ข้อคิดเตือนใจดีมากค่ะ

ใครมาใหม่เชิญทางนี้ก่อน ทักทาย ทดลองโพส

ข้อคิดเตือนใจดีมากค่ะ

Postโดย rosa-lee » Mon Nov 16, 2020 10:35 am

1. เมื่อใดที่โมโห ลองนั่งนิ่งๆ ทบทวนดูว่า… เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้มีอยู่อีกสักกี่วัน ทำไมต้องไปเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง อย่าเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกแย่ๆ เลย ...

2. ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นหากลองดูดีๆ จะพบว่า มีแต่ ถูกใจ หรือ ไม่ถูกใจ ” หากทำถูกใจยังไงเขาก็มองว่าไม่ผิด “ แต่… ” หากทำไม่ถูกใจต่อให้ทำถูกแค่ไหนก็โดนมองว่าผิด “ เพราะฉะนั้น… อย่าไปเก็บเอามาคิด เพราะ ไม่มีใครเอาใจใครได้ทุกคน ...

3. เมื่อใดที่กลัดกลุ้มใจ ลองสูดลมหายใจลึกๆ แล้วคิดดูว่า… ชีวิตนี้มันมีแต่ลดกับลด ทุกวินาทีที่ผ่านไป กำลังบอกเราว่า… ” เวลาของเราน้อยลงไปอีก 1 วินาทีแล้ว “

4. การได้พบหน้ากันในวันนี้ หมายความว่า หมดโอกาสได้เจอกันไปอีกครั้งหนึ่งแล้วแล้ว… ” เราจะมัวมาทะเลาะกัน ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องไปทำไม…? “ ...

5. เมื่อใดที่ถูกเอาเปรียบ ลองปล่อยวางดูบ้าง พูดมากจะเสียมิตร คิดเล็กคิดน้อยเสียเวลา ซื่อสัตย์ไว้ เวลาไปไหนจะได้ไม่มีใครพูดลับหลังในทางที่ไม่ดี แค่นี้ก็เพียงพอ ให้เราสุขใจได้แล้ว ...

6. เรื่องหลายๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามา มันก็แค่กระทบเรา ชั่วครู่ ชั่วคราว เดี๋ยวเดียวก็ผ่านไป ทุกข์เข้ามาแปปๆ เดี๋ยวก็ผ่านไป สุขเข้ามาแปปๆ เดี๋ยวก็ผ่านไป ...

7. เมื่อใดที่ใครบางคนทำให้เราเสียใจ ลองปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ทบทวนดูสิว่า ชีวิตนี้… ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพัน คนที่มีชื่อเสียง คนที่รวยล้นฟ้า หรือ คนที่รักกัน สุดท้ายก็แค่คน… ที่เคยมาเยือนโลกใบนี้ ...

8. เมื่อใดที่เรารู้สึกโดนแย่งอะไรไป ให้ลองไตร่ตรองดู ไม่มีใครครอบครองสิ่งใดในโลกนี้ได้ตลอดไป และ ไม่มีใครเป็นเจ้าของสิ่งใดแท้จริง แม้แต่ร่างกายเราก็ยังต้องคืนสู่ธรรมชาติ ...

9. อาจไม่รวยล้นฟ้าเหมือนเศรษฐีมีเงิน แต่… เราสามารถมีความสุขอันเรียบง่าย... ที่เศรษฐีโหยหาก็เป็นได้ แค่สุขภาพแข็งแรงมากกว่าคนที่นอนอยู่ตามโรงพยาบาล ก็นับว่าโชคดีกว่าคนอื่นๆ อีกมากเพียงใด ...

10. ความสุขง่ายๆ ที่เรามองข้าม วันนี้ยังกินข้าวได้ ยังนอนหลับสบาย มีบ้านให้หลบฝนหลบแดด มีเสื้อผ้าให้สวมใส่ ไปเที่ยวได้ มีคนรักอยู่ข้างกาย ยังอ่านเฟส เล่นไลน์ อ่านบทความดีๆแบบนี้ได้ แค่นี้คุณก็ถือว่า โชคดีกว่าใครๆ อีกหลายๆ คนแล้ว.

ใต้ร่มธรรม
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 3153
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm

Re: ข้อคิดเตือนใจดีมากค่ะ

Postโดย rosa-lee » Mon Nov 16, 2020 10:37 am

มีคนส่งมาให้อ่าน อ่านแล้วรู้สึกดี ขอแบ่งปันค่ะ
“คุณจะไม่โกรธใครอีกเลย”

หลวงพ่อรูปหนึ่ง ปลูกกล้วยไม้ กระถางหนึ่ง
ดูแลเอาใจใส่ ด้วยความทะนุถนอม กล้วยไม้ ก็แข็งแรง สวยงามยิ่งนัก

วันหนึ่ง หลวงพ่อต้องออกไปธุระหลายวัน
เลยฝากเณรน้อย ให้ช่วยดูแล…เณรน้อย ก็เอาใจใส่ดูแลอย่างดี
กล้วยไม้ ก็ยิ่ง งอกงามด้วยดี
วันหนึ่ง เณรน้อย ต้องออกไปธุระ
ก่อนออกไปได้เอากระถางไปวางตากแดด ที่ริมหน้าต่าง
แต่ไม่นาน ก็เกิดพายุอย่างไม่คาดคิด พัดเอากระถางตกลงบนพื้นแตกกระจาย ต้นกล้วยไม้หักเละ
เณรน้อย กลับมาเห็น ตกใจ และ เสียใจมาก และ ยังกลัวถูก หลวงพ่อตำหนิด้วย
ไม่กี่วัน หลวงพ่อ กลับมา เณรน้อย ก็บอกเล่าตามจริง เตรียมตัว เตรียมใจรับการถูกดุด่า
แต่หลวงพ่อ กลับไม่ได้ว่าอะไร ทำให้ เณรน้อยประหลาดใจ อย่างยิ่ง
เพราะ หลวงพ่อ รักกล้วยไม้ กระถางนี้มาก…

หลวงพ่อ เพียงยิ้ม ๆ แล้วกล่าวว่า
“ ข้า ปลูก กล้วยไม้ ไม่ได้ เพื่อไว้โกรธนะ ”
คำง่าย ๆ กลับกลายเป็น สัจธรรม ปลดปล่อยวางทุกสิ่งลงได้
คนเราทำงาน ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน
คนเรารักกัน ก็ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน
สิ่งที่ให้ไปแล้ว เมื่อเอากลับมาไม่ได้
ก็ไม่ต้องโทษใคร หรือ เสียใจ
“ตอนมี ต้องใส่ใจ ตอนเสียไป ให้ปลดปลง”
ไม่ติดค้างใคร ก็พอแล้ว
ถ้าคุณแค้น ชีวิต ก็เต็มไปด้วย ความแค้น
ถ้าคุณ นึกขอบคุณ ที่ใดๆ ก็เต็มไปด้วยเรื่องที่น่าขอบคุณ
ถ้าคุณ เติบโต การงาน ก็จะก้าวหน้า
ไม่ใช่ โลกนี้ เลือกคุณ แต่คุณ เป็นคนเลือก โลกใบนี้
ฉะนั้น จงอย่าโกรธลูก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน และทุกสรรพสิ่งในโลก
จงใจกว้าง และ เมตตา อุเบกขา ปล่อยวาง
แค่นี้ ก็สุขใจมากแล้ว
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 3153
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm

Re: ข้อคิดเตือนใจดีมากค่ะ

Postโดย rosa-lee » Mon Nov 16, 2020 11:30 am

ความรักที่สูงค่า
แต่มักถูกมองข้าม

ตอนจะเข้านอนก็ร่วมๆ 5 ทุ่มแล้ว ข้างนอกหิมะกำลังโปรยปรายลงมา ซุกตัวเข้าไปในผ้านวมหนาๆ หยิบเอานาฬิกาปลุกขึ้นมาจะตั้งเวลา แบตเตอรี่หมด ที่บ้านก็ไม่มีสำรอง เลยโทรศัพท์ทางไกลไปหาแม่

"แม่ นาฬิกาปลุกหนูหยุดเดิน พรุ่งนี้ต้องไปประชุมแต่เช้าที่บริษัท วานแม่โทรศัพท์ปลุกหนูตอนหกโมงเช้านะ"

เสียงแม่แหบเล็กน้อย คงหลับไปแล้ว ตอบสั้นๆว่า "ได้จ้า"

กำลังฝันดีตอนโทรศัพท์ดัง ฟ้ายังมืดมิด เสียงแม่ดังมาในสาย "ตื่นได้แล้ว"
ฉันเงยหน้ามองนาฬิกา นี่มันแค่ 05.40 อารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย "บอกแม่ให้ปลุกตอนหกโมงไม่ใช่เหรอ ขอหนูนอนอีกหน่อยก็ไม่ได้ แต่ช่างเหอะ" ฉันพูดเชิงต่อว่านิดๆ แม่ไม่ได้พูดอะไร ฉันวางสาย

ออกจากบ้าน วันนี้หนาวจริงๆ หิมะยังตกไม่หยุด ขาวโพลนไปหมด ยืนรอรถเมล์ด้วยความหนาวสั่น ได้แต่ยืนซอยเท้าช่วยไล่ความหนาว ข้างๆมีสามีภรรยาสูงวัยหัวขาวโพลนก็ยืนอยู่เช่นกัน ได้ยินสามีพูดกับภรรยาว่า "ดูสิ เธอเล่นนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน รีบปลุกฉันให้ตื่นตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว ต้องมายืนรอนานโดยใช่เหตุ"

แล้วรถเมล์เที่ยวแรกจะขับเคลื่อนเข้ามาจอดที่ป้าย ฉันก้าวขึ้นรถไป โชเฟอร์คนนี้เป็นคนหนุ่มที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน พอฉันขึ้นรถเสร็จ ประตูก็ถูกปิดแล้วเขาก็เตรียมออกรถ ฉันรีบตะโกนบอกเขาว่า "นี่คุณ ยังมีคนแก่อีกสองคนยืนรอรถอยู่ข้างล่าง อากาศหนาวซะขนาดนี้ คนเขายืนรอมาตั้งนาน ทำไมไม่ให้เขาขึ้นรถก่อน"

โชเฟอร์หนุ่มตอบด้วยสีหน้าแจ่มใสว่า "ไม่เป็นไรครับ นั่นเป็นพ่อแม่ผมเอง วันนี้ผมมาทำหน้าที่ขับรถวันแรก ท่านมายืนให้กำลังใจผมครับ"

ฉันหันไปมองคนแก่คู่นั้น พวกเขากำลังโบกมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กับลูกชายอย่างชื่นชม

ฉันพลอยรู้สึกยินดีกับชายหนุ่มที่มีพ่อแม่น่ารักแบบนี้

พอฉันได้ที่นั่งเรียบร้อย ก็ได้รับเอสเอ็มเอสจากพ่อ "ลูกรัก แม่โทษตัวเองใหญ่เลยที่ปลุกลูกตื่นเร็วไป แท้จริงแม่แทบไม่กล้าหลับตลอดคืน กระสับกระส่ายทั้งคืน จนปลุกลูกเร็วไปหน่อย กลัวลูกจะไปประชุมไม่ทัน"

อ่านเสร็จ รู้สึกจุกแน่นหน้าอกขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพิ่งจะรู้สึกยินดีกับพ่อหนุ่มโชเฟอร์ที่มีพ่อแม่น่ารักมาก แต่กลับไม่รู้สึกยินดีกับตัวเองที่มีพ่อแม่เอาใจใส่ฉันซะขนาดนี้ ซ้ำร้ายกลับทำร้ายความรู้สึกท่านแม้ไม่ได้ตั้งใจ วินาทีนั้นเริ่มรู้สึกได้เลยว่า ความรักของพ่อแม่เราเองที่อุทิศให้กับเราอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา แต่มักถูกมองข้าม เหมือนมันเป็นสิ่งที่เราสมควรจะต้องได้รับอยู่แล้ว วินาทีนั้น มีแต่คำว่าละอายใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ขอโทษ ขอโทษจริงๆ......

ภาษิตชาวยิวบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า
"เวลาพ่อแม่ให้ของแก่ลูก.....ลูกหัวเราะ
เวลาลูกให้ของแก่พ่อแม่.....พ่อแม่แอบร้องไห้"

"ขจรศักดิ์"
แปลและเรียบเรียง
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 3153
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm

Re: ข้อคิดเตือนใจดีมากค่ะ

Postโดย rosa-lee » Fri Nov 20, 2020 7:49 pm

.....ลูกคือของขวัญจากพระเจ้า.....
บิลล์ เกตต์ เจ้าของบริษัทซอฟแวร์ คอมพิวเตอร์ มหาเศรษฐีของโลก จัดงานวันเกิดให้ลูกสาววัย 5 ขวบ โดยพูดกับลูกว่า “ลูกอยากได้อะไร บอกพ่อมา หุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ พ่อจะสั่งลูกน้องสร้างให้เป็นพิเศษ หรือจะลูกสุนัขที่น่ารัก หรือจะเที่ยวรอบโลกก็ได้ พ่อจะพาไปเอง”
ลูกสาวตอบว่า “หนูไม่ต้องการอะไรเลยนอกจากตัวคุณพ่อ อยากให้พ่อกลับบ้านเร็ว ๆ มาสอนหนูทำการบ้าน มาเล่นกับหนู เล่านิทานให้หนูฟังก่อนนอน เท่านี้หนูก็พอใจแล้ว”
เมื่อบิลล์ เกตต์ ได้ฟังดังนั้น น้ำตาคลอเบ้า กอดลูกไว้ และออกระเบียบให้พนักงานที่มีลูกทุกคนเลิกงานก่อนหกโมงเย็น กลับบ้านไปใช้เวลากับลูก ส่วนตัวเขาเองก็กลับบ้านก่อน 6 โมงเย็นทุกวัน ใช้เวลากับลูกสาวที่เขารักมากที่สุด... หลายครั้งเราคิดว่า งานสำคัญกว่าลูก จึงทำงานโดยไม่มีเวลาให้กับครอบครัว
*******************
แปลเเละเรียบเรียง : กอบกิจ ครุวรรณ
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 3153
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm

Re: ข้อคิดเตือนใจดีมากค่ะ

Postโดย rosa-lee » Fri Nov 27, 2020 10:51 pm

(+) แครอท – ไข่ – กาแฟ
หญิงสาวคนหนึ่งพูดกับแม่ว่าเธอรู้สึกเบื่อกับชีวิตที่ต้องต่อสู้กับปัญหาที่รบเร้าเธอตลอดเวลา พอแก้ปัญหาเสร็จเรื่องหนึ่งก็มีปัญหาใหม่ ๆ ตามมาอย่างไม่ขาดสาย แม่จึงพาเธอเข้าไปในครัว จากนั้นก็นำหม้อน้ำ 3 ใบมาใส่น้ำและนำไปตั้งไฟแยกกัน 3 เตา หม้อใบแรกเธอใส่หัวแครอท 3 หัว ใบที่สองใส่ไข่ 3 ฟองและใบสุดท้ายเธอเทผงกาแฟบดลงไปพอสมควร
หลังจากนั่งรออยู่เงียบ ๆ ราว 20 นาทีเธอก็ปิดเตาแก๊ส จากนั้นก็ตักแครอทใส่จานใบหนึ่ง ตักไข่ใส่จานอีกใบหนึ่ง และรินกาแฟผ่านที่กรองใส่ไว้ในเหยือกแก้ว เมื่อเสร็จแล้วเธอก็ถามลูกสาวว่า “ตอนนี้บอกแม่ซิว่าลูกเห็นอะไรบ้าง” – ก็ได้คำตอบว่า “แครอท – ไข่ – กาแฟ” แม่จึงให้เธอเข้าไปใกล้ ๆ และให้จับหัวแครอทดู ลูกสาวทำตามและเห็นว่าหัวแครอทนิ่มกว่าก่อนถูกต้มมาก... แล้วแม่ก็ให้เธอปอกไข่ เธอทำตามและพูดว่าเป็นไข่ที่แข็งกว่าก่อนถูกต้ม ที่สุดแม่ก็ให้ลูกสาวเทกาแฟใส่ถ้วยชิม ลูกสาวยิ้มและพบว่าเป็นกาแฟที่มีกลิ่นหอมน่าดื่ม หลังจากลูกสาวทำครบทั้งสามอย่างแล้วก็ถามแม่ว่า “ที่แม่ให้หนูดูและทำทั้งสามอย่างนี้หมายความอะไร”
แม่จึงอธิบายว่า ทั้งสามสิ่งนี้ต่างต้องต่อสู้กับความร้อนมาด้วยกัน แครอทสู้กับความร้อนด้วยความแข็งกร้าว แต่เมื่อสู้กับความร้อนได้ไม่นานมันก็สงบลงและอ่อนตัวลงเป็นลำดับ... ไข่ดิบที่เหลวซ่อนตัวอยู่ในเปลือกที่เปราะบาง ต่อสู้กับความร้อนและเข้มแข็งมากขึ้น... ส่วนผงกาแฟต่อสู้กับน้ำเดือดด้วยการเปลี่ยนน้ำธรรมดาเป็นน้ำกาแฟ... จากนั้นเธอก็ถามว่า “แล้วลูกเป็นแบบไหนล่ะในการแก้ปัญหาของลูก ?”
ลูกเริ่มคิดและพูดว่า “ถ้าลูกทำตัวเหมือนแครอทคือใช้ความแข็งกร้าวรับมือ ในที่สุดลูกก็จะหมดแรงและพ่ายแพ้... ถ้าทำตัวเหมือนไข่ดิบ คือเป็นคนมีจิตใจอ่อนแอ เมื่อเกิดปัญหาก็พยายามต่อสู้จนที่สุดก็จะเป็นคนที่หนักแน่นและเข้มแข็งได้มิใช่หรือ? … ถ้าทำตัวเหมือนผงกาแฟ คือเมื่อถูกความร้อนหรือเมื่อเกิดปัญหาที่เจ็บปวด ลูกก็จะใช้จิตใจที่ดีงามที่มีอยู่ในตัวปรับเปลี่ยนสถานการณ์ที่เลวร้ายรอบด้านให้เป็นบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ได้” ขอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาว่าท่านจะใช้วิธีทำตนเป็นแครอท – ไข่ – หรือผงกาแฟ ในการแก้ปัญหาของท่าน
************
แปลและเรียบเรียงโดย กอบกิจ ครุวรรณ
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 3153
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm


กลับไปหน้า ห้องรับแขก

ผู้ที่กำลัง online

ผู้ที่กำลังอ่าน forum นี้: สมาชิก ไม่มีสมาชิก และ ผู้เยี่ยมชม 16 คน