จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด (มก. 1:15)

 
Thursday, 05 May 2011 12:11

แม่พระประจักษ์ที่ประเทศไทย เมื่อปี 2531 ที่วัดลำไทร - 4 Featured

Written by  Administrator
Rate this item
(1 Vote)

 

ผู้เห็นเหตุการณ์ 

ศิริรัตน์ หอวิจิตร 
- วันที่เห็นวันที่เท่าไหร่ครับ ?

วันนั้นเป็นวันที่ 6 พ . ค . ตอนนั้นบ่าย 2 โมง มีคนสวดสายประคำอยู่ก่อนแล้ว พวกเขากำลังเริ่มสวดสายประคำสายที่ 2 กัน พอสวดไปได้สักพัก อาเดเรียก็เดินมาที่สะพานหน้าถ้ำ และคุกเข่าที่หน้าแม่พระคนเดียว เสร็จแล้วเห็นอาเดเรียยกมือขึ้น พนมมือ แล้วก็ยิ้มทำปากขมุบขมิบและชี้ให้แม่อธิการแหงนหน้าขึ้นไปดูที่พระอาทิตย์ ตอนนั้นไม่เห็นมีอะไร เราก็สวดต่อจนถึงสายที่ 3 ตอนที่ 3 โมงกว่า แล้วอาเดเรียก็เดินมาบอกพ่อให้ทุกคนแหงนหน้าขึ้นดูท้องฟ้า พวกเราก็มองขึ้นไปแล้วก็เห็นปรากฏการณ์กันทุกคน พระอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงสลับกับสีฟ้า หมุน ๆ ไปมา วันนั้นมีป้าจันทร์กับอาเดเรียเท่านั้นที่เห็นแม่พระใส่ชุดสีขาวด้วย 

- ไปสวดสายประคำทุกวันหรือเปล่า ?

ไปค่ะ เวลาพ่อให้ไปก็ไป 

- ไปสวดสายประคำทุกวันหรือเปล่า ?

เมื่อก่อนไม่ค่อยมีคนเลย เวลาสวดก็สวดหลังเลิกวัดไปแล้ว บางครั้งก็ 10 ถึง 20 คนทยอยกันมาสวด ส่วนมากจะสวดตอน บ่าย 2 โมง 

- รู้สึกศรัทธาขึ้นบ้างหรือเปล่า ?

ค่ะ และอยากได้เห็นอีกครั้ง

บันทึกคำยืนยันประสบการณ์ส่วนตัวต่อปรากฏการณ์ที่ถ้ำแม่พระ วัดพระวิสุทธิวงศ์ ลำไทร ลำลูกกา 


ชื่อนักบุญ ดอมินิโก ซาวีโอ ชื่อจริง อนุวัติ นามสกุล ทองสุข

ได้เห็นปรากฏการณ์เมื่อวันที่ 28 เดือน สิงหาคม ปี 2531 เวลา 09.15

     สิ่งที่ข้าพเจ้าได้พบจริง ๆ คือ ข้าพเจ้าจะมาวัดลำไทร แต่หลงทาง ขับรถไปจนเกือบถึงวัดพืชอุดม ( เหลือระยะทางประมาณ 300 เมตร ) เมื่อเห็นวัดพืชอุดมอยู่ข้างหน้าก็รูว่าหลงทางจึงกลับรถ และทันใดนั้นเมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้อหน้า ก็เห็นเมฆก้อนใหญ่ ลักษณะผิดจากท้องฟ้าและเมฆทั่ว ๆ ไป ในขณะนั้น ( เพราะขณะนั้นท้องฟ้าโดยทั่วไปเป็นสีฟ้า และเมฆเป็นก้อน เป็นปุยสีขาวอยู่ทั่ว ๆไป อย่างปกติ ) แต่เมฆก้อนที่เห็นนั้นมีสีเทาอมชมพู สวยมาก และที่น่าประหลาดยิ่งกว่านั้นก็คือ เมฆนี้ไหลจากขอบซ้าย - ขวาเข้าหาตรงกลาง โดยทีขนาดของเมฆยังคงที่ ข้าพเจ้าทราบทันทีว่าพระทรงชี้ทางให้ จึงได้ขับรถตามทิศทางที่เมฆนั้นอยู่ และได้มาถึงวัดลำไทร ( พระวิสุทธิ์วงศ์ ) ก่อน 10.00 น . ทันแก้บาป และยังได้มีโอกาสสวดสายประคำที่หน้าถ้ำแม่พระอีกตั้ง 2 สายแนะ 

     พูดถึงการแก้บาปในวันนั้นแล้ว ก็เป็นอัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้รับจากพระแม่คือ เมื่อข้าพเจ้ามาถึงวัดแล้วรู้สึกอยากแก้บาป ( เพียงรู้สึกอยากเท่านั้น ) แต่ไม่รู้ว่าตัวเองได้ทำบาปอะไรจึงตั้งใจว่าจะแก้บาปพยศชั่วเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่หาพระสงฆ์ไม่พบ เห็นแต่คุณพ่อวิจิตร ลิขิตธรรม ยืนสนทนาอยู่กับสัตบุรุษกลุ่มหนึ่งที่หน้าวัดก็ไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะ จึงเดินใจลอย ( รู้สึกใจลอยจริง ๆ ) ตรงไปยังถ้ำแม่พระ ได้ยินคนกลุ่มใหญ่สวดสายประคำอยู่ก็เดินไปที่สะพานหน้าถ้ำแม่พระ ได้ยินคนกลุ่มใหญ่สวดสายประคำอยู่ก็เดินไปที่สะพานหน้าถ้ำแม่พระ คุกเข่าที่ต้นสะพานหยิบสายประคำจากกระเป๋าเสื้อในใจบอกแม่พระว่า “ ขอร่วมใจภาวนากับพี่น้องพวกนี้ด้วย ” และเริ่มสวดไปพร้อมกับพวกเขา ซึ่งเป็นจังหวะที่จะเริ่มสายใหม่พอดีแต่พอสวดไปได้ไม่กี่บท ( จำไม่ได้ว่าเป็นทศแรก หรือทศที่ 2 ) ( หลับตาสวด ) ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงชัดเจน บอกถึงบาปของข้าพเจ้าประการหนึ่ง ซึ่งได้ทำเมื่อ 15 ปีที่แล้ว มันนานจนลืมไปแล้ว แต่ขณะนี้ข้าพเจ้ากลับได้เห็นภาพการกระทำนั้นขึ้นมาอีก เหมือนพึ่งเกิดขึ้นใหม่ และเสียงนั้นบอกให้ไปแก้บาปนั้นใหม่ เพราะว่าบาปนั้นยังไม่หลุดเนื่องจากข้าพเจ้าแก้บาปแบบบ่ายเบี่ยง ( และเป็นบาปหนักด้วย ) ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึกเสียใจอย่างไม่เคยมาก่อน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างระงับไม่ออยู่ตลอดการสวดสายประคำ 2 สาย ลืมทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่ร้องไห้เนื่องจากเป็นทุกข์เสียใจที่ได้ทำบาปนั้น และซาบซึ้งที่แม่พระทรงเป็นห่วงใยลูกถึงขนาดนี้ ... ลืมนึกถึงว่าจะต้องไปแก้บาปด้วยแต่เมื่อสวดสายประคำจบ 2 สาย ( คนอื่น ๆ รอบ ๆ เป็นผู้สวด ) เพราะข้าพเจ้าเอาแต่ร้องไห้ ก็มีคนเดินมาที่ข้างหลังข้าพเจ้าพูดว่า ( เสียงผู้หญิง ) “ ใครจะไปแก้บาปก็ไปแก้ซะนะ คุณพ่อกำลังฟังแก้บาปอยู่บนหอประชุม ” ข้าพเจ้าจึงได้สติและลุกขึ้นรีบไปแก้บาปทันที 

     ตั้งแต่นั้นมา คำปฏิญาณของนักบุญดอมินิโก ซาวีโอ นักบุญองค์อุปถัมภ์ของข้าพเจ้า ที่ว่า “ ยอมตาย ดีกว่าทำบาป ” ก็กลับเข้ามาในใจของข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ลืมไปแล้วตั้งเกือบ 30 ปี 

ขอคำภาวนาจากพี่น้องด้วย 
จึงขอลงนามไว้เป็นหลักฐาน 
ลงชื่อ อนุวัติ ทองสุข 
ผู้บันทึก


วันที่ 30 สิงหาคม 2531 

เรียน คุณพ่อวิจิตร ลิขิตธรรม

     ข้าพเจ้า มารีอา รัศมี สุทธิพินิจธรรม ได้เขียนถึงคุณพ่อฉบับนี้ เป็นฉบับที่สอง ข้าพเจ้าคิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะเขียนดีหรือไม่ เพราะหลายคนอาจคิดว่าโอ้อวดหรือเป็นบ้า บ้าแบบประสาทหลอนด้วย อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับคุณพ่อว่าเป็นยุคแบ่งปันประสบการณ์ซึ้งกันและกัน ข้าพเจ้าคิดว่าถ้าเราศรัทธา เชื่อมั่น และวอนขอพระจะอยู่ใกล้เราเสมอ

     ข้าพเจ้าและครอบครัวได้มาพระวิสุทธิวงศ์เป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 31 กรกฎาคม พร้อมด้วยคุณพ่ออายุ 85 ปี พี่สาวและหลานมาจากแพร่ ทุกคนได้เห็นปรากฏการณ์ของดวงอาทิตย์ ดังเช่นที่ข้าพเจ้าได้เล่าในฉบับแรก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้เห็นแปลกออกไปคือ ช่วงบ่ายที่คุณพ่ออวยพรศีลมหาสนิทมาตามหญ้าหน้าถ้ำ ข้าพเจ้ากราบขอพรแล้วเงยหน้าขึ้น ได้เห็นเหมือนพระเยซูเจ้าทรงแบกกางเขน และมีอีกคนหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ตรงกระจกกลม ๆ ที่บรรจุแผ่นศีลนั้น ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าคุณพ่อวาดภาพไว้หรือเปล่า หลายวันต่อมาได้พบคุณพ่อ ๆ ได้บอกว่าไม่มี ข้าพเจ้าก็ไม่แน่ใจอะไร คุณพ่อได้ถามด้วยว่าเคยเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อื่นด้วยหรือเปล่า ข้าพเจ้าได้บอกคุณพ่อว่าเปล่า แต่ขณะนี้ข้าพเจ้าได้พบเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อื่นด้วย

 

     วันที่ 28 สิงหาคม ข้าพเจ้ามาที่วัดลำไทรกับลูกชายและลูกสาว เป็นครั้งที่ 3 เวลาประมาณ 10.30 น . ข้าพเจ้าพบคุณพ่อวิจิตรข้างวัดคุณพ่อได้ถามว่าเห็นอะไรหรือยัง แม่พระสัญญาจะมาที่น้ำพุ ข้าพเจ้ายังไม่เห็นอะไร เมื่อคุณพ่อประกาศว่าจะอวยพรศีลมหาสนิทเหมือนตอนบ่ายก่อนมิสซา ข้าพเจ้าก็พาลูกไปคุกเข่าใต้ต้นก้ามปูหน้าถ้ำ เมื่อรับพรแล้วก็เห็นปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ และเห็นต้นไม้บริเวณถ้ำและน้ำพุเป็นสีม่วงหมด เห็นน้ำพุที่พุ่งขึ้นมาเป็นฝอย ๆ สีทอง แต่ไม่ชัดนัก ข้าพเจ้าจ้องมองอยู่นานด้วยความหวังจะพบพระแม่ แต่ก็ไม่ได้พบ หลังมิสซาขณะกำลังจะแห่แม่พระ ลูกสาวก็เรียกคุณแม่ ๆ ไปที่ถ้ำจุดเทียนให้แม่พระกันเถอะ ข้าพเจ้าก็บอกว่าเดี๋ยวแห่แล้วค่อยไปปรากฏว่าลูกสาวไม่ยอมบอกไปเดี๋ยวนี้เถอะ ข้าพเจ้าก็เลยไปทั้ง 3 คน จุดเทียนแล้วต่างคนต่างสวด ข้าพเจ้าก็เริ่มสวด 10 เม็ดแรก ก็เห็นถ้ำวูบวาบ ๆ 2-3 ครั้ง แล้วก็เห็นพระพักตร์พระแม่ที่กลมสวย เรียวยาวมีเคราน้ำตาลอ่อนขึ้นรอบคาง เห็นสลับกับพระพักตร์พระแม่สลับไปสลับมาหลายครั้ง เวลาประมาณ 12.30 น . ข้าพเจ้าคิดว่าตาลายเพราะหิวข้าว ขณะที่ยังงง ๆ ไม่กล้ายืนยันว่าเป็นหน้าของใครนั้น ลูกชายก็เรียกแม่ ๆ ดูดวงอาทิตย์ซี ข้าพเจ้าสวดอยู่ก็ไม่ได้ถามว่าลูกเห็นอะไรก็รีบมองดวงอาทิตย์ ก็เห็นปกติ มองอีกเดี๋ยวหนึ่งดวงอาทิตย์เลือนหายไปเฉย ๆ มีแสงสีชมพูวูบวาบ ๆ 2-3 ครั้ง แล้วก็เห็นเมฆเป็นรูปแม่พระอุ้มพระกุมาร ข้าพเจ้าตัวสั่นไปหมด เรียกแม่พระเจ้า ๆ พระองค์โปรดเมตตาให้ลูกเห็นจริง ๆ หรือ ก็ปรากฏอีกภาพหนึ่งเป็นรูปพระแม่ยืนอยู่ในกรอบ มีรัศมีกลมรอบศีรษะด้วย เห็น 2 ภาพ แล้วก็หายไป เป็นปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์เหมือนที่เคยเห็น ข้าพเจ้าตัวสั่นน้ำตาไหลไม่รู้ตัว มองที่ถ้ำก็ยังเห็น 2 พระพักตร์อีก แล้วก็จางหายไป ข้าพเจ้าถามลูกชายว่าลูกเห็นอะไร เขาบอกว่าเห็นดวงอาทิตย์มี 5 ดวง และเห็นท้องฟ้าทุกอย่างที่พื้นเป็นสีทองหมดเลย เรียกข้าพเจ้าดู ข้าพเจ้าขอกราบขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงมาเมตตาแด่ครอบครัวของข้าพเจ้า

     ตอนบ่ายขณะที่พ่ออวยพรศีลมหาสนิท ข้าพเจ้าเห็นคุณพ่อถือที่ตั้งศีลสีชมพูสวย เดินอวยพรมาแต่ไกล พอมาถึงข้าพเจ้าได้กลายเป็นสีทองเปล่งรัศมี ชุดของคุณพ่อเป็นสีทอง และมีเมฆสีทองลอยตาม ข้าพเจ้าได้มองตามไปเรื่อย ๆ ถึงหน้าถ้ำแม่พระ น้ำตกตอนบนได้เป็นสีทอง ระยิบระยับ ข้าพเจ้าบอกคนข้าง ๆ ให้มอง ไม่มีใครเห็น เมฆสีทองได้ลอยไปหยุดตรงน้ำพุ ข้าพเจ้าพยายามจ้องมองเพื่อจะพบพระแม่ ก็ไม่เห็น จึงหันมาที่ถ้ำใหม่ เห็นสีทองระยิบระยับนั้น หยดลงมาเป็นหยดทองระยะหนึ่ง แล้วพุ่งออกมาเป็นสายทองทั้งสายสวยจริง ๆ เห็นจนเขาปิดน้ำ ก็ดูปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ ลูกทั้ง 2 ได้ชวนไปที่ถ้ำอีก ข้าพเจ้าก็ขึ้นไป ขณะที่สวดก็ได้ยินเสียงคนโห่ร้องปรบมือดูดวงอาทิตย์กัน ข้าพเจ้ามองที่ถ้ำเห็นรัศมีสีม่วงเต็มภายในถ้ำ แล้วเปลี่ยนเป็นสีทอง สักครู่ถ้ำวูบวาบเข้ามาใกล้ตัวแล้วถอยไปขณะเดียวกันเห็นหินรอบถ้ำด้านหน้าเป็นหินอ่อนเรียบมัน สีเทาดำ 3-4 ครั้ง แล้วเห็นภูษาเรืองแสง เหมือนรูปพระที่มีฟอสฟอรัสแล้วกลับปกติ เหตุการณ์ทั้งหมดข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ข้าพเจ้าก็ยังหวังในพระเมตตาว่า สักวันหนึ่งคงจะพบพระองค์จริง ๆ 


ด้วยความเคารพอย่างสูง 
รัศมี สุทธิพินิจธรรม


28 สิงหาคม 2531 

ข้าพเจ้า นางเรณู ภาตะ นักบุญ เทเราซา

     เวลาประมาณ 9.00 น . สวดที่หน้าถ้ำแม่พระ เห็นซิสเตอร์ท่านหนึ่งบอกว่า มีแสงออกมาจากดวงอาทิตย์ ดิฉันได้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็เห็นดวงอาทิตย์กำลังหมุน มีสีน้ำเงิน ฟ้า และสีขาวอยู่ข้างหลัง เวลามองด้วยกล้องถ่ายรูปจะเห็นดวงอาทิตย์อีก 3 ดวง ในดวงสีเหลืองมีนกพิราบอยู่ในดวงอาทิตย์ แต่เห็นประเดี๋ยวเดียว ในดวงอาทิตย์ 4 ดวง ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาหาดวงที่ใหญ่ที่สุดคือดวงที่มีสีน้ำเงิน ฟ้า และขาวได้เปลี่ยนไปเป็นสีขาวประกายแสงเหมือนเพชร หมุนไปหมุนมา สี่ดวงได้แยกออกมาและมีแสงสว่าง แม่พระได้ปรากฏองค์ลงมาในชุดสีขาว แบบแม่พระอัศจรรย์ ก็ตกใจร้องขึ้นว่า โอแม่ ... โอแม่ และกำลังจะเอากล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่าย แม่พระก็ได้หายไป ในขณะที่ร้องได้ร้องพร้อมกับคนข้าง ๆ คือ คุณลำจวน หนูงาม อยู่โรงเรียนประชาสงเคราะห์ หัวไผ่ อ . พนัสนิคม จ . ชลบุรี 20140 และคุณลำจวน หนูงามก็ได้ยืนยันว่าเห็นจริงในลักษณะเดียวกัน ตอนเห็นดวงอาทิตย์หมุนได้ตื่นเต้น ดีใจ ตกใจ จนทำกล้องถ่ายรูปตก หล่นหลุดจากมือ เห็นแล้วทำให้ดิฉันตื่นเต้น ดีใจ และมีความเชื่อ ความศรัทธามากยิ่ง ๆ ขึ้น 

เทเรซา เรณู ภาตะ 
จาก วัดพระหฤทัย เชียงใหม่

กราบเรียนคุณพ่อวิจิตรที่เคารพทราบ

     ข้าพเจ้าเป็นลูกวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2531 นี้ ข้าพเจ้าได้มาวัดลำไทร มาถึงตั้งแต่เช้านะค่ะ และข้าพเจ้าก็เข้าไปสวดในวัดพร้อมกับลูกสาว พอฟังมิสซาเช้าจบแล้วก็ตรงไปที่ถ้ำแม่พระภาวนาพร้อมกันกับคนที่อยู่หน้าถ้ำตอนนั้นก็ ไม่มีปรากฏการณ์อะไร ต่อมาก็แลเห็นสีต่าง ๆ กันข้าพเจ้าก็ชี้ให้คนข้าง ๆ ดู สวยมาก โดยเฉพาะสีทอง เหลืองอร่ามไปหมดทั้งหน้าถ้ำและหลังถ้ำ ข้าพเจ้าตื่นเต้นไม่มาก ต่อมาก็แลเห็นพระอาทิตย์เปลี่ยนสีเช่นเดียวกัน รู้สึกพระอาทิตย์หมุนตลอดเวลา แต่อยู่กับที่ แสงของดวงอาทิตย์เจิดจ้า แต่แปลกที่มองแล้วสายตาไม่แสบ เป็นปกติ พอพระอาทิตย์เปลี่ยนเป็นสีขาว ข้าพเจ้าและเห็นพระเยซูเจ้าแบกกางเขนแล้วก็เปลี่ยนเป็นภาพสิ้นพระชนม์และก็เปลี่ยนเป็นนกพิราบ ข้าพเจ้าวิงวอนแม่พระขอให้ข้าพเจ้าเห็นสักครั้ง แต่แล้วภาพที่ข้าพเจ้าเห็นแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองเลยค่ะก็เห็นแม่พระไงค๊ะ ที่ข้าพเจ้าอยากถามคุณพ่อว่าภาพนี้เรียกว่าอะไร เพราะเห็นหน้าอกเสื้อสีแดงใส่ทับด้วยตัวนอกสีน้ำเงินเข้มมาก แม่พระไม่คลุมผม ปล่อยผม รู้สึกจะมีลมอ่อน ๆ เพราะแลเห็นผมปลิวน่ะค่ะภาพด้านข้างรู้สึกก้มหน้าแล้วก็แหงนขึ้นอยู่ ใบหน้าเฉย ๆ ไม่ยิ้ม แต่ก็สวยงามค่ะ ในเหตุการณ์นั้นมีคนเห็นเหมือนกัน ถึงกับนั่งร้องไห้ ความรู้สึกของข้าพเจ้าต้องเขียนมาเล่า ไม่งั้นไม่สบายใจ 

ด้วยความรักและเคารพอย่างสูง 
มารีอา มักดาลา จาก จันทบุรี


มารีอา อำไพ ยนพัตร์ 

122/2 หมู่ 4 ต . จันทนิมิต 
อ . เมือง จ . จันทบุรี

     พอมิสซาเช้าเลิก รับประทานอาหารเสร็จแล้วเดินไปหน้าถ้ำแล้วมองไปที่ดวงอาทิตย์ที่คนอื่นเขามองกัน คนอื่นเขาเสียงดังกัน ก็มองเห็นดวงอาทิตย์หมุนเร็วเป็นแสงแวบ ๆ สีทอง พอหมดแสงสีทอง ดวงอาทิตย์ก็นิ่งอยู่ เห็นเป็นพระเยซูเจ้าเด่นชัดอยู่ในชุดสีแดง ตรงกลางหน้าอกเป็นพระเยซูในวัด สักครู่หนึ่งก็หายไป แล้วก็เห็นแม่พระอยู่ในชุดสีฟ้าสวยงามมากแล้วสักครู่ก็หายไป เปลี่ยนเป็นพระเยซูเจ้าอยู่ในกางเขนเป็นสีขาวไข่ ๆ เห็นชัดเจนเต็มตาเต็มดวงอาทิตย์ แล้วต่อจากนั้นก็เห็นภาพอื่น ๆ เลือนรางแล้วไม่เห็นอะไรเลย 

ขอยืนยันว่าแม่พระประจักษ์ให้เราเห็นเป็นความจริงทุกประการ 
(25 กันยายน 2531 วันแห่แม่พระที่วัด พ . ว .)

 

อันนา อำพรรณ ยนพัตร์ 

122/2 หมู่ 4 ต . จันทนิมิตร 
อ . เมือง จ . จันทบุรี

เห็นครั้งแรก เห็นดวงอาทิตย์หมุนและเปลี่ยนสี แล้วเห็นภาพพระจิต สักครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนเป็นพระเยซูเจ้าเด่นชัดเป็นดวงอาทิตย์เต็มดวง แล้วเปลี่ยนเป็นกลุ่มเมฆสีเหลืองทองวูบลงมาจากที่ถ้ำแม่พระลอยเคลื่อนไปจับที่ยอดกางเขนวัด อีกครั้งหนึ่งเห็นสีที่ดวงอาทิตย์ แม่พระในดวงอาทิตย์และแม่พระในชุดสีฟ้าในน้ำทะเล แล้วก็เลือนหายไปเห็นพระเยซูเจ้าแบกไม้กางเขนในดวงอาทิตย์


ขอยืนยันว่าแม่พระประจักษ์ให้เราเห็นเป็นความจริงทุกประการ 
(25 กันยายน 2531 วันแห่แม่พระที่วัด พ . ว .)


เพ็ญศรี เปเรร่า – บุญชัย เปเรร่า 

ดิสคัพเวอรี่ทัวร์ส – เชียงใหม่ 

วันที่ 21 กันยายน 2531 

กราบเรียน คุณพ่อวิจิตร ที่เคารพ – รัก ในพระคริสตเจ้า และ พระแม่มารีอา

ดิฉันนางมารีอาเพ็ญศรี เปเรร่า และสามี นายอัลเบิร์ตบุญชัย เปเรร่า และคณะจำนวน 27 คน ได้เดินทางจากวัดพระหฤทัย เชียงใหม่ ไปยังวัดพระวิสุทธิวงศ์ ลำไทร ลำลูกกา ปทุมธานี เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2531 ก่อนจะออกเดินทาง ดิฉันคิดว่าจะไปร่วมพิธีบูชามิสซาเหมือนอย่างที่ไปร่วมทุกวันอาทิตย์ และจะไปขอพรจากแม่พระเท่านั้น หลังจากร่วมพิธีบูชามิสซาและรับศีลมหาสนิทแล้วคุณพ่อก็เริ่มขบวนแห่แม่พระไปรอบโบสถ์ ดิฉันและสามีได้เข้าร่วมในขบวนแห่ในตอนท้าย ๆ ของขบวน ดิฉันได้มองขึ้นฟ้าเพื่อดูดวงอาทิตย์ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 12.40 น . พระอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะพอดี แดดร้อนจัด ครั้งแรกดิฉันไม่เห็นอะไรผิดปกติ ดิฉันแหงนหน้าดูดวงอาทิตย์อีกครั้งหนึ่ง แล้วดิฉันก็ตกตะลึง ตัวแข็งทื่อคล้ายถูกสะกดก้าวเท้าไม่ออก สามีดิฉันได้ยินดิฉันร้องออกมาว่า โอ โอ ดูพระอาทิตย์ซิ ขยับไปมา หายวับไป โผล่มาอีกแล้ว ช่างงดงามเหลือเกิน สามีดิฉันได้แหงนดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าก็เห็นอาทิตย์เต็มดวงมีรัศมีสีเหลืองรอบดวง เมื่อขบวนแห่รูปแม่พระกลับเข้าวัดและพิธีต่าง ๆ สิ้นสุดลงแล้ว คุณพ่อก็เริ่มอวยพรสัตบุรุษผู้มาร่วมในพิธีแต่ละคน ดิฉันและสามีจะเข้าไปรับพรก็เข้าไม่ถึง จึงเดินออกจากโบสถ์ทางประตูหลังวัด เราเห็นคนหมู่หนึ่งกำลังมองดูดวงอาทิตย์ซึ่งเราทั้งสองก็แหงนมองดูด้วย เราได้เห็นดวงอาทิตย์หมุนติ้ว มีสีต่าง ๆ เป็นรัศมี บางครั้งพระอาทิตย์ก็หมุนใกล้เข้ามาแล้วก็ถดถอยกลับออกไป มีคนเห็นปรากฏการณ์นี้เป็นจำนวนมาก

บ่าย 15.00 น . คุณพ่อวิจิตรจัดพิธีอวยพรศีลมหาสนิท โดยให้สัตบุรุษไปชุมนุมกันหน้าถ้ำแม่พระและลานหญ้าหน้าวัดหลายพันคนแล้วคุณพ่อวิจิตร ก็อัญเชิญศีลมหาสนิทเดินไปรอบบริเวณ พลางอวยพรทุกคนด้วยศีลตลอดเวลาขณะนั้นพระอาทิตย์สว่างจ้า แดดร้อนจัดมาก คุณพ่ออวยพรสัตบุรุษไปเกือบหมดแล้วและกำลังจะกลับเข้าวัดพลันก็เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าให้ผู้คนที่ชุมนุมอยู่ส่งเสียงสวดภาวนาอื้ออึง บ้างร้องเพลงสวดถวายพรพระ - แม่พระ บ้างตบมือด้วยความดีใจ บ้างน้ำตานองหน้าด้วยความปลาบปลื้ม คนขับรถของคณะของเราจากเชียงใหม่พร้อมกับภรรยาซึ่งนับถือศาสนาพุทธทั้งคู่ ได้ยินเสียงอึงคะนึง เสียงตบมือ จึงพากันออกมาดู และก็ได้เห็นปรากฏการณ์ของพระอาทิตย์เช่นเดียวกัน

ดิฉันมารีอาเพ็ญศรี และสามี อันเบิร์ตบุญชัย เปเรร่า ของยืนยันว่า ที่เขียนมาทั้งหมดนี้เป็นความจริงทุกประการ และขอกราบโมทนาคุณพระผู้เป็นเจ้าและพระแม่มารีอา ที่ได้โปรดให้เราทั้งสองได้เห็นปรากฏการณ์ครั้งนี้ ซึ่งจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป 

ด้วยความรักและเชื่อมั่นในองค์พระเยซูคริสตเจ้าและพระแม่มารีอา 
เพ็ญศรี เปเรร่า – บุญชัย เปเรร่า


ประดิท ศรีวรกุล 

สำนักงานทนายความ ศรีนิติธรรม 
206 ซอยเจริญมิตร ต . คลองตัน พระโขนง 
กรุงเทพฯ 


เรียน คุณพ่อวิจิตร ลิขิตธรรม เจ้าอาวาสวัดลำไทร ทราบ

     วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2531 ผมได้ไปแห่รูปพระแม่ที่วัดลำไทรและได้ประสบการณ์เรื่องสำคัญดังกล่าวแล้ว แต่ผมยังข้องใจไม่หายอยากจะพิสูจน์ความจริงให้แจ้งชัดในการปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2531 ว่ามีความจริงเพียงไรหรือไม่ ประมาณ 7 วัน หลังจากวันปรากฏการณ์เวลาประมาณ 11.00 น . ผมออกไปยืนตากแดดบนสนามหญ้าหน้าบ้าน ตาจ้องมองดูดวงอาทิตย์ เช่นเคย ไม่ปรากฏว่าดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งที่ 1 ที่ 2 แต่อย่างใด จึงรู้สึกเอะใจมากขึ้น และมั่นใจมากยิ่งขึ้น การปรากฏการณ์ตามวัน เวลาดังกล่าวมีความจริงขึ้นแล้ว นั้นหมายความว่า “ เป็นการกระทำของพระแม่โดยจงใจ ” ถ้าเหตุเกิดจากสายตาและผลทางวิทยาศาสตร์ การพิสูจน์นอกประเด็นคราวนี้ก็จะออกมาในรูปเดิม คือตำแหน่ง 1, 2 แน่นอนแต่นี้ก็หาไม่ 

     วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2531 ผมไปวัดนำลำไทรตามวัตถุประสงค์เดิมอีก และปฏิบัติตนเหมือนวันก่อน แต่ไร้ผล จึงมั่นใจอย่างแน่วแน่ว่า “ การปรากฏการณ์คราวก่อนเป็นการกระทำของพระแม่จริงแล้ว ” 

     มีเรื่องที่น่าคิดเกิดแก่ตัวผม กล่าวคือ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2531 ผมได้ไปขอพรกับคุณพ่อ กล่าวว่า “ คุณพ่อครับ ผมขอพรจากคุณพ่อ เพราะหมู่นี้ดวงไม่ค่อยดี ” คุณพ่อก็ประสาทพรพระแม่ให้ ต่อมาประมาณ 15 วัน เคราะห์ร้ายอันหนักหน่วงนั้นก็หายเด็ดขาด ก่อนหน้านี้ผมอับจนไม่มีทางแก้ เพราะถูกอัดทางสุขภาพจิต ตัน หมดทางแก้ ได้วิงวอนต่อพระแม่ ...” โอพระแม่ ลูกอับจน หมดปัญญาหาทางแก้ลูกของมอบภาระอันหนักหน่วงนี้ให้พระแม่ตัดสินใจ เป็นธุระของพระแม่ ” เมื่อรับพรจากตัวแทนพระแม่แล้วเรื่องก็เป็นอันยุติ ผมสบายใจ เท่ากับว่า “ คุณพ่อได้สะเดาะเคราะห์ให้ผมแล้ว ”

    ผมยอมรับว่า “ ผมคนหนึ่งที่รักแม่พระมาก ผมไม่ยอมทำบาปเพราะ ... เกรงใจแม่พระ ในอดีต โสด สมัยถูกเบียดเบียนศาสนาอย่างดุเคร่งในสมัยสงครามพวกศัตรูศาสนาคริสต์กำลังหักล้างทำลายศาสนาคริสต์ให้ดับสูญ พวกผมมีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ถูกจับกุม ถูกหมายหัวจะปลิดชีพ กลางคืนนอนด้วยความกลัวหวาดผวา ทุกคนปฏิญาณถวายชีวิตแก่พระเจ้า ต่างยอมตายเป็นมารตี

     ต่อมาหลังจบชั้น ม . 6 ผมได้เตรียมตัวไปบวชเป็นฤษี คณะการ์แมนริสต์เดอโชเซ ที่ประเทศฝรั่งเศสแต่ไม่สำเร็จ ขัดข้องเรื่องภาษาลาติน ผลที่สุดก็ได้สมรสกับสตรีชาวลำไทร ที่วัดลำไทร และก่อนหน้านั้นได้ปฏิญาณกับพระเจ้าว่า “ ขออย่าให้ลูกตกในบาปหนัก หากจะตกในบาปหนักก็ขอให้เรียกไปก่อนจะเป็นเช่นนั้น ” หากผมตกในบาปหนัก พระเจ้าคงเรียกผมไป

     เสียใจทางขรุขระมาก มิฉะนั้นแล้วผมจะไปทุกเดือน และจะอยู่ถึงบ่าย 3 โมง 

ขอแสดงความนับถือ 
ประดิท ศรีวรกุล 
(3 ต . ค . 2531)


มารีอา เต้เซียง อิ่มไพร

    ตาของดิฉันเจ็บมาเป็นเวลาแรมปีแล้ว กินยามาเท่าไรก็ไม่หายซื้อยามาจนเจ้าของร้านขายยาจำได้ โดยที่ฉันไม่ต้องไปซื้อเอง ให้หลานไปซื้อเจ้าของร้านขายยาก็จ่ายยามาถูก

     เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2531 เป็นวันบังเกิดของแม่พระ ก่อนมิสซาพวกเราได้ร่วมกันไปสวดสายประคำที่ถ้ำแม่พระ สวดสายประคำจบ 3 สาย คุณพ่อได้อวยพรให้ดิฉัน ขอให้แม่พระช่วยให้ตาของดิฉันได้หาย คุณพ่อได้เอาใบไม้จุ่มน้ำที่ถ้ำแม่พระป้ายตาของดิฉัน 3 ครั้ง

     หลังจากนั้นมาอีก 3 วันตาของดิฉันก็หายเป็นปกติดีจนทุกวันนี้ ไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นความจริง ทุกอย่างที่ดิฉันเล่ามานี้เป็นความสัจจริงค่ะ และเวลานี้พวกเราได้สวดสายประคำกันทุก ๆ คืน ที่หน้าถ้ำแม่พระเป็นประจำ


มารีอา สุมล ศรีประมง

     ได้มีความซาบซึ้งใจที่วันหนึ่ง (6 พฤศจิกายน 2531) ลูกของดิฉันได้ป่วยลงอย่างกะทันหัน เนื่องจากโรคหอบหืด และอาเจียนไม่หยุด ทั้งที่ก็กินยาของหมออยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังไม่หาย ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดีจึงเอายาหอมมาให้ทาน ก็อาเจียนออกหมด อาเจียนไม่หยุด ดิฉันก็ได้สวดสายประคำต่อหน้าแท่นพระแม่ที่บ้าน 1 สาย พอสวดจบก็นึกขึ้นได้ว่า ดิฉันได้เอาน้ำแช่ดอกกุหลาบจากวัดลำไทร ( ที่เสกแล้วไว้บนแท่นเพื่อให้ดื่มเป็นประจำ จึงนำน้ำนั้นมาให้ลูกดื่ม เพียง 1 อึกเท่านั้น ปรากฏว่าอาการอาเจียนและหอบหืดหายไปอย่างปลิดทิ้ง

ดิฉันรู้สึกแปลกประหลาดใจในอัศจรรย์ของพระแม่เป็นอย่างยิ่งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ดิฉันได้ประสบมากับตัวเอง ดิฉันได้ขอบคุณพระแม่เป็นอย่างยิ่ง


นักบุญ อันเดร   วัดวงหฤทัยนิรมล   ปากลัด   พระประแดง 

17/2   ตลาดพระประแดง   จ . สมุทรปราการ 

กราบเท้าคุณพ่อที่เคารพรักอย่างสูง

     ลูกได้มาที่วัดลำไทร ลูกมาขอพรจากพระแม่ และมาขอพรจากคุณพ่อ   และลูกก็ได้รับความเมตตาจากพระเป็นเจ้าแล้ว ลูกไม่รู้ว่าจะหาคำใดมาโมทนาคุณสรรเสริญพระองค์ได้ เหมือนชุบชีวิตใหม่ให้กับลูก ชีวิตลูกเปลี่ยนไป อะไรทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคดีขึ้น พระแม่ช่วยเหลือลูกตลอดเวลา แม่สอนให้ลูกวางใจในแม่ และลูกวางใจในแม่เสมอ และต่อแต่นี้ไปลูกก็จะวางใจในแม่ทุกลมหายใจของลูก

     ลูกเล่าเรื่องจริงที่เกิดกับลูกเอง เพื่อนคนอื่น ๆ จะได้รู้ว่าแม่พระรักลูก เป็นห่วงลูก ทุก ๆ ขณะจิต ข้อสำคัญ ขอให้เขาไว้วางใจในพระแม่มาก ๆ ความเชื่อและความรักก็จะเกิดขึ้นตามมาอย่างมาก ๆ ด้วย

     ลูกไม่สบายปวดหัว ปวดหัวไหล่ทั้งสองข้าง มาเป็นเวลาประมาณ 5-6 ปี มันทรมานเพราะความเจ็บปวด จนลูกทนไม่ไหว ท้อใจ ลูกได้ไปรักษาที่ 
     1) โรงพยาบาลประสาท ปากคลองสาน ไม่หาย 
     2) ไปหาหมอพระ ( พระทางพุทธ ) ไม่หาย 
     3) ไปหาเจ้าเข้าทรง ไม่หาย

     กินยาจนตัวจะเป็นยาอยู่แล้ว ทั้งยาไทย ยาจีน ยาฝรั่ง ใครว่าอะไรดี เอาทุกอย่าง รดน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ ทำทุกอย่างเพราะอยากหายแต่แล้วก็ไม่ได้ผล ยิ่งหนักเข้าทุกวัน จนทนไม่ไหว ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใครอีกแล้ว แต่ว่าลูกก็ไม่เคยที่จะขาดสวดภาวนาทุกค่ำก่อนเข้านอน มีอยู่คืนหนึ่ง ขณะที่ลูกสวด มีความคิดขึ้น และลูกก็ได้พูดว่า เมื่อไรแม่พระจะมาทำอัศจรรย์ที่เมืองไทยสักที มาทำที่เมืองไทยบ้าง ไม่ต้องไปถึงเมืองนอก เพราะใจอยากไป แต่มันไกลเหลือเกิน ( ลูกยังไม่รู้ว่าแม่พระมาทำอัศจรรย์ที่วัดลำไทร )

     หลายเดือนต่อมา ลูกคิดอีกในขณะสวดว่า เทพในทางพุทธเป็นอย่างไร มีจริงหรือ มาเข้าคนได้อย่างไรเพราะศาสนาเราไม่ได้สอนอย่างนั้น ลูกก็เก็บความคิดนี้ไว้ในใจ พอดีวันนั้น จำไม่ได้ว่าวันอะไร น้องสาวได้เอาอวยพรสารมาให้อ่าน จึงได้รู้ว่าแม่พระมาทำอัศจรรย์ที่วัดลำไทร แรก ๆ เชื่อแต่ไม่ถึง 100% แต่เดี๋ยวนี้ เชื่อยิ่งกว่า 1000% เสียอีก เชื่อหมดหัวใจ ได้มาวัดลำไทรครั้งแรกวันที่ 28   เดือนสิงหาคม  31   วัดนี้เหมือนมีพลังที่ดึงดูด มีเสียงเรียก มีความผูกพัน จากนั้นลูกก็มาขอพรจากพระแม่บ่อย ๆ และลูกก็ได้รับสมตามความปรารถนา ขอให้เราวางใจเท่านั้น ได้รับแน่นอนจะช้าหรือเร็วสุดแต่พระเป็นเจ้าจะโปรดให้ตามคำขอของพระแม่ พระแม่พร้อมที่จะช่วยเราทุกขณะจิต ลูกรู้อยู่ในใจลูกเอง

     วันนั้น ที่คุณพ่อปกที่ศีรษะลูก และที่หัวไหล่ ในวัดหน้าแท่นพระพร้อมกับสัตบุรุษประมาณ 10 กว่าคน ร่วมยี่สิบคนเห็นจะได้ ทุก ๆ คนได้สวดอ้อนวอนขอพระบิดา พระบุตร พระจิต ขอแม่พระด้วย ได้ร้องเพลงพร้อมคุณพ่อ รวมพลังให้กับลูกจับตัวคุณพ่อ ลูกจำติดตา ขณะที่คุณพ่อปกตัวลูก ขณะนั้นลูกมีความรู้สึกว่ามีพลังออกมาจากคุณพ่อจริง ๆ ไม่ได้พูดเท็จ มือคุณพ่อสั่นเล็กน้อย ขณะที่ลูกคุกเข่าอยู่ก็มีความรู้สึกสั่นไปด้วยเหมือนมีอำนาจพลังมายังตัวลูก จากนั้นหลายอาทิตย์อาการค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ   อาทิตย์หลัง   ๆ ลูกไปรับพรจากคุณพ่อตอนเลิกมิสซา คุณพ่อถามว่าหายหรือยัง ลูกตอบว่าหายแล้วคุณพ่อบอกให้ลูกเอากุหลาบสีแดงที่หน้าถ้ำแม่พระมาลอยน้ำกิน ลูกก็ทำตามทุกครั้งเอาน้ำที่หน้าถ้ำมาประพรมต้นคอหัวไหล่ด้วย ได้ผลจริง

     ความนบน้อม - ความวางใจทำให้ลูกหายลูกดีใจอย่างบอกไม่ถูกตื้นตันใจจนบางครั้งขณะร้องเพลงอยู่หน้าถ้ำแม่พระ น้ำตาลูกไหลออกมา ร้องเพลงไม่ออกเลย ไม่รู้เกิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ถ้าลูกจะเขียนให้คุณพ่อคิดว่า 3-4 หน้ากระดาษคงไม่พอ ปกติลูกเขียนไม่เก่ง ขณะเขียนนี้ขอแม่พระช่วยให้เขียนออกมาโดยถูกต้องเป็นความจริงลูกอยากจะบรรยายความในใ จ ความสุขที่ลูกได้รับจากพระแม่มากมายเหลือเกิน เดี๋ยวนี้ลูกเชื่อและรักแม่พระมากกว่าเดิมหลายๆ เท่า ใครได้อ่านจดหมายนี้ขอให้วางใจในแม่จริง ๆ แล้วจะเห็นผลทันตาทันใจเพราะที่เขียนมานี้เป็นความจริงทุกอย่าง ถึงแม้ลูกยังไม่มีโอกาสได้เห็นแม่ แต่ลูกได้เห็นแม่ทำอัศจรรย์กับดวงอาทิตย์หลายครั้ง และทุก ๆ ครั้งที่ไปหาแม่ ลูกก็พอใจ เป็นสุขใจ อิ่มใจ จะหาคำใดมากล่าวสรรเสริญแม่ได้ 

     “ ดวงอาทิตย์             ร้อนแรง             เกินกว่าคิด 
        แม่ปกปิด             ให้ร้อน             อ่อนลงแสง 
        ลูกได้เห็น             ลูกได้ชม             แม่สำแดง 
        ไม่ได้เกรง             บอกลูกแม่             แม่รักจริง ” 

     ท้ายนี้ ขอขอบพระคุณโมทนาคุณพระเป็นเจ้า พระบิดา พระบุตร พระจิต ขอสรรเสริญพระแม่ นักบุญ และเทวดาทั้งหลายในสวรรค์ตลอดชีวิต ขอให้พระองค์โปรดให้พี่ ๆ น้อง ๆ ลุง ป้า น้า อา และทุก ๆ คนที่มาวัดลำไทรแห่งนี้ ขอให้ได้รับพระพรจากพระแม่เจ้าทุก ๆ คน ขอให้วางใจแม่มาก ๆ แม่จะได้ช่วย ขอแม่อยู่กับคุณพ่อช่วยเหลือคุณพ่อ เพราะคุณพ่อมีอุปสรรคมาก ลูกจะสวดให้คุณพ่อทุกวัน คุณพ่ออย่าลืมสวดให้ลูกด้วย ช่วยกันส่งพลังจิต พลังใจ ขอแม่โปรดทุก ๆ คนที่ว่างใจในแม่จริง ๆ 

โดยความเคารพอย่างสูง 
ธงชัย   รักษ์บุญยวง 
(24 พ . ย . 31)

(Page 4 of 4)
Last modified on Monday, 19 November 2012 09:50

Leave a comment

โปรดอ่านก่อน Comment
1. ไม่ควรใช้วาจาส่อเสียดดูหมิ่น คำหยาบ ฯลฯ
2. ข้อความของท่านจะรอการพิจารณา

ด้านล่างตรง ReCaptcha
เมื่อท่านกรอกอักษรที่แสดงเรียบร้อยแล้ว กรุณาสังเกตุ
Comment added and waiting for approaval.
(ข้อความได้เพิ่มความคิดเห็นแล้วและรอการอนุมัติ)

แสดงว่าไม่ต้อง ใส่ค่า Recaptcha อีกรอบ
ขอบคุณ

You are here: Home