ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านสุดจิตใจสุดวิญญาณสุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน (มธ. 12:30) 

 
Friday, 25 May 2012 11:24

เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาแมน Featured

Written by  Administrator
Rate this item
(1 Vote)

เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาแมน 

        สืบเนื่องจากเหตุการณ์ ที่คาทอลิคโดนโจมตีจากนิกายอื่นเสมอ ในเรื่องการวอนขอผ่านแม่พระ และบรรดานักบุญ และหลายๆ
ครั้ง เราให้คำตอบเขาได้บ้างไม่ได้บ้าง และหลายๆครั้ง คาทอลิคเราเองก็มีความเชื่อในบรรดาแม่พระและนักบุญ ในแบบ ซูแปร์ติซัง และบางครั้งก็เชื่อแบบพ่อแม่ปู่ย่าตายายสอนต่อๆกันมา จึงทำให้เมื่อถูกโจมตีขึ้นมา ไม่อาจหาคำตอบที่ดีพอมา
อธิบายได้ว่าทำอย่างนั้นทำไม และเชื่อแบบนั้นเพราะอะไร ดังนั้น ในกรณีนี้ เราจึงกลับมาวิเคราะห์รูปแบบการวอนขอของ
คาทอลิค ซึ่งแยกย่อยได้  2ประเด็นที่สำคัญดังนี้

     1. วอนขอแม่พระและนักบุญผิดหรือไม่
     2. ทำไมไม่ขอกับพระเจ้าเอง ทำไมต้องขอผ่านคนอื่น

 


     1. วอนขอแม่พระและนักบุญผิดหรือไม่

     ในประเด็นแรกนั้น เราจำต้องเรียนรู้ก่อนว่า พระศาสนจักรคาทอลิคจริงๆสอนเสมอว่า การวอนขอผ่านแม่พระแลนักบุญ เป็นการขอให้ "ช่วยวิงวอนเทอญ" ดังที่เราเห็นเสมอในบทเร้าวิงวอนต่างๆ กับพระบิดา พระบุตร และพระจิตนั้น เราจะรับด้วย "ทรงเมตตาเทอญ" แต่กับบรรดาแม่พระและนักบุญนั้น เราใช้ว่า "ช่วยวิงวอนเทอญ" หรือแบบที่คาทอลิคใช้ภาษาชาวบ้าน กับกรณีของคนที่ยังไม่ตายด้วยกันว่า "ช่วยสวดให้ด้วย"   ซึ่งไม่ใช่การขออะไรจากท่านโดยตรง แต่เพียงขอท่านให้ช่วยสวดให้เราในสวรรค์อีกแรง ดังนั้นคาทอลิคจึงมีคนช่วยสวดให้ได้ทั้งในโลกนี้ และในสวรรค์

     ดังนั้น สิ่งนี้ เป็นสิ่งเดียวกับที่โปรแตสแตนท์ใช้คำว่า "อธิษฐานเผื่อ" โดยอาจขอเพื่อน หรือศิษยาภิบาลซึ่งยังเป็นมนุษย์ ธรรมดาๆ ช่วยอธิษฐานเผื่อกันอยู่เสมอๆ แต่จะไม่ขอให้แม่พระและบรรดานักบุญ "อธิษฐานเผื่อ"โดยผมเคยฟังคำตอบว่า ทำไมจากสมาชิก คริสตจักรสายสุดโต่งแห่งหนึ่งแบบง่ายๆว่า เพราะพวกนั้นตายไปแล้ว ทำไม่ได้แล้ว

     ซึ่งมาถึงคำถามง่ายๆต่อมาว่า มีพระคัมภีร์บทไหนข้อไหนที่สอนเราว่า คนที่ไปสวรรค์แล้ว อธิษฐานหรือสวดให้ใครไม่ได้ หรือจะถามให้ง่ายกว่านั้นคือ ถ้าไปสวรรค์แล้วสวดภาวนาไม่ได้แล้วเหรอ ซึ่งเป็นเรื่องตลกมากถ้าจะตอบว่าใช่ เพราะการสวดภาวนา คือ กิจกุศลที่ดีที่พระเจ้าพอพระทัย แต่พอไปสวรรค์ ดันทำไม่ได้ หรือจะคิดต่อว่า ในโลกนี้คุณสงสารเห็นใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่พอคุณไปสวรรค์แล้ว คุณห้ามเห็นใจ หรือสงสารใครอีก และห้ามช่วยใครอีก เพราะเดี๋ยวพระเยซูจะอิจฉา??? ตกลงสวรรค์มีแต่พวกขี้อิจฉา และเป็นที่ห้ามมีความรักต่อเพื่อนมนุษย์งั้นหรือ???  งั้นเราจะไปที่ห่วยๆ แบบนั้นทำไมล่ะ ข้าพเจ้าพูดตามวิสัยมนุษย์ (รม 3:6)

     ในทางกลับกัน เราพบหลายบทหลายตอน โดยเฉพาะในบทพระวิวรณ์ ที่ในสวรรค์ ยังมีการสรรเสริญพระเจ้า และการอธิษฐานภาวนาอยู่ ทั้งจากทูตสวรรค์ และบรรดานักบุญ (ที่พระคัมภีร์โปรแตสแตนท์แปลว่า ธรรมิกชนและภาษาอังกฤษใช้อย่างโจ่งแจ้งว่า Saint) 

     ดังนั้นถ้าพระคัมภีร์ไม่ได้ห้าม แล้วทำไม เราจึงขอให้บรรดาผู้ชอบธรรมที่อยู่ในสวรรค์ อธิษฐานเผื่อเราบ้างไม่ได้ ในเมื่อกับมนุษย์อึเหม็น ยังตกในบาปเป็นว่าเล่น เรายังไปขอให้เขาช่วยวิงวอนพระเจ้าให้บ่อยๆ?

     ดังนั้นบรรดานักบุญ (ที่พระคัมภีร์โปรแตสแตนท์แปลว่า ธรรมิกชน และภาษาอังกฤษใช้อย่างโจ่งแจ้งว่า Saint) นั้น ย่อมมีพลังอธิษฐานภาวนายิ่งกว่าคนบาปอย่างเราหรืออย่างคนรอบข้างเรามากมาย เพราะ คำอ้อนวอนของผู้ชอบธรรมมีพลังทำให้เกิดผลมากมาย (ยก 5:16)

     ดังนั้น เราสามารถขอให้ใครก็ได้ จะอยู่ที่ไหน ในโลกนี้หรือในสวรรค์ อธิษฐานเผื่อเรา หรือภาษาคาทอลิคคือช่วยวิงวอนเพื่อเรา นั้น ไม่ผิด อย่างแน่นอน

     2.ทำไมไม่ขอกับพระเจ้าเอง ทำไมต้องขอผ่านคนอื่น

     หลายๆครั้ง ผมพบว่า แม้แต่คาทอลิคเอง ก็ยังเข้าใจผิด ว่า ถ้าตัวเองขอผ่านแม่พระหรือนักบุญแล้ว แปลว่าไม่ได้ขอกับ พระเจ้าโดยตรง 

     ซึ่งนั่นก็แปลว่า เราลืมไปใช่ไหมว่า ทั้งก่อนสวดและหลังสวดทุกชนิด เราทำสำคัญมหากางเขนโดยพูดว่า เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาแมน ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษที่ว่า In the name of the Father and of the Son and of the Holy Spirit. ซึ่งแปลเป็นไทยอย่างง่ายๆว่า ในพระนามของ พระบิดา และพระบุตร และพระจิต ซึ่งแปลว่า คาทอลิคนั้น ทุกครั้งที่จะสวดอะไร และทุกครั้งที่จะขออะไร ต่อให้ขอให้ใครช่วยอธิษฐานเผื่อหรือไม่ ก็จะขอสิ่งนั้น ๆ ในพระนามของพระตรีเอกภาพศักดิ์สิทธิ์สุงสุดครบครันทั้งพระบิดา พระเยซู และพระจิตเจ้า เสมอ   

     พี่สาวโปรแตสแตนท์คนหนึ่งที่ผมรู้จัก ทุกครั้งเมื่อเธออธิษฐาน เธอจะจบด้วยคำว่า  กราบทูลพระบิดาเจ้าในพระนาม พระเยซูคริสต์ อาแมน ซึ่งมันไม่ได้ต่างอะไรกับคำว่า ในพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาแมน

ของคาทอลิคเลย 

     แต่สิ่งที่เราต้องกลับมามองเราเองคือ หลายๆครั้ง คาทอลิคเราเอง กล่าวคำนี้แบบเลื่อนลอย และกระทำสำคัญมหากางเขน แบบเหมือนไม่สำคัญ ขอไปที หลายๆครั้งเราจะพบเด็กๆ หรือวัยรุ่น ทำ สำคัญมหากางเขนแบบเร็วมาก ชนิดที่ว่าดูก็รู้ว่าทำแต่ท่าแต่ไม่เคยแม้แต่ออกเสียงคำๆนี้ในใจจริงๆ 

     ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นลูกทูนหัวผมเข้าวัดแล้วแตะน้ำเสกทำเดชะพระนามแบบรวดเร็วจนดูเหมือนรีบทิ่ม ๆ 4 จุดบนร่างกาย มากกว่า ผมเลยสั่งว่า "ทำใหม่นะ แล้วลองพูดด้วยว่า เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาแมน" เขาก็ทำช้าลง โดยอัตโนมัติ ผมเลยบอกว่า ให้ทำให้เร็วเท่าตอนแรกแล้วพูดให้ครบซิ ซึ่งทำยังไงก็ไม่ทัน ผมเลยบอกว่า "แปลว่า ปรกติเวลาทำเดชะพระนามน่ะ ไม่ได้นึกถึงคำเลยใช่ไหม ทำแต่ท่า ทีหลังทำช้าลงนะคิดคำตามด้วยเพราะการทำสำคัญมหากางเขนไม่ได้สำคัญที่ท่า แต่ถ้อยคำนั้นสำคัญกว่า เพราะเป็นการเอ่ยพระนามพระตรีเอกภาพเชียวนะ"

     ดังนั้น คาทอลิคที่ทำสำคัญมหากางเขนอย่างดี และกล่าวครบถ้อยคำเสมอทุกครั้งก่อนและหลังสวดภาวนา ไม่ว่าขอเรื่องอะไร และไม่ว่าขอผ่านใคร คุณจะสามารถบอกทุกคน และตอบใครก็ตามได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า

     "ฉันสวดในพระนามพระบิดา พระบุตร พระจิต โดยตรง ด้วยตัวเองทุกครั้งและยังมีบรรดาผู้ชอบธรรม มากมายช่วยอธิษฐานเผื่อฉันอีกด้วย"

     เดชะพระนาม พระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาแมน

     นักบุญเยโรม ปิตาจารย์ของพระศาสนจักร ผู้จัดสาระบบพระคัมภีร์ไบเบิ้ลที่คริสตชนทุกนิกายใช้กันอยู่ทุกวันนี้ กล่าวได้ว่าคัมภีร์เล่มไหนจริงไม่จริงท่านเป็นคนคัด และจัดเป็นไบเบิ้ลที่ใช้กันมาจนปัจจุบัน ท่านได้ตอบคำถามเรื่องการให้ความเคารพนักบุญ และพระธาตุนักบุญไว้ด้วย (ถ้าคำตอบท่านไม่น่าเชื่อถือ พระคัมภีร์ไบเบิ้ลที่คริสตชนทุกนิกายใช้คงไม่น่าเชื่อถือเหมือนกัน)

     "เราไม่ได้นมัสการพระธาตุ หรือนมัสการนักบุญ แต่เราให้เกียรติพวกท่านในการนมัสการพระองค์ผู้ซึ่งเหล่านักบุญได้ยึดเป็นแบบอย่าง เราให้เกียรติผู้รับใช้พระเจ้า เพื่อสะท้อนความเคารพนั้นไปยังองค์พระผู้เป็นเจ้าเอง"

     ท่านยังกล่าวอีกว่า

     "การให้เกียรติพวกท่าน(นักบบุญ) ไม่ใช่การนมัสการรูปเคารพ เพราะไม่เคยมีคริสตชนคนไหนเห็นนักบุญเป็นพระเจ้า ในทางกลับกัน เราขอให้ท่านเหล่านั้น วิงวอนพระเจ้าเพื่อเรา เพราะว่า หากเมื่อเหล่านักบุญอัครสาวก และบรรดามรณสักขี ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ท่านยังสามารถอธิษฐานภาวนาเพื่อมนุษย์คนอื่นได้ ภายหลังจากที่ท่านชนะโลกนี้แล้วพวกท่านจะมีพลัง
     อธิษฐานมากกว่าสักเพียงไร พวกท่านเหล่านั้นจะมีพลังอธิษฐานน้อยลงหรือในเมื่อขณะนี้พวกท่านกำลังอยู่กับ
พระเยซูคริสตเจ้า?"


     ดังนั้นหากการขอให้บรรดานักบุญและแม่พระช่วยวิงวอน นั้น ผิด และต้องทำให้คาทอลิคตกนรกเพราะการนี้ ตามที่คริสตจักรสายสุดโต่งบางแห่งสอน จงบอกให้สมาชิกคริสตจักรนั้นเลิกอ่านพระคัมภีร์และเลิกอ้างพระคัมภีร์ไบเบิ้ลซะ เพราะคนจัดสาระบบพระคัมภีร์ไบเบิ้ลที่อยู่ในมือพวกเขา ที่พวกเขาอ่านและอ้างมาด่าคาทอลิคเสมอนั้น ตอนนี้คงอยู่ในนรก เพราะท่านเห็นดีเห็นงามและยังสอนให้เราเสนอวิงวอนผ่านนักบุญ และให้ความเคารพนักบุญด้วย และการอ่านหนังสือที่คนฝ่ายนรกเลือกให้คงจะพาท่านตกนรกตามเขากันหมด ไม่กลัวเหรอ

     ส่วนเราที่เป็นคาทอลิคนั้นนั้น เชื่อว่าท่านอยู่ในสวรรค์ และคงกำลังอธิษฐานให้คนที่อ่านไบเบิ้ลเล่มที่ท่านจัดสาระบบโดยองค์พระจิตเจ้าดลใจนี้ ได้เข้าใจและตีความไบเบิ้ลอย่างถูกต้องกันทุกคน จะได้เลิกยกไบเบิ้ลที่ท่านอุตส่าห์คัดและรวบรวมมาทะเลาะกันเองซะที

Last modified on Friday, 25 May 2012 13:34

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home