การขอมิสซาให้วิญญาณต่างศาสนา : ประสบการณ์วิญญาณของคุณพ่อท่านหนึ่ง

แบ่งปัน คำพยาน ประสบการณ์ชีวิตกับพระเจ้า และการอัศจรรย์ ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำต่อชีวิตของเราแต่ละคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
~@Little lamb@~
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 9400
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:00 pm
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 2:20 pm

วันนี้ ( วันพุธที่ 30 กันยายน 2009)  เพิ่งกลับจากรับประทานอาหารกับคุณพ่อท่านหนึ่ง 
คุณพ่อได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับวิญญาณเรื่องหนึ่ง ซึ่งน่าสนใจมาก 
เห็นว่าเป็นประโยชน์ แก่พี่น้อง ที่มีปัญหาชอบถามว่า ขอมิสซาให้วิญญาณต่างศาสนาได้หรือไม่


คุณพ่อท่านนี้เป็น บาทหลวงของคณะหนึ่งในเมืองไทย  จริง ๆ อยากเอ่ยชื่อ และ คณะของพ่อเลยนะ
แต่พ่อขอไว้  บอกว่า เดี๋ยวไม่มีใครมาบวชคณะพ่อ  เพราะกลัวผี  อิอิอิ 

คุณพ่อท่านเล่าว่าสมัยเป็นเณรใหญ่  ใกล้จะบวชแล้ว
ที่บ้านเณรมีแม่บ้านอยู่ 2 คน เป็นพี่น้องกัน  คนพี่เป็นคริสต์แล้ว ส่วนคนน้องยังเป็นพุทธอยู่
พี่ชายของทั้งสองได้ตายไปนานแล้ว เพราะประสบอุบัติเหตุ 

อยู่มาวันหนึ่ง  จู่ ๆ คนน้องก็ถูกวิญญาณพี่ชายเข้าสิง  กรี๊ดร้องโวยวาย

ชี้หน้าด่าทอน้องสาวคนโตที่เป็นคริสต์ พรรณาว่า 

"มึงนะ  มาเป็นคริสต์ แล้วไม่พาน้องสาวไปทำสังฆทานให้กูเลย  มึงเอาแต่เข้าโบสถ์  กูไปที่หน้าโบสถ์ของมึง
กูไปแกล้งมึง ผลักมึง  ให้มึงรู้  แต่กูก็ทำอะไรมึงไม่ได้  มึงเอากระดูกกูไปรวมกับญาติ ๆ ในโกฐ์เดียว
กูอึดอัด  กูทรมาน....  "


วิญญาณพี่ชายในร่างน้องสาวคนเล็กก็พูดด่าทอน้องสาวคนโตไปเรื่อย ๆ พร้อมตบตีเตะถีบไปด้วย สาวคริสตังคนนั้นได้แต่ร้องไห้ตกใจทำอะไรไม่ถูก

ขณะนั้น  ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเณรเลย  บรรดาคุณพ่อไปเข้าเงียบกันหมด
มีเพียงคุณพ่อที่ตอนนั้นเป็นเณรใหญ่ และ น้องเณรอีก 3 คนเ่ท่านั้น
คุณพ่อเลย บอกน้องเณรว่า "ไป  เราไปไล่ผีกัน  เอาสายประคำไปด้วย"
คุณพ่อบอกว่า ตอนนั้นก็ต้องทำตัวเป็นพี่ใหญ่  แต่ในใจก็กลัวเหมือนกัน 

เมื่อไปถึงก็เห็นเหตุการณ์ดังที่เล่าข้างต้น  คุณพ่อก็บอกให้ทุกคนหยิบสายประคำออกมาสวด
พอทุกคนเริ่มสวด  ผีที่สิงร่างก็ชี้หน้าท้า  "สวดเลย  กูไม่กลัวหรอก  สวดสิ"

คุณพ่อก็นำสวด  ผีก็ยังตะโกนด่าทอไปเรื่อย ๆ  ไม่มีท่าทางกลัวเลย
แล้วสวดไปสักพัก  พ่อก็เล่าว่า ผีมันก็ชี้หน้าตาขวางใส่ไล่น้องเณรทีละคน แล้วก็พูดว่า
"มึง  ไม่ตั้งใจสวด.... มึงไม่ตั้งใจสวด  ... มึงด้วยไม่ตั้งใจสวด"

คุณพ่อก็บอกเล่าขำ ๆ ว่า ดีนะ มันไม่ชี้หน้าเราด้วย  พ่อก็เลยบอกน้องเณรว่า
"ไม่ต้องสนใจ  สวดต่อไป อย่าหยุด"

ทุกคนก็สำรวมมากขึ้น  กลัวก็กลัว  แต่ก็ไม่ยอมหยุดสวด  จนในที่สุด
สวดเกือบจบสาย  ผีก็พูดว่า "พอแล้ว ๆ กลัวแล้ว  หยุดสวดเถอะ "

แล้วผีพี่ชายก็เริ่มคร่ำครวญอีก ว่าเจ็บปวด อึดอัด ทรมาน ลำบาก 
"มึงรู้มั๊ย  กูน่ะ  ต้องเดินมาไกลขนาดไหน  มีผีตายโห่งตามกูมาเต็มหน้าประตู(บ้านเณร)
แต่มีกูคนเดียวที่เข้ามาได้  เวลากลับ  กูก็ต้องเดินกลับไป  กูเหนื่อย  กู.... "

คุณพ่อก็บอกว่า ตอนนั้นทุกคนก็ขนลุกสู้  เพราะดึกดื่นแล้ว  แล้วยังมาบอกว่า
มีอีกเพียบอยู่นอกรั้ว  ก็สั่นกันใหญ่  แล้วตอนนั้นพ่อก็สงสัยว่า  ทำไมผีไม่ลอยกลับ  ทำไมเดินกลับ
แต่ก็ไม่กล้าถาม  เขาคงจะสื่อว่าเขาเดินทางมาหาน้องสาวลำบาก  เพราะเป็นคนต่างจังหวัด
แล้วน้องสาวทั้งสองเข้ามาทำงานในเมือง  ละมั๊ง

คุณพ่อก็ถามน้องที่เป็นคริสตังว่า ทำไมไม่ขอมิสซาให้เขา
น้องสา่วก็ตอบว่า  ขอไม่ได้หรอก  เขาเกลียดพระเรา  เกลียดศาสนาเรา  ขอไม่ได้

คุณพ่อเลยหันไปพูดกันผีพี่ชายว่า 
เดี๋ยวจะขอมิสซาให้นะ  เอาไหม 

ผีพี่ชายก็มองตาขวางแล้วชี้หน้า  พูดว่า  "ขอให้แน่นะ? "  ซึ่งถามย้ำถึง 3 ครั้ง

คุณพ่อก็ยืนยัน ว่าจะ ขอมิสซาให้ทุกครั้ง 

ผีพี่ชายจึงบอกว่า "ถ้าอย่างนั้น ก็เปิดประตู"


คุณพ่อก็เดินไปเปิดประตู  คุณพ่อเล่าว่ามันแปลกมาก ๆ  เพราะปกติ ถ้าเปิดประตู  ลมจะพัดเข้ามาในห้อง
แต่ปรากฏว่า มีลมหันจากในห้อง วูบออกไปข้างนอกแทน  แล้วน้องสาวที่โดนผีเข้าก็ฟุบลงไป
จึงได้รู้ว่า ผีพี่ชายออกไปแล้ว 


หลังจากนั้น คุณพ่อก็ทำตามที่ได้สัญญาไว้กับผีพี่ชาย  คือขอมิสซาให้เรื่อย ๆ
จนวันนึง  น้องสาวที่เป็นพุทธ ที่เคยถูกสิง ก็มาบอกกับคุณพ่อว่า
เมื่อคืน  พี่ชายมาเข้าฝัน  หน้าตาอิ่มเอิ่บสดใส  ยิ้มแย้ม  มาบอกลาว่าจะไปแล้วนะ
มิสซาที่ขอให้ได้รับแล้ว 
แล้วก็พาญาติผู้ใหญ่คนนึงมาด้วย
ญาติคนนี้เป็นญาติผู้ใหญ่ที่ตายไปแล้ว  หน้าตาอิดโรย หมองคล้ำ อมทุกข์  ซึ่งก็ไม่ได้เป็นคริสต์เหมือนกัน
พี่ชายบอกว่า ให้ขอมิสซาให้ญาติคนนี้ด้วย



ซึ่งคุณพ่อก็เล่าถึงตรงนี้แล้วก็พูดสรุปให้ฟังว่า
ถ้าเวลาเจออะไรแบบนี้  ให้ขอมิสซา สวดภาวนาให้เขาไปเลย 
เขาได้รับแน่นอน  เพราะคุณพ่อได้ประสบมากับตัวเองโดยตรงเลย

แต่คุณพ่อทิ้งท้ายว่า ถ้ากลัววิญญาณ กลัวผี  เวลาสวด ขอมิสซาให้ บรรดาวิญญาณแบบนี้
ก็ให้ตั้งจิตบอกไปด้วยว่า จะสวดให้  ขอมิสซาให้  แต่้ไม่ต้องติดตามมา 
เพราะพ่อบอกว่า ถ้าเขารู้ว่าเราจะสวดอุทิศให้เขา  เขารู้ว่าเขาจะได้บุญกุศลจากเรา
ก็มาติดตามเราเรื่อย ๆ 


จริง ๆ ยังมีอีกหลายเรื่อง  แต่เห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจ  และตรงกับความสงสัยของพี่น้อง
ชอบสงสัยว่า  ขอมิสซาให้คนต่างศาสนาได้หรือป่าว  ก็ฟันธงเลยว่า


"ได้จ้าาาาาาาาาาา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 3:00 pm

แต่คงจะอยู่ไฟชำระนานหน่อย เพราะก้าวร้าวจริงๆ -*-
วอ
โพสต์: 1153
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ย. 13, 2008 7:36 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 3:02 pm

ก็มี งง นิดๆ นะ สวดสายประคำอย่างเดียวไม่ได้เหรอนี่
ภาพประจำตัวสมาชิก
~@Little lamb@~
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 9400
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:00 pm
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 3:08 pm

ประเด็นคือ  
1. สวดไม่ตั้งใจ
2. ฤทธิ์กุศล ไม่เท่าขอมิสซา  เพราะการถวายบูชามิสซา  
คือการที่พระเยซูเจ้า ถวายตัวพระองค์เองในแผ่นปัง
3. แม่พระไม่ใช่ผู้ยกบาปเรา  แต่เป็นผู้ช่วยเสนอวิงวอนเพื่อเรา  
4. เจตนาผีพี่ชายคือ มาขอส่วนบุญ  บาปของเขา  เพียงแค่สวดให้ อาจไม่พอ

น้องวอกลับไปอ่าน บอร์ด "ความลับน่าอัศจรรย์ของวิญญาณในไฟชำระ" นะคะ
แก้ไขล่าสุดโดย Anonymous เมื่อ พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 3:10 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Slave of God
โพสต์: 336
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 10:47 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 3:52 pm

~@Little lamb@~ เขียน:
"มึงนะ  มาเป็นคริสต์ แล้วไม่พาน้องสาวไปทำสังฆทานให้กูเลย  มึงเอาแต่เข้าโบสถ์  กูไปที่หน้าโบสถ์ของมึง
กูไปแกล้งมึง ผลักมึง  ให้มึงรู้  แต่กูก็ทำอะไรมึงไม่ได้  มึงเอากระดูกกูไปรวมกับญาติ ๆ ในโกฐ์เดียว
กูอึดอัด  กูทรมาน....  "

เอ้  สงสัย อะครับ อย่างนี้หมายความว่า ถ้าทำสังฆทาน เขาก็จะได้รับเหรอครับ งง ถ้าทำสังฆทานแล้วเขาได้รับเหมือนกัน งั้นแสดงว่าไม่ใช่มีเพียงแต่มิสซาที่ทำให้วิญญาณเป็นสุขแต่ยังมีทางอื่นด้วย เช่นทำสังฆทานงั้นเหรอครับ ถ้าเป็นงั้นจริง ผมเริ่ม งง ละซิ หรือว่าพ่อ โดนพี่หลอก (ล่อ) หรือเปล่า เพราะถ้าเป็นวิญญาณผู้ตายจริงๆ เขาต้องรู้แล้วซิว่า อะไร คือ หนทาง ความจริง และชีวิต

สงสัยด้วยความเคารพครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Edwardius
โพสต์: 1394
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ต.ค. 12, 2006 3:02 pm
ที่อยู่: Lamphun, Thailand

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 4:12 pm

ข้า-พระ-เจ้า เขียน:
~@Little lamb@~ เขียน:
"มึงนะ  มาเป็นคริสต์ แล้วไม่พาน้องสาวไปทำสังฆทานให้กูเลย  มึงเอาแต่เข้าโบสถ์  กูไปที่หน้าโบสถ์ของมึง
กูไปแกล้งมึง ผลักมึง  ให้มึงรู้  แต่กูก็ทำอะไรมึงไม่ได้  มึงเอากระดูกกูไปรวมกับญาติ ๆ ในโกฐ์เดียว
กูอึดอัด  กูทรมาน....  "

เอ้  สงสัย อะครับ อย่างนี้หมายความว่า ถ้าทำสังฆทาน เขาก็จะได้รับเหรอครับ งง ถ้าทำสังฆทานแล้วเขาได้รับเหมือนกัน งั้นแสดงว่าไม่ใช่มีเพียงแต่มิสซาที่ทำให้วิญญาณเป็นสุขแต่ยังมีทางอื่นด้วย เช่นทำสังฆทานงั้นเหรอครับ ถ้าเป็นงั้นจริง ผมเริ่ม งง ละซิ หรือว่าพ่อ โดนพี่หลอก (ล่อ) หรือเปล่า เพราะถ้าเป็นวิญญาณผู้ตายจริงๆ เขาต้องรู้แล้วซิว่า อะไร คือ หนทาง ความจริง และชีวิต

สงสัยด้วยความเคารพครับ
ทำสังฆทานก็ได้รับหรือ?

การกระทำอยู่ที่เจตนาด้วยน่ะครับ

สังเกตจากบทความจะเห็นว่า การสวดสายประคำด้วยความไม่ตั้งใจ ไม่เต็มใจ หรือสักแต่ว่าสวด ก็ไม่ได้ผล

เช่นกัน สำหรับมิสซาแล้ว ถ้าคนขอไม่ตั้งใจที่จะขอ  หรือ ตั้งใจที่จะมีส่วนร่วม มิสซาก็คงไม่มีความหมายแต่อย่างใด

สังฆทานเป็นเจตนาของการอุทิศ/มอบสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

พระสงฆ์ (พุทธ) ที่รับสังฆทานก็จะได้ส่วนที่เป็นตัวสังฆภัณฑ์ และของที่คนนำมาถวายไป

แต่ผลบุญที่จับต้องไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราอีกที

ในความเป็นจริงแล้ว การทำดีทุกชนิด ย่อมส่งผลดี

แต่เจตนาก็เป็นเครื่องชี้ผลของมัน

พระเยซูได้กล่าวไว้ว่า

"จงระวังให้ดี ท่านอย่าทำทานต่อหน้ามนุษย์เพื่อจะให้เขาเห็น มิฉะนั้นท่านจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ เหตุฉะนั้น เมื่อท่านทำทาน อย่าเป่าแตรข้างหน้าท่านเหมือนคนหน้าซื่อใจคดกระทำในธรรมศาลาและตามถนน เพื่อจะได้รับการสรรเสริญจากมนุษย์ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว ฝ่ายท่านทั้งหลายเมื่อทำทาน อย่าให้มือซ้ายรู้การซึ่งมือขวากระทำนั้น เพื่อทานของท่านจะเป็นการลับ และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับ พระองค์เองจะทรงโปรดประทานบำเหน็จแก่ท่านอย่างเปิดเผย" มธ.6:1-4

อันนี้ก็พูดถึงเจตนาของการทำทานครับ...ถ้าทำเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นคนใจบุญ อาทิ ไปวัดหรือเข้ามิสซาเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นคนศรัทธา เป็นคนเข้าวัดเสมอ แค่นั้น

ส่วนกรณีทำบุญโดยไม่ได้ตั้งใจ ให้ลองดูกรณีกษัตริย์ฝรั่งเศสที่แขวนสายประคำโดยไม่สวด แต่ทำให้คนอื่นมีความศรัทธาอยากสวด ก็ได้บุญบ้าง (ไปหาอ่านเรื่องเต็มเอานะครับ)

เอ่อ...นอกเรื่องไปไกล กลับมาที่สังฆทานครับ

จริงๆ การทำบุญเกือบทุกชนิดที่เป็นการทำ "เพื่อผู้อื่น" โดยแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อความศาสนาจริงๆ

เช่น การบริจาคทาน การมอบเงินช่วยเหลือ การลงแรงช่วยเหลือ การพูดดีเกื้อหนุน หรือการมีจิตอยากช่วยเหลือ ก็เป็นบุญแล้ว

เพราะทั้งหมดที่กระทำด้วยความตั้งใจ ย่อมมีผลมา่กกว่าเพียง สักแต่จะืำทำให้เสร็จๆ ไป หรือให้ได้ชื่อว่า ทำแล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
~@Little lamb@~
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 9400
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:00 pm
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 4:27 pm

พี่เชื่อว่า แต่ละคน  แต่ละวิญญาณ  มีช่วงเวลาในการรู้จักพระเจ้า
วิญญาณของพี่ชายคนนี้  อาจไม่ได้รู้จักพระเจ้า  ไม่รู้ว่าจะทำยังงัยให้ตนเองหลุดพ้น
ก็ยังหวังแต่สิ่งเดิมที่ตนมีความรู้  

แต่พระเจ้าได้เมตตาเขา   อนุญาตให้เขาได้เข้ามาแสดงฤทธิ์เดช และมาขอมิสซา
และได้รู้จักพระเจ้า ผ่านการได้รับการอุทิศมิสซาให้
ถึงได้พาวิญญาณญาติอีกคนมาขอมิสซาด้วย


พี่เชื่อว่า ถ้าพี่ชายเขามาถึงแล้วมาขอให้ขอมิสซาอุทิศให้เลย
น้องสาวอาจจะไม่เชื่อก็ได้  อาจจะคิดว่าตัวเองหลอนไปเอง  เพราะน้องเขาเชื่อว่า พี่ชายยังไม่ยอมรับพระเจ้า
การมาแบบนี้   พูดแบบนี้  เป็นการตอกย้ำว่า  นี่แหละ  พี่ชายเขาจริง ๆ  ตัวจริง เสียงจริง



และพี่เชื่อว่า พระเจ้า อาจจะอนุญาตให้เรื่องนี้เกิดขึ้น  
ก็เพราะจะให้ต้องคนตาย  และ คนเป็นอย่างเรา
ได้รู้ว่า เราขอมิสซาให้คนต่างศาสนาได้  
ภาพประจำตัวสมาชิก
Slave of God
โพสต์: 336
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 10:47 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 6:01 pm

Edwardius เขียน:



สังฆทานเป็นเจตนาของการอุทิศ/มอบสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

พระสงฆ์ (พุทธ) ที่รับสังฆทานก็จะได้ส่วนที่เป็นตัวสังฆภัณฑ์ และของที่คนนำมาถวายไป

แต่ผลบุญที่จับต้องไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราอีกที

ในความเป็นจริงแล้ว การทำดีทุกชนิด ย่อมส่งผลดี

แต่เจตนาก็เป็นเครื่องชี้ผลของมัน


ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ

ผมเข้าใจว่าการให้ในทุกรูปแบบ นั้น เป็นการทำทานที่ดีและเหมาะสม

แต่จะให้คาทอลิกไปถวายสังฆทาน (แม้เจตนาบริสุทธิ์) ผมว่าจะเป็นที่สดุดได้ง่ายๆนะครับ


ในส่วนอื่นและของพี่~@Little lamb@~เห็นด้วยทุกประการครับ

ปล.ผมหัวโบราณไปหน่อยไหมอะ  : emo027 :
แก้ไขล่าสุดโดย Anonymous เมื่อ พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 6:03 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Immanuel (MichaelPaul)
~@
โพสต์: 2887
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 8:49 pm
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 6:02 pm

ขออนุญาตถามสิ่งที่สงสัยมานานละกันนะครับคือ เมื่อความตายของทุกคนอยู่ในสายพระเนตรพระเจ้า เมื่อวิญญาณออกจากร่างก็น่าจะมีจุดหมายไปเลย สวรรค์ นรก ไฟชำระ แต่ทำไมจึงยังมีวิญญาณเร่ร่อนมาโชว์พลังอยู่ในปัจจุบันล่ะครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Slave of God
โพสต์: 336
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 10:47 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 6:05 pm

สงสัยเหมือนกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 6:12 pm

Immanuel (MichaelPaul) เขียน: ขออนุญาตถามสิ่งที่สงสัยมานานละกันนะครับคือ เมื่อความตายของทุกคนอยู่ในสายพระเนตรพระเจ้า เมื่อวิญญาณออกจากร่างก็น่าจะมีจุดหมายไปเลย สวรรค์ นรก ไฟชำระ แต่ทำไมจึงยังมีวิญญาณเร่ร่อนมาโชว์พลังอยู่ในปัจจุบันล่ะครับ
อ่านพระธรรมเดิมดีๆจะเข้าใจ

มันไม่ได้เป็นระบบอัตโนมัติแบบนั้นอย่างเดียวนะ ขนาดทูตสวรรค์เป็นจิตล้วน ยังมีอำเภอใจของตัวเอง แล้วทำไมวิญญาณมนุษย์ที่เป็นจิตแล้วจะเกิดมีอำเภอใจบ้างไม่ได้
~ฮีUโปฟัuxaoxน้ๅโJ™~
โพสต์: 1653
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ย. 10, 2007 9:22 pm
ที่อยู่: ไม่ใกล้ไม่ใกล้จากวัดอัสสัม-0-

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 6:15 pm

แล้วถ้าขอให้ตัวเอง ในขณะที่ยังไม่ได้ล้างบาปนี่ เข้าข่ายเดียวกันป่ะคับ?
Buddy
โพสต์: 3057
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ มี.ค. 09, 2005 10:48 am
ที่อยู่: USA

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 8:22 pm

น่าสังเกตุอย่างนึงว่า ที่วิญญาณอื่นๆเข้าไปบ้านเณรไม่ได้ แต่วิญญาณพี่ชายเข้าได้ เพราะจิตสื่อกันรึเปล่าคะ วิญญาณอื่นอาจมีเทวดากันอยู่ แต่วิญญาณนี้ กันไม่อยู่ เพราะจิตคนในบ้านผูกพันกับเค้า

ก่อนล้างบาป เคยฝันถึงคุณยายที่ตายไปเป็นสิบปี ทั้งๆที่ไม่เคยฝันมาก่อน ตอนเจอในฝันก็ดีใจนะ คุณยายบอกว่า เข้าไปในโบสถ์ไม่ได้ เราก็บอก ทำไมเข้าไม่ได้ล่ะคะ เค้าเปิดตลอดแหละ วัดมหาไถ่ จะเดินเข้าไปตอนไหนก็ไป เมื่อเช้าเพิ่งไปมาเอง คุณยายก็ยืนยันว่า เข้าไม่ได้จริงๆ เราก็ เป็นไปได้ไง ปะ เดี๋ยวพาไป พอไปถึง มันก็เหมือนจะปิดจริงๆ เราก็ลองเปิดดู อ้าว ก็เปิดได้นี่ พอหันมาอีกที คุณยายหายไป เหมือนตามเรามาไม่ได้ ประมาณนั้น

เล่าให้คนฟัง ก็มีคนบอกให้ ขอมิสซาให้ ก็เชื่อว่า คุณยายคงได้รับน่ะค่ะ  : xemo017 :
ภาพประจำตัวสมาชิก
Edwardius
โพสต์: 1394
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ต.ค. 12, 2006 3:02 pm
ที่อยู่: Lamphun, Thailand

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 9:15 pm

ข้า-พระ-เจ้า เขียน:
Edwardius เขียน:



สังฆทานเป็นเจตนาของการอุทิศ/มอบสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

พระสงฆ์ (พุทธ) ที่รับสังฆทานก็จะได้ส่วนที่เป็นตัวสังฆภัณฑ์ และของที่คนนำมาถวายไป

แต่ผลบุญที่จับต้องไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราอีกที

ในความเป็นจริงแล้ว การทำดีทุกชนิด ย่อมส่งผลดี

แต่เจตนาก็เป็นเครื่องชี้ผลของมัน


ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ

ผมเข้าใจว่าการให้ในทุกรูปแบบ นั้น เป็นการทำทานที่ดีและเหมาะสม

แต่จะให้คาทอลิกไปถวายสังฆทาน (แม้เจตนาบริสุทธิ์) ผมว่าจะเป็นที่สดุดได้ง่ายๆนะครับ


ในส่วนอื่นและของพี่~@Little lamb@~เห็นด้วยทุกประการครับ

ปล.ผมหัวโบราณไปหน่อยไหมอะ  : emo027 :

เป็นเช่นนั้นครับ

ถ้าตามอ่านกระทู้เดิมๆ จะเห็นเรื่องการทำทาน วิธีทำทาน และการดำรงชีวิตโดยไม่เป็นที่สะดุด

ผมไม่ได้แนะนำให้คาทอลิกไปทำสังฆทานอยู่แล้่วครับ

เพราะส่วนตัวแล้วเห็นว่า นักบวชในทุกศาสนามีความเป็นอยู่ในระดับ "ไม่ขัดสน"

เพราะพวกเขาเป็นเหมือนเลวีของพระเจ้าที่ห้ามประกอบอาชีพอื่นๆ นอกจากคนของพระ

เขาจึงกินส่วนแบ่งจากหน้าที่นั้นๆ

ถ้ามีคน (คาทอลิก) มาขอคำแนะนำเรื่องทำบุญ ผมมักแนะนำให้ทำกับเด็กไร้บ้าน คนชรา ตามสถานสงเคราะห์ฺต่างๆ ถ้าอยากทำทานด้วยทรัพย์

แล้วถ้าอยากทำทานด้วยใจก็ไปร่วมมิสซาเพื่อรับพระกายของพระคริสต์ครับ และอุทิศคำภาวนาให้แก่ผู้อื่นครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Slave of God
โพสต์: 336
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 10:47 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 9:46 pm

Edwardius เขียน:
ข้า-พระ-เจ้า เขียน:
Edwardius เขียน:



สังฆทานเป็นเจตนาของการอุทิศ/มอบสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

พระสงฆ์ (พุทธ) ที่รับสังฆทานก็จะได้ส่วนที่เป็นตัวสังฆภัณฑ์ และของที่คนนำมาถวายไป

แต่ผลบุญที่จับต้องไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเราอีกที

ในความเป็นจริงแล้ว การทำดีทุกชนิด ย่อมส่งผลดี

แต่เจตนาก็เป็นเครื่องชี้ผลของมัน


ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ

ผมเข้าใจว่าการให้ในทุกรูปแบบ นั้น เป็นการทำทานที่ดีและเหมาะสม

แต่จะให้คาทอลิกไปถวายสังฆทาน (แม้เจตนาบริสุทธิ์) ผมว่าจะเป็นที่สดุดได้ง่ายๆนะครับ


ในส่วนอื่นและของพี่~@Little lamb@~เห็นด้วยทุกประการครับ

ปล.ผมหัวโบราณไปหน่อยไหมอะ  : emo027 :

เป็นเช่นนั้นครับ

ถ้าตามอ่านกระทู้เดิมๆ จะเห็นเรื่องการทำทาน วิธีทำทาน และการดำรงชีวิตโดยไม่เป็นที่สะดุด

ผมไม่ได้แนะนำให้คาทอลิกไปทำสังฆทานอยู่แล้่วครับ

เพราะส่วนตัวแล้วเห็นว่า นักบวชในทุกศาสนามีความเป็นอยู่ในระดับ "ไม่ขัดสน"

เพราะพวกเขาเป็นเหมือนเลวีของพระเจ้าที่ห้ามประกอบอาชีพอื่นๆ นอกจากคนของพระ

เขาจึงกินส่วนแบ่งจากหน้าที่นั้นๆ

ถ้ามีคน (คาทอลิก) มาขอคำแนะนำเรื่องทำบุญ ผมมักแนะนำให้ทำกับเด็กไร้บ้าน คนชรา ตามสถานสงเคราะห์ฺต่างๆ ถ้าอยากทำทานด้วยทรัพย์

แล้วถ้าอยากทำทานด้วยใจก็ไปร่วมมิสซาเพื่อรับพระกายของพระคริสต์ครับ และอุทิศคำภาวนาให้แก่ผู้อื่นครับ
ขอบคุณครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 9:50 pm

Buddy เขียน: น่าสังเกตุอย่างนึงว่า ที่วิญญาณอื่นๆเข้าไปบ้านเณรไม่ได้ แต่วิญญาณพี่ชายเข้าได้ เพราะจิตสื่อกันรึเปล่าคะ วิญญาณอื่นอาจมีเทวดากันอยู่ แต่วิญญาณนี้ กันไม่อยู่ เพราะจิตคนในบ้านผูกพันกับเค้า

ก่อนล้างบาป เคยฝันถึงคุณยายที่ตายไปเป็นสิบปี ทั้งๆที่ไม่เคยฝันมาก่อน ตอนเจอในฝันก็ดีใจนะ คุณยายบอกว่า เข้าไปในโบสถ์ไม่ได้ เราก็บอก ทำไมเข้าไม่ได้ล่ะคะ เค้าเปิดตลอดแหละ วัดมหาไถ่ จะเดินเข้าไปตอนไหนก็ไป เมื่อเช้าเพิ่งไปมาเอง คุณยายก็ยืนยันว่า เข้าไม่ได้จริงๆ เราก็ เป็นไปได้ไง ปะ เดี๋ยวพาไป พอไปถึง มันก็เหมือนจะปิดจริงๆ เราก็ลองเปิดดู อ้าว ก็เปิดได้นี่ พอหันมาอีกที คุณยายหายไป เหมือนตามเรามาไม่ได้ ประมาณนั้น

เล่าให้คนฟัง ก็มีคนบอกให้ ขอมิสซาให้ ก็เชื่อว่า คุณยายคงได้รับน่ะค่ะ  : xemo017 :
จริงๆผมคิดว่า เราควรมองในแง่ความเชื่อของคาทอลิกอ่ะครับ เรื่องวิญญาณเข้าโบสถ์ บ้านเณร ประตงประตูไรนั่น -*-
แต่โดยเนื้อหาสาระ คือ เราถวายมิสซาเพื่ออุทิศช่วยเหลือผู้ตาย ^ ^ "
ภาพประจำตัวสมาชิก
เลย์
โพสต์: 1845
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 05, 2009 12:27 am
ที่อยู่: ในอ้อมพระหัตถ์พระเป็นเจ้า
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 9:50 pm

เลย์ขอมิสซาอุทิศให้ยายของเลย์ทุกอาทิตย์ครับ......... : xemo026 :

และเลย์ก็มั่นใจแล้วว่ายายของเลย์ได้อยู่กับพระเป็นเจ้า แม่พระ บนสวรรค์แล้ว   ::017::
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nicolas.Not
โพสต์: 306
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 30, 2007 1:47 pm
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 9:52 pm

ผมเชื่อว่าจุดหมายปลายทางที่สุดของวิญญาณทุกดวงคือหนทางของพระเจ้านะครับ

แม้ว่าคนที่นับถือศาสนาอื่นๆจะตายไปแล้วมีความสุข บ้างก็ว่าได้อยู่บนสวรรค์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ตราบใดที่เค้าเป็นคนดี สิ่งดีๆที่พระทรงตั้งเป็นกฎเอาไว้ว่าทำความดี ย่อใได้ความดีก็จะส่งผลกับเขา แต่เขาอาจจะไม่ได้ไปอยู่ในนิเวศหรือสารระบบในพระเจ้าเลย จะลงนรกก็ไม่ลง จะขึ้นสวรรค์ก็ไม่ขึ้น วนเวียนอยู่อย่างนั้นแหละ ผมคิดงี้อะครับ ใครมีคำแนะคำที่ถูกต้องก็แลกเปลี่ยนกันนะ ป.ล. เมื่อได้อ่านเรื่องที่คุณพ่อไล่ผีแล้วผมก็ไปขอมิซซาให้ป้าที่เสียอะครับ เพราะผมฝันถึงแกหลายครั้งแล้ว เหมือนอยากได้ส่วนบุญ แต่ผมอยากให้แกได้มากกว่าบุญคืออยู่ในสารระบบของพระ ไม่ว่าจะเป็นไฟชำระหรืออะไรก็ตาม (ป้าผมเป็นพุทธและเคยต่อต้านผมอย่างร้ายแรงด้วยอะครับ) แล้วก็ปู่ที่ตายไปนานแล้ว อะครับยังไงช่วยสวดเผื่อด้วยนะครับ

คุณป้า วรรณี ศุขกลิ่น
คุณปู่ พุก ฟักอ่อน

ขอบคุณครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 9:53 pm

เลย์ เขียน: เลย์ขอมิสซาอุทิศให้ยายของเลย์ทุกอาทิตย์ครับ......... : xemo026 :

และเลย์ก็มั่นใจแล้วว่ายายของเลย์ได้อยู่กับพระเป็นเจ้า แม่พระ บนสวรรค์แล้ว   ::017::

พระเยซูมักตอบรับผู้เชื่อเช่นนี้อย่างไรหนอ  : xemo026 :
คุ้นๆ ว่า "จงเป็นสุข"  : xemo026 :

ปล.เทสโต เทสโต เทสโต  : emo056 :
ภาพประจำตัวสมาชิก
เลย์
โพสต์: 1845
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 05, 2009 12:27 am
ที่อยู่: ในอ้อมพระหัตถ์พระเป็นเจ้า
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 10:01 pm

คนละคนแล้วครับ เขียน:
เลย์ เขียน: เลย์ขอมิสซาอุทิศให้ยายของเลย์ทุกอาทิตย์ครับ......... : xemo026 :

และเลย์ก็มั่นใจแล้วว่ายายของเลย์ได้อยู่กับพระเป็นเจ้า แม่พระ บนสวรรค์แล้ว   ::017::

พระเยซูมักตอบรับผู้เชื่อเช่นนี้อย่างไรหนอ  : xemo026 :
คุ้นๆ ว่า "จงเป็นสุข"  : xemo026 :

ปล.เทสโต เทสโต เทสโต  : emo056 :


รูปภาพ เลย์ขอแนะนำแฟนของเลย์ให้ทุกคนรู้จักครับ  น้องเทสโต  ::056::

ปล. วันนี้ช่วงเย็นเลย์ไปฉลองนักบุญเทเรซา ที่อารามชีลับสีลม คนเยอะมากครับ  : xemo026 : : xemo026 : : xemo026 :

      พอเสร็จพิธีมิสซากะว่าจะไปเอาดอกกุหลาบที่เสก ปรากฏว่าหมดเกลี้ยงเลย  โฮ.....เร็วจิงๆๆ  วัยรุ่นเซ็ง  ::008::
แก้ไขล่าสุดโดย Anonymous เมื่อ พฤหัสฯ. ต.ค. 01, 2009 10:19 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
Buddy
โพสต์: 3057
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ มี.ค. 09, 2005 10:48 am
ที่อยู่: USA

ศุกร์ ต.ค. 02, 2009 3:53 am

คนละคนแล้วครับ เขียน:
Buddy เขียน: น่าสังเกตุอย่างนึงว่า ที่วิญญาณอื่นๆเข้าไปบ้านเณรไม่ได้ แต่วิญญาณพี่ชายเข้าได้ เพราะจิตสื่อกันรึเปล่าคะ วิญญาณอื่นอาจมีเทวดากันอยู่ แต่วิญญาณนี้ กันไม่อยู่ เพราะจิตคนในบ้านผูกพันกับเค้า

ก่อนล้างบาป เคยฝันถึงคุณยายที่ตายไปเป็นสิบปี ทั้งๆที่ไม่เคยฝันมาก่อน ตอนเจอในฝันก็ดีใจนะ คุณยายบอกว่า เข้าไปในโบสถ์ไม่ได้ เราก็บอก ทำไมเข้าไม่ได้ล่ะคะ เค้าเปิดตลอดแหละ วัดมหาไถ่ จะเดินเข้าไปตอนไหนก็ไป เมื่อเช้าเพิ่งไปมาเอง คุณยายก็ยืนยันว่า เข้าไม่ได้จริงๆ เราก็ เป็นไปได้ไง ปะ เดี๋ยวพาไป พอไปถึง มันก็เหมือนจะปิดจริงๆ เราก็ลองเปิดดู อ้าว ก็เปิดได้นี่ พอหันมาอีกที คุณยายหายไป เหมือนตามเรามาไม่ได้ ประมาณนั้น

เล่าให้คนฟัง ก็มีคนบอกให้ ขอมิสซาให้ ก็เชื่อว่า คุณยายคงได้รับน่ะค่ะ  : xemo017 :
จริงๆผมคิดว่า เราควรมองในแง่ความเชื่อของคาทอลิกอ่ะครับ เรื่องวิญญาณเข้าโบสถ์ บ้านเณร ประตงประตูไรนั่น -*-
แล้วไม่ตรงกับความเชื่อคาทอลิกตรงไหนเหรอคะ  : emo036 :

เรื่องจิตที่สื่อ ก็คือหมายถึง อำเภอใจไงคะ เราอนุญาตให้อะไรเข้ามาได้ เค้าก็เข้ามาไง  : emo036 :
แก้ไขล่าสุดโดย Buddy เมื่อ ศุกร์ ต.ค. 02, 2009 3:55 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
ต้นไม้แห่งเจสซี
โพสต์: 343
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ส.ค. 21, 2009 3:33 pm
ที่อยู่: หลุมที่4 สุสานวัดพระราชินีแห่งสันติภาพ อรัญประเทศ
ติดต่อ:

ศุกร์ ต.ค. 02, 2009 2:45 pm

การขอมิสซา ทั้งสุขสำราญ และแบบอุทิศให้กับผู้ล่วงลับ เป็นบุญกุศลทั้งกับตัวผู้ขอเอง และบุคคลที่เราขอให้  : emo010 :

พิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณเป็นกองบุญอันยิ่งใหญ่ ที่องค์พระเยซูเจ้าทรงมอบให้กับเราครับ  : emo027 :
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ecclēsia
โพสต์: 977
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ พ.ค. 27, 2009 9:25 pm
ที่อยู่: อาสนวิหารอัสสัมชัญ เขต1 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ติดต่อ:

ศุกร์ ต.ค. 02, 2009 10:59 pm

เจ๋งอ่ะ...
ภาพประจำตัวสมาชิก
เจนจิรา
โพสต์: 1168
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ธ.ค. 21, 2008 12:13 am

เสาร์ ต.ค. 03, 2009 3:23 pm

orthodox เรียกว่า สวดภาวนา ให้กับ วิญาณผู้ล่วงลับ โดยจะจุดเทียน และปักลงตรง หน้า แท่นเชิงเทียน กางเขนขององค์พระเยซูเจ้า และสวดให้กับ วิญญาณผู้ล่วงลับ ก่อนพิธีให้เขียน ชื่อ ดวงวิญณาณ ของผู้เสียชีวิต ลงบน กระดาษ และเอาไปวางไว้ หน้า แท่น เสร็จแล้ว ระหว่างการสวด จะมีสงฆ์มา หยิบ กระดาษเหล่าและอ่านชื่อ ทั้งหมด  กระดาษ มีจำนวน สอง กอง  กองแรก เป็นกระดาษที่เขียนชื่อผู้ที่กำลังเจ็บ ป่วย หรือ ได้รับความทุก ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ด้วย เหตุต่างๆ  กองที่สอง กระดาษเขียนชื่อผู้ล่วงลับ ไปแล้ว ส่วนตัวเราเมือเขียนเสร็จ จึงจุดเทียน หน้าเชิงเทียน กางเขน

รูปภาพ


เพราะระหว่าง การเดินทางของวิญญาณเพื่อเดินทางไปสู่ บ้านพระบิดา นั้น จะมีมารที่คอยล่อลวง และช่วงชิงดวงวิญญาณเรา จากทูตสวรรค์ผู้นำทาง โดยมารจะถือ หนังสือแห่งความบาป และทูตสวรรค์จะถือ หนังสือแห่งความดี หาก เรามีความบาป มากกว่า ความดี ( คนที่ไม่สำนึกในความบาป และคนที่ไม่กลับใจใหม่ ) มารก็จะนำวิญญาณเราไปสู่นรก เหตุฉนั้น การ สวดเพื่อขอพระเจ้าอภัยบาป และขอแม่พระ  นักบุญช่วย สวดก็ช่วยได้มาก จากคำภาวนาของผู้ มีชีวิตอยู่


รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
sasuke
~@
โพสต์: 1120
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ธ.ค. 06, 2006 12:00 am
ที่อยู่: ใต้เสื้อคลุมของแม่

เสาร์ ต.ค. 03, 2009 4:09 pm

jacky เขียน: เพราะระหว่าง การเดินทางของวิญญาณเพื่อเดินทางไปสู่ บ้านพระบิดา นั้น จะมีมารที่คอยล่อลวง และช่วงชิงดวงวิญญาณเรา จากทูตสวรรค์ผู้นำทาง โดยมารจะถือ หนังสือแห่งความบาป และทูตสวรรค์จะถือ หนังสือแห่งความดี หาก เรามีความบาป มากกว่า ความดี ( คนที่ไม่สำนึกในความบาป และคนที่ไม่กลับใจใหม่ ) มารก็จะนำวิญญาณเราไปสู่นรก เหตุฉนั้น การ สวดเพื่อขอพระเจ้าอภัยบาป และขอแม่พระ  นักบุญช่วย สวดก็ช่วยได้มาก จากคำภาวนาของผู้ มีชีวิตอยู่

รูปภาพ
ออธอดอกซ์มีไฟชำระรึเปล่าครับ  ::029::
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

เสาร์ ต.ค. 03, 2009 4:35 pm

sasuke เขียน: ออธอดอกซ์มีไฟชำระรึเปล่าครับ  ::029::
อ่านดูเหมือน ตายแล้วเดินทางไปยังสวรรค์และถูกบาปนำพาไปนรกโดยมาร เหมือนไม่มีไฟชำระนะ ซาซูกิ หรือสาสุข -*-

คัมภีร์เล่มเดียวกัน ความเชื่อช่างหลากหลายจริงๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
เจนจิรา
โพสต์: 1168
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ธ.ค. 21, 2008 12:13 am

เสาร์ ต.ค. 03, 2009 7:13 pm

othodox ไม่มีไฟชำระ ค่ะ  : emo045 :
ภาพประจำตัวสมาชิก
เลย์
โพสต์: 1845
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 05, 2009 12:27 am
ที่อยู่: ในอ้อมพระหัตถ์พระเป็นเจ้า
ติดต่อ:

อาทิตย์ ต.ค. 04, 2009 1:18 am

jacky เขียน: othodox ไม่มีไฟชำระ ค่ะ   : emo045 :
แล้วนิกาย othodox มีความเชื่อหลังความตายยังไงหรอครับ  : xemo026 : : xemo026 : : xemo026 :
PeterCartoon
โพสต์: 141
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ค. 03, 2006 12:17 pm

อังคาร ต.ค. 06, 2009 10:05 pm

เท่าที่ได้เคยอ่านและวิเคราะห์มา พร้อมกับได้คุยกับผู้รู้บางท่าน ออกมาดังนี้ว่า

วิญญาณมีอาหารอยู่ 3 อย่างที่วิญญาณกินได้ และทำให้เติบโต

1. ความดี 2. การสวดมนต์ 3. ศีลมหาสนิท

1. เมื่อเราทำ "ความดี" หรือ "ทำบุญ" โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เราจะรู้สึกถึงการอิ่มทางใจ นั่นแหละ "วิญญาณอิ่ม"

2. เมื่อเรา "สวดมนต์" หรือ "สวดภาวนา" อย่างดี เราจะรู้สึก "อิ่ม" หรือ "ปิติ" นั่นแหละ "วิญญาณอิ่ม"
ดังนั้น การที่เราเจอวิญญาณ แล้วเราเรียกว่าผีหลอก จริง ๆ เขาไม่ได้หลอกเรา เขาเพียงแต่สื่อกับเราได้
เราเห็น เราก็ตกใจ แล้วเราก็สวด นั่นแหละ ทำให้เขาได้รับอาหารของเขา มันเป็นพลังงานที่เขาต้องการ
(อีกด้านนึง วิญญาณนั้นไม่ได้หลอกเราจริง แต่เป็นมารซาตานหลอกลวงเรา ... แต่เมื่อเราสวด ก็จะเป็นการขับไล่โดยอัตโนมัติ)

สองอย่างนั้น เป็นการกระทำของศาสนาใดก็ได้ ก็จะส่งผลให้วิญญาณมีพลังที่ดี เมื่อตายไปวิญญาณออกจากร่าง เขาก็จะรู้ว่าเขาควรจะต้องไปไหน
และมีแรงพอที่จะไป

แต่ของคริสตศาสนายังมีอันที่ 3. คือ ศีลมหาสนิท อันนี้ถ้าเรารับศีลด้วยใจศรัทธา แก้บาปเรียบร้อย พลังของศีลมหาสนิท
จะไม่ได้ส่งผลให้วิญญาณ "อิ่ม" เท่านั้น แต่ถึงขั้นชำระให้สะอาดด้วย

สังเกตุว่า งานศพของคาทอลิกจะไม่มีการให้อาหารข้างโลง (บางคนก็มีให้เพราะยังติดมาจากศาสนาอื่น) และไม่มีการให้อาหารผ่านทางใดทั้งสิ้น
มีสิ่งเดียวคือ ขอมิสซาอุทิศให้ เพราะนั่นคืออาหารที่ยิ่งใหญ่ ที่ทำให้วิญญาณอิ่มหนำและสะอาด จนได้ขึ้นสวรรค์นิรันดร

สิ่งที่เขียนมาเป็นการสรุปในรูปแบบที่พอจะเข้าใจได้ ขอย้ำว่า พอที่จะเข้าใจได้ เพราะชีวิตหลังความตายยังมีความซับซ้อนอยู่อีกมาก
ภาพประจำตัวสมาชิก
เลย์
โพสต์: 1845
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 05, 2009 12:27 am
ที่อยู่: ในอ้อมพระหัตถ์พระเป็นเจ้า
ติดต่อ:

อังคาร ธ.ค. 29, 2009 9:02 pm

พระเป็นเจ้าทรงรักมวลมนุษย์ โดยไม่เลือกว่าเชื้อชาติ ศาสนาใด พระองค์ทรงเป็นของทั้งผู้เป็นและผู้ตาย
ตอบกลับโพส