“ มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า “

ใครมาใหม่เชิญทางนี้ก่อน ทักทาย ทดลองโพส

“ มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า “

Postโดย rosa-lee » Fri Oct 30, 2020 5:22 pm

มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า
ช่วงเวลาที่นาซียึดครองประเทศออสเตรียนั้น เกิดน้ำท่วมหลายแห่งในกรุงเวียนนา ชายคนหนึ่งตกลงไปในแม่น้ำดานูบที่กำลังไหลเชี่ยวกราก ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างไม่มีผู้ใดกล้ากระโดดลงไปช่วยชีวิตชายที่กำลังจมน้ำ
ขณะนั้นเองมีเด็กหนุ่มผู้กล้าหาญคนหนึ่งกำลังจะกระโดดลงไปช่วย มีเสียงร้องจากกลุ่มคนที่ริมแม่น้ำตะโกนขึ้นว่า “อย่าโดดลงไป! คนที่กำลังจมน้ำเป็นคนยิว! ปล่อยให้ตายไปเถอะ! อย่าเสี่ยงชีวิตของคุณช่วยสุนัขเลย!”
ทุกคนที่ริมแม่น้ำนั้นต่างก็ตะโกนก้องว่า “อย่าโดด!ปล่อยให้มันจมน้ำตาย! มันเป็นคนยิว!” เด็กหนุ่มคนนั้นตะโกนตอบทันทีว่า “ไม่ใช่! เขาไม่ได้เป็นคนยิว! เขาเป็นคนเยอรมัน” พูดเสร็จเขาก็กระโดดลงไปในแม่น้ำขณะที่ทุกคนไม่เห็นด้วยกับการเสี่ยงชีวิตของเขา หลังจากใช้ความพยายามอย่างหนัก ที่สุดเขาก็สามารถช่วยชีวิตชายคนที่ตกน้ำได้ และเมื่อฝูงชนเข้ามาใกล้ก็อุทานขึ้นด้วยความพิศวงว่า “ขอบคุณพระเจ้า เขาเป็นคนเยอรมันจริง ๆ ด้วย” เด็กหนุ่มผู้ช่วยชีวิตเดินจากไปอย่างช้า ๆ พร้อมกับเน้นคำพูดให้ทุกคนได้ยินกันทั่วว่า “ถูกแล้ว เขาเป็นคนเยอรมัน! แต่ผมสิ เป็นคนยิว!”
พระวรสารยืนยันอย่างชัดเจนว่าพระเมสสิยาห์ใหม่ไม่ทรงหวาดกลัวความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่และอคติที่เกิดจากเชื้อชาติและวัฒนธรรม ซึ่งพิสูจน์ว่าพระองค์มิได้ทรงเป็นผู้ที่คิดอยู่ในกรอบหรือปฏิบัติตามกฎบัญญัติและขนบประเพณีที่ล้าสมัย เมื่อพิจารณาในแง่นี้ จะเห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นนักปฏิรูป พระองค์ทรงกระทำกิจการในฐานะมนุษย์เพื่อช่วยผู้อื่นตลอดพระชนมชีพของพระองค์ พระองค์ทรงตระหนักถึงศักดิ์ศรีของทุกคน พระองค์ทรงจัดตั้งแนวทางใหม่ และหากพระองค์ทรงบังเกิดมาในสมัยของเรา พระองค์คงจะพบกับกลุ่มคนที่ถูกกดขี่ยิ่งกว่าคนโรคเรื้อนในสมัยของพระองค์เสียอีก
*********************
แปลเเละเรียบเรียงโดย กอบกิจ ครุวรรณ
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 3153
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm

Re: “ มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า “

Postโดย rosa-lee » Mon Nov 02, 2020 11:27 am

........คนที่เคยล้มเหลว ........
• ชายคนหนึ่งพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ อ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ ถูกไล่ออกจากโรงเรียนและถูกปฏิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค เคยถูกอาจารย์ระบุว่า “สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเอง”
ชายคนนั้น ชื่อ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ (1879 -1955) บิดาแห่งการคิดค้นปรมาณู

• ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี เคยถูกปฏิเสธจากผู้บริหารของบริษัท Decca Records ด้วยเหตุผลที่ว่า “เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา และวงดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว”
ชายกลุ่มนั้นมีนามว่า เดอะ บีเทิลส์ (The Beatles : 1960 -1970) ตำนานแห่งสี่เต่าทองอันลือเลื่อง

• ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง ในปี 1954 เคยถูกผู้จัดการของ Grand Ole Opry ไล่ออกและดูถูกว่า “แกมันไปไม่ถึงไหนหรอกย ควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า”... ชายคนนั้นคือ เอลวิส เพรสลีย์

• ชายคนหนึ่งเป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน และสูญเสียความสามารถในการฟังเป็นลำดับ
ชายคนนั้นหูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี ชายคนนั้นได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น ชื่อ ลุดวิก ฟอน บีโธเฟน (Ludwig van Beethoven : 1770 -1827)

• ชายคนหนึ่งเป็นนักกีฬาเล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น ชื่อ ไมเคิล จอร์แดน (1963 - )

• ชายคนหนึ่งเคยเรียนปริญญาตรี สอบได้ที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี ชายคนนั้น ชื่อ หลุยส์ ปาสเตอร์ (1822-1895)
*******************
แปลเเละเรียบเรียงโดย กอบกิจ ครุวรรณ
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 3153
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm

Re: “ มนุษย์ทุกคนมีคุณค่า “

Postโดย rosa-lee » Mon Nov 02, 2020 12:14 pm

............. " ไม้กางเขน "............

บนภูเขาบาวาเรียน มีหญิงม่ายชราคนหนึ่ง อาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ในฤดูร้อน มีนักท่องเที่ยวมาเช่าห้องเล็ก ๆ ในบ้านของเธอ

ที่กำแพงห้องพักของนักท่องเที่ยว มีกางเขนแขวนอยู่ มีรูปสมาชิก 3 คนในครอบครัวที่ทางเข้าบ้าน

ในวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยว และหญิงม่ายชราไปที่วัดเล็ก ๆ ของหมู่บ้าน เพื่อไปร่วมมิสซา เย็นวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขานั่งดื่มเครื่องดื่มด้วยกัน นักท่องเที่ยวถามหญิงม่ายชราว่า

“ บุคคลที่อยู่ในภาพเป็นใคร ”
หญิงชราตอบว่า

“ รูปนี้เป็นรูปของสามีของฉัน เขาตกต้นไม้ และเสียชีวิต ส่วนอีกสองรูปนี้ เป็นรูปลูกชายสองคนของฉัน เขาตายในสงคราม ”

นักท่องเที่ยวรู้สึกสงสารหญิงม่าย และกล่าวกับเธอว่า

“ ผมขอแสดงความเสียใจกับคุณ แต่ช่วยบอกผมหน่อยเถอะว่า คุณดำเนินชีวิตอย่างดี ในสถานการณ์ที่น่าเศร้านี้ได้อย่างไร ”

หญิงม่ายตอบว่า
“ เมื่อสามีของฉันเสียชีวิต ฉันรู้สึกเหมือนครอบครัวของฉัน กำลังแตกสลาย ฉันรู้สึกผิดหวังต่อพระเจ้า และต่อเพื่อนมนุษย์

ฉันหยุดที่จะไปร่วมมิสชาที่วัด ฉันคิดว่า ฉันไม่สามารถสวดได้อีกต่อไปแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน ลูกชายทั้งสองของฉัน ก็ตายในสงคราม

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับฉัน ทำให้ฉันเสียความรู้สึกอย่างมาก ฉันดำเนินชีวิตไปวัน ๆ คล้ายกับหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง วันหนึ่งมีช่างแกะสลักคนหนึ่งมาที่นี่ ในฐานะนักท่องเที่ยว และได้มาพักในห้องที่คุณพัก

เมื่อเขาได้รับรู้ถึงเรื่องราว อันน่าเศร้าในชีวิตของฉัน เขาแกะสลักรูปพระเยซูเจ้า ถูกตรึงบนไม้กางเขน และติดไว้ที่กำแพง

ขณะที่ฉันนั่งอยู่ต่อหน้าไม้กางเขน ในทันที ฉันมีความคิดว่า พระเยซูเจ้าทรงทนทุกข์ทรมานมากกว่าฉัน พระองค์ยังคงอยู่บนไม้กางเขน เพื่อร่วมทุกข์กับฉัน

ความคิดนี้ฝังลึกลงในดวงใจ และจิตใต้สำนึกของฉัน ทีละเล็กทีละน้อย พละกำลัง และความเข้มแข็ง ค่อย ๆ กลับมาสู่ตัวฉันอีกครั้งหนึ่ง “

" ทุกวัน ฉันนั่งอยู่ต่อหน้าพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขน ฉันจ้องดูพระองค์ และได้รับความบรรเทาใจ ”

(ribbon heart) ชวนคิสะกิดใจ (ribbon heart)

นักบุญเปาโล หลังจากได้ผ่านประสบการณ์ ในชีวิตมาอย่างมากมาย ท่านได้สอนเราว่า

“ พวกเราที่กำลังจะรอดพ้น เห็นว่า ไม้กางเขนเป็นพระอานุภาพของพระเจ้า ” (1 คร 1:18)

เมื่อเรามองไม้กางเขน เราพบความรัก และพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระเยซูเจ้า พระมหาทรมาน ที่พระองค์ทรงยอมรับ

เพื่อกอบกู้มนุษย์ให้พ้นบาป เป็นอานุภาพ และพลังแก่เรา เมื่อเราต้องเผชิญกับความทุกข์ และความยากลำบากในชีวิต

(candlestick)ดุจตะเกียงที่ส่องทาง(candlestick)

บาทหลวงเชษฐา ไชยเดช
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 3153
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm


กลับไปหน้า ห้องรับแขก

ผู้ที่กำลัง online

ผู้ที่กำลังอ่าน forum นี้: สมาชิก ไม่มีสมาชิก และ ผู้เยี่ยมชม 20 คน