8. อย่าทำให้การทรมานในโลกนี้ของเราสูญเปล่า!และอย่าประมาทการส

ไม่มีใครรู้เรื่องโลกหลังความตายเท่าผู้ที่ตายไปแล้ว
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10008
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

เสาร์ ก.ค. 11, 2009 3:03 am

อย่าทำให้การทรมานในโลกนี้ของเราสูญเปล่า!


มีอีกสิ่งที่ทรงพลังมากสามารถช่วยเหล่าวิญญาณที่น่าสงสาร คือ การถวายความทุกข์ยากของเรา การพลีกรรม เช่น การจำศีล การตัดสละ ฯลฯ ทั้งนี้รวมทั้งการทรมานที่เราไม่เต็มใจเท่าไรด้วย เช่นการเจ็บป่วย และการร้องไห้เศร้าโศก


คุณมารีอาคะ หลายครั้งที่คุณถูกขอร้องให้ทนทรมานจากวิญญาณที่น่าสงสารเพื่อปลดปล่อยพวกเขา ช่วยบอกเราได้ไหมคะว่าคุณมีประสบการณ์อย่างไร และทำอย่างไรบ้าง?

ครั้งแรก วิญญาณหนึ่งถามฉันว่าจะรังเกียจไหม ถ้าฉันต้องทนเจ็บปวดในร่างกายเป็นเวลาสามชั่วโมงเพื่อเธอและหลังจากนั้นฉันก็จะทำงานของฉันต่อได้ ฉันพูดกับตัวเองว่า “ถ้าเพียงแค่สามชั่วโมงฉันสามารถรับได้” ระหว่างสามชั่วโมงนั้นฉันรู้สึกนานเท่าสามวัน และเจ็บปวดเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายฉันมองดูที่นาฬิกาก็เห็นว่ามันผ่านไปเพียงสามชั่วโมงเท่านั้น วิญญาณนั้นบอกฉันว่าโดยการรับทนทรมานด้วยความรักเพียงสามชั่วโมง ฉันช่วยลดเวลาในไฟชำระให้เธอได้ถึง 20 ปี

รูปภาพ

ใช่แล้ว แต่ทำไมด้วยการรับทรมานเพียงสามชั่วโมง สามารถแลกเวลาในไฟชำระได้ถึง 20 ปี คุณเจ็บปวดทรมานอย่างไรถึงมีค่าถึงขนาดนั้น?

มันเป็นเพราะการทรมานบนโลกมีค่าไม่เหมือนกับในไฟชำระ บนโลก เมื่อเราทรมาน เราสามารถทำด้วยความรัก เราสามารถได้บุญกุศล ซึ่งไม่เหมือนกับการทรมานในไฟชำระ ในไฟชำระ การทรมานช่วยเราเพียงชำระเราให้สะอาดจากบาป บนโลก เรารับพระหรรษทานทั้งหมดได้ เรามีเสรีภาพที่จะเลือกเอา

เรื่องนี้ทำให้เรามีกำลังใจมากที่จะทนความยากลำบากแม้เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือจะเป็นการเจ็บป่วยก็ตาม การทรมานเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเรา ถ้าเราพลีกรรมด้วยความอดทน ถ้าเราน้อมรับการพลีกรรมอย่างสุภาพ การพลีกรรมนี้สามารถมีพลังมากอย่างคาดไม่ถึงเพื่อช่วยวิญญาณทั้งหลาย

คุณมารีอาบอกว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือ ให้เรารวมการทรมานของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเยซูเจ้า โดยฝากไว้อ้อมพระหัตถ์ของแม่พระ พระนางเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าจะใช้ผลของการพลีกรรมอย่างไร เพราะบ่อยครั้งที่ตัวเราเองไม่รู้ว่ารอบ ๆ ตัวเรานี้อะไรเป็นความต้องการที่จำเป็นมากที่สุด ทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าแม่พระจะคืนมาให้แก่เราเมื่อในวาระใกล้จะตาย คุณเห็นไหมว่า การทรมานที่เรามอบถวายนี้เป็นสมบัติล้ำค่าในโลกหน้า เราควรเตือนซึ่งกันและกันถึงเรื่องนี้ และให้กำลังใจซึ่งกันและกันเมื่อเราเกิดมีความทุกข์ยาก
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10008
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

เสาร์ ก.ค. 11, 2009 3:12 am

และอย่าประมาทการสวดภาวนาต่าง ๆ

คุณมารีอาได้บอกเราว่า อีกสิ่งที่มีผลอย่างมาก คือ การเดินรูปสิบสี่ภาค เพราะโดยการรำพึงถึงการทรมานของพระเยซูเจ้าทำให้เราเริ่มเกลียดบาปทีละเล็กทีละน้อย และกระหายความรอดของทุก ๆ คน การโน้มเอียงของจิตใจเราเช่นนี้ นำการช่วยเหลือมาให้วิญญาณในไฟชำระอย่างมาก

การเดินรูปนี้ ยังชวนเราให้เป็นทุกข์ถึงบาป เราเริ่มเป็นทุกข์เมื่อเราเผชิญหน้ากับบาป อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยวิญญาณในไฟชำระได้มากก็คือ การสวดสายประคำ สวดทั้ง 15 ข้อรำพึง ( ครบ3 สาย) สำหรับผู้ตาย โดยการสวดสายประคำนี้วิญญาณหลายดวงรอดพ้นจากไฟชำระในแต่ละปี ๆ เราต้องบอกว่า เป็นพระมารดาพระเจ้าเองที่ลงมายังไฟชำระเพื่อช่วยนำพวกเขาขึ้นสวรรค์ นี่เป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด เพราะเหล่าวิญญาณทั้งหลายในไฟชำระเรียกพระนางว่า “พระมารดาแห่งพระเมตตา”

รูปภาพ

วิญญาณต่าง ๆ ยังบอกนางมารีอาด้วยว่า พระคุณการุณย์ก็ช่วยได้มากหลายครั้ง ดูก็เป็นการใจดำเมื่อเรามีโอกาสรับพระคุณนี่เพื่อผลประโยชน์ของวิญญาณทั้งหลายแต่เราก็เฉยเมย การอธิบายเรื่องนี้จะยาวไปหน่อย ดิฉันขอยกเอาข้อความที่ยอดเยี่ยม ของ พระสันตะปาปา เปาโลที่ 6 ในปีค.ศ. 1968 ท่านอาจถามดูกับพระสงฆ์เจ้าวัดของท่าน หรือ จากร้านขายหนังสือคาทอลิก

ฉะนั้น เราจึงกล้ากล่าวได้เต็มปากว่า อุปกรณ์ที่ดีที่สุดในการช่วยวิญญาณในไฟชำระก็คือ การสวดภาวนาทั่ว ๆ ไป กล่าวคือการสวดทุกชนิดนั่นเอง ทีนี้ดิฉันอยากขอยกคำให้การของนายเฮอร์มันน์ โกเฮ็น (Hermann Cohen) ศิลปินชาวยิวซึ่งกลับใจมาเป็นคาทอลิกในปี 1864 และมีความเคารพต่อศีลมหาสนิทมาก ท่านสละทางโลกไปเข้าอารามนักพรต ท่านนมัสกการเทิดทูนศีลมหาสนิทด้วยเคารพบ่อย ๆ ระหว่างการนมัสการของท่าน ท่านจะขอพระเยซูเจ้าโปรดให้มารดาของท่านที่ท่านรักมากได้กลับใจ

แต่ที่สุดมารดาก็ตายลงโดยไม่ได้กลับใจ ดังนั้น เฮอร์มันน์ผู้ป่วยเพราะความเสียใจก็กราบลงต่อหน้าศีลมหาสนิท และสวดด้วยความตรอมใจว่า “พระเจ้าข้า ผมเป็นหนี้พระองค์ทุกสิ่งก็จริง แต่ผมได้ปฏิเสธอะไรพระองค์บ้าง? ความหนุ่มของผม ความหวังในโลกของผม ความสะดวกสบาย ความสุขในครอบครัว การพักผ่อน การเสียสละทั้งหมดทันทีที่พระองค์ทรงเรียกผม ส่วนพระองค์ผู้พระทัยดีนี้เล่า ผู้เคยสัญญาว่าจะตอบแทนร้อยเท่า พระองค์ได้ปฏิเสธวิญญาณของแม่ผม โอพระเจ้า ผมยอมตายเป็นมรณสักขี ผมจะหยุดบ่นแล้ว” ท่านรำพันความเศร้าใจอย่างน่าสงสาร ทันใดนั้น มีเสียงลึกลับแว่วที่หูท่านว่า

[size=15pt]เจ้าคนความเชื่อน้อย! แม่ของเจ้ารอดแล้ว จงรู้ไว้ด้วยว่าคำภาวนามีพลังมากต่อหน้าเรา เราได้รวบรวมคำภาวนาทั้งหมดของเจ้าที่ขอให้กับแม่ของเจ้า และพระญาณสอดส่องของเราได้ตรวจเช็คบัญชีของนางอย่างดีในชั่วโมงสุดท้าย[/size]

“[size=15pt]ในเวลาที่นางสิ้นลมหายใจ เราได้มาหานาง[/size] และนางได้เห็นเราและร้องว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้าและองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า!” จงดีใจเถอะ แม่ของเธอพ้นจากการตกนรกแล้วและการสวดภาวนาที่ร้อนรนจะช่วยเธอพ้นจากไฟชำระไม่ช้านี้”

และเราทราบ ภายหลังโดยการประจักษ์ครั้งที่สองว่า มารดาของคุณพ่อเฮอร์แมนน์ ขึ้นสวรรค์แล้ว


รูปภาพ



ดิฉันขอเสนอแนะอย่างจริงจังถึงบทสวดของนักบุญบริดจริต ซึ่งอุทิศเพื่อวิญญาณที่น่าสงสาร

ดิฉันขอย้ำอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก วิญญาณในไฟชำระไม่สามารถช่วยตัวเองได้ พวกเขาหมดหนทางอย่างสิ้นเชิง ถ้าพวกเราที่มีชีวิตไม่สวดเพื่อพวกเขา พวกเขาก็จะถูกทิ้งให้ทรมานจนสิ้นโลก ฉะนั้นมันสำคัญมากที่เราต้องเชื่อว่าคำภาวนามีพลังมากมายมหาศาล พลังอันเหลือเชื่อที่อยู่ในมือของเราแต่ละคนสามารถเหล่าวิญญาณที่ทรมานได้

เราคงไม่ต้องถึงคิดสองรอบเพื่อจะเข้าไปช่วยเด็กที่ตกต้นไม้ขาหักที่อยู่ตรงหน้าเรา แน่นอนว่าเราจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเขา ดังนั้น เช่นเดียวกันสำหรับวิญญาณเหล่านี้ผู้ซึ่งรอทุกอย่างจากเรา ตั้งอกตั้งใจรอคอยแม้เพียงการพลีกรรมที่เล็กน้อยที่สุด หวังเพียงอย่างน้อยที่สุดแค่การสวดภาวนาของเรา เพื่อปลดปล่อยพวกเขาจากความทรมาน และนี้คือวิธีที่ดีที่สุดในการปฏิบัติเมตตากิจ ดิฉันคิดว่าตัวอย่างเช่น เรื่องในพระวรสาร เรื่องชาวซามาเรียผู้ใจดี ที่ช่วยคนใกล้ตายที่ถูกทำร้ายบาดแผลเต็มตัวเลือดไหลโทรมกายอยู่ที่ข้างถนน ชายคนนี้แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่ดีของผู้ที่เดินทางผ่านมา ซึ่งคงสะกิดใจเราอย่างดี เมื่อคิดถึงภาพของวิญญาณในไฟชำระ เขากำลังรอเรา รอแล้วรอเล่า !

รูปภาพ
++++++++++++++++++++
ภาพประจำตัวสมาชิก
(⊙△⊙)คุณxuู๓้uxoม(⊙△⊙)
โพสต์: 892
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ต.ค. 10, 2008 12:38 am

จันทร์ ก.ค. 13, 2009 12:56 am

ต้องตั้งใจสวดภาวนา เพื่อให้เหล่าวิญญานในไฟชำระ ได้รับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ขอโทษครับ
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ค. 17, 2009 8:59 pm

จันทร์ ก.ค. 27, 2009 8:58 pm

คือผมเอาเรื่องนี้ไปบอกเพื่อน(เพื่อนนี้เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง แต่ไม่นับถือ เขาเป็นพุทธนะครับ) แล้วเขาถามว่า "ถ้าสวดมนต์ อย่างสวดในงานศพ วิญญาณจะได้รับมั้ย หรือต้องสวดสายประคำหรือสวดภาวนาแบบคริสต์เท่านั้น" ผมอยากรู้เหมือนกันก็เลยขออนุญาตถามนะครับ แต่ถ้าไม่ควรถามก็ขอโทษด้วยจริงๆ ครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10008
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

จันทร์ ก.ค. 27, 2009 11:21 pm

ขอโทษครับ เขียน: คือผมเอาเรื่องนี้ไปบอกเพื่อน(เพื่อนนี้เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง แต่ไม่นับถือ เขาเป็นพุทธนะครับ) แล้วเขาถามว่า "ถ้าสวดมนต์ อย่างสวดในงานศพ วิญญาณจะได้รับมั้ย หรือต้องสวดสายประคำหรือสวดภาวนาแบบคริสต์เท่านั้น" ผมอยากรู้เหมือนกันก็เลยขออนุญาตถามนะครับ แต่ถ้าไม่ควรถามก็ขอโทษด้วยจริงๆ ครับ
ต้องถามครับว่า รับอะไร ในการอธิษฐานหรือสวดในงานศพของคริสตชน เราสวดขอให้วิญญาณได้รับพระเมตตาของพระเจ้า และขอให้พระเจ้ายกโทบาปแก่วิญญาณผู้ตาย และวิญญาณนั้นจึงได้รับการปลดปล่อยสู่อ้อมพระหัตถ์พระบิดาในที่สุด แต่การสวดในแบบของศาสนาอื่นๆ ผมไม่ทราบโดยแท้จริงว่ามีจุดประสงค์อะไรบ้าง และได้วอนขอพระเมตตาจากพระเจ้าให้ผู้ตายหรือไม่ เพราะการสวดภาวนาของเราไม่ใช่เสริมบุญกุศลให้ตัวผู้ตายจนมีบุญมากพอไปสวรรค์ แต่เราสวดถึงพระเจ้า และขอพระองค์ปลดปล่อยวิญญาณนั้นครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ขอโทษครับ
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ พ.ค. 17, 2009 8:59 pm

อังคาร ก.ค. 28, 2009 1:55 pm

ที่พี่ Holy ถามว่ารับอะไร ผมหมายถึงรับพระเมตตาจากพระเจ้าเพื่อให้ปลดปล่อยวิญญาณจากไฟชำระครับ แต่ที่สงสัยคือในงานศพของพุทธ ไม่มีการขอรับพระเมตตาจากพระเจ้า แล้ววิญญาณจะได้รับหรือไม่ได้รับพระเมตตา หรือเป็นเพียงแต่การสวดศพเพื่ออุทิศกุศลให้วิญญาณตามความเชื่อทางศาสนาเท่านั้น หรือว่าเรื่องนี้เราคงบอกไม่ได้ ขึ้นอยู่ักับน้ำพระทัยของพระเจ้าของเราเท่านั้น
taiyo
โพสต์: 658
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ เม.ย. 22, 2006 12:01 am

อาทิตย์ ส.ค. 02, 2009 1:55 am

ก็ต้องดูที่บทสวดศพของชาวพุทธครับ ว่าแปลยังไง แต่เท่าที่ฟังมา จะเป็นการกล่าวถึงธรรมะในศาสนาพุทธเอง ไม่น่าจะมีการสวดอ้อนวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้านะครับ เท่าที่ฟังมา เขาบอกว่าเป็นการบำเพ็ญบุญกุศลให้แก่ผู้ตายครับ ชาวพุทธเชื่อว่า แม้เพียงได้สวดหรือได้ฟังบทสวดต่างๆ ก็ถือว่าได้บุญครับ แม้แต่การทำสมาธิชาวพุทธก็ถือว่าได้บุญเช่นกัน จริงๆบทสวดอภิธรรมที่สวดในงานศพนั้นไม่ได้สวดเพื่อผู้ตายครับ แต่สวดเพื่อผู้เป็นที่ไปร่วมงาน ให้ได้ฟังและเอาไปใช้ในการดำเนินชีวติวครับ (แต่จะมีฟังออกกี่คน เพราะสวดเป็นบาลี)

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=246607
ภาพประจำตัวสมาชิก
My Hope
โพสต์: 735
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 27, 2009 8:42 am
ติดต่อ:

อาทิตย์ ส.ค. 16, 2009 12:44 pm

ถ้าสมมติว่า เราสวดสายประคำต่างๆ แล้วอุทิศให้วิญญานในไฟชำระ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า วิญญานในไฟชำระจะได้รับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10008
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

จันทร์ ส.ค. 17, 2009 12:37 am

Deo Vindice† เขียน: ถ้าสมมติว่า เราสวดสายประคำต่างๆ แล้วอุทิศให้วิญญานในไฟชำระ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า วิญญานในไฟชำระจะได้รับ
วางใจ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ต้นไม้แห่งเจสซี
โพสต์: 343
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ส.ค. 21, 2009 3:33 pm
ที่อยู่: หลุมที่4 สุสานวัดพระราชินีแห่งสันติภาพ อรัญประเทศ
ติดต่อ:

อังคาร ส.ค. 25, 2009 12:53 am

              รูปภาพ

"ข้าแต่พระบิดานิรันดร, ลูกขอมอบถวายพระโลหิตอันประเสริฐศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขององค์พระบุตรสุดที่รักของพระองค์, พระเยซูคริสตเจ้า.   ซึ่งถูกถวายในบูชามิสซา ณ.ที่นี่และทั่วโลก  เพื่อเป็นเครื่องถวายสำหรับวิญญาณในไฟชำระ,สำหรับคนบาปทั้งมวล, ซึ่งอยู่ในพระศาสนจักร,ในบ้านและในครอบครัวของลูก อาแมน "
sansrepos
โพสต์: 460
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ พ.ค. 04, 2005 6:23 pm

ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 3:08 pm

ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้า และผู้นำบทความนี้มาลงด้วยครับ : xemo026 :
s.gabriel
โพสต์: 1011
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 27, 2009 2:21 pm

อังคาร ธ.ค. 07, 2010 11:35 pm

ขอบคุณครับ ที่นำเรื่องดีๆมาแบ่งปันครับ
ตอบกลับโพส