ประวัติบุญราศีทั่ง7เเห่งสองคอน

วันระลึกถึงนักบุญ 365-6วัน ประวัตินักบุญ และวันฉลองสำคัญของคริสตศาสนา
ตอบกลับโพส
เมจิ
โพสต์: 3260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ส.ค. 22, 2011 6:44 pm

พุธ ก.ย. 26, 2012 10:13 pm

            ในศาสนาจักรคาทอลิกนั้นถือว่า “ผู้ใดยอมสละชีพเพื่อความเชื่อในพระเจ้า ไม่ยอมละทิ่งความเชื่อในศาสนา  ไม่ยอมเปลี่ยนไปเป็นอื่นตามที่มีผู้เบียดเบียน บีบบังคับแล้วไซร้  ท่านผู้นั้นเป็นวีรชน ของชาวคาทอลิก  และพระศาสนจักรได้เทิดเกียรติท่านเหลานั้นเป็นนักบุญ(Saint) ที่ประเทศไทยรู้จักและได้ยินชื่อ  นอกจากนั้นยังมีการทำเป็นภาพยนต์  เช่น นักบุญโยน ออฟ อาร์ค(Saint Joan of Arf) ซึ่งเป็นเพียงเด็กหญิงบ้านนอกคนหนึ่ง แต่พระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้เธอเป็นสตรีผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองได้เป็นผู้นำในการกอบกู้ประเทศฝรั่งเศสที่ แบ่งเป็นก๊ก เป็นเหล่า กระจัดกระจายเป็นรัฐเล็กรัฐน้อยให้พ้นจากการยึดครองของต่างชาติรวมเป็นประเทสฝรั่งเศสประเทศเดียว และสถาปนากษัตริย์ขึ้นปกครอง แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองและอำนาจ   ทำให้ผลตอบแทนที่เธอได้รับก็คือเธอถูกจับและถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ใช้วิทยาอาคมกระทำสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาแล้วอ้างว่าเป็นเสียงของพระเป็นเจ้า เธอยืนหยัดในความจริงจนถึงถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการเผาไฟทั้งเป็นส่วนบุญราศี(Blessed)นั้นก็เหมือนกับนักบุญ  การจะเป็นนักบุญนั้นหมายความว่าต้องมีการทำอัศจรรย์อันเป็นที่ยอมรับจากสำนักวาติกัล กรุงโรม ประเทศอิตาลี  Martyr (มาร์'เทอะ)หากดูตามพจนานุกรมจะแปลความหมายได้ว่า  ผู้ยอมรับการทรมานจากความตายแต่ไม่ยอมละทิ้งซึ่งศาสนา ความเชื่อหรืออุดมการณ์ของตัว  เรามาดูประวัติของ บุญราศีทั้งเจ็ดแห่งประเทศไทย(The Seven Blessed Martyrs of Thailand) ความภูมิใจของคริสตชนไทยและคนไทยทั้งชาติที่จะประกาศให้ชาวโลกและชาวยุโรปว่า The Seven Blessed Martyrs is in Songkhon village Thailand
ทุกศาสนาย่อมต้องมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาม  ผ่านการเจ็บปวดผ่านการรุกรานตามยุคสมัยของผู้มีอำนาจทั้งทางการเมือง และการทหาร  การใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเพื่อการรุกรานมีมาตั้งแต่อดีตกาล   เช่น รัชสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์ก็ทรงกลายเป็นองค์เอกอัครพุทธศาสนูปถัมภ์ ผู้อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองและแผ่ขยายมากที่สุดในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา  หรือการทำจีฮัดเพื่อปกป้องศาสนาของอิสลาม แม้แต่ประวัติศาสตร์  หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสก็มีสงครามกลางเมืองฝรั่งเศส ระหว่างช่วงค.ศ. 1562 ถึง ค.ศ. 1598 ระหว่างฝ่ายคาทอลิก นำโดยตระกูลกีส (Guise) กับพวกอูเกอโนต์ (Huguenots) หรือโปรเตสแตนต์ในฝรั่งเศส
           สำหรับคริตสานิกชนชาวไทยแล้วเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างความภูมิใจในกับพี่น้องชาวคาทอลิกในประเทศไทย คือ เหตุการณ์มรณะสักขีที่บ้านสองคอน จ.มุกดาหาร   และยิ่งภาคภูมิใจยิ่งกว่านั้นจากการที่สำนักวาติกัลป์ได้ประกาศยอมรับมรณะสักขีของบุญราศีทั้ง 7 อย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่  22  ตุลาคม ค.ศ. 1989 ตรงกับ พ.ศ.2532   ณ   มหาวิหารนักบุญเปโตร กรุงโรมสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 (องค์ที่ก่อนองค์ปัจจุบัน)ทรงประกาศอย่างเป็นทางการ ถึงการ “บันทึกนามมรณะสักขีไทยทั้ง 7 ท่าน  เข้าทำเนียบบุญราศี”   ต่อมาวัดแม่พระไถ่ทาสสองคอน จ.มุกดาหาร  ทางพระศาสนจักรแห่งประเทศไทยก็ได้จัดสมโภชอย่างมโหฬาร ระหว่างวันที่ 6 - 10 ธันวาคม พ.ศ.2532
           บ้านสองคอนเป็นหมู่บ้านเล็กแต่เดิมตั้งอยู่กับอำเภอมุกดาหารจังหวัดนครพนม  ต่อมาจังหวัดมุกดาหารได้ถูกยกขึ้นเป็นจังหวัด   บ้านสองคอนได้เปลี่ยนมาขึ้นอยู่กับ กิ่งอำเภอหว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร  แต่เดิมเป็นที่รกร้างว่างเปล่าเมื่อประมาณ ค.ศ. 1882 (พ.ศ. 2425)   บาทหลวงคาทอลิกรุ่นแรก ๆ ที่ไปเผยแพร่ศาสนาที่บ้านสองคอนน่าจะเป็นคณะพระมหาไถ่(ถ้าผมไม่ผิด) เพราะคณะมหาไถ่เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ.1948(พ.ศ. 2491) และเริ่มเผยแพร่ทางอีสานปี ค.ศ. 1957 หากเป็นสายที่ลงจาก กทม.วันที่  2   ม.ค. ค.ศ.1881 พ.ศ. 2424  พระคุณเจ้าเวย์ได้แต่งตั้งคุณพ่อโปรดม และคุณพ่อซาเวียร์  เกโก เป็นทางการให้เดินทางไปสำรวจถึงเมืองอุบลฯ  ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางของการแพร่ธรรมในอนาคตของอีสาน 
            สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ ค.ศ. 1939 (พ.ศ. 2482) ระหว่างเยอรมนี อิตาลี กับฝ่ายของพันธมิตร อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และโซเวียด(รัสเซีย)  ในช่วงเวลานั้นประเทศไทยกับประเทศฝรั่งเศสมีการเจรจาตกลงเรื่องพรมแดนระหว่างประเทศ   เนื่องจากประเทศฟากอินโดจีนอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส  มีการกระทบกระทั่งกันบริเวณชายแดนจนในที่สุดก็ใช้กำลังทหารเข้ารบกันใน ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483)  ที่มีแผนที่วุ่นวายจนเป็นกรณีเขาพระวิหารในปัจจุบันก็มาจากสมัยนั้นเนื่องจากกรณีใช้สันปันน้ำ หรือ แผนที่เขียนเอง    กรณีพิพาทดังกล่าวได้ยุติลงเมื่อต้นปี ค.ศ. 1941(พ.ศ. 2484) โดยการไกล่เกลี่ยของประเทศญี่ปุ่น  ให้หลังปีเดียวญี่ปุ่นพี่แกทะนงเปิดสงครามมหาเอเชียบูพากับฝ่ายสัมพันธมิตรขึ้นอีกแนวรบหนึ่ง คือญี่ปุ่นแกอยู่ ฝ่ายอักษะ มีเยอรมนี อิตาลี  ญี่ปุ่นได้บีบบังคับให้ประเทศไทยเข้าร่วมรบในสงครามดังกล่าว  สงครามยุติในปี ค.ศ. 1944(พ.ศ. 2487) เพราะพี่กันแกเล่นระเบิดปรมาณู 2 ลูกลงที่ฮิโรชิม่า ชื่อระเบิดก็พี่กันตั้งซะน่ารักว่าลิตเติลบอย  ( Little Boy) แปลตรงตัวก็ระเบิดเด็กน้อยแต่พี่ล่อชีวิตพี่ยุ่นไป 140,000 คน และอีก 3 วันทิ้งระเบิดลูกที่ 2 ที่นางาซากิ  ลูกนี้ชื่อไม่น่ารักหน่อยชื่อแฟตแมน(Fat Man) ลูกนี้ล่อไปอีก 80,000 คนญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามทันที  พี่ไทยรอดตัวเพราะมีเสรีไทยประกาศยกเลิกการประกาศสงครามเป็นโมฆะเนื่องจากถูกบีบบังคับให้ร่วมรบ  นั่นเป็นประวัติศาสตร์แล้วเกี่ยวอะไรกับศาสนา   อ้าวเมื่อไทยกับฝรั่งเศสกำลังมีปัญหากัน  เป็นช่วงเวลาที่ชาวไทยส่วนใหญ่เครียดแค้นชิงชังฝรั่งเศส  เนื่องจากฝรั่งเศสใช้ความเป็นมหาอำนาจของตนยึดครองดินแดนของไทยไปเป็นของประเทศอินโดจีนในอาณัติของฝรั่งเศส   ทำให้ไทยต้องเสียดินแดนสามจังหวัด คือ ศรีโสภณ เสียมราช และพระตะบองและยังต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นจำนวนเงินมากอีกด้วย   คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าศาสนาคริสต์นั้นเข้ามาในประเทศไทยโดยฝรั่งเศส และมีพระธรรมทูตฝรั่งเศสอยู่ไม่น้อยและมีบทบาทในสมัยนั้น  และมิซังอีสานซึ่งอยู่ห่างไกลหรือที่เราเรียกว่า “ไกลปืนเที่ยง”  ความเป็นชาตินิยมที่ปลุกเล้าจิตสำนึกโดยรัฐเป็นผลให้โบสถ์หลายแห่งถูกปิดและถูกทำลาย  ก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อชาวไทยคาทอลิกทั่วไป  โดยเฉพาะพื้นที่ ๆ ห่างไกลความเจริญหรือไกลปืนเที่ยง  ต่อมาทางราชการได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปประจำตามหมู่บ้าน  ตำรวจได้เริ่มเบียดเบียนชาวบ้าน เช่น เรียกชาวบ้านมาประกาศให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์   และนั่นก็เป็นที่มาของเรื่อง บุญราศีทั้งเจ็ดแห่งประเทศไทย(The Seven Blessed Martyrs of Thailand)


            วัดสองคอนเมื่อปี ค.ศ.1940 (พ.ศ.2483) มีคุณพ่อเปาโล ฟีเกต์ เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้รับแต่งตั้งจากพระสังฆราช แกว็ง ให้มาดูแลคริสตชนตั้งแต่ปี 1925 รวมเวลาได้ประมาณ 15 ปีเศษ คุณพ่อฟีเกต์ มีบุคคล 3 ท่านที่ช่วยเหลือในการอภิบาลสัตบุรุษ คือ ซิสเตอร์อักแนส และซิสเตอร์ลูซีอา กับฆราวาส
1  ท่านคือ ครูสีฟอง
1. ซิสเตอร์อักแนส (1909 - 1940) เดิมชื่อ มาร์การิตา พิลา (สุภีร์) ทิพสุข เป็นบุตรสาวของ โยอากิม สอน และอันนา จูม เกิดที่บ้านนาฮี เมื่อวันพฤหัส เดือนมิถุนายน 6, 1909 ได้อพยพครอบครัวมาอยู่ที่บ้านเวียงคุก ซึ่งเป็นหมู่บ้านคริสตัง ในเขตจังหวัดหนองคาย
           หลังจากรับศีลล้างบาปได้ไม่นาน คุณพ่ออันตน หมุน ได้มองเห็นแวว ชีวิตนักบวชของพิลา จึงได้ออกปากให้เข้าอารามที่เชียงหวาง 16 พฤศจิกายน ค.ศ.1928 ท่านได้ปฏิญญาณตนเป็นข้ารับใช้ของพระเจ้า ใช้ชื่อว่า “ซิสเตอร์ อัสแนส พิลา” ท่านได้รับมอบหมายให้มาทำงานที่สองคอนในปี ค.ศ. 1932
2. ซิสเตอร์ลูซีอา  (1917 - 1940) เดิมชื่อ ลูซีอา คำบาง เป็นบุตร สาวของยากอบ ดำ และมักดาเลนา สี เกิดที่บ้านเวียงคุกได้เข้าอารามที่เชียงหวาง และถวายตัวเป็นซิสเตอร์ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ.1937 ได้รับชื่อว่า “ซิสเตอร์ลูซีอา คำบาง” หลังจากถวายตัวแล้วก็ได้ไปประจำที่บ้านสองคอนในปี ค.ศ. 1938
3. ครูสีฟอง มีชื่อเต็มว่า ฟิลิป สีฟอง อ่อนพิทักษ์ เกิดวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1907 ที่วัดนักบุญอันนา หนองแสง จังหวัดนครพนม
           เมื่อเติบโตขึ้น สีฟองเข้าเรียนทีโรงเรียนวัดหนองแสง  จบแล้วเคยไปเรียนต่อที่บ้านเณรพระหฤทัยบางช้าง  จ.สมุทรสงคราม ท่านมาถึงสองคอนประมาณปี ค.ศ. 1926 นอกจากจะสอนเรียนแล้ว ท่านยังสอนให้ชาวบ้านรู้จักตัดเย็บเสื้อผ้า  ช่วยดูแลวัด  ตลอดจนสอนคำสอน  ท่านถูกห้ามไม่ให้สอนคำสอน และให้ละทิ้งศาสนาคาทอลิก แต่ครูสีฟองไม่ยอมละทิ้งศาสนาและยังคงสอนคำสอนต่อไป ท่านจึงถูกฆ่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ.1940 เป็นมรณสักขีองค์แรก



มรณสักขีองค์ที่ 2 - 7


ตำรวจให้ผู้ใหญ่บ้านมาตามซิสเตอร์ไปพบที่วัดเมื่อพบกัน   ตำรวจถามซิสเตอร์ว่า “ได้ละทิ้งพระเจ้า ทิ้งศาสนาแล้วหรือยัง?” ซิสเตอร์ทั้งสองตอบว่า “ไม่มีวัน จะไม่มีวันทิ้งพระเจ้าโดยเด็ดขาด” ตำรวจจึงว่า เมื่อไม่ทิ้งพระเจ้า ไม่กลัวตาย ให้ทุกคนไปที่แม่น้ำโขงเดี๋ยวนี้ จะจัดการซิสเตอร์อักแนส พิลา แย้งว่า “จะไม่ไปที่แม่น้ำโขง ถ้าจะฆ่าพวกเราขอให้ไปฆ่าที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ (คือป่าช้าของวัด)
           ตำรวจโกรธ พูดตัดบทว่า “ไม่ต้องมาพูดมาก ไปป่าศักดิ์สิทธิ์ก็ได้
คณะผู้ยอมพลีชีพทั้ง 8 คือ


1. ซิสเตอร์อักแนส พิลา
2. ซิสเตอร์ลูซีอา คำบาง
3. อากาทา พูดทา
4. น.ส.เซซีลีอา บุดสี ว่องไว
5. น.ส.บีบีอานา อำไพ ว่องไว
6. ด.ญ.มารีอา พร ว่องไว
7. น.ส.เซซีลีอา สุวรรณ
8. ด.ญ.เซซีลีอา สอน ว่องไว


ได้ออกเดินทางมุ่งไปยังป่าศักดิ์สิทธิ์    ระยะทางจากวัดถึงป่าศักดิ์สิทธิ์ประมาณ  300 - 400 เมตร ทุกคนเดินไปพร้อมกับสวดภาวนาและร้องเพลงไปด้วย ไม่มีการสะทกสะท้านใด ๆ พวกตำรวจ แบกปืนเดินตามไปห่างๆ ขณะที่คณะผู้ยอมพลีชีพทั้ง 8 คน กำลังเดินอยู่ นายกองสี บิดาของน.ส.สุวรรณ สงสารบุตรสาวของตน รีบตามมาพาตัวกลับบ้าน บอกว่ายังไม่ถึงเวลาไปตาย ด.ญ.เซซีลีอา สอน ว่องไว ผู้อยู่ในคณะผู้ยอมพลีชีพเล่าว่า  เมื่อถึงป่าศักดิ์สิทธิ์เห็นขอนไม้ใหญ่ล้มทอดอยู่ต้นหนึ่ง ซิสเตอร์อักแนส พิลาพูดว่า  “ขอนไม้นี้แหละเหมาะดี พวกเราอาศัยขอนไม้นี้เป็นที่คุกเข่าสวดก่อนตายกันเถิด”ทุกคนคุกเข่าลงข้างขอนไม้เรียงกันไปตามลำดับสเตอร์อักแนส  พิลา,   ซิสเตอร์ลูซีอา คำบาง, แม่พุดทา, น.ส.บุดสี, น.ส.คำไพ, ด.ญ.พร, ด.ญ.สอน อยู่ริมในสุด แล้วสวดพร้อมกัน เมื่อพวกตำรวจมาถึง ตำรวจบอกให้คณะของซิสเตอร์เตรียมตัว แล้วเริ่มยิงทางด้านหลังทันที แต่ปืนไม่ลั่น จึงเปลี่ยนมายิงทางด้านหน้า แต่ปืนไม่ลั่นอีก ตำรวจจึงเปลี่ยนเอาปืนจากตำรวจอีกนายหนึ่งขึ้นมายิง เสียงปืนลั่นขี้น  พวกตำรวจยิงประมาณ 20 นัด เข้าใจว่าทุกคนตายแล้วจึงเดินกลับที่พัก นายสาลีเข้าไปดูเห็นถูกกระสุนปืน 6 คน ด.ญ.สอนคนเดียวไม่ถูกกระสุนปืนเลย ชาวบ้านได้ขุดหลุมฝังรวม 3 หลุม ฝังหลุมละ 2 ศพ ซิสเตอร์ทั้งสองและคณะได้บรรลุสมปรารถนาที่จะตายเพื่อยืนยันความเชื่อ    



พวกท่านเหล่านั้นได้หลั่ง เลือดทาผืนแผ่นดินไทยเป็นการประกาศให้ทุกคนได้ทราบว่า พวกเขามีและนับถือพระเจ้า องค์ปฐม แห่งสรรพสิ่ง พระองค์ผู้ประทานชีวิตแก่โลกและมนุษย์ พระองค์ผู้ทรงดูแล ช่วยเหลือ และเมตตาชาว เรา พวกเขาได้รับชีวิตมาแต่พระองค์ เขาก็พร้อมที่จะถวายชีวิตนั้นคืนแด่พระองค์ ความตายมิได้ทำให้พวกเขาหวั่นไหวที่จะปฏิเสธพระองค์เลย. .... :s002: :s002: ....
ภาพประจำตัวสมาชิก
namoun47
โพสต์: 46
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ต.ค. 02, 2017 12:52 pm
ที่อยู่: 183/36 ต.ช่องสะแก อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000

อังคาร ต.ค. 10, 2017 12:42 pm

ขอบพระคุณมากครับ กำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ
ตอบกลับโพส