บทความเสริมศรัทธา อาทิตย์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา 12 กรกฎาคม 2020

ถาม-ตอบพระคัมภีร์ เรื่องเสริมศรัทธา ความรู้ และสาระ บทความ ในคริสตศาสนา
ตอบกลับโพส
Yan Agape
โพสต์: 598
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

เสาร์ ก.ค. 11, 2020 9:40 am

สวัสดีครับ วันนี้ผมขอเสนอบทความเสริมศรัทธา อาทิตย์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา 12 กรกฎาคม 2020 จาก " การรณรงค์ที่ยิ่งใหญ่แห่งพระเมตตา" ประกาศยืนยันของ คุณคาทาลินา ริวาส ( From The Great Crusade of Mercy Testimony of Catalina Rivas Preface - Pg 1: 6-7)

6) ด้วยพระคัมภีร์ในมือ เราต้องถามตัวเองว่า เป็นไปได้มั้ย ที่เมล็ดที่ดีถูกสะกดกลั้นด้วยแกลบ
เป็นไปได้มั้ย ที่พระวาจาของพระเป็นเจ้าถูกกักขังในกลุ่มหนาม หรือว่าที่จริงแล้วมันได้ถูกจิกไปด้วยบรรดานกที่ไร้ยางอาย มีจำนวนเมล็ดที่หล่นบนดินดีแล้วให้ผลมีจำนวนน้อยนิดสักปานใดหนอ ( ลูกา 8:5-15) พระเป็นเจ้าทรงบอกพวกเราด้วยเหตุผลว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นจํานวนมากของพระวาจาของพระองค์ที่ทรงหว่านได้ถูกกักขังด้วยความห่วงกังวลของความรํ่ารวยและสุขสบายของชีวิตของเรา (ลูกา 8:14)

มนุษย์ถูกทรมานและเป็นทาสของความกระตือรือร้นของตัวเองต่อความสุขสบายและความสับสนด้วยลัทธิที่ผู้อื่นได้แต่งตั้งขึ้น พวกเขาเลยไม่มีที่ว่างในชีวิตของเขาต่อพระวาจาของพระผู้เป็นเจ้า เราต้องยอมรับความจริงว่า แม้มนุษย์จะมีความไม่ซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก พระเป็นเจ้าทรงหว่านเมล็ดของพระองค์ตลอดเวลา เหมือนที่ทรงทําเมื่อวานนี้และในอดีต

ดินมีหลายชนิด บ้างเป็นกรวดเป็นหิน บ้างเป็นพุ่มเป็นหนาม บ้างถูกทุบแบนราบ บ้างถูกเหยียบย่ำ บ้างเย็นหนาว ท้ายสุดอุดมสมบูรณ์ที่บรรจุความพร้อมเพรียงคอยต้อนรับเมล็ด
มัทธิว 13:1-23
13 1วันเดียวกันนั้นพระเยซูเจ้าเสด็จออกจากบ้านมาประทับที่ริมทะเลสาบ 2ประชาชนจำนวนมากมาเฝ้าพระองค์ พระองค์จึงเสด็จไปประทับอยู่ในเรือ ส่วนประชาชนยืนอยู่บนฝั่ง 3พระองค์ตรัสสอนเขาหลายเรื่องเป็นอุปมา
อุปมาเรื่องผู้หว่าน
พระองค์ตรัสว่า “จงฟังเถิด ชายคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช 4ขณะที่เขากำลังหว่านอยู่นั้น บางเมล็ดตกอยู่ริมทางเดิน นกก็จิกกินจนหมด 5บางเมล็ดตกบนพื้นหินที่มีดินเล็กน้อย ก็งอกขึ้นทันทีเพราะดินไม่ลึก 6แต่เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ก็ถูกเผาและเหี่ยวแห้งไปเพราะไม่มีราก 7บางเมล็ดตกในพงหนาม ต้นหนามก็ขึ้นคลุมไว้ ทำให้เหี่ยวเฉาตายไป 8บางเมล็ดตกในที่ดินดี จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง 9ใครมีหูก็จงฟังเถิด”
เหตุผลที่พระเยซูเจ้าตรัสเป็นอุปมา
10บรรดาศิษย์เข้ามาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “ทำไมพระองค์ตรัสแก่พวกเขาเป็นอุปมาเล่า” 11พระองค์ทรงตอบว่า “พระเจ้าประทานธรรมล้ำลึกเรื่องอาณาจักรสวรรค์ให้ท่านทั้งหลายรู้ แต่ไม่ได้ประทานให้แก่ผู้อื่น 12เพราะผู้ที่มีมากจะได้รับมากขึ้นจนเหลือเฟือ ส่วนผู้ที่มีน้อย จะถูกริบสิ่งเล็กน้อยที่มีไปด้วย 13เพราะฉะนั้น เรากล่าวแก่คนเหล่านี้เป็นอุปมา ถึงพวกเขามองดู ก็ไม่เห็น ถึงฟังก็ไม่ได้ยินและไม่เข้าใจ 14สำหรับคนเหล่านี้ คำทำนายของประกาศกอิสยาห์ก็เป็นความจริง ที่ว่า ท่านทั้งหลายจะฟังแล้วฟังเล่า แต่จะไม่เข้าใจ
จะมองแล้วมองเล่า แต่จะไม่เห็น 15เพราะจิตใจของประชาชนนี้แข็งกระด้าง เขาทำหูทวนลม และปิดตาเสีย
เพื่อไม่ต้องมองด้วยตา ไม่ต้องฟังด้วยหูจะได้ไม่เข้าใจจะได้ไม่ต้องกลับใจ เราจะได้ไม่ต้องรักษาเขา
16“ส่วนท่านทั้งหลาย ตาของท่านเป็นสุขที่มองเห็น หูของท่านเป็นสุขที่ได้ฟัง 17เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ประกาศกและผู้ชอบธรรมจำนวนมากปรารถนาจะเห็นสิ่งที่ท่านได้เห็นอยู่ แต่ก็ไม่ได้เห็น ปรารถนาจะได้ฟังสิ่งที่ท่านฟังอยู่ แต่ก็ไม่ได้ฟัง
คำอธิบายอุปมาเรื่องผู้หว่าน
18“เพราะฉะนั้น จงฟังความหมายของอุปมาเรื่องผู้หว่านเถิด 19เมื่อคนหนึ่งฟังพระวาจาเรื่องพระอาณาจักรและไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาและถอนสิ่งที่หว่านลงในใจของเขาไปเสีย นั่นได้แก่ เมล็ดที่ตกริมทาง 20เมล็ดที่ตกบนหินคือผู้ฟังพระวาจาและมีความยินดีรับไว้ทันที 21แต่เขาไม่มีรากในตัว จึงไม่มั่นคง เมื่อเผชิญความยากลำบากหรือถูกเบียดเบียนเพราะพระวาจานั้น เขาก็ยอมแพ้ทันที 22เมล็ดที่ตกในพงหนามหมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจา แต่ความวุ่นวายในทางโลก ความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ เข้ามาบดบังพระวาจาไว้ จึงไม่เกิดผล 23ส่วนเมล็ดที่หว่านลงในดินดี หมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจาและเข้าใจ จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”

SUNDAY JULY 12, 2020 – FIFTEENTH SUNDAY IN ORDINARY TIME
Gospel - MT 13:1-23
On that day, Jesus went out of the house and sat down by the sea. Such large crowds gathered around him that he got into a boat and sat down, and the whole crowd stood along the shore. And he spoke to them at length in parables, saying:
“A sower went out to sow. And as he sowed, some seed fell on the path, and birds came and ate it up. Some fell on rocky ground, where it had little soil. It sprang up at once because the soil was not deep, and when the sun rose it was scorched, and it withered for lack of roots. Some seed fell among thorns, and the thorns grew up and choked it. But some seed fell on rich soil, and produced fruit, a hundred or sixty or thirtyfold. Whoever has ears ought to hear.”

The disciples approached him and said, “Why do you speak to them in parables?” He said to them in reply,
“Because knowledge of the mysteries of the kingdom of heaven has been granted to you, but to them it has not been granted. To anyone who has, more will be given and he will grow rich; from anyone who has not, even what he has will be taken away. This is why I speak to them in parables, because they look but do not see and hear but do not listen or understand.
Isaiah’s prophecy is fulfilled in them, which says: You shall indeed hear but not understand, you shall indeed look but never see. Gross is the heart of this people, they will hardly hear with their ears, they have closed their eyes, lest they see with their eyes and hear with their ears and understand with their hearts and be converted, and I heal them.

“But blessed are your eyes, because they see, and your ears, because they hear.
Amen, I say to you, many prophets and righteous people longed to see what you see but did not see it, and to hear what you hear but did not hear it.

“Hear then the parable of the sower.
The seed sown on the path is the one who hears the word of the kingdom without understanding it, and the evil one comes and steals away what was sown in his heart. The seed sown on rocky ground is the one who hears the word and receives it at once with joy. But he has no root and lasts only for a time. When some tribulation or persecution comes because of the word, he immediately falls away. The seed sown among thorns is the one who hears the word, but then worldly anxiety and the lure of riches choke the word and it bears no fruit. But the seed sown on rich soil is the one who hears the word and understands it, who indeed bears fruit and yields a hundred or sixty or thirtyfold.”
The Catechism of the Catholic Church
2707 There are as many and varied methods of meditation as there are spiritual masters. Christians owe it to themselves to develop the desire to meditate regularly, lest they come to resemble the three first kinds of soil in the parable of the sower. But a method is only a guide; the important thing is to advance, with the Holy Spirit, along the one way of prayer: Christ Jesus.
From “Great Crusade of Mercy” Testimony of Catalina Rivas (Preface-Pg.1:6-7)
6) We need to ask ourselves, with the Gospel in hand, if the good seed has been stifled by the chaff; if the seed of the Word of God is still imprisoned amidst the thorns, or if in truth, it has been snatched away by “unscrupulous birds.” How few were the seeds that fell on good soil and succeeded to bear fruit! (Cf. Luke 8: 5-15).

The Lord has plenty of reason to report to us that a good portion of that seed of the Word sowed by Him has been stifled by our concerns for the riches and the pleasures of life (Luke 8:14). Human beings tormented and enslaved by their eagerness for well-being, and confused by ideologies invented by others, may no longer leave space in their lives for the Word.

7) We have to acknowledge the fact that in spite of so much unfaithfulness on the part of human beings, the Lord – as He did yesterday, – continues sowing His Word. There are always variations in soil. Some is rocky; some is thorny; some is flattened, exposed to being tread upon and some is cold. Finally, some is fertile, containing the conditions for welcoming the seed.
ตอบกลับโพส