฉายาลักษณ์มีรังสีของดวงอาทิตย์ล้อมรอบและภายใต้พระบาทแม่พระ มีเสี้ยวดวงจันทร์กับมีเทวดาองค์หนึ่งค้ำจุนอยู่ข้างล่าง   ปีกของเทวดาประดับด้วยขนนกสีแดง สีขาวและสีเขียว รูปทรงเหมือนปีกนกอินทรี แม่พระสวมเสื้อคลุมชั้นนอกคลุมจากศีรษะจรดเท้าสีเขียวอมสีน้ำเงิน มีดาวสีทองปกคลุมผ้าคลุมศีรษะนี้ เสื้อคลุมชั้นในเป็นแบบรัดเอว  มีเข็มขัดมัดสูงลักษณะที่บ่งบอกว่ากำลังตั้งครรภ์ เมื่อพระสังฆราชซูมาร์รากา ผู้ไม่เชื่อในเรื่องที่ว่า ยวงได้เห็นภาพนิมิตของแม่พระ ได้เห้นภาพนี้ ท่านก็ตกตะลึงคุกเข่าต่อหน้า ภาพจากสวรรค์ ที่บรรยายลักษณะของสตรีในพระวิวรณ์บทที่12นี้ทันที และสิ่งที่ตามมาคือในถิ่นทุรกันดารอันไกลโพ้น ที่ชาวอินเดียนแดง แมกซิโก นับถือศาสนาแห่งการบูชายัญ เด็ก ผู้หญิง และชีวิตศัตรู ต่อเหล่าเทพเจ้าของพวกเขา และต่อต้านการยอมรับนับถือคริสตศาสนา ได้กลับเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ที่ภาพนี้สามารถทำให้ประชาชนชาวเม็กซิกันนับถือคริสตศาสนาได้ทั้งประเทศ คือ ทั้ง 8 ล้านคน ภายใน 7 ปี ไม่เคยมีมิชชันารีคนใด ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน จะสามารถโอ้อวดความสำเร็จในการประกาศพระนามพระคริสต์ได้อย่างยิ่งใหญ่เท่าพระมารดาของชายที่จะปกครองโลกด้วยคฑาเหล็กผู้นี้ได้เลย 

ถิ่นทุรกันดาร

     น่าแปลกใจที่ในการประจักษ์ของแม่พระ โดยเฉพาะการประจักษ์ครั้งสำคัญหลายแห่งที่พระศาสนจักรรับรอง มารดาพระเจ้าได้  ถิ่นทุรกันดาร เพื่อนำพระเยซูคริสต์ประจักษ์แก่ชาวโลก เหมือนที่เธอเคยทำเมื่อ2000ปีก่อนในถ้ำเลี้ยง
สัตว์อันต่ำต้อยที่เบธเลแฮม และหลายๆที่อันแสนกันดารนั้น มารดาพระเจ้าได้ขอให้สร้างโบสถ์ หรือสักการะสถาน เพื่อถวายเกียรติแด่พระบุตรของพระนาง เพื่อพระองค์ผู้จะปกครองโลกนี้จะได้เสด็จไปครองราชย์ในดวงใจของผู้ต่ำต้อยยากไร้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพงษ์พันธุ์ของพระมารดาของพระองค์


อาเว มารีอา

     เมื่อแรกเริ่ม ชายคืออาดัม และหญิงคือเอวา ร่วมกันทำผิด และเมื่อเริ่มประวัติศาสตร์แห่งความรอด พระเจ้าก็ทรงใช้สตรี ผู้ร่วมงานทรงไถ่คือพระมารดามารีย์ เป็นเอวาคนใหม่นักบุญ อีเรเนอุสเกิดที่เมืองสมีร์นา ประมาณปี ค.ศ. 130 และได้รับการศึกษาอบรมจากนักบุญ โปลีการ์ป ซึ่งเป็นศิษย์ของนักบุญ ยอห์น อัครสาวก ผู้รับพระมารดามารีย์เป็นมารดาของตน โดยนัยนี้ท่านจึงได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลสุดท้ายในแวดวงของบรรดาอัครสาวก และสืบทอดแนวคิดของพระวรสาร น. ยอห์นอย่างลึกซึ้ง ท่านได้ประกาศว่าพระคริสตเจ้าทรงเป็นพระบุคคลในประวัติศาสตร์จริงๆ เป็นผู้ไขแสดงสูงสุดของพระบิดาเจ้าทรงเป็นพระผู้ไถ่ และพระศาสนจักรเองก็ได้เจริญชีวิตพระคริสตเจ้าและได้สืบทอดเจตนารมณ์ของพระองค์ ทุกสิ่งทุกอย่างมุ่งไป หาพระคริสตเจ้า และจะต้องได้รับการปฏิรูปปรับปรุงในพระองค์ซึ่งเป็นอาดัมคนใหม่ และพระนางมารีอาทรงเป็นเอวาคนใหม่ไม่น่าแปลกใจถ้าท่านจะเข้าใจลึกซึ้งว่า คำว่า "สตรี" ที่ท่านยอห์นผู้บันทึกพระวรสาร ใช้เรียกพระมารดามารีย์ถึง3ครั้ง 2ครั้งในพระวรสาร และอีกครั้งในพระวิวรณ์บทนี้ ก็เพื่อยืนยันบทบาทของ สตรี แห่งคำทำนายจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าแต่แรกเริ่มตั้งแต่ปฐมกาล 

พระนางมารีย์คือมารดาของมนุษย์ทุกคน และของผู้ที่เชื่อในคำพยานของพระเยซูเจ้า

     ในปฐมกาล………
     นางเอวา ผู้เป็นมารดาของเหล่ามนุษย์คนบาป 
     1)หญิงคนหนึ่ง เกิดจากชาย(เพียงคนเดียว)คนหนึ่ง
     2)หญิงคนนั้นเชื่องูและจองหอง
     ผล-->มนุษย์ทั้งหมด พลัดพรากจากพระเจ้า
 

     ในหน้าแรกของพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่…………
     หญิงพรหมจารีย์ชื่อมารีย์ ผู้ถูกเลือกเป็นมารดาพระผู้ไถ่ 
     1)หญิงคนนั้นเชื่อทูตสวรรค์ และนบนอบ
     2)ชายคนหนึ่ง เกิดจากหญิงพรหมจารี(เพียงคนเดียว)คนหนึ่ง
     ผล--->มนุษย์ทั้งมวลได้รับความรอดพ้นผ่านทางพระเยซูคริสต์ได้กลับไปหาพระบิดา

     1คร 15: 22
     มนุษย์ทุกคนตายเพราะอาดัมฉันใด มนุษย์ทุกคนก็จะกลับมีชีวิตเพราะพระคริสตเจ้าฉันนั้น


     - - - อาดัมร่วมทำพลาดกับนางเอวาเพราะเชื่องูฉันใด พระเยซูได้ทำการทรงไถ่โดยมีพระนางมารีย์ผู้นบนอบร่วมแผนการ ฉันนั้น

     ท่าน น.ออกัสติน ปิตาจารย์คนสำคัญในยุคแรกเริ่มของพระศานสนจักร จึงได้บันทึกไว้สั้นๆว่า "ตายทางเอวา รอดทางมารีย์" 

     น่าอัศจรรย์พระเจ้าได้ย้อนกลับขบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาในสมัยปฐมกาล ผลของบาปคือความตาย กลับใช้การตายไถ่บาป แบบหนามยอกเอาหนามบ่ง ก็เห็นเด่นชัดอยู่ แล้วยังใช้การกลับสมการนี้ กับนางเอวาและพระนางมารีย์ด้วย 

     Genesis 3:15 
     I shall put enmity between you and the woman, and between your offspring and hers; it will bruise your head and you will strike its heel.'

     เราจะให้เจ้ากับ “สตรี” เป็นศัตรูกัน และระหว่างพงศ์พันธุ์ของเจ้ากับนางด้วย นาง(และพวกพงศ์พันธุ์ของนาง)จะบดขยี้หัวเจ้า และเจ้าจะฉกกันส้นเท้าของนาง(และพวกพงศ์พันธุ์ของนาง)

     วว 12:17
     มังกรโกรธสตรี และออกไปทำสงครามกับเผ่าพันธุ์ที่เหลือของนาง คือผู้ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระเจ้า และยึดมั่นในคำพยานถึงพระเยซูเจ้า

     แม้มังกรร้ายจะพยายามพ่นน้ำเพื่อทำลายหญิงนั้น สิ่งที่ออกมาจากปาก นั่นคือคำพูดนั่นเอง และในพระธรรมเดิม ถือว่าของเหลว ที่ออกมาจากร่างกายถ้าไปกระเด็นหรือรดโดนคนอื่น จะทำให้คนนั้นมีมลทิน ดังนั้นน้ำที่ออกมาจากปากมังกร คือคำพูดใส่ร้ายต่างๆที่มันพยายามทำให้แม่พระมีมลทิน นี่คือวิธีที่ซาตานใช้ทำลายพระมารดาพรหมาจารีย์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ไม่ว่าคำพูดโสโครกอันเต็มไปด้วยมลทินนั้นจะถูกพ่นออกมามากเท่าใด พระเจ้าจะทรงให้แผ่นดินอ้าปากสูบน้ำเหล่านั้นไปหมด ไม่ให้ความบริสุทธิ์ของสตรีที่ทรงโปรดปรานผู้นี้ต้องแปดเปื้อนได้เลย

     ที่น่าอัศจรรย์ใจที่สตรีผู้นี้ ไม่ใช้กำลังหรือออกแรงต่อสู้ใดๆกับมังกรร้าย เพียงแค่ความสุภาพ นบนอบเชื่อฟังพระเจ้าและความเชื่อความศรัทธาอันล้นพ้น กลับกลายเป็นแส้ที่พระเจ้าทรงใช้หวดซาตานลงยังเหวลึกของความพ่ายแพ้ที่หัวของมันถูกบดขยี้แหลกเหลวตลอดกาล 

     เราทั้งหลายผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ และเป็นลูกของแม่ด้วย เราจึงมีแบบอย่างแห่งชัยชนะเหนือซาตาน ที่เป็นความหวังและกำลังใจของเรา เคียงข้างพระบุตรสุดที่รักของพระนาง

     ดังนั้น เมื่อพระบุตรประทานของขวิญวิเศษสุดนี้แก่เราแล้วที่เชิงกางเขน เราทั้งหลาย ผู้เป็นศิษย์ที่พระองค์ ทรงรัก จะไม่นำพระมารดาของพระองค์กลับไปอยู่กับเราในฐานะแม่ของเราด้วยหรือ

ขอพระนามพระเจ้าได้รับการสรรเสริญ อาแมน

Last modified on Tuesday, 05 June 2012 12:17
Administrator

Latest from Administrator

Related items (by tag)

back to top