ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านสุดจิตใจสุดวิญญาณสุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน (มธ. 12:30) 

 
Tuesday, 05 June 2012 15:55

พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ Featured

Written by  Administrator
Rate this item
(2 votes)

พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ
แปลจากหนังสือ The Holy Mass 
ซึ่งแคทาลีน่า รีวาซได้บันทึกคำอธิบายจากพระเยซูเจ้าและแม่พระ 
เกี่ยวกับธรรมล้ำลึกในพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ

พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ

     หนังสือเสริมศรัทธาเล่มนี้แปลจาก The Holy Mass ซึ่ง แคทาลีน่า รีวาซ ได้บันทึกเรื่องราวไว้หลังจากที่เธอได้รับคำอธิบายจากพระเยซูเจ้าและแม่พระในเรื่องธรรมล้ำลึกของมิสซา ภราดาแดเนียล แกญัง OMI กรรมการผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อความเชื่อและศีลธรรมของอัครสังฆมณฑลเม็กซิโกได้ทำการตรวจสอบและไม่พบข้อความใดที่ขัดต่อข้อความเชื่อและธรรมประเพณีของพระศาสนจักร โดย พระสังฆราช เรเน่ เฟอร์นันเดซ อปาซา เป็นผู้ลงนามอนุมัติให้ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ แคทาลีน่า รีวาซ ผู้เขียนบันทึกนี้เป็นแม่บ้าน มีความรู้แค่ระดับมัธยมต้นและไม่มีพื้นฐานด้านศาสนาหรือเทววิทยาเลย เธอพำนักอยู่ในโกชาบัมบา ประเทศโบลิเวีย ในโกชาบัมบานั้นมีพระรูปพระคริสตเจ้ากันแสงเป็นเลือด แคทาลีน่าเริ่มได้รับสารจากพระเยซูเจ้าและแม่พระในปี 1993 หลังจากที่เธอเปิดใจรับพระเมตตาจากพระและได้กลับใจ

     ปี 1994 เธอไปแสวงบุญที่คอนเยอร์ส จอร์เจีย ในวาระครบรอบการประจักษ์ ของแม่พระปีที่ 13 ระหว่างคุกเข่าถวายตัวอยู่หน้ากางเขนที่โฮลี่?ฮิลล์นั้นเธอเริ่มได้รับความเจ็บปวดจากการตรึงกางเขนของพระคริสตเจ้า ซึ่งต่อมาในปี 1996 รอยแผลศักดิ์สิทธิ์ที่มือ เท้าและสีข้างของเธอได้ปรากฏให้เห็น เธอร่ำเรียนมาน้อย แต่ในระหว่างสามปีที่เธอได้รับสารจากเบื้องบนให้จดตามนั้น เธอสามารถเขียนหนังสือได้ถึงแปดเล่มหรือราว 4,000-5,000 หน้า โดยไม่มีข้อผิดพลาดด้านเทววิทยา สังคมศาสตร์ ชีวิตมนุษย์ และคำสอนฝ่ายจิตจากพระเป็นเจ้า หนังสือของเธอได้รับการรับรองจากพระสังฆราชท้องถิ่นทุกเล่ม วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ 4 เมษายน 1999 ทีมงานฟ็อกซ์ได้บันทึกเรื่องราวที่เธอได้รับรอยแผลศักดิ์สิทธิ์และได้นำเทปวีดิทัศน์เรื่องพระรูปพระคริสตเจ้ากันแสงเป็นเลือดมาออกอากาศในอเมริกาเหนือ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในช่วงเวลาที่มีผู้ชมมากที่สุด

    แคทาลีน่าเป็นพยานเรื่องมิสซา 

     • เพื่อเทิดพระเกียรติมงคลของพระเป็นเจ้าและเพื่อความรอดของผู้ต้องการเปิดใจรับพระองค์

     • เพื่อให้เราหลุดพ้นจาก “การรับพระองค์ด้วยความเคยชิน”

     • เพื่อให้ความน่าพิศวงของพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ ติดตรึงอยู่ในจิตใจของเราตลอดไป ...

     วันนั้น...เป็นวันเตรียมฉลองสมโภชเทวทูตแจ้งสาร ฉันไปถึงวัดสายไปนิด ตอนที่พระอัครสังฆราชผู้เป็นประธานในพิธีและบรรดาพระสงฆ์ตั้งขบวนออกมาจากห้องสักการภัณฑ์แล้ว แม่พระกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไพเราะจับจิตดังนี้ “วันนี้เป็นวันที่ลูกจะได้รับความรู้และแม่อยากให้ลูกเอาใจใส่ให้ดีกับสิ่งที่ลูกจะได้รู้เห็นเป็นพยาน ลูกควรเล่าทุกอย่างที่ลูกจะรู้ผ่านประสบการณ์ในวันนี้ให้ทุกคนฟัง” เสียงแรกที่ได้ยินเป็นแว่วเสียงประสานที่ไพเราะยิ่งราวกับขับขานอยู่ไกลลิบ เสียงเพลงเริ่มดังใกล้เข้ามา แล้วก็เลือนหายไปราวสายลม

     พระอัครสังฆราชเริ่มพิธีมิสซาแล้ว พอถึงช่วงการสารภาพความผิด แม่พระกล่าวว่า “ลูกจงขอการอภัยจากองค์พระผู้เป็นเจ้าจากส่วนลึกของหัวใจในความผิดบกพร่องทั้งหลายที่ลูกได้กระทำล่วงเกินพระองค์ เพื่อลูกจะได้ร่วมมิสซาอันทรงเกียรตินี้อย่างคู่ควร” ฉันคิดอยู่แว่บหนึ่ง ‘ฉันอยู่ในสถานะพระหรรษทานแน่ ก็ฉันเพิ่งไปแก้บาปมาเมื่อคืน’ แม่พระตอบ “ลูกคิดหรือว่าลูกไม่ได้ล่วงเกินองค์พระผู้เป็นเจ้าอีกหลังจากแก้บาปมาเมื่อคืน ให้แม่ทบทวนความจำให้ลูกสักนิดเถิด ตอนลูกเร่งออกจากบ้านจะมาวัด เด็กรับใช้เข้ามาขออะไรบางอย่างจากลูก พอดีลูกกำลังรีบจึงตอบเธอไปด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ลูกขาดความเมตตา แล้วลูกกลับบอกว่า 
      ลูกมิได้ล่วงเกินพระเป็นเจ้ากระนั้นหรือ... แล้วระหว่างทางมาวัด ลูกโดนรถเมล์ขับปาดหน้าเกือบชนลูก ลูกได้แสดงกิริยาที่ไม่สมควรต่อชายคนนั้น แทนที่จะสวดภาวนาและเตรียมตัวเข้ามิสซา ลูกไม่อยู่ในศีลในพร จิตใจขาดความสงบ ไม่รู้จักหักห้ามใจ แล้วลูกกลับมาบอกว่าลูกมิได้ทำร้ายองค์พระผู้เป็นเจ้ากระนั้นหรือ... ลูกมาถึงเอาตอนที่พระสงฆ์ตั้งขบวนเข้าพิธีแล้ว... ลูกกำลังไปร่วมมิสซาโดยไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้าเลย...”

     “ทำไมนะลูกๆถึงได้มากันตอนนาทีสุดท้าย ลูกควรมาถึงวัดให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้ภาวนาวอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้าให้ส่งพระจิตของพระองค์ลงมาประทานความสำรวมใจให้ลูกและชำระลูกให้ปลอดจากจิตของโลก จากความวิตกกังวลจากปัญหาและความวักแวก เพื่อลูกจะได้อยู่กับห้วงเวลาที่แสนศักดิ์สิทธิ์นี้สักชั่วขณะแต่ลูกมาถึงเอาตอนที่พระสงฆ์จวนเริ่มพิธีแล้ว แล้วลูกร่วมมิสซาอย่างกับเป็นเหตุการณ์ปกติโดยไม่มีการเตรียมจิตใจ เพราะเหตุใดกัน นี่เป็นอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ลูกกำลังอยู่ในช่วงที่พระเจ้าสูงสุดประทานพระพรอันใหญ่ยิ่งของพระองค์แก่ลูก แต่ลูกกลับไม่รู้จักเห็นคุณค่าของมิสซา” ฉันรู้สึกแย่เอามากๆ เพียงไม่กี่เรื่อง นี่ก็สมควรขอการอภัยจากพระเป็นเจ้าอย่างยิ่งแล้ว มิใช่เฉพาะความผิดบกพร่องของวันนั้น แต่สำหรับทุกครั้งที่ฉันรอเข้าวัดเอาตอนพระสงฆ์เทศน์จบเหมือนกับคนอื่นๆ ฉันขอโทษพระองค์ ที่บางครั้งฉันไม่ยอมรับรู้ว่าฉันมาร่วมมิสซาทำไม เป็นไปได้ว่าฉันกล้าไปร่วมมิสซาทั้งๆที่วิญญาณอาจเต็มไปด้วยบาปหนัก

(Page 1 of 4)
Last modified on Saturday, 24 November 2012 12:29

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home