การเบียดเบียนคริสตชนในอียิปต์

ถาม-ตอบพระคัมภีร์ เรื่องเสริมศรัทธา ความรู้ และสาระ บทความ ในคริสตศาสนา
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 2:34 am

+++หมายเหตุ-เรื่องของนาเฮดนี้ เคยนำมาลงครั้งหนึ่งแล้ว แต่นี่เป็นการพบข้อมูลจากอีกแหล่งหนึ่งซึ่งมีความละเอียดในด้านที่ต่างกัน จึงนำมารวมกันเพื่อให้บทความเดียวมีความสมบูรณ์มากขึ้นครับ



แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อค้าที่ไปหาไข่มุกอย่างดี  และเมื่อได้พบไข่มุกเม็ดหนึ่งมีค่ามาก  ก็ไปขายสิ่งสารพัดซึ่งเขามีอยู่  ไปซื้อไข่มุกนั้น  (มัทธิว  13:45-46)

วิถีชีวิตประจำวันที่แท้จริงในเมืองหลวงของอียิปต์ไม่อาจหาอ่านได้จากเอกสารแนะนำการท่องเที่ยวทั่วไป  ณ  ศูนย์กลางของประเทศที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  ชีวิตจริงนั้นคือความเครียดที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันเนื่องจากความขัดแย้งในความเชื่อ  ไคโรเป็นเมืองอันตรายสำหรับคริสตชนที่กลับใจจากความเชื่อเดิมที่เป็นอิสลาม พวกเขาต้องผ่านการรับโทษต่างๆ  นานา  อาทิ  การถูกริบทรัพย์สิน,  การถูกให้หยุดอาชีพของตน,  การถูกบังคับให้หย่าร้าง  ส่งไปอยู่ในสถานพักฟื้นทางจิต  และอาจถูกตัดสินให้ตายก็มี  

  เพื่อจะได้เข้าเป็นคริสตศาสนิกชน  มารดาของครอบครัวชาวอียิปต์ผู้นี้ต้องเสี่ยงมากมายไม่ว่าจะเป็นความตาย,  การถูกไล่ออกนอกถิ่น.  การต้องตัดขาดจากลูกๆ  แต่ไม่ว่าจะเป็นอันตรายหรือความทุกข์ทรมานใด  ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเธอในการเป็นพยานให้องค์พระคริสต์ได้.

รูปภาพ

ญาติ ๆ  ของนาเฮด(Nahed  Metwalli) เป็นครอบครัวชาวอียิปต์ที่มั่งคั่งและมีอิทธิพลมาก บิดาเป็นนายตำรวจ  เธอมีโอกาสศึกษาจบมหาวิทยาลัยก่อนแต่งงานกับสามีที่ครอบครัวได้เตรียมไว้ให้เธอแล้ว  และมีบุตรด้วยกัน  3  คน    ส่วนนาเฮดเองเป็นผู้หญิงนักทำงานผู้มีความทะเยอทะยาน  เธอกลายเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองของโรงเรียนมัธยมหญิงที่ใหญ่ที่สุดในไคโรตั้งแต่อายุยังน้อย  โดยรับตำแหน่งขณะที่อายุต่ำกว่าคนที่เคยทำมาก่อนถึงสิบปี  เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ใครจะมาต่อกรด้วยได้ง่าย ๆ  เพราะมีทั้งการศึกษาดี  ใจมุ่งมั่น  และมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง

แม้เธอกับสามีจะแยกกันอยู่  แต่ก็ยังอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับลูก ๆ  สภาพชีวิตดูดี  นาเฮดเองมีอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวในเมืองด้วย  (ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จอย่างสูงในประเทศที่หากคู่หมั้นจะแต่งงานกันก็ต้องรอไม่น้อยกว่าสี่หรือห้าปีจึงจะมีที่อยู่เป็นของตนเอง)  นอกจากนั้นยังมีรถยนต์ส่วนตัว  ลูกทั้งสามคนซึ่งมีอายุยี่สิบปีขึ้นไปต่างก็กำลังประสพความสำเร็จในชีวิต  ลูกชายเป็นวิศวกร  ลูกสาวคนหนึ่งเป็นเลขานุการ  ส่วนอีกคนเป็นครู

  “ดิฉันได้รับการเลี้ยงดูในครอบครัวมุสลิม ดิฉันเชื่อเสมอในองค์พระเป็นเจ้า..ดิฉันละหมาดวันละ  5  ครั้ง,  ดิฉันถือศีลอดอาหาร,  ดิฉันอ่านคัมภีร์กุรอ่านอย่างมุ่งมั่น  แต่ก็หาได้พบความพอใจไม่  แม้มีความปรารถนาอยากใกล้ชิดพระเป็นเจ้า  แต่ก็ได้พบเพียงพระเป็นเจ้าที่อยู่ไกลโพ้นและโหดร้าย

  เอกลักษณ์ขององค์พระเยซู, สถานการณ์เมื่อตอนทรงบังเกิดและพระชนม์ชีพของพระองค์ทำให้ดิฉันเหมือนต้องมนต์ แม้ว่าคัมภีร์กุรอ่านจะนำเสนอโมฮะหมัดเป็นประกาศกกคนสุดท้ายและดีที่สุด  ดิฉัน ก็ถูกหลอกหลอนด้วยคำถามข้อนี้เสมอ  กล่าวคือ  เป็นไปได้อย่างไรที่มีประกาศกอีกท่านมาเกิดหลังองค์พระเยซู  แต่หาได้ทำอะไรสำเร็จเหมือนพระองค์ไม่?  ลึกๆ  ดิฉันคิดว่าองค์พระเยซูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับมนุษย์คนอื่นๆ  แต่ดิฉันก็ต้องเก็บใว้ในใจไม่สามารถแบ่งปันภายในครอบครัวได้”


  แม้ว่าตนเองได้ตั้งคำถามมากมายไว้ในใจ นาเฮดก็ยังคงความเป็นชาวมุสลิม  และเชื่อมั่นใจว่าสัจธรรมพบได้แต่ในศาสนาอิสลามเท่านั้น  ด้วยเหตุนี้เธอจึงทำตัวเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามด้วยความศรัทธาและเปิดเผย
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 3:11 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 2:39 am

อคติกับคริสตชน

หลายปีที่ผ่านมา นาเฮดเป็นมุสลิมที่รักและเกรงกลัวพระเจ้า  และเธอก็เกลียดคริสตชนด้วย  พวกเขาไม่ได้รักพระเจ้าที่เธอรัก  ไม่ได้นมัสการพระองค์อย่างที่เธอทำ เพราะเหตุนี้เอง  เธอจึงพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อสร้างปัญหาให้กับคริสตชนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ครูและนักเรียนที่เธอต้องติดต่อด้วยทุกวัน  และผลก็คือ  พวกเขาเหล่านั้นก็กลัวเธอเอาเสียจริง ๆ

  “ดิฉัน ได้ทำให้คริสตชนในโรงเรียนของดิฉัน  ทั้งอาจารย์และนักศึกษา  ต้องหนักใจและลำบากใจ  เหตุว่าดิฉันรักพระเป็นเจ้าของดิฉัน  ดิฉันกระชากกางเขนที่พวกเขาห้อยคอแล้วปาลงดิน  ดิฉันฉีกหนังสือพิมพ์รายวันของพวกเขาแล้วก็คิดว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้คริสตชนผู้หลงไปจากหนทางที่นำสู่พระเป็นเจ้า จะท้อแท้  ตรงนี้คัมภีร์กุรอ่านกล่าวไว้อย่างชัดเจนซึ่งทำให้ฉันเคยเข้าใจไปว่า “พวกคริสตชนนับถือพระเป็นเจ้าสามองค์”

ระหว่างปีการศึกษา  1986 – 1987  มีการแต่งตั้งครูใหญ่ซึ่งเป็นคริสตชนเข้ามาในโรงเรียนของนาเฮด  เธอทนไม่ได้กับการมีหัวหน้าเป็นคริสตชน  ดังนั้นจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะจัดการกับครูใหญ่คนนี้ในไม่ช้า  เธอก็ประสพความสำเร็จในการสร้างข้อกล่าวหาเท็จ  ทำให้ครูใหญ่ไม่มีทางเลือกใดนอกจากขอย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น  นาเฮดชนะเหมือนเคย

นาเฮดเองมีความรู้สึกไม่พอใจ  ไม่รู้สึกอิ่มใจอยู่ตลอดเวลา  ทำให้เธอสร้างปัญหาให้กับทุกแห่งที่เธอเข้าไปมีส่วนร่วมทำงานด้วย  หลังจากที่เธอทะเลาะกับเลขานุการมุสลิมของตัวเอง  โรงเรียนจึงจ้างแมรีซึ่งเป็นคริสตชนมาแทนที่  แมรีสร้างความประทับใจให้กับนาเฮดตั้งแต่แรก  โดยไม่สะทกสะท้านหรือแสดงอาการฮึดฮัดกับพฤติกรรมเลวร้ายไม่เป็นมิตรของนาเฮดแม้แต่น้อย  นาเฮดชักเริ่มชอบเธอด้วยเหตุผลที่บอกไม่ถูก

      “เธอเป็นคนสุภาพ  น่ารัก  น่านับถือและเสียสละจริงๆ  ดิฉันได้กลั่นแกล้งเธออย่างไม่หยุดหย่อน  และทำโทษเธอต่างๆ  นานา  แต่ทว่าเธอกลับรักดิฉันมาก  และดิฉันก็รู้สึกได้ด้วย.

       วันหนึ่งดิฉันได้ถามเธอถึงเรื่องนี้  เธอได้ตอบดิฉันว่า

“ดิฉันก็พยายามทำตามบัญญัติขององค์เจ้าเหนือหัวของดิฉันนะซิคะ”

“ใครคือองค์เจ้าเหนือหัวของเธอล่ะ”

เธอตอบดิฉันว่า “ก็องค์พระเยซูคริสต์ไงคะ”.

       ดิฉันได้ซักถามเธอนานถึงองค์พระเยซู  โดยห้ามเธอมิให้พูดว่าพระองค์เป็นพระบุตรของพระเป็นเจ้า  เหตุเพราะดิฉันไม่เชื่อเรื่องนี้.  เธอกลับสามารถหาคำพูดอื่นที่ประทับจิตใจของดิฉันได้


รูปภาพ

วันหนึ่ง  นาเฮดเรียกแมรีเข้าไปในห้องทำงานถามว่า  “เธอเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวหรือเปล่า”

“ไม่มีพระเจ้าใดนอกจากพระเจ้าองค์เดียว”  แมรีตอบแล้วยิ้มอย่างอบอุ่น

นาเฮดแทบไม่เชื่อหูของตัวเอง  เพราะได้ยินเสมอมาว่าคริสตชนเชื่อพระเจ้าสามองค์  รวมทั้งบูชาพระแม่มารีด้วย  แต่ตอนนี้เลขานุการของเธอกลับมาบอกว่า เธอไม่ใช่คนที่เชื่อพระเจ้าหลายองค์ หลังจากที่ทั้งสองคุยกันสักพักแมรีก็ออกจากห้องทำงานไป  ทิ้งนาเฮดไว้กับความรู้สึกไม่สบายใจ

สัปดาห์ต่อ ๆ  มา  นาเฮดก็เริ่มต้นทดสอบความสัตย์ซื่อ  ความมั่นคง  และความอดทนของแมรีอย่างไม่มีความเมตตาเลย  เธอตะโกนใส่หน้าแมรีบ้าง  บางครั้งก็กลับคำสั่งไปมา  พยายามหลอกล่อให้แมรีโกหก  แต่ไม่ว่านาเฮดจะพยายามมากแค่ไหน  แมรีก็ยังดูสดชื่นรื่นเริงเหมือนเดิม  ขณะเดียวกัน  นาเฮดก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจมากขึ้น ๆ
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 2:47 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 2:43 am

การประจักษ์ครั้งแรก


       “วันหนึ่ง ดิฉันก็นึกหัวเราะอยู่ในใจถึงรูปไอค่อนท่านหญิงมัรยัม(พระแม่มารี)ที่แมรีเธอแขวนที่สร้อยคอว่า  เธอเชื่อได้อย่างไรว่าคนวาดที่ไม่เคยเห็นท่านหญิงมัรยัม(พระแม่มารี)เลย  จะวาดรูปได้เหมือนตัวจริงของท่านหญิงมัรยัมได้อย่างไร.  

        แต่แล้วพระแม่พรหมจารีได้มาปรากฏกายให้เห็น ในห้องทำงานของดิฉัน  เธอสวมชุดสีฟ้า.  ดิฉันร้องตะโกนว่า  “ท่านหญิงพรหมจารี”  พระแม่ก็หายวับไป.  ดิฉันร้องไห้และเลขาฯของดิฉันก็เข้ามาร้องไห้กับดิฉันด้วย”

รูปภาพ


คืนนั้น  นาเฮดเข้านอนด้วยความรู้สึกสับสน  ความจริงเธอและสามีแยกทางกันเดิน  ต่างคนต่างอยู่แล้ว  แต่ก็ยังอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน  ทั้งสองตกลงกันไว้ว่าทำอย่างนี้ก็เพื่อลูก ๆ  เธอจึงใช้ห้องนอนร่วมกับลูกสาวทั้งสองคน  แต่คืนนั้นเธอนอนไม่หลับ  คำถามเรื่องความเชื่อหลายอย่างมากวนความรู้สึกข้างในลึก ๆ  ไม่หยุด  ทำให้เธอต้องใช้ความคิดอย่างหนัก  อะไรคือความจริง  ใครมีสิทธิ์ที่จะตอบคำถามเรื่องของพระเจ้าได้  นาเฮดไม่รู้ว่าจะเชื่ออะไรดีอีกต่อไป

ในที่สุดเธอก็อธิษฐานว่า  “ข้าแต่พระเจ้า  หากศาสนาคริสต์เป็นหนทางที่ทำให้ข้าพระองค์ได้พบพระองค์  ก็ขอให้ข้าพระองค์เห็นไม้กางเขน  แต่หากเป็นอิสลาม  ก็ขอให้ข้าพระองค์ได้เห็นหมายสำคัญด้วย”
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 3:15 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 3:00 am

ท่านผู้นี้คือใคร

นาเฮดนอนไม่หลับ  แต่เธอกลับได้รับคำตอบในวิถีทางที่แปลกประหลาด

ในทันใดนั้นเธอมองเห็นตัวเองยืนอยู่ในพระราชวังอันยิ่งใหญ่โอฬาร  เห็นตัวเองสวมเสื้อคลุมยาวสีเงินตรงหน้าของเธอเป็นบัลลังก์ที่ไม่มีใครนั่งอยู่เลย  แต่มีพวกที่ดูเป็นผู้ใหญ่  ทุกคนสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวและสวมมงกุฎ  ยืนห้อมล้อมบัลลังก์นั้น

รูปภาพ

ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งเดินเข้ามา  มีเสียงเสียงหนึ่งพูดนำ  แล้วทุกคนก็ก้มกราบนมัสการท่านผู้นั้นพร้อม ๆ  กัน  นาเฮดมองตามขณะท่านผู้นั้นเดินไปที่บัลลังก์และประทับลงบนบัลลังก์

ใบหน้าของท่านสวยงาม  ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์  นาเฮดทิ้งตัวลงบนพื้น  นั่งนิ่งอยู่ที่แทบเท้าของท่านผู้นั้น  ตัวเธอสั่นด้วยความกลัวแต่แม้กระนั้นก็ไม่อาจละสายตาไปจากท่านได้  เธอปรารถนาจะรักและนมัสการท่านอย่างสุดหัวใจ  สันติสุขลึกล้ำได้เข้ามาครอบครองใจของเธอ

แล้วท่านผู้นั้นกล่าวขึ้นมาว่า  “จบสิ้นแล้วหรือยัง  นาเฮด”

ท่านรู้จักชื่อของเธอได้อย่างไร  เธอกลัวเกินกว่าที่จะถาม

“ค่ะ...จบสิ้นแล้ว”  เธอตอบ  เกือบจะเรียงคำเป็นคำตอบไม่ถูก

เธอรวบรวมกำลังและหันไปมองท่านอีกครั้งอย่างรวดเร็ว  พยายามตั้งสติ

“แน่ใจหรือเปล่า  นาเฮด”  ท่านถามย้ำ

“แน่ใจค่ะ”  เธอตอบ

ท่านผู้นั้นพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวลว่า  “ถ้าอย่างนั้น  เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป”

“ค่ะ  ท่านไม่ต้องกังวลใจอีก  ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว”  เธอย้ำ

“อย่ากลัวไปเลย  นาเฮด  มองดูเราซิ”

ไม่มีคำใดที่จะมาอธิบายสิ่งที่เธอเห็นได้  ความรักยิ่งใหญ่เช่นนั้น  ความโอ่อ่าตระการเช่นนั้น  ความเจิดจรัสเช่นนั้น

        “พระองค์ดูหล่อแต่เศร้า  เหนื่อย  แต่สง่าผ่าเผย  ดิฉันมีความรู้สึกว่าโลกทั้งโลกอยู่ในพระเนตรของพระองค์  ดิฉันก้มกราบแทบพระบาท  ดิฉันสั่นไปทั้งตัวและรักพระองค์อย่างเหลือล้น"  

และเมื่อนิมิตนั้นสิ้นสุด  นาเฮดเกิดความรู้สึกหนักใจ  เธอรู้สึกอ่อนแรงตัวสั่น  เธอปลุกทุกคนในบ้านขึ้นมา  ขอให้พวกเขาช่วยแปลความหมายของสิ่งที่เธอเพิ่งเห็นมา  ทั้งลูกและสามีต่างให้คำตอบที่ต่างกันไป  แต่ไม่มีคำตอบใดทำให้เธอพึงพอใจได้

เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันที่  7  มกราคม  1988 ขณะลำดับเหตุการณ์นี้ นาเฮด ร้องไห้เล็กน้อย

สองสามวันต่อมา  เธอจึงถามคริสตชนที่เธอรู้จักในโรงเรียนว่า  พวกเขาคิดอย่างไรกับนิมิตที่เธอเห็น  “ท่านคนนั้นเป็นใครกัน”  เธอถามไม่หยุด

แมรี  เลขานุการของเธอ  ไม่แน่ใจเสียทีเดียว  แต่เธอได้ให้นาเฮดดูภาพเขียนสองสามภาพ  มีภาพหนึ่งเป็นรูปพระคริสต์  มีความละม้ายคล้ายคลึงกับผู้ที่เธอเห็นในนิมิต  แต่บุรุษในนิมิตนั้นมีสง่าราศีมากมายกว่านั้น

รูปภาพ

ในที่สุด  นาเฮดก็เล่าประสบการณ์ให้ครูคริสตชนคนหนึ่งฟัง  เขาเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้  แล้วยิ้มกว้าง  อุทานว่า “ขอบพระคุณพระเจ้า!  ถามจริง ๆ  เถอะคุณอยากรู้ใช่ไหมว่าท่านคือใคร  พระองค์คือพระเยซูคริสต์ไง!

ไม่ใช่นาเฮดไม่รู้อะไรมาก่อนเลย  แต่ตอนนี้เธอมั่นใจแล้ว  เธอกลั้นความรู้สึกไม่อยู่  และร้องไห้ไม่หยุดเป็นเวลานาน
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 3:15 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 3:02 am

ชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์

หลังจากนั้น  แมรีจึงนัดให้นาเฮดไปพบผู้รับใช้คนหนึ่งอย่างลับ ๆ  แมรีรู้วิธีหาพระคัมภีร์ด้วย  แต่นาเฮดจะอ่านที่ไหนจึงจะปลอดภัย  แน่นอน  ต้องไม่ใช่ที่บ้านเพราะมีทั้งลูกและสามีอยู่  และไม่ใช่ที่ห้องทำงานในโรงเรียนด้วย  เพราะมีคนเดินเข้าออกตลอดเวลา

แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า  ตัวเองมีอพาร์ตเม้นต์ที่ซื้อไว้ด้วยเงินมรดกของพ่อทันใดนั้นเองเธอก็รู้ทันทีว่า  นี่เป็นสถานที่ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า  เธอแยกทางกับสามีหลายปีแล้ว  ลูก ๆ  ก็โตเป็นผู้ใหญ่กันหมด  และพวกเขาไม่ว่าอะไรที่เธอจะไปอยู่คนเดียว  ดังนั้น  เธอจึงย้ายออกจากบ้านและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะผู้เชื่อในพระเจ้า

บัดนี้เธอสามารถไปนมัสการพระเจ้าในเช้าวันอาทิตย์  เข้าร่วมพิธีมิซซาโดยไม่มีใครสังเกต  และยังคงไปพบกับพระสงฆ์เพื่อเรียนรู้จักทางของพระเจ้ามากขึ้น  เธอเริ่มเติบโตขึ้นในพระคุณ(พระหรรษทาน)ของพระเจ้า  และพระองค์ก็ทรงเริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ

ที่โรงเรียน  ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างที่เคยประมาณปีหนึ่ง  แต่แล้วทุกคนก็เริ่มเห็นชัดเจนว่านาเฮดเปลี่ยนไป  หัวหน้าฝ่ายปกครองจอมบงการที่เย่อหยิ่งปากร้ายคนเก่าหายไป  แล้ววันหนึ่งพวกเพื่อนร่วมงานก็ถามขึ้นว่า  “เอ...นาเฮดคนเก่าที่เรารู้จักหายไปไหนนะ”

เธอเองอยากจะตอบว่า  “นาเฮดคนที่คุณรู้จักน่ะ  ตายไปแล้ว  และคนที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้านี้เป็นลูกสาวของพระคริสต์”

แต่เธอทำได้เพียงแค่ยิ้มและกล่าวว่า  “ตอนนี้ฉันรู้จักพระเจ้าดีขึ้น  และนั่นทำให้ฉันเปลี่ยนไป  สิ่งที่เก่า ๆ  ก็ล่วงไปแล้ว  ฉันต้องการมีชีวิตใหม่”



รูปภาพ

พระเจ้ายังคงตรัสกับนาเฮดผ่านนิมิต  ภาพ  และความฝันอยู่  มันเป็นวิธีที่พระองค์ทรงใช้สอนและบอกเธอว่า  มีอะไรรอเธออยู่เบื้องหน้า  ต้นปี  1989  พระเจ้าทรงให้เธอเกิดความรู้สึกชัดเจนว่า  พระเยซูคริสต์ได้ถูกทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเธอ  ขณะที่เธอกำลังใคร่ครวญเรื่องนี้  เธอก็รู้ตัวว่า  วันหนึ่งเธอจะถูกเรียกให้ไปพบกับความทุกข์ทรมานเพื่อพระองค์  เธอหวนคิดถึงทั้งปัญหาและความทุกข์ยากที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต  เธอเคยป่วยหลายครั้งแทบจะไม่มีปีไหนที่เธอไม่ต้องผ่านการผ่าตัดหรือพบอุบัติเหตุเลย  เป็นไปได้ไหมที่พระเจ้าทรงเก็บเธอไว้เพื่อพระประสงค์พิเศษบางอย่าง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 3:11 am

ชะตากรรมของคนทรยศศาสนา

การเปลี่ยนความเชื่อมาเป็นคริสตชนในประเทศอิสลามอย่างอียิปต์นั้นเท่ากับนำภัยมาให้ตัวเอง  เพราะกลุ่มหัวรุนแรงพยายามทำให้ประชากรทั้งหมดเป็นอิสลามตามแบบอย่างของพวกเขา หลายสัปดาห์ต่อมา  นาเฮดเริ่มรู้สึกว่าคนเฝ้าประตูอพาร์ตเมนต์คอยจับตาเธอทุกฝีก้าว  ยิ่งเขาพยายามตรวจตราเธอมากเท่าไรเธอก็ยิ่งมั่นใจว่าจำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่  แต่จะไปอยู่ที่ไหนเล่า  การหาบ้านสักหลังในไคโรเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

เดือนมิถุนายนปี  1989  นาเฮดไปเยี่ยมวิหารของคาทอลิกแห่งหนึ่งกับเพื่อน มีนักบวชบางคนรู้สึกประทับใจกับเรื่องราวของเธอ  จึงขอให้นาเฮดเล่าเรื่องการพบพระคริสต์ใส่ลงไปในเทป  เพื่อว่าคนอื่น ๆ  จะได้รับพระพรจากคำพยานของเธอ  นาเฮดรู้ดีว่าการทำอย่างนี้เป็นการเสี่ยง  และเธอรีบอธิษฐานทันที  แต่ทุกคนย้ำเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า  เทปจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับและไม่มีวันออกไปจากวิหารเป็นอันขาด  ดังนั้น  เธอจึงยอมอัดคำพยานไว้ให้

รูปภาพ


แต่เมื่อเธอกลับมาทำงานที่โรงเรียนหลังจากพักร้อน  ก็รู้ทันทีว่ามีอะไรบางอย่างผิดจากที่เคย  คนที่ทำงานด้วยมีท่าทีเย็นชาและหยาบคายกับเธอ  แม้เพื่อนคริสตชนก็ดูเหมือนว่าจะสงวนท่าทีไม่เข้ามาใกล้

  “เมื่อกลับมา ทุกคนถ่มน้ำลายรดหน้าดิฉัน สบถคำสาปแช่งดิฉัน และเพื่อนคริสตชนคนหนึ่งได้มาบอกสาเหตุของเรื่องราวที่ได้เกิดขึ้น”

“เกิดอะไรขึ้น”  เธอถามแมรี

ตอนแรกแมรีไม่กล้าคุยกับเธอ  แต่ในที่สุดก็เรียกเธอไปข้าง ๆ  ตรงมุมที่ปลอดคน  “ก็เป็นเพราะเทปนะสิคะ”  แมรีกระซิบ

“เทปอะไร  เธอพูดถึงอะไรกันเนี่ย”

“เทปที่คุณพูดถึงนิมิตที่ได้เห็น  ที่คุณบันทึกเสียงไว้ที่วิหาร”

นาเฮดตกใจมาก  เทปที่เธอบันทึกไว้ให้กับนักบวชนั้น  ถูกอัดสำเนาและแจกจ่ายไปทั่วชุมชน  สิ่งที่แย่กว่านั้นก็คือ  เธอพูดถึงชื่อเพื่อนร่วมงานที่เป็นคริสตชนบางคน  บัดนี้พวกมุสลิมรู้ความลับของเธอแล้ว

ภายในยี่สิบวัน  เทปก็ถูกแจกจ่ายไปทั่วประเทศ  นาเฮดไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขอลาออกจากโรงเรียน  และก็ต้องหาอพาร์ตเมนต์ใหม่ด้วย  แต่จะไปหาที่ไหน

ดังนี้  นาเฮด  จึงต้องหลบซ่อนตัวให้พ้นจากครอบครัวและตำรวจ  เธอได้กล่าวว่า  “ใครก็ได้ที่เป็นมุสลิมสามารถเข้ามาในที่ทำงานของดิฉัน  และฆ่าดิฉันได้โดยไม่ผิดกฎหมายเลย”
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 3:17 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 3:22 am

อยู่อย่างอันตราย


ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อคริสตชนหลายคน  นาเฮดย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ  วันหนึ่งเพื่อนคริสตชนคนหนึ่งพาเธอไปเดินเล่นในที่ที่ห่างไกลผู้คน  “ฉันจำเป็นต้องคุยกับคุณนะ”

“ทำไมหรือ  มีอะไรผิดปกติหรือ”

“ฉันเพิ่งรู้มาว่าบาทหลวงที่ล้างบาปคุณถูกจับ” เพื่ออธิบาย  “และเราคิดกันว่า  คุณอาจจะโดนจับด้วย”

“โอ  พระเจ้า  โปรดยกโทษให้ลูกด้วย  พวกนั้นจะทำอะไรท่าน”

“ไม่รู้สิ  แต่ท่านไม่ใช่คนเดียวที่ถูกจับ  แมรีก็กำลังมีปัญหาเหมือนกัน”

“คุณหมายความว่าอย่างไร”

“แมรีถูกไล่ออก  และดูเหมือนว่าตำรวจคอยตามเธอทุกฝีก้าวเลย”

นาเฮดตะลึงกับข่าวนี้  เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา  ตอนนี้ชีวิตของเธอก็เหมือนคนเร่ร่อนหนีตายอยู่ตลอดเวลา


รูปภาพ

วันต่อมา  เธอเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ในโบสถ์  มีเพื่อนคนหนึ่งทำทีมานั่งคุกเข่าข้าง ๆ  และแสร้งทำเป็นอธิษฐานออกเสียง

“มีตำรวจอยู่ที่ด้านหลังคุณ  กำลังคุยกับบาทหลวงเรื่องคุณ” เขากระซิบ  “ผมคิดว่าเขาต้องการสอบสวนคุณบางเรื่อง”

“แล้วฉันจะทำอย่างไรดี”  เธอมองตรงไปข้างหน้า  แต่ใจเต้นแรง  “ฉันจะไปทางไหนดี”

“หลังแท่นบูชามีประตูหลัง  เดินไปตรงนั้น  แล้วแอบออกไปทางประตูหลัง  ไปเดี๋ยวนี้เลย  ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ด้วยนะ...พี่สาว...”

นาเฮดทำทีเดินไปที่แท่นด้านหน้าโดยไม่เหลือบตามองด้านหลังเลย  เธอคุกเข่าลงหน้าแท่น  แล้วค่อย ๆ  เคลื่อนตัวไปทางขวามือ  และหลบออกไปทางประตูนั้น  เธอเกือบหนีไม่ทัน

แล้วลูกสาวก็โทรมาหาเธอที่บ้านพัก “แม่จ๋า  ตำรวจอยู่ที่นี่  มาตามหาแม่  ลูกบอกว่า  แม่ไปพักร้อน  แม่ปลอดภัยไหม”

นาเฮดรู้ดีว่าวันเวลาในอียิปต์เหลือน้อยเต็มที  เธอกลายเป็นภาระของทุกคนที่รู้จัก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่พยายามช่วยเหลือเธอ  ครอบครัวก็กดดันเธอ  โดยพยายามให้เธอกลับไปนับถือศาสนาอิสลามอีก  เห็นชัดว่าพวกเขาไม่รีรอที่จะจัดการขั้นเด็ดขาดกับเธอ

“ข้าแต่พระเจ้า  ลูกจะทำอย่างไรดี” เธออธิษฐาน  ไม่แน่ใจกับการเดินหน้าต่อไป
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 6:42 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 3:28 am

ประเทศใหม่  ชีวิตใหม่


นาเฮดได้รับความช่วยเหลือในเวลาต่อมา  พระเจ้าทรงช่วย วันที่  27  มกราคม  1990/๒๕๓๓  หลังจาก  2  ปี  แห่งชีวิตที่อันตรายน่ากลัว.  เธอถือหนังสือเดินทางโดยใช้ชื่อใหม่  ชื่อทางศาสนาคริสต์ว่า  Phibie  Salib  และด้วยการหนีเป็นทอด ๆ  นาเฮดก็หลบหนีออกจากอียิปต์ผ่านประเทศเยอรมันมาตั้งรกรากใหม่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้สำเร็จ  ขอบพระคุณพระเจ้าที่ลูกสาวคนหนึ่งได้รับเชื่อพระคริสต์  และเดินทางมากับเธอ


      พระสงฆ์ที่ได้โปรดศีลล้างบาปให้เธอถูกจับและสุดท้ายถูกไล่ออกนอกประเทศ  เวลานี้ท่านอยู่ในประเทศอังกฤษ,  เลขานุการแมรีก็ถูกสอบสวนเช่นกัน  แต่เธอสามารถ  “เอาตัวรอด”  ไปได้.  เธออ้างกับตำรวจว่า  “ดิฉันกลัวนาเฮด  ดิฉันจึงจำเป็นต้องตอบคำถามต่างๆ  ของเธอ”.  ภายหลังเธอถูกย้ายไปเพื่อมิให้เธอมีแรงโน้มน้าวจิตใจคนรอบข้างในโรงเรียน


หมู่บ้านเล็ก ๆ  ที่นาเฮดและลูกสาวรับอนุญาตให้อยู่ในห้องพักแห่งหนึ่ง ผู้หญิงสองคนซึ่งเคยมีชีวิตที่หรูหรา  กลับต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้  ในห้องพักมีเพียงเครื่องเรือนที่จำเป็น  บนผนังห้องมีรูปไอค่อนของนักบุญบางท่านของพระศาสนจักร นิกายออร์ธอดอกซ์ คอปติก  ซึ่งเป็นพระศาสนจักรนิกายออร์ธอดอกซ์ในอียิปต์  นอกนั้นแล้วก็ไม่มีอะไร  ทั้งสองสูญเสียทุกอย่าง  ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในต่างประเทศ  ในเขตที่ห่างไกลความเจริญ  ถูกแยกออกจากคนที่พวกเขารักการจะสื่อสารกับชาวดัทช์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  เพราะภาษาดัทช์เป็นภาษาที่เข้าใจยาก  ทั้งสองจะเบื่องเพียงไรที่ไม่มีงานทำเหมือนอย่างเคย  ไม่มีรายการทีวีที่คุ้ยเคย  หรือไม่มีสิ่งอื่น ๆ  ที่ช่วยให้ไม่ต้องคิดมาก  คริสตชนท้องถิ่นพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยทั้งสอง  แต่ทุกคนต้องระวังเพราะนาเฮดยังไม่พ้นจากอันตราย

รูปภาพ


ในที่สุดเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น  นาเฮดย้ายมาอยู่ที่เมืองไลเดน  เธอเล่าถึงโบสถ์ นิกายออร์ธอดอกซ์ คอปติก  ในอัมสเตอร์ดัมที่เธอเข้าร่วมนมัสการให้เราฟังอย่างกระตือรือร้น

“ตอนนี้ฉันมีเพื่อนชาวอียิปต์อาศัยอยู่ใกล้ ๆ  ด้วย”

แล้วนาเฮดก็แบ่งปันภาระใจของเธอ  “ในอียิปต์”  เธอเล่า  “หลังจากที่ฉันกลับใจมาเชื่อพระเยซูเจ้า  พระองค์ได้ตรัสถึง กิจการ  26:16  แก่ฉัน  ‘ด้วยว่าเราได้ปรากฏแก่เจ้า  เพื่อจะตั้งเจ้าไว้ให้เป็นผู้รับใช้  และเป็นพยานถึงเหตุการณ์ซึ่งเจ้าเห็น  และถึงเหตุการณ์ที่เราจะสำแดงตัวเราเองแก่เจ้าในเวลาภายหน้า’  เวลานั้น  ฉันสงสัยว่าทั้งหมดที่พระองค์ตรัสมีความหมายว่าอย่างไร  หรือพระองค์กำลังตรัสถึงคำพยานในเทป  หรือพระองค์จะทรงใช้ฉันในทางอื่น”


“ฉันอธิษฐานเรื่องนี้มานาน  และตอนนี้ก็ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ในใจแล้วว่า  ‘ไม่  งานรับใช้ของเจ้ายังไม่จบสิ้น’  ดูเหมือนพระองค์ตรัสว่า  ‘แต่เจ้ายังไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูดกับเจ้าในนิมิตว่า  อย่ากลัวเลย  ให้มองมาที่เรา  นาเฮดเจ้ายังกลัวอยู่  เจ้ามองดูมนุษย์  แต่ตอนนี้เราขอบอกเจ้าอีกครั้งว่า  อย่ากลัวจงลุกขึ้น  เจ้าจะเป็นผู้รับใช้และเป็นพยานเพื่อเรา”
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 3:38 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 3:31 am

แลกทุกอย่างเพื่อพระคริสต์

ต่อมานาเฮดได้รับคำเชิญให้ไปเป็นพยานในอเมริกา!

เอกสารการเดินทางของเธอได้รับการอนุมัติเรียบร้อย  และเธอก็พร้อมที่จะเดินทางไปยังโบสถ์ นิกายออร์ธอดอกซ์ คอปติก สองสามแห่งในสหรัฐ  ต่อมา  เธอออกทีวีในรายการสารคดีของเนเธอร์แลนด์  เป้าหมายเพื่อนำข่าวประเสริฐไปสู่กลุ่มชาวมุสลิมในเนเธอร์แลนด์

“ในที่สุด  พระเจ้าก็ทรงตอบ!”

       และขณะนี้ล่ะ  ขณะที่  นาเฮดอยู่ในยุโรป  เธอยังมีความปลอดภัยอยู่หรือ?  เธอ ยืนยันว่า  “เปล่าเลย  แต่ดิฉันมีความไว้ใจพระวาจาขององค์พระเยซูที่ตรัสกับพวกเราว่า  “จงอย่ากลัวมนุษย์,  จงกลัวผู้ที่ฆ่าได้ทั้งกายและวิญญาณ”   (มัทธิว  10:26 – 30)”.  

       ลูกคนโตของเธอทำงานในฐานะวิศวกรไม่ค่อยสะดวกนัก  เหตุมาจากการกลับใจอันลือลั่นของ  นาเฮด ได้ออกอุบายเพื่อนำเธอกลับเข้าประเทศอียิปต์

“ไม่นานมานี้ลูกชายก็โทรมา  เขาพยายามชวนให้ฉันกลับไปอียิปต์  เขาบอกว่าถ้าฉันกลับไปเป็นมุสลิมอีกครั้ง  ทุกอย่างจะถูกลืมไปหมด  พวกเขาจะยกโทษให้ฉัน ฉันได้ทำให้ครอบครัวอับอาย  และหน้าที่ของพวกเขาก็คือ  นำให้ฉันกลับคืนไปสู่ศาสนาเดิม ฉันเข้าใจดี  แต่พอลูกชายบอกว่า  เขารักฉันและอยากให้ฉันกลับไปบ้าน  ฉันแทบขาดใจ!”

น้ำเสียงของนาเฮดแตกพร่า   นาเฮดรักลูกมาก  และการได้กลับไปอยู่บ้านเกิดเมืองนอนของตนก็ให้ความรู้สึกที่ดีกว่าแน่นอน

“ฉันจะไม่มีวันเลิกเชื่อพระเยซูคริสต์!” เธอกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า  คำพูดของเธอจับใจเหลือเกิน  เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ  ที่เธอต้องเผชิญมาโดยตลอด

       แล้วลูกคนอื่นๆ ของเธอล่ะ  ลูกสาวคนโต  MANAL  ได้รับพิธีล้างบาปและได้ออกนอกประเทศมาพร้อมกับเธอ  และได้อยู่กับเธอที่เนเธอร์แลนด์  แต่ท้อแท้ที่ต้องเจริญชีวิตอย่างยากจน,  ได้เดินทางกลับประเทศในเวลาไม่นาน ต่อมาเธอถูกจับทันทีหลังจากลงจากเครื่องบิน  และถูกส่งไปให้บิดาที่บังคับให้เธอแต่งงาน.

       สิ้นหวังด้วยความคิดที่ว่าลูกที่กำลังจะเกิดต้องเป็นมุสลิม.  ลูกสาวคนโตของเธอขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย  และได้พยายามเอาชนะใจสามีให้หย่า  และปล่อยเธอให้เป็นอิสระ.  

MANAL  ได้หวนกลับมาหาผู้เป็นมารดาที่เนเธอร์แลนด์  และได้ให้กำเนิดลูกน้อย  มารี.  จากนั้นเธอก็ได้แต่งงานกับคริสตชนคนหนึ่ง  และได้มีลูกสาวอีกคนชื่อ  ซารา

       ส่วนลูกสาวคนเล็กของ  นาเฮด  ได้แต่งงานกับชาวซาอุฯคนหนึ่ง  และได้บอกกับเพื่อนๆทุกคนว่า  มารดาของเธอตายไปแล้ว

  “ดิฉันรักชาวมุสลิม พวกเขาเป็นพี่น้องของดิฉัน  พวกเขาเป็นมารดา  บิดา  ลูกชาย  ลูกสาวของดิฉัน.  ดิฉันวอนขอพระเป็นเจ้าผู้เมตตาให้ใช้ดิฉันให้ไปหาพวกเขา. มีชาวมุสลิมหลายคนเข้าใจถึงสัจธรรม….แต่พวกเขากลัว
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 3:39 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 3:35 am

ภารกิจ

  ด้วยเหตุนี้  นาเฮด  กำลังเตรียมตัวเพื่อ  ภารกิจนี้ที่ต้องทำท่ามกลางเพื่อนร่วมศาสนาเก่าของเธอ  เธอได้เขียน  “จดหมาย”  ฉบับยาว  2  ฉบับ  เพื่อเพื่อนๆ  เหล่านี้  : 

ฉบับแรกเขียนเกี่ยวกับองค์พระเยซู

  “จาก คัมภีร์กุรอ่าน  ดิฉันพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า  องค์พระเยซูไม่ใช่เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง  และพิสูจน์อีกว่าสิ่งที่เขียนในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลถูกต้องแท้จริง

จดหมายฉบับที่  2  เขียนเกี่ยวกับพระแม่มารี  และเกี่ยวกับสตรีในศาสนาอิสลาม.

  “พระเป็นเจ้าทรงเป็นองค์เที่ยงธรรม  เป็นไปได้อย่างไรที่พระองค์ทรงปรารถนาให้สตรีเป็นสิ่งสร้างที่ด้อยกว่าบุรุษ?”

  ด้วย  นาเฮด  เองได้ตระหนักรู้ถึงความจริงของสถานภาพของสตรีในศาสนาอิสลามเมื่อตอนโตเป็น ผู้ใหญ่แล้ว  ด้วยการรับเลี้ยงดูในแวดวงมีอันจะกิน 

  นาเฮด  ต้องพบกับ “ช็อกครั้งแรก”  หลังการตายของผู้เป็นบิดาที่เป็น  “คนรวย”

  “ศาล ที่รับผิดชอบตัดสินการรับมรดกปฏิเสธรับการแสดงตัวของดิฉันคนเดียว  เพื่อให้มีผลต้องแสดงตัวกับอีกคนหนึ่งทั้งๆ  ที่ดิฉันก็บรรลุนิติภาวะแล้ว,  แต่งงานแล้ว,  มีลูกแล้ว  ตรงกันข้ามเขายอมรับการแสดงตัวของลูกชายของดิฉันคนเดียว  โดยที่เขามีอายุเพียง  16  ขวบเท่านั้น  และเมื่อมีการแบ่งมรดก  พี่ชาย  2  คนของดิฉันได้รับมรดกไปครึ่งหนึ่ง  ส่วนพี่สาวน้องสาวสี่คนรวมทั้งตัวดิฉัน  มีสิทธิเพียงอีกครึ่งที่เหลือ”

  ตาม ความคิดของ  นาเฮด  มันเรื่องจำเป็นและสำคัญที่ต้องแจ้งให้สาวๆ  ทางตะวันตกที่ต้องการแต่งงานกับชาวมุสลิม  ให้รู้ถึงผลสะท้อนที่จะตามมา  ทั้งสำหรับตัวพวกเธอเอง  ทั้งสำหรับลูกๆ  ที่จะเกิดมาด้วย  รวมทั้งแจ้งให้รู้ถึงความเป็นจริงอย่างอื่นอันเป็นส่วนเฉพาะของศาสนาอิสลาม

  พูด ถึงศาสนาอิสลามแก่ชาวยุโรปอาจเป็น  “ภารกิจ”  หนึ่งของเธอก็เป็นได้  เธอเชื่ออย่างนั้น.  เธอยืนยันว่า  “ไม่มีใครเข้าใจศาสนาอิสลาม  ถ้าเขาไม่เคยเจริญชีวิตในศาสนาอิสลามมาเลย”. 


รูปภาพ



    นัยน์ตาของเธอเป็นประกายเปล่งปลั่งเมื่อมีคำถามถึงสิ่งที่เธอได้จากความเชื่อคริสตชน

  “ดิฉันได้พบสันติ,  ความปีติอย่างไม่น่าเชื่อ  ซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อนในศาสนาอิสลาม.  คัมภีร์กุรอ่านเชิดชูความรุ่นแรง,  พระวรสารเชิดชูความรัก  รักแม้ศัตรู,  พระคริสศาสนา  เป็นชีวิตที่เหมาะสมสำหรับคนดีเหมือนเทวดา”

  NAHED  MDTWALLI  มิใช่เธอหรือที่ควรเป็นหนึ่งในโหราจารย์ที่มาจากทิศตะวันออก  เพื่อช่วยชาวตะวันตกที่ชอบสงสัย  และไม่ต้องการพระเป็นเจ้า  เพื่อจะได้ค้นพบใหม่อีกครั้งซึ่งความมั่งคั่งของชีวิตอันล้ำลึก, ชีวิตในพระเป็นเจ้า?



ที่มา
-นิตยสารแม่พระยุคใหม่
-แอนเนเก  คอมพาเนน.  ทุกข์ที่ซ่อนเร้นยินดีที่ยั่งยืน  หน้าที่ 129-140.  กรุงเทพฯ:  กนกบรรณสาร,  2001
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 3:44 am

อิสลามเป็นแบบนั้นจริงๆหรอ คำสอนทางศาสนาอ่ะ เหอๆ
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พุธ พ.ย. 25, 2009 4:18 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
Jeab Agape
~@
โพสต์: 8260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:56 pm
ที่อยู่: Bangkok

พุธ พ.ย. 25, 2009 7:26 am

ในหนังสือ คริสเตียน ที่พิมพ์ออกจำหน่าย คือ "ทุกข์ที่ซ่อนเร้นความยินดีที่หยั่งยืน"

เรื่องของนาเฮด เป็นบทหนึ่ง ที่นำมารวมกับสตรี อีก 24 คน ครับ

สำนักพิมพ์กนกบรรณาสารพิมพ์ คงมีจำหน่ายในร้านคริสเตียนทั่วไปครับ : xemo026 : : xemo026 :
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 1:04 pm

เหมือนเค้าใช้ความเด็ดขาดทางสังคมอิสลาม ป้องกันภัยคุกคากของศาสนาและวัฒนธรรมอื่นๆหรือป่าว
ภาพประจำตัวสมาชิก
เจนจิรา
โพสต์: 1168
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ธ.ค. 21, 2008 12:13 am

พุธ พ.ย. 25, 2009 5:35 pm

ทำไม ชาว orthodox ถึงโดนเบียดเบียน ไม่เลิก ครั้งแรกโดนพวก อิสลามยึดกรุง constantine  อีกครั้ง ก็คอมมิวนิสต์ แล้วนี่ จะเอาอะไรอีกละ  เมือง อเล็กซานเดรีย ที่อียิป มีพระศาสนาจักร โบราณ โดย นักบุญ มาระโก ที่ท่านได้เป็น สักขีมรณะ แล้วอยู่ดีๆ อิสลามก็เข้ามายึดและบังคับชาวคริสต์ ให้เปลี่ยนศาสนาเป็น อิสลามให้หมด แย่จริงๆ  ลูกหลาน อิสมาเอล
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 9:11 pm

jacky เขียน: ทำไม ชาว orthodox ถึงโดนเบียดเบียน ไม่เลิก ครั้งแรกโดนพวก อิสลามยึดกรุง constantine   อีกครั้ง ก็คอมมิวนิสต์ แล้วนี่ จะเอาอะไรอีกละ  เมือง อเล็กซานเดรีย ที่อียิป มีพระศาสนาจักร โบราณ โดย นักบุญ มาระโก ที่ท่านได้เป็น สักขีมรณะ แล้วอยู่ดีๆ อิสลามก็เข้ามายึดและบังคับชาวคริสต์ ให้เปลี่ยนศาสนาเป็น อิสลามให้หมด แย่จริงๆ  ลูกหลาน อิสมาเอล
เราก็ต้องอธิษฐานให้พระกาย ไม่ว่าจะจารีตออกหรือตก หรือ ไม่ตกไม่ออก(โปร)
ขืนมัวแต่แบ่งแยก ยึดมั่นแต่ตก  เดี๋ยว บ่าจะเอียงข้างได้
เพราะมันก็โดนเบียดเบียนทั้งนั้น เราจึงต้องสวดให้กันและกัน

พลังรักสร้างสามัคคี  : xemo026 :
ภาพประจำตัวสมาชิก
เจนจิรา
โพสต์: 1168
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ธ.ค. 21, 2008 12:13 am

พุธ พ.ย. 25, 2009 9:36 pm

BoYz - The Series เขียน:
jacky เขียน: ทำไม ชาว orthodox ถึงโดนเบียดเบียน ไม่เลิก ครั้งแรกโดนพวก อิสลามยึดกรุง constantine   อีกครั้ง ก็คอมมิวนิสต์ แล้วนี่ จะเอาอะไรอีกละ  เมือง อเล็กซานเดรีย ที่อียิป มีพระศาสนาจักร โบราณ โดย นักบุญ มาระโก ที่ท่านได้เป็น สักขีมรณะ แล้วอยู่ดีๆ อิสลามก็เข้ามายึดและบังคับชาวคริสต์ ให้เปลี่ยนศาสนาเป็น อิสลามให้หมด แย่จริงๆ  ลูกหลาน อิสมาเอล
เราก็ต้องอธิษฐานให้พระกาย ไม่ว่าจะจารีตออกหรือตก หรือ ไม่ตกไม่ออก(โปร)
ขืนมัวแต่แบ่งแยก ยึดมั่นแต่ตก  เดี๋ยว บ่าจะเอียงข้างได้
เพราะมันก็โดนเบียดเบียนทั้งนั้น เราจึงต้องสวดให้กันและกัน

พลังรักสร้างสามัคคี  : xemo026 :
ทราบค่ะ คุณบอย แต่ตอนนี้ ที่อียิป โดนเบียดเบียน ตามบทความ เราควร สวดภาวนา ให้เขา
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

พุธ พ.ย. 25, 2009 9:45 pm

jacky เขียน: ทราบค่ะ คุณบอย แต่ตอนนี้ ที่อียิป โดนเบียดเบียน ตามบทความ เราควร สวดภาวนา ให้เขา
ครับ เราควรสวดให้ ไม่ว่าที่นั่นจะมีพี่น้องคาทอลิก หรือโปรเตสแตน(อาจจะมีก็ได้ เราไม่รู้)
น่าเห็นใจครับ มากๆจริงๆ

ผมเชื่อว่า สุดท้ายแล้ว อาณาจักรพระองค์จะมาตั้งอยู่... ความรักและการดูแลพระองค์ได้มาถึงแล้ว

โดยความเชื่อผมแล้ว ผมเรียกพวกเขา ทั้ง 3 นิกายหลัก ว่า คริสเตียน หรือคริสตชน ครับ  : xemo026 :
เพราะพวกเขาคือลูกที่แท้จริงของพระองค์ทุกๆคน ไม่ว่าจะดำ หรือขาว หรือขาวๆดำๆ(อันนี้โรคผิวหนังละ)  : emo056 :
ภาพประจำตัวสมาชิก
เลย์
โพสต์: 1845
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 05, 2009 12:27 am
ที่อยู่: ในอ้อมพระหัตถ์พระเป็นเจ้า
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. พ.ย. 26, 2009 12:29 pm

เราควรสวดภาวนาให้พวกเขาครับ  : xemo016 :
Viridian
โพสต์: 2762
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 30, 2008 11:40 pm

พฤหัสฯ. พ.ย. 26, 2009 1:56 pm

ขอบคุณพี่โฮลี่มากค่ะ ::001::
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

อาทิตย์ พ.ย. 29, 2009 3:18 am

Valkyrie_chan เขียน: ขอสารภาพบาปที่กระทู้นี้ได้ไหมคะ

ยอมรับว่าตอนที่อ่าน รู้สึกโกรธแค้นพวกมุสลิมและอียิปต์ และพยายามนึกหน้านายมะหะหมัดในใจ (แต่นึกไม่ออกเพราะจำไม่ได้ เหมือนไม่เคยเห็นรูป ไม่ก็ลืมไปแล้ว)

แล้วอยากขอดาบเล่มใหม่จากองค์พระผู้เป็นเจ้า หรือเป็นหุ่นไซบัสเตอร์สักเครื่องก็ยังดี จะได้บินไปช่วยพวกพี่น้องและจัดการศัตรูทีเดียวหมด

ความรู้สึกมันไปเองเลยขณะที่อ่าน จริง ๆ ก็เป็นประจำอยู่แล้วนี่นะ เรื่องแค้นแทนคนอื่นเนี่ย
อย่าแค้นครับ นาเฮดเพิ่งบอกเราในบทความว่า เธอเองเปลี่ยนแปลงตัวเองหลังจากเป็นลูกสาวพระคริสต์ จากหญิงแก่ชอบเหวี่ยง เป็นสาวใหญ่ใจดี เราเองก็เช่นกัน ก่อนจะขออะไรพระเจ้าแบบนั้น เราต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นลูกพระองค์ โดยการแสดงความรักแก่คนรอบข้างซะก่อนครับ แล้วยิ่งถ้าเราคิดว่าเขาเป็นศัตรู เราต้องพยายามรักเขาครับ แม้จะยาก แต่ต้องพยายาม

ขอพระเจ้าอวยพร
s.gabriel
โพสต์: 1011
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 27, 2009 2:21 pm

เสาร์ ก.ค. 23, 2011 10:21 am

เรื่องนี้คงเป็นแผนการณ์ของพระเจ้า เรามีแค่หน้าที่สวดภาวนาอ้อนวอนต่อพระเป็นเจ้า
ให้พระองค์ทำงานในกลุ่มพวกที่ต่อต้าน กดขี่ข่มเหงคริสตชนทั้งหลาย
ให้มีใจเมตตาและกลับมาเชื่อในพระองค์

***แต่ความสงสัยผมก็ยังคงมีอยู่ ว่าทำไมพระ ไม่จัดการทุกอย่างให้ดีพร้อม แต่นั่นก็คงเป็นเหตุผลของพระอีกนั่นแหละ อยากที่มนุษย์อย่างพวกเราจะเข้าใจในแผนการณ์ของพระองค์
สถานการณ์สร้างคน สร้างนักบุญก็ไม่แปลก ถ้าไม่มีเรื่องราวต่างๆขึ้นมา ในชีวิตเรา มนุษย์คงไม่รู้จักคำว่าความลำบาก ความอดทน ความรัก การให้อภัย
ข้าพเจ้าขอสรรเสริญพระองค์ในความปราดเปรื่องของพระองค์ *****
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3835
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

เสาร์ ส.ค. 18, 2012 10:03 pm

เป็นเรื่องที่น่าอ่านมาก พระเรียกทุกคนแม้จะต่างความเชื่อ
ให้มาเป็นพยานยืนยันถึงพระองค์
... :s012: ...
ภาพประจำตัวสมาชิก
sunofgod
โพสต์: 2481
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 18, 2011 8:17 pm

อาทิตย์ ส.ค. 19, 2012 5:57 pm

อ่านแล้วสนุกมาก :s012:
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ เม.ย. 23, 2021 2:36 am

คลิปสัมภาษณ์นะเฮด

https://www.dailymotion.com/video/xbv0p3
ตอบกลับโพส