“มารู้จักพระจิตเจ้ากันอีกครั้งเถอะครับ”

ถาม-ตอบพระคัมภีร์ เรื่องเสริมศรัทธา ความรู้ และสาระ บทความ ในคริสตศาสนา
ตอบกลับโพส
Yan Agape
โพสต์: 715
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

เสาร์ พ.ค. 22, 2021 2:48 pm

“มารู้จักพระจิตเจ้ากันอีกครั้งเถอะครับ”

สวัสดีครับ วันนี้เป็นวันศุกร์ 21 พฤษภาคม 2021 (ก่อนวันอาทิตย์สมโภชพระจิตเจ้า) ของสหรัฐอเมริกา วัดพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ เมืองเลซี่ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา มีมิสซาพิธีโปรดศีลกําลัง เวลา 18:30 น ประธาน พระสังฆราชแดเนียล มอคคินบอร์ค ผู้ช่วยคุณพ่อทิม อัลเลน และสังฆนุกร แทรี่ บาร์เบอร์

ผู้รับศีลกําลัง: วัยรุ่นชายหญิง 30 คน หนุ่ม 1 คน สาว 1 คน = 32 คน

คําเทศน์ที่กินใจ: การรับพระจิตเจ้านี้ก็คือการรับพระจิตเจ้าองค์เดียวกับที่พระแม่มารีย์และอัครสาวกได้รับเมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้ว พระพรของพระจิตเจ้าที่ทรงมอบให้แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน พระพรเหล่านี้จะผลิดอกออกผลในแต่ละช่วงชีวิตของแต่ละคน ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นนักบวชชายหญิง สามีหรือภรรยาในอนาคต

การเตรียมรับศีลกําลัง: ทีมงานฆราวาสของวัด สอนและอบรมทางอินเตอร์เนต ซูม (วีดีโอ ภาพ เสียง) ที่ทีมงานต้องเรียนรู้ในช่วงมหาภัยของโควิด-19 ประธานสารภาพว่าวัยรุ่นสอนให้ใช้สิ่งเหล่านี้เพราะบางทีไม่มีเสียง เด็กต้องบอกให้เปิดลําโพงที่ปิดไว้ เรียกเสียงฮาลั่นวัด



***โพสต์ที่นี่ วันศุกร์ 14 กุมภาพันธ์ 2014 ใต้หัวข้อ "มารู้จักพระจิตเจ้ากันเถอะครับ"***

ศูนย์กลางแห่งความเชื่อในพระศาสนาจักรโรมันคาทอลิกก็คือ “พระตรีเอกภาพ” สามพระองค์ในพระเป็นเจ้าองค์เดียวกัน พระบิดา พระบุตร พระจิต
พระศาสนจักรสอนพวกเราว่าพระบิดาส่งพระบุตรมาเพื่อพาเรากลับบ้านไปหาพระองค์และยังส่งพระจิตมานำเราบนหนทางกลับสู่บ้านพระบิดา พระศาสนจักรจัดการสมโภชเฉลิมฉลองปี 1997 เป็นการเทิดพระเกียติยกถวายแด่พระบุตร พระเยซูเจ้า ปี 1998 แด่พระจิต และปี 1999 แด่พระบิดา

การไถ่บาปของมวลมนุษย์นี้บังเกิดขึ้นได้ด้วยมนุษย์ 2 คน ชาวยิวมีส่วนร่วมด้วยความเชื่อความวางใจ ความรักต่อพระเป็นเจ้า อย่างสิ้นสุดจิตใจ สิ้นสุดชีวิตและสิ้นสุดวิญญาณ

พระแม่มารีพรหมจารีนิรันดร ผู้มีความกล้าหาญชาญชัยตอบรับคำเชิญของพระเป็นเจ้าให้เป็นพระมารดาของพระองค์ให้กำเนิดพระบุตร พระเยซูเจ้าด้วยพระศักดาของพระจิต เสี่ยงต่อการถูกสบประมาทเหยียดหยามและการลงโทษที่อาจถึงตาย ผิดกฎหมายที่ตั้งท้องนอกสมรส

นักบุญโยแซฟ สายโลหิตของกษัตย์ดาวิด คู่หมั้นของพระแม่มารี ที่เชื่อเทวดาที่อธิบายการตั้งท้องของพระแม่ด้วยพระศักดาของพระจิต ถือศีลพรหมจรรย์ตลอดชีพ เป็นหัวหน้าครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ปกป้อง เลี้ยงดู พระแม่มารี และ พระเยซูเจ้า ทำให้พระองค์เป็นผู้สืบสายโลหิตของกษัตย์ดาวิด สมดังที่ประกาศกได้ทำนายกล่าวถึงมาตลอด

และสุดยอดของการเสียสละในการไถ่บาปของมวลมนุษย์นี้ก็คือพระบุตร พระเยซูเจ้าที่ทรงน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดา เสด็จลงมาจากสวรรค์ บังเกิดเป็นมนุษย์ จากพระแม่มารีด้วยพระศักดาของพระจิตเจ้า

โรมันคาทอลิกทุกคนมีบุญที่รักเคารพ ศรัทธาต่อพระแม่มารี พระมารดาของพระเป็นเจ้า แม่พาเรามาหาพระเยซูเจ้า พระบุตร พระเยซูเจ้าพาเรามาหาพระบิดา และเชิญพระจิตให้ทรงนำทาง ประทานความสว่าง ช่วยเหลือพวกเราในการเดินทางกลับบ้านของพระบิดาเจ้า

วันนี้ผมจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพระจิตเจ้าพระเป็นเจ้าหนึ่งเดียวกับพระบิดาและพระบุตร (พระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ของมวลมนุษยชาติ) ซึ่งบางครั้งพวกเราโรมันคาทอลิก อาจจะไม่ให้ความสนใจ สนิทสนมกับพระองค์ เพราะความเคยชิน มองผ่านความสำคัญของพระเป็นเจ้า พระวิญญาณ พระลมปราณอันศักดิ์สิทธิ์ ทรงพระเดชานุภาพ ของพระบิดาและพระบุตร ทรงทำทุกอย่างให้สำเร็จผลตามพระประสงค์ขององค์พระเป็นเจ้า พระตรีเอกภาพ สามพระองค์หนึ่งเดียว ผู้ทรงศักดา สร้างคุณพี่เทวดา มวลมนุษย์ ทุกสรรพสิ่งในผลงานการสร้างของพระองค์

ในพระธรรมใหม่ได้กล่าวถึงพระจิตเจ้าหลายครั้งหลายหน ซึ่งผมจะยกตัวอย่างให้คุณผู้อ่านได้รับทราบดังต่อไปนี้ครับ

มัทธิว 1:20 ขณะที่โยเซฟกำลังนึกถึงเรื่องนี้อยู่ ทูตสวรรค์ของพระผู้เป็นเจ้าก็มาเข้าฝันกล่าวว่า “โยเซฟ โอรสกษัตริย์ดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีมาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะเด็กที่ปฏิสนธิในครรภ์ของนางนั้นมาจากพระจิตเจ้า”

มัทธิว 3:16:17 เมื่อพระเยซูเจ้าเข้ารับพิธีล้างแล้วเสด็จขึ้นจากน้ำ ทันใดนั้น ท้องฟ้าเปิดออก พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระจิตของพระเจ้าเสด็จลงมาเหนือพระองค์ดุจนกพิราบ และมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเราเป็นที่โปรดปรานของเรา”

มัทธิว 12:31:37 เราบอกท่านทั้งหลายว่า มนุษย์จะได้รับการอภัยบาปทุกชนิด รวมทั้งคำดูหมิ่นพระเจ้าด้วย แต่คำดูหมิ่นพระจิตเจ้าไม่ได้รับการอภัยเลย ใครที่กล่าวร้ายต่อบุตรแห่งมนุษย์จะได้รับการอภัย แต่ใครที่กล่าวร้ายต่อพระจิตของพระเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

มัทธิว 28:19 เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเราทำพิธีล้างบาปให้เขา เดชะพระนามพระบิด พระบุตร และพระจิต

ลูกา 10:21 ในเวลานั้นพระเยซูเจ้าทรงปลาบปลื้มพระทัย เดชะพระจิตเจ้าตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดาเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ที่พระองค์ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้จากบรรดาผู้ปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย ถูกแล้วพระบิดาเจ้าข้า พระองค์พอพระทัยเช่นนั้น พระบิดาทรงมอบทุกสิ่งแก่ข้าพเจ้าไม่มีใครรู้ว่าพระบุตรเป็นใครนอกจากพระบิดาและไม่มีใครรู้ว่าพระบิดาเป็นใครนอกจากพระบุตรและผู้ที่พระบุตรทรงเปิดเผยให้รู้”

ยอห์น 14:16-17 และเราจะวอนขอพระบิดาแล้วพระองค์จะประทานผู้ช่วยเหลืออีกองค์หนึ่งให้ท่านเพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไปคือ พระจิตแห่งความจริงซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้เพราะมองพระองค์ไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์ แต่ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่กับท่านและอยู่ในท่าน

ยอห์น 15:26 เมื่อพระผู้ช่วยเหลือซึ่งเราจะส่งมาจากพระบิดา จะเสด็จมาคือพระจิตแห่งความจริง ผู้ทรงเนื่องมาจากพระบิดา พระองค์ทรงเป็นพยานให้เรา ท่านทั้งหลายก็จะเป็นพยานให้เราด้วยเพราะท่านอยู่กับเรามาตั้งแต่แรกแล้ว

ยอห์น 16:7 เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ที่เราไปนั้นก็เป็นประโยชน์กับท่าน เพราะถ้าเราไม่ไป พระผู้ช่วยเหลือก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน แต่ถ้าเราไป เราจะส่งพระองค์มาหาท่าน

ยอห์น 16:13 เมื่อพระจิตแห่งความจริงเสด็จมา พระองค์จะทรงนำท่านไปสู่ความจริงทั้งมวล พระองค์จะไม่ทรงตรัสโดยพระองค์เอง แต่จะตรัสทุกสิ่งที่ทรงได้ฟังมาและทรงแจ้งให้ท่านรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ยอห์น 20:22 ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า จงรับพระจิตเจ้าเถิด


บางครั้ง ความเคยชินของพวกเราโรมันคาทอลิกทำให้ไม่สนใจกับความหมาย สัญลักษณ์ของพระตรีเอกภาพ เริ่มต้นด้วยการทำสำคัญมหากางเขน เพราะทำเป็นประจำ จิตใจไม่มีสมาธิ มีสติ รับรู้ถึงความหมายสำคัญ

ความหมายการทำสำคัญมหากางเขนมีดังนี้ครับ

- เดชะพระนามพระบิดา: แตะที่หน้าผาก เป็นการนมัสการแด่พระเป็นเจ้าสูงสุดคือ องค์พระบิดา เดชะหมายถึง การนบนอบในการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด
- และพระบุตร: แตะที่กลางอก หมายถึงหัวใจขององค์พระบุตร
- และพระจิต: แต่ที่ไหล่ทั้งสองข้าง หมายถึงพละกำลังขององค์พระจิตเจ้า
- อาเเมน: สาธุ/ขอให้เป็นไปเช่นนั้น/การยอมรับในสิ่งที่กล่าว/เห็นด้วย

การทำสำคัญมหากางเขนของโรมันคาทอลิกนี้ เป็นการเริ่มต้นและลงท้ายในการสวดส่วนตัวหรือร่วมสวดในครอบครัว สาธุชนพี่น้องในมหาบูชามิสซากราบขอบพระคุณพระเป็นเจ้าและในพิธีกรรมต่างๆ รวมถึงศีลศักดิ์สิทธิ์ 7 ศีล ซึ่งพระจิตเจ้าทรงเป็นหลักประทานความสว่างนำทางอันประกอบด้วย

1. ศีลล้างบาป (Baptism): เกิด (ทารกหรือผู้ใหญ่)
2. ศีลมหาสนิท (Holy Eucharist): อาหารฝ่ายวิญญาณ
3. ศีลกำลัง (Confirmation): เติบโต
4. ศีลอภัยบาป (Penance): การบำบัดรักษา
5. ศีลเจิมคนไข้ (Anointing of the Sick): ฟื้นฟู
6. ศีลสมรส (Matrimony): ความต้องการมีครอบครัว
7. ศีลบวช (Holy Orders): ความต้องการผู้นำ

ศีลล้างบาป ศีลมหาสนิท และศีลกำลัง เป็นศีลจัดในประเภทแรกเริ่ม (The Sacraments of Initiation)

ศีลอภัยบาปและศีลเจิมคนไข้ เป็นศีลจัดในประเภทความเมตตา (The Sacraments of Mercy)

ศีลสมรส และศีลบวช เป็นศีลจัดในประเภทเพื่อส่วนรวม (The Sacraments of Community)

ศีลกำลังเป็นศีลที่พระจิตเจ้าทรงเสด็จลงมาในตัวของผู้รับศีล พระบิดาและพระบุตรทรงเสด็จตามมาเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนกับที่ทรงเสด็จมาใน “เพนเตคอส” (Pentecost = วันที่ 50) ประทับในตัวพระแม่มารีและอัครสาวก 12 องค์ ในวันที่ 50 หลังจากฟื้นคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้าพระผู้ไถ่ และ 10 วันหลังจากวันเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระองค์

ผลของการรับศีลกำลังจะทำให้ได้รับพระพร 7 ประการของพระจิตเจ้าและ 12 ผลผลิตของพระองค์ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของผู้รับในวัย 12-16 ปี เลือดลมสูบฉีด จิตใจ ความรู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งที่ผ่าน สัมผัสเข้ามา ทางตา หู จมูก ปาก มือ เท้า ฮอร์โมน (Hormone) ความคิดจิตนาการ พลุ่งพล่าน เป็นอันตรายต่อจิตวิญญาณ มีแนวโน้มจะพาทำบาป พ่ายแพ้การประจญของฝ่ายเนื้อหนัง ผิดศีลธรรม โดยเฉพาะกระแสสังคมที่เต็มไปด้วยบาปในโลกปัจจุบัน

พระพร 7 ประการของพระจิตเจ้าดังนี้ครับ

1. พระดำริ หรือปรีชาญาน ให้เราได้สามารถเข้าใจถึงน้ำพระทัยของพระที่มีต่อเราอย่างผู้ที่ฉลาด
2. สติปัญญา ให้เราได้สามารถเข้าใจถึงความลึกลับ และความจริงของข้อคำสอน
3. ความคิดอ่าน ให้เรารู้จักแยกแยะ วิเคราะห์ ตัดสิน และปฏิบัติอย่างเหมาะสมถูกต้อง
4. พละกำลัง ให้เรามีพลังที่จะต่อสู้กับความยากลำบาก และการถูกประจญ
5. ความรู้ ให้เราสามารถมีความเข้าใจในคำสอนและข้อความเชื่อทั้งทางโลกและทางธรรม
6. ความยำเกรงพระเจ้า ให้เรามีความเคารพ ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อหน้าพระเสมอ
7. ความศรัทธา ให้เรามีความรัก เลื่อมใสศรัทธา ผูกพัน และวางใจในพระเสมอ
(Wisdom, Knowledge, Understanding, Counsel, Fortitude, Fear of the Lord and Piety)

12 ผลผลิตของพระจิตเจ้ามีดังนี้ครับ

ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความสุขสดชื่น สันติสุข เยือกเย็น อ่อนโยน ดีงาม ความทุกข์ทรมานอันยาวนาน นุ่มนวล ความเชื่อ ถ่อมตน ควบคุมตัวเอง พรหมจรรย์ (Charity, Joy, Peace, Patience, Benignity, Goodness, Long-Suffering, Mildness, Faith, Modesty, Contingency and Chastity)

คุณผู้อ่านอาจจะมีความรู้สึกทะแม่งๆ เมื่ออ่าน “ความทุกข์ทรมานอันยาวนาน/Long- Suffering”: พระจิตเจ้าทรงให้กำลังใจ ไม่ให้ท้อถอย เปิดโอกาสให้ได้ใกล้ชิดกับพระองค์ พระตรีเอกภาพ ถวายการทุกข์ทรมานเป็นการพลีกรรม ชำระล้างบาปของตัวเอง ของบุคคลในครอบครัวและเพื่อนมนุษย์บนโลกและในไฟชำระเป็นกุศลผลบุญ

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ พวกเราโรมันคาทอลิกคงจะจำได้ว่า พระแม่มารี พระมารดาของพระเป็นเจ้า ทรงเป็นตัวอย่างที่เลิศสุดในมวลมนุษยชาติ:
พระวรสารโดยนักบุญลูกา 2:33-35

สิเมโอนกล่าวคำทำนาย

โยเซฟประหลาดใจในถ้อยคำที่กล่าวถึงพระกุมาร พระนางมารีก็ทรงรู้สึกเช่นกัน สิเมโอน อวยพรท่านทั้งสองและกล่าวแก่พระแม่มารีพระมารดาว่า “พระเจ้าทรงกำหนดให้พระกุมารนี้เป็นเหตุให้คนจำนวนมากในอิสราเอลต้องล้มลงหรือลุกขึ้นและเป็นเครื่องหมายแห่งการต่อต้าน เพื่อความในใจของคนจำนวนมากจะถูกเปิดเผย” ส่วนท่านดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่าน

แม่เก็บความทุกข์ไว้ในใจถึง 33 ปี ดำเนินชีวิตด้วยความสมถะ ถ่อมตัว เลี้ยงดู อบรมพระเยซูเจ้าร่วมกับนักบุญโยเซฟ ร่วมมหาทรมานกับพระผู้ไถ่ในช่วงที่พระองค์ถูกจับกุม ทุบตี คุมขัง สบประมาท เหยียดหยาม ตัดสินประหารชีวิตด้วยการถูกตรึงการเขน ที่ชาวโรมันออกเป็นกฎหมายลงโทษผู้ทำผิด ผู้ร้ายใจฉกรรจ์ ทั้งที่พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ ถูกกล่าวร้ายป้ายสีจากธรรมาจารย์ ผู้นำศาสนา เอาการเมืองผลประโยชน์เข้าแทรก

แม่ทนทุกข์ทรมานอันยาวนานได้เพราะความเชื่อ ความวางใจในพระเป็นเจ้า พระบิดาอย่างสิ้นสุดกำลัง สิ้นสุดปัญญา สิ้นสุดชีวิต สิ้นสุดวิญญาณ และภายใต้การปลอบประโลมให้กำลังใจขององค์พระจิตเจ้า เพราะความจงรักภักดีของแม่มีส่วนทำให้การไถ่บาปของมวลมนุษยชาติได้สำเร็จตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า พระองค์จึงรัก เคารพ ให้เกียติพระมารดาของพระองค์ ไม่เคยขัดใจ แม่ขออะไรพ่อให้หมด เหมือนดังเช่นที่พวกเราโรมันคาทอลิกได้รับรู้ในหัวใจ และแม่ไม่ได้รักเฉพาะพวกเรา แม่รักลูกของพ่อของแม่มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน เหมือนที่พ่อรักเราทุกคนเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นพวกเรา ลูกพ่อลูกแม่ต้องทำตาม

พวกเราโรมันคาทอลิก ควรจะหาเวลาสงบนิ่ง สักอึดใจ ชาร์ตแบตเตอรี่ในการดำเนินชีวิตประจำวัน สูดลมหายใจลึก แล้วเอ่ยในใจ “ลมปราณของพระเจ้า” ระบายลมหายใจพร้อมกับเอ่ยในใจ “ลูกขอบคุณพระองค์” เพ่งสมาธิ หายใจเป็นระบบสัก 2-3 ครั้งตลอดวัน ผ่อนคลายความเครียด รับพระพร พละกำลัง การปลอบประโลมใจ การให้ความสว่าง การบำบัดรักษาใกล้ชิดกับพระเป็นเจ้าผู้ทรงเมตตาสร้างเรา เลี้ยงดูเราให้มีชีวิตอยู่ในวันนี้ ขอบพระคุณพระองค์ ถือเป็นกำไรชีวิตที่ทรงประทานให้ ทำความดีลบล้างบาปทำกิจศรัทธาเป็นอาภรณ์แห่งวิญญาณ

เมื่อพระองค์ทรงเรียกพระลมปราณกลับคืน และเรียกเราไปประเมินผลตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเกี่ยวพันถึงชีวิตนิรันดร จะได้ไม่หวาดกลัว เสียใจ เสียดายเวลา มีแต่ความยินดี ปรีดา ที่จะร่วมชีวิตสันติสุขนิรันดรในสวรรค์กับพระเป็นเจ้า พระแม่มารี คุณพี่เทวดา ญาติมิตร พี่น้อง ผู้มีพระคุณ เพื่อนมนุษย์ ที่เป็นที่รักทั้งหลาย เพราะนี่ก็คือ ความตั้งใจ จุดหมายปลายทางของเราโรมันคาทอลิก ใช่มั๊ยครับ



กราบขอบพระคุณพระบิดา พระบุตร พระจิต พระแม่มารี คุณพ่อโจแซฟ

ขอบใจ: น้องตุ๊ก (ค้นหาการสะกดชื่อเฉพาะเป็นภาษาไทย) น้องนิพนธ์ น้องเล็ก (พิมพ์ ตรวจสำนวน)

References:

Catholicism for Dummies by Rev. John Trigilio Jr., PhD, ThD and Rev. Kenneth Brighenti, PhD, Published by Wiley Publishing. Inc. 2003

http://www.thaicatholicbible.com/main/i ... &Itemid=45

http://www.thaicatholicbible.com/main/i ... &Itemid=56

http://thaipope.org/webbible/

http://www.wordplanet.org/ti/

http://www.catholic.com/magazine/articl ... oly-spirit

http://catholicism.about.com/od/beliefs ... fts_HS.htm

http://christianity.about.com/od/holysp ... Spirit.htm

http://catholicism.about.com/od/beliefs ... its_HS.htm

http://christianity.about.com/od/topica ... spirit.htm

http://christianity.about.com/od/faqhel ... ationa.htm

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8% ... 4%E0%B9%8C
ตอบกลับโพส