นักบุญเดเมียน วีรบุรุตของผู้ป่วยโรคเรื้อน (5ตอนจบ)

ใครมาใหม่เชิญทางนี้ก่อน ทักทาย ทดลองโพส
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3429
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

พุธ ธ.ค. 09, 2020 7:43 pm

นักบุญเดเมียน วีรบุรุษของผู้ป่วยโรคเรื้อน (ตอนที่ (1)
จากหนังสือ “Horizons Blancs”

นักบุญเดเมียน วีรบุรุษแห่งเกาะโมโลไก (Molokai) เกิดที่เมืองเตรเมโล (Tremelo ) เบลเยี่ยม วันที่ 3 มกราคม 1840 เดิมท่านมีชื่อว่า ยอแซฟ แต่เปลี่ยนไปเป็นเดเมียนเมื่อบวชเป็นพระสงฆ์ที่เกาะฮาวายในปี 1866 ท่านทำงานที่เกาะฮาวายตั้งแต่ก่อนและหลังบวชเป็นพระสงฆ์เป็นเวลา 9 ปี และต่อมาในวันที่ 4 พฤษภาคม 1873 คุณพ่อเดเมียนได้ขออนุญาตพระคุณเจ้าแมเกรต์ (Maigret)ไปทำงานกับผู้ป่วยโรคเรื้อนที่เกาะโมโลไก พระคุณเจ้ายังจำคำพูดของคุณพ่อเดเมียนขณะที่ขออนุญาตได้ว่า “พ่อยังจำได้ถึงวันที่พ่อปฏิญาณตนเป็นพระสงฆ์ ขณะที่พ่อนอนลงโดยมีผ้าห่อศพคลุมตัวอยู่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า การสละชีวิตด้วยความสมัครใจเป็นหลักชัยที่สำคัญของชีวิตใหม่ และบัดนี้พ่อก็พร้อมที่จะถูกฝังทั้งเป็นท่ามกลางผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นแล้วครับ”
12 ปีต่อมา คุณพ่อก็ติดโรคเรื้อนและได้เขียนจดหมายถึงพระคุณเจ้าเคอเคมัน (Koeckemann) ว่า “การเป็นโรคนี้ ทำให้พ่อคิดถึงวันที่ได้ปฏิญาณตัว ขณะที่นอนลงและมีผ้าห่อศพคลุมตัวอยู่ ตอนนั้นพ่อยินดีที่จะเสี่ยงกับการเป็นโรคนี้แล้ว”
การเป็นพระสงฆ์ของคุณพ่อเป็นสิ่งเดียวที่กำหนดอนาคตของท่าน คือการทำงานท่ามกลางผู้ป่วยโรคเรื้อนจนที่สุดก็เป็นโรคเรื้อนเช่นเดียวกับพวกเขา และในวันจันทร์ศักดิ์สิทธิ์ปี 1889 ขณะที่กำลังจะไปทำมิสซาฉลองปัสการ่วมกับพระคริสตเจ้า คุณพ่อก็ได้ถวายวิญญาณคืนพระองค์ด้วยความยินดีโดยกล่าวว่า “การจากโลกนี้ไปในนามของคณะสงฆ์พระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์นั้น ช่างเป็นสิ่งที่น่ายินดีจริง ๆ”
การประกาศพระศาสนาทุกแห่งหน
ปี 1859 ยอแซฟ เดอ เวอสแตร์ (Joseph de Veuster) สมัครเป็นพระสงฆ์คณะพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองลูแว็ง เบลเยี่ยม ขณะนั้นคณะสงฆ์นี้ตั้งมาได้ 50 ปีเศษ เป็นคณะที่ก่อตั้งครั้งแรกที่เมืองปัวจิเอร์ ประเทศฝรั่งเศสสมัยหลังการปฏิวัติใหญ่ คุณพ่อปีแอร์ กูแดร็ง (Pierre Coudrin) พระสงฆ์ผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อการเทศน์สอนตามแนวทางของรัฐบาลในขณะนั้นเป็นผู้ก่อตั้งร่วมกับนางสาวอังรีแอ็ต เอแมร์ (Henriette Aymer de la Chevalerie)ซึ่งถือกำเนิดจากชนชั้นขุนนางและกลับใจขณะที่ถูกขังคุกด้วยเหตุผลทางการเมืองเช่นกัน
วันคริสตมาสปี 1800 เป็นวันที่ผู้ก่อตั้งคณะทั้งสองปฏิญาณตนตามธรรมนูญของคณะที่เพิ่งร่างขึ้น มีชายหญิงเข้าร่วมในคณะเพียงไม่กี่คนและแทบไม่มีเงินเลย อย่างไรก็ตามทุกคนมีจิตใจห้าวหาญดุจคริสตังในสมัยแรกเริ่ม พวกเขาปรารถนาจะฟื้นฟูพระศาสนจักรในประเทศที่มีเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการปฏิบัติตามพระวรสารอย่างจริงจัง และดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะ“เดินตามพระคริสตเจ้า ด้วยความวางใจในความรักขององค์พระผู้ไถ่โดยมีศีลมหาสนิทเป็นศูนย์กลาง เพื่อประกาศพระวรสารไปทุกแห่งหน” ไม่นานต่อมา คณะได้ย้ายไปตั้งศูนย์ใหม่ที่กรุงปารีส ถนนปิ๊กปืส (Picpus)
ช่วงเวลา 10 กว่าปีแรกของการตั้งคณะ ชาวคณะใช้ชีวิตด้วยการสวดภาวนา การเฝ้าศีลมหาสนิท และแพร่ธรรมด้านการศึกษาแก่เยาวชน, แก่ผู้ที่อยู่ในนวกสถาน, การเทศน์สอน ฯลฯ แปลเเละเรียบเรียงโดย : กอบกิจ ครุวรรณ (โปรดติดตามตอนที่ (2)
แก้ไขล่าสุดโดย rosa-lee เมื่อ พฤหัสฯ. ธ.ค. 10, 2020 10:42 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3429
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

พุธ ธ.ค. 09, 2020 7:45 pm

นักบุญเดเมียน วีรบุรุษของผู้ป่วยโรคเรื้อน (ตอนที่ (2)
จากหนังสือ “Horizons Blancs
ต่อมาในวันที่ 17 พฤศจิกายน 1817 สมเด็จพระสันตะปาปา ปีโอที่ 7 ทรงมีสาส์นประกาศนามของคณะอย่างเป็นทางการว่า "คณะภราดาและซิสเตอร์แห่งพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์"
หลังยุคนโปเลียน คุณพ่อกูแดร็ง เป็นผู้ส่งมิชชันนารีในลำดับต้น ๆ ไปประกาศพระศาสนายังดินแดนโพ้นทะเล ปี 1825 พระสันตะสำนักทรงมอบให้คณะไปประกาศพระศาสนาที่เกาะฮาวาย และดังนั้นกิจการของคณะที่ฮาวายจึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1826 เป็นต้นมา กิจการของคณะฟันฝ่าความยากลำบากนานัปการรวมทั้งการประสบภัยพิบัติจากเรือล่มกลางมหาสมุทรแปซิฟิก แต่พวกเขาก็ไม่ย่นย่อต่อภยันตรายทั้งหลาย
การประกาศความเชื่อด้วยความรัก
วันที่ 6 ตุลาคม 1860 ที่บ้านใหญ่ของคณะที่ปารีส คุณพ่อดาเมียนปฏิญาณตน เป็นชาวคณะพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเยซูเจ้าและดวงหทัยของพระนางมารีด้วยชีวิต คำปฏิญาณที่เขียนขึ้นโดยผู้ก่อตั้งทั้งสอง เน้นถึงพันธะของผู้ปฏิญาณ มีผ้าพันศพคลุมตัวผู้ปฏิญาณเป็นเครื่องหมายถึง “การถูกฝังพร้อมกับพระคริสตเจ้า โดยทางศีลล้างบาป เพื่อจะได้กลับมีชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์” (โรม.6, 5-6)
สิ่งเดียวที่สำคัญต่อชีวิตของชาวคณะคือการผูกติดกับชีวิตขององค์พระคริสต์ เพื่อพวกเขาจะได้มีชีวิตเช่นเดียวกับพระองค์ คือการเป็นผู้รับใช้ตามแผนการของพระบิดา คุณพ่อเดเมียนก็เช่นกัน ในวันปฏิญาณตน คุณพ่อมิได้เพียงลงนามถวายตัวตามแบบฟอร์มของคณะเท่านั้น แต่ท่านถือเป็นประกาศความเชื่อด้วยความรักพระเป็นเจ้า คือการมีชีวิตใหม่ในพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าและในดวงหทัยของพระนางมารีย์ คุณพ่อเดเมียน เช่นเดียวกับคุณพ่อปีแอร์ กูแดร็ง และซิสเตอร์ฮังรีแอ็ต เอแมร์ ถือว่าพระเป็นเจ้าได้ทรงนำพระหฤทัยของพระองค์ประทับไว้ในพระเยซูเจ้า คุณพ่อได้ถวายตนและพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกับพระนางพรหมจารีมารีอาอย่างสิ้นสุดจิตใจ
คุณพ่อมีความรู้สึกเสมอว่า ‘พระหฤทัยของผู้เป็นนาย’ รักคุณพ่อและเชื่อว่าความรักที่ได้รับจากพระองค์เช่นนี้ฝังรากอยู่ในจิตใจของท่าน คุณพ่อเขียนจดหมายถึงพ่อแม่เมื่อมาถึงฮาวายใหม่ ๆ ว่า “เมื่อมีพระคริสต์ประทับอยู่ในตัวลูกแล้ว ลูกก็ไม่กลัวสิ่งอื่นใดอีกต่อไป ลูกสามารถทำงานได้ทุกอย่างเช่นเดียวกับนักบุญเปาโล เพราะมีพระองค์ประทานพละกำลังให้”
ข้อความในจดหมายหลายฉบับ แสดงถึงความเชื่อมั่นของคุณพ่อในจิตตารมณ์ของคณะ คุณพ่อเขียนให้คำแนะนำหลานชายคนหนึ่งว่า “ต้องหันหลังให้กับความลังเลใจทั้งหลาย แต่ให้ทำตนเหมือนเด็กน้อยที่วิ่งรี่ตรงเข้าสู่อ้อมพระหัตถ์ของพระเยซูเจ้าและอ้อมแขนของพระนางมารีย์”
แปลเเละเรียบเรียงโดย : กอบกิจ ครุวรรณ (โปรดติตามตอนที่ 3)ในวันพรุ่งนี้)
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3429
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

พฤหัสฯ. ธ.ค. 10, 2020 10:41 am

นักบุญเดเมียน วีรบุรุษของผู้ป่วยโรคเรื้อน (ตอนที่ (3)
จากหนังสือ “Horizons Blancs
ขณะที่คุณพ่อเป็นโรคเรื้อนอย่างรุนแรงอยู่นั้น คุณพ่อไม่ลังเลใจในการเขียนถึงพี่ชายว่า “ความยินดีที่มีพระหฤทัยทั้งสองอยู่ในใจอย่างเต็มเปี่ยมนั้นทำให้รู้สึกว่า น้องเป็นมิชชันนารีที่มีความสุขที่สุดในโลก พระเยซูคริสต์ทรงมีวิธีการของพระองค์เป็นพิเศษสำหรับมิชชันนารี เป็นพระองค์เองที่ทรงนำทางและทรงปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากภยันตรายทั้งหลาย”
ตั้งแต่เมื่อแรกเข้านวกสถานที่เมืองอิสซี-แล-มูลีโน (Issy-les-Moulineaux) คุณพ่อเดเมียนปฏิบัติตามคำสั่งสอนทุกประการของคุณพ่ออธิการผู้ดูแล ที่เมืองลูแวงและที่ปารีส คุณพ่อผู้อบรมช่วยประคับประคองคุณพ่อให้รู้จักการอ่านและเจริญชีวิตตามพระคัมภีร์ด้วยความวางใจในองค์พระคริสต์ “พระองค์ผู้เป็นนาย ได้ประทานพระพรให้มากมาย ไม่ว่าน้องจะอกตัญญูต่อพระองค์เพียงไรพระองค์ก็ยังคงรักน้อง และน้องรู้สึกในใจเสมอว่าพระองค์รักน้องตลอดไป คนอื่นคงจะเยาะเย้ยน้องเป็นแน่ถ้าน้องเขียนเล่าถึงพระหรรษทานที่อยู่ในใจทั้งหมด ดังนั้นขอให้รักพระองค์โดยไม่แบ่งปันให้กับสิ่งอื่นใด เพราะไม่มีสิ่งอื่นใดสามารถฉุดเอาความรักของพระองค์ไปได้! พระคริสต์ทรงเป็นผู้ยื่นพระหัตถ์นำทางเราไปด้วยพระองค์เอง”
ดวงใจในกองเพลิง
ขณะที่เดเมียนเพิ่งมีอายุ 20 ปีเท่านั้นท่านก็ได้ก้าวเท้าด้วยความเต็มใจสู่ชีวิตใหม่ และเป็นผู้หนึ่งที่สร้างสีสันให้กับยุคการส่งมิชชันนารีร่วมกับพระศาสนจักรสู่ดินแดนต่าง ๆ ในศตวรรษที่ 19 ตามแนวทางของคุณพ่อกูแดร็ง ผู้ก่อตั้ง คุณพ่อเดเมียนพร้อมเสมอที่จะเป็นมิชชันนารีที่เกาะโมโลไกตั้งแต่ได้รับพระกระแสเรียก ท่านปฏิบัติตนตามคุณพ่อกูแดร็งอย่างเคร่งครัด ทั้งสองพร้อมที่จะ“มีชีวิตและสละชีวิตแก่ภารกิจที่ได้รับในความรัก” ไม่ว่าจะต้องถูกตรึงกางเขนเช่นเดียวกับพระเยซูเจ้าหรือจะเป็นโรคเรื้อนก็ตาม!
“พระกระแสเรียกที่ได้รับมีพลังความร้อนดุจเปลวไฟที่กำลังลุกโชน!” คุณพ่อต้องการหาคำพูดที่ทำให้ระลึกอยู่ทุกขณะว่า “พวกเขาพร้อมที่จะสละชีวิตทุกขณะเพื่อพระคริสตเจ้าด้วยความร้อนรน, ไม่เปิดโอกาสการมีชีวิตเพื่อตนเอง และไม่ปฏิเสธการรับใช้ผู้อื่นเป็นอันขาด”
แปลเเละเรียบเรียงโดย : กอบกิจ ครุวรรณ (โปรดติดตามตอนที่ (4)ในวันพรุ่งนี้)
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3429
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

เสาร์ ธ.ค. 12, 2020 5:50 pm

นักบุญเดเมียน วีรบุรุษของผู้ป่วยโรคเรื้อน (ตอนที่ (4)
จากหนังสือ “Horizons Blancs
ความรักนำพลังสู่การชีวิตดำเนินต่อไป
ด้วยจิตใจที่ร้อนรนในความรักจนไม่มีอื่นใดจะหยุดยั้งคุณพ่อเดเมียนได้ แม้จะเป็นการทำงานที่ต้องทนทุกข์แสนสาหัสเช่นที่เกาะโมโลไกซึ่งต้องทำด้วยความรักอย่างแท้จริง การปฏิบัติงานในดินแดนไกลนานนับปีตามลำพังย่อมเป็นสิ่งที่ ‘น่ากลัว’ สำหรับผู้มีจิตใจอ่อนโยน แต่กระนั้นก็ดีคุณพ่อปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดีด้วยความเต็มใจและด้วยความเสมอภาคต่อทุกคน ไม่ว่าผู้นั้นจะมีนิสัยดีหรือเลวหรือนับถือศาสนาต่างกันเนื่องจากคุณพ่อเข้าถึงจิตตารมณ์ของคณะอย่างแท้จริง
คุณพ่อประสบความลำบากอย่างมากระหว่างปฏิบัติงานที่เกาะโมโลไก คุณพ่อเขียนถึงผู้รับจดหมายให้ช่วยสวดให้ท่านยึดมั่นต่อจิตตารมณ์ของคณะและขอร้องผู้ใหญ่ของคณะช่วยจัดส่งคุณพ่อวิญญาณไปเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ คุณพ่อต้องต่อสู้กับคนหัวรั้นที่มีความเชื่อนอกลู่นอกทางและอุปสรรคอื่น ๆ อีกมาก คุณพ่อเดเมียนมีพรสวรรค์ในการทำหน้าที่เป็น‘ผู้ประสานการคืนดีกัน’ เพราะได้เรียนรู้จากคุณพ่ออธิการใหญ่ที่สอนว่า ความรักที่แท้จริงเท่านั้นจะช่วยเยียวยาและสร้างชีวิตใหม่ได้ ดังนั้นคุณพ่อจึงปฏิบัติภารกิจท่ามกลางผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี เพราะหลักการทำงานของคุณพ่อง่ายมาก “ให้ความเมตตาต่อผู้ตกยาก, ให้ความรักต่อคนพิการ และผู้ที่กำลังจะสิ้นใจ”
คุณพ่อเดเมียนทำงานด้วยความสุภาพและเป็นมิตรต่อทุกคน ทำให้นรกที่เกาะโมโลไกค่อย ๆ แปรสภาพเป็นเกาะแห่งไมตรีจิตเมื่อผู้ให้และผู้รับมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน คุณพ่อหวังที่จะเห็นพวกเขากลับใจหันหน้าเข้าหาพระ” คุณพ่อกล่าวว่า ท่านรักพวกเขามากและพร้อมที่จะสละชีวิตให้พวกเขาโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ เช่นเดียวกับที่พระผู้ไถ่ได้ทรงกระทำ”
ความรักสูงสุด
ที่สุดคุณพ่อก็ติดโรคเรื้อนและเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อนเช่นเดียวกับพวกเขา บัดนี้ “ผู้รับใช้เปรียบเสมือนต้นไม้ที่มีลำต้นผอมโซบนพื้นดินที่แห้งแล้ง ใบหน้าถูกโรคร้ายกัดกร่อนจนแทบไม่เหลือเค้าหน้าเดิม เป็นใบหน้าที่คนทั่วไปเบือนหน้าหนี ที่จริงสิ่งที่คุณพ่อกำลังทนทุกข์ทรมานอยู่นั้นเป็นการรวมความทุกข์ยากของผู้อื่น เพราะคุณพ่อยินดีรับบาดแผลทั้งหมดไว้เพื่อช่วยให้ผู้อื่นหายเป็นปกติ”
นอกจากสภาพทางกายที่ทรุดโทรมเพราะโรคร้ายแล้ว คุณพ่อยังต้องทนทุกข์เพราะความว้าเหว่, การเข้าใจผิด, คำวิพากษ์วิจารณ์ที่บิดเบือน ฯลฯ แต่คุณพ่อก็ทราบดีว่า ผู้ที่เลือกเดินตามพระคริสต์จะต้องแบกกางเขนเช่นเดียวกับพระองค์ ฉะนั้นทันทีที่คุณพ่อคิดได้ คุณพ่อก็จับปากกาเขียนจดหมายต่อ “พ่อยินดีแบกกางเขนของพ่อด้วยความยินดี เช่นเดียวกับองค์พระเยซูคริสตเจ้า”
คุณพ่อกูแดร็ง เคยสอนไว้มิใช่หรือเรื่อง “มหาบุญลาภแก่ผู้ที่กำลังตกอยู่ในความทุกข์” “พระเยซูคริสต์คือผู้นำและเป็นแม่แบบของเรา ดังนั้นเราจะเดินตามทางพระองค์ไปไม่ได้หากไม่แบกกางเขนตามไปด้วย” คุณพ่อเขียนเพิ่มเติมถึงชาวคณะว่า “ลูกหลานของชาวคณะคือลูกหลานแห่งพระมหากางเขน พระคริสต์ของเราทรงปรารถนาให้เราร่วมถูกตรึงกางเขนในพระหฤทัยของพระองค์” ขณะที่คุณพ่อนอนทุรนทุรายอยู่บนเตียงผู้ป่วย คุณพ่อใช้วิธีการบำบัดที่เฉียบขาดคือ “พระเยซูเจ้า, พระเยซูที่ถูกตรึงบนกางเขน”
แปลเเละเรียบเรียงโดย : กอบกิจ ครุวรรณ (โปรดติดตามตอนที่5ในวันพรุ่งนี้)
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3429
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

เสาร์ ธ.ค. 12, 2020 5:52 pm

นักบุญเดเมียน วีรบุรุษของผู้ป่วยโรคเรื้อน (ตอนที่ 5)
จากหนังสือ “Horizons Blancs
ปังแห่งชีวิต
คุณพ่อเดเมียนได้รับขุมพลังจากที่ใดจึงสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความชื่นชมยินดีและมี “ความสุขที่ไม่เหมือนคนอื่น” ดังที่ได้เขียนไว้ในจดหมายที่มีไปถึงผู้อื่น คำตอบง่าย ๆ คือ “หากปราศจากพระคริสต์ที่พ่อรับอยู่ทุกวันในวัดน้อย พ่อคงไม่สามารถเพียรทนทำงานอยู่กับผู้ป่วยโรคเรื้อนที่เกาะโมโลไกได้เลย” คุณพ่อเขียนในสมุดบันทึกเมื่อเข้าเงียบว่า “ศีลมหาสนิทคือปังแห่งชีวิต เพราะเป็นเครื่องหมายที่แลเห็นได้ชัดเจนที่สุด ศีลมหาสนิทแสดงถึงการแสดงความรักของพระเยซูเจ้าผู้เสด็จมาอยู่ภายในตัวของเรา พระองค์ทรงเลี้ยงบำรุงเราเช่นนี้เป็นประจำอยู่ทุกวันเพื่อให้ดวงใจของเราเป็นถ่านไฟแห่งความรักที่ให้ความอบอุ่นนำความเบิกบานสู่จิตใจของผู้ที่เชื่อในพระองค์”
กุญแจการอยู่รอดของคุณพ่อเดเมียนคือศีลมหาสนิท องค์พระคริสต์คือพระสหายสนิทที่ร่วมเดินทางไปด้วย คุณพ่อเขียนถึงพี่ชายว่า “เมื่อเราว้าเหว่ เราจะพบพลังของเราในศีลมหาสนิท และเป็นที่ซึ่งพวกเราชาวคณะทุกคนพบกันอยู่เป็นประจำทุกวัน เพราะหากขาดศีลมหาสนิทไปการปฏิบัติงานของพ่อคงเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อมีพระคริสตเจ้าอยู่เคียงข้าง พ่อก็สามารถมีความปีติยินดีและปฏิบัติงานท่ามกลางผู้เคราะห์ร้ายได้ด้วยความกระตือรือร้น”
คณะที่คุณพ่อเดเมียนสังกัดอยู่ เป็นคณะแห่งการเฝ้าศีลมหาสนิท เมื่อครั้งที่ยังอยู่ที่เมืองลูแวงและที่ปิกปืส คุณพ่อเฝ้าศีลเป็นประจำทั้งกลางวันและกลางคืน ดังนั้นเมื่อคุณพ่อมาปฏิบัติงานที่เกาะโมโลไก คุณพ่อพยายามส่งเสริมให้มีการเฝ้าศีลมหาสนิทเท่าที่จะทำได้ คุณพ่อจัดให้มีผู้ป่วยโรคเรื้อนเฝ้าศีลตลอด 24 ชั่วโมง และคงเป็นที่เกาะโมโลไกนี้เองที่คุณพ่อเข้าใจคำพูดสอนของคุณพ่อกูแดร็งอย่างแท้จริง “ท่านต้องอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์อย่างมีชีวิตชีวา เช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้าประทับอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระบิดา ท่านต้องสรรเสริญพระองค์พร้อมกับพระเยซูคริสต์ และโดยพระเยซูคริสต์ จงอย่ากลัวที่จะสนทนากับพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยากลำบากใด ๆ, ความหวาดกลัว, ความทุกข์ร้อนต่าง ๆ ของตัวท่านเอง หรือของผู้ที่เป็นที่รัก, แผนการทำงานในอนาคต และความหวังต่าง ๆ ของท่าน สนทนากับพระองค์ด้วยความวางใจ และด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง โดยเฉพาะการถวายตนเองทั้งกายและใจแด่พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า”
นี่คือขุมพลังที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคุณพ่อเดเมียน ทุกวันคุณพ่อถวายมิสซาและเฝ้าศีล คุณพ่ออยู่กับพระคริสตเจ้าขณะที่พระองค์กำลังรับความตาย และขณะที่ทรงเสด็จกลับเป็นขึ้นมา คุณพ่อเข้าใจอย่างถ่องแท้ในจิตตารมณ์ของคณะและได้ทุ่มเทชีวิตทั้งหมดให้ นั่นคือ “การตายเพื่อจะมีชีวิตและเพื่อนำชีวิตมาให้”
พระเยซูเจ้าตรัสว่า “หากเมล็ดข้าวสาลีตายไปก็จะเกิดดอกออกผล”
สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 16 ทรงประกาศการบันทึกนามในสารบบนักบุญเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2009

************
แปลเเละเรียบเรียงโดย : กอบกิจ ครุวรรณ (จบบริบูรณ์)
ตอบกลับโพส