สารพระเยซูเจ้า ฉบับที่ 73 "ความรุดหน้ามุ่งไปสู่การให้เหตุผลของความรัก"

ถาม-ตอบพระคัมภีร์ เรื่องเสริมศรัทธา ความรู้ และสาระ บทความ ในคริสตศาสนา
ตอบกลับโพส
Yan Agape
โพสต์: 715
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 17, 2005 10:57 am

ศุกร์ ส.ค. 13, 2021 8:51 am

สวัสดีครับ วันนี้ผมขอเสนอ สารพระบิดา พระเยซูเจ้า พระแม่มารีย์ ฉบับที่ 73 "ความรุดหน้ามุ่งไปสู่การให้เหตุผลของความรัก"จากประกาศยืนยันของคุณคาทาลินา ริวาส (" Progress towards Justification of Love," Testimony of Catalina Rivas CL-73)

ขอบคุณ: Dict.longdo.com (พจนานุกรม อังกฤษ-ไทย) (ดาวน์โหลดสารทุกสารภาษาอังกฤษได้ที่ www.LoveAndMercy.org สารภาษาไทย แปลและโพสต์หนึ่งสาร/อาทิตย์ รวมทุกสารที่แปล อยู่ที่ www.newmana.com เวปบอร์ด สนทนาธรรม สามัคคีธรรม เวปบอร์ดสารของพระแม่ผู ้เห็นอกเห็นใจฯ ใต้หัวข้อ สารของพระบิดา พระเยซูเจ ้า และ พระแม่มารีย์)

CL-73 15 มกราคม 1996 พระเยซูเจ้า

เมื่ออรุณรุ่งย่างใกล้เข้ามา เวลาคํ่าคืนค่อยๆสลายตัว มอบความมืดของมันให้กับแสงสว่างที่ฉายแสงมา ดังนั้น เมื่อดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นจากขอบฟ้า ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับความมืดถูกสลายเปิดทางให้กลางวัน ในช่วงฤดูร้อน มันง่ายต่อการเห็นความรุดหน้าระหว่างกลางคืนและกลางวัน ในช่วงฤดูหนาว ดวงอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นจากขอบฟ้า มีแนวโน้มจะอยู่เบื้องหลังของความหนาเป็นชั้นๆของกลุ่มเมฆ แต่พลังแห่งรังสีของดวงอาทิตย์จะเพิ่มขึ้นและแทงทะลุเมฆที่หนาเป็นชั้นๆนั้นและสิ่งที่กีดขวางมัน แสงสว่างยามเช้าคืบคลานช้ากว่าในฤดูร้อน

การตัดทอนให้เหตุผลจะง่ายขึ้น ถ้าปรากฏการณ์ของธรรมชาตินี้เป็นสัญญลักษณ์ของสิ่งเหนือธรรมชาติ

วิญญาณที่อยู่ในฤดูหนาวของความรัก นั่นก็คือการพูดถึงบุคคลที่รักพ่อน้อย มีความสว่างสอดคล้องกับความสว่างของฤดูหนาว ดั่งเช่น: กลางคืนที่ยาวนาน ความไม่แน่นอนของรุ่งอรุณ (ไม่สว่างเจิดจ้า) อุณหภูมิต่ำ เขามองดวงอาทิตย์แห่งความจริงด้วยความไม่สะดวกอึดอัดเพราะความแตกต่างปนเปของเมฆที่กีดกั้นภาพที่งามบริบูรณ์ เขามีกลางวันที่สว่างบริบูรณ์แต่กระนั้นยังหนาวเย็น และเมื่อเขาเห็นพ่อ เขาไม่ได้รับความอบอุ่นเพียงพอ มันเป็นฤดูหนาวในวิญญานของเขาซึ่งไม่ได้ปรับตัวเข้าหาพ่อเป็นอย่างดี ผลตามมาก็คือ เขาได้รับลําแสงแบบอ้อมๆในวันเหล่านั้นที่สว่างบริบูรณ์ นอกจากนี้ เขาเดินจากวันที่มืดมัววันหนึ่งไปสู่วันที่มืดมัวอีกวันหนึ่ง จากความหนาวเย็นของมันไปสู่ความยากจนของดอกไม้และผลของมัน

มันแตกต่างจากผู้ที่พบตัวเองในฤดูร้อนแห่งความรักของพ่อ นํ้าค้าง แสงสว่าง ความอบอุ่น ดอกไม้ ผลไม้ จํานวนมากมาย และพายุที่ชั่วครั้งชั่วยามแบบสั้นๆที่ถูกมอบให้วิญญานที่รักพ่ออย่างมากมาย ความสุขปลาบปลื้มของดวงอาทิตย์ที่มีความเข้มข้นในฤดูร้อนของวิญญาณ เพราะเขาได้รับความอบอุ่นมากกว่า และแสงสว่างมากกว่าความหนาวเย็นของเขา และความมืดในฤดูหนาวของเขา และวิญญาณนั้นไม่ประสบพบผ่าน ความอึดอัดอบอ้าวของอากาศ เพราะพ่อวางเขาในกลุ่มต้นไม้ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ถึงขนาดที่เขาย่างก้าวเข้าหาพ่อด้วยวิธีที่น่ายกย่องชมเชย แล้วก็รักพ่อ

ลูกผู้เป็นที่รักของพ่อทั้งหลาย วิญญาณของลูกๆย่างเข้าสู่ฤดูร้อนที่พ่อได้อธิบายหรือไม่? ลูกเหมือนกับฤดูหนาวหรือฤดูร้อน? พ่อจะมีความสุขตราบเท่าที่มันเป็นฤดูใบไม้ผลิสําหรับลูกๆทุกคน แต่พ่อต้องบอกลูกว่า หลายคนไม่ได้ก้าวรุดหน้า พวกเขายังอยู่แบบแน่นหนาในฤดูหนาวของพวกเขา สั่นหนาวและอบอุ่นแบบนานๆน้อยครั้ง

ผู้ใดจะให้ความอบอุ่นแก่พวกเขา โอ้..ผู้หนาวเย็นทั้งหลายที่เป็นที่รักของพ่อ? ปราศจากพ่อ พวกเขาจะไม่มีความอบอุ่น และปราศจากลูก พ่อไม่ต้องการให้ความอบอุ่นที่พวกเขาไม่มี ถ้าพวกเขาไม่พยายามมอบอําเภอใจของเขาให้พ่อ พวกเขาก็จะคงอยู่ในสภาพนั้น พวกเขาจะไม่ประสบความเปลี่ยนแปลง ถ้าพวกเขาไม่ถอยหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อพวกเขาเอง

พ่อเสนอวิธีที่ง่ายๆและมีประสิทธิภาพของการเข้าสู่ อย่างน้อยสู่ฤดูใบไม้ผลิ แต่ลูกๆต้องให้หลักฐานแก่พ่อว่าลูกยอมน้อมรับ มิฉะนั้นความรักของพ่อที่ไม่มีขอบเขต จะไม่มีคุณค่าอะไรเลย

ลูกต้องการอุ่นตัวของลูกด้วยแสงสว่างที่ร้อนฉานของพ่อหรือไม่? ลูกต้องการหนีจากฤดูหนาวหรือไม่? ถ้าเช่นนั้น จงทําเหมือนกับที่ลูกได้ทําแต่ก่อนนั้น แบบไม่มีอะไรเพิ่มเติม แต่จงเริ่มไตร่ตรองถึงวัตถุประสงค์ของงาน ภาวนา กิน นอน ต่างๆของลูก ลูกจะพบว่าตัวลูกเองคือเป้าหมายของการกระทําต่างๆ จุดประสงค์ก็คือ: จงพิสูจน์สภาพแห่งความรัก แล้วค่อยๆรุดหน้าสู่การชําระล้างแห่งความรัก ซึ่งหมายความว่า เป็นการสวดภาวนาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ดีกว่า ซึ่งจะสวยงามกว่า ดังเช่นที่ได้ถูกชี้ลงตัวกับวัตถุประสงค์ที่พ่อได้ให้เหตุผลต่อการกระทําแต่ละอย่างของลูก

จงไตร่ตรอง: มันเป็นเหตุผลใดที่พระเป็นเจ้าต้องการสิ่งนี้จากตัวเรา? นี่ก็คือส่วนของลูก ที่เหลือเป็นส่วนของพ่อ เพราะเป็นธรรมชาติของพ่อที่จะนําทางลูกแต่ละคนในวิธีที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความครุ่นคิดพิจารณาถึงคุณสมบัติที่พ่อได้มอบให้ลูก พระหรรษทานที่ลูกได้รับ หรือวัตถุประสงค์ที่พ่อได้เสนอให้กับลูกแต่ละคน

พ่อไม่ได้เรียกร้องสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไพศาลจากลูกๆทุกคน แต่พ่อเรียกร้องให้ลูกๆไตร่ตรอง และในขณะนี้ ลูกต้องไต่บันไดทีละขั้น เมื่อบันไดต่างๆใหญ่ขึ้น ลูกจะเร่งการก้าวเท้าของลูกๆ...

PROGRESS TOWARDS THE JUSTIFICATION OF LOVE

CL-73 15-Jan-96 Jesus

As dawn approaches the night grows lighter, yielding its own darkness to the rising rays; therefore, when the sun rises, every nocturnal trace is dispersed giving way to the day. During summer it is easier to see the natural progress between night and day. During winter it is more likely that the sunrise appears behind a layer of clouds. But the power of the rays increases and they penetrate through the same clouds and where other causes do not impede it, daylight comes slower than in the summer.

Deductions are easy if these natural spectacles are taken as symbols of the supernatural.

The soul who is in the cold winter of love, that is to say the one who loves Me little, has illuminations corresponding to the illuminations of winter such as: long nights, uncertain daybreak (not very luminous), lower temperatures. He sees the sun of the truth with discomfort because of the diverse clouds that obstruct perfect vision; he has perfectly clear days yet cold and, when he sees Me, he does not warm up enough. It is winter in his soul which does not adapt very well to Me and, consequently, receives indirect rays on those perfectly clear days. Apart from this, he goes from one cloudy day to another, from the coldness to the poverty of its flowers and fruit.

It is different for whoever finds himself in the summer of My Love. Dew, light, warmth, flowers, fruit in quantity and only briefly if any, temporary squalls are given to the soul who loves Me much. The sun’s joy is more intense in the summer of the soul, because he receives greater warmth and more intense light than in his winter of coldness and darkness. And that soul does not experience the suffocating sultry weather because I put him in the woods of very pure air, so much so that he approaches Me in an admirable way and, as such, falls in love with Me.

My beloved ones, do your souls approach the summer that I have described? What do you resemble – winter or summer? I would be happy as long as it were spring for everyone, but I must tell you, many do not go forward and they remain firm in their cold season, shivering and rarely warm.

Who will give them warmth, oh My beloved cold ones? Without Me they will have no warmth, yet without you I do not want to give them the warmth they lack. If they make no effort to give Me their wills, they will remain as they are. They will never experience change and if they do not turn backwards, good for you.

I offer you simple and efficient means of entering, at least into spring, but give Me proof of your acceptance, because otherwise My Love without limits would be worth nothing.

Do you really want to warm yourself with My burning rays? Do you want to leave winter? Well then, do everything as you did before, without any additions, but begin to reflect on the motive for which you work, pray, eat, sleep, etc. You will find that you yourselves are the object of your actions. The point is this: verify your state of love and gradually progress towards the purification of love. That means to pray for a better motive, which will be more beautiful as it is identified with the motive I ascribe to each of your actions.

Reflect: What can be the reason for God wanting this of me? This is your part, the rest is Mine, because it is natural for Me to guide each one of you in a different way, be it in consideration to the nature I have given you, the Grace you receive, or the purpose I have proposed in each one of you.

I ask everyone for nothing extraordinary but reflection and for now, you must climb the steps one by one. When the steps are big, you will accelerate the pace…
ตอบกลับโพส