+++ อัศจรรย์ยังมีอยู่หรือไม่ +++

แบ่งปัน คำพยาน ประสบการณ์ชีวิตกับพระเจ้า และการอัศจรรย์ ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำต่อชีวิตของเราแต่ละคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:22 am

กจ 14:3
พระองค์ทรงรับรองการประกาศข่าวดีเรื่องพระหรรษทานของพระองค์ โดยประทานเครื่องหมายอัศจรรย์ และปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น




อัศจรรย์ยังมีอยู่หรือไม่

Renzo Allegri เขียน
โทมา  ขุนศักดา  แปล

อัศจรรย์  คือเหตุการณ์ผิดธรรมดาและไม่คาดคิดที่แสดงถึงการสถิตอยู่และอิทธิฤทธิ์ของพระเป็นเจ้าในประวัติศาสตร์ของมนุษย์   แต่ว่าในสมัยนี้อัศจรรย์ยังเกิดขึ้นอยู่อีกหรือ?

รูปภาพ

“อัศจรรย์ไม่มีอีกต่อไปแล้ว  ครั้งหนึ่งนานมาแล้วเชื่อกันว่าอัศจรรย์เกิดขึ้นจริง ๆ  เพราะความเจริญทางวิทยาศาสตร์มีจำกัดและเป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริง  สมัยนี้วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ทุกสิ่ง  ถ้ายังมีข้อเท็จจริงที่ไม่ได้รับการอธิบาย  นั่นก็เพราะปัญหาเรื่องเวลาเท่านั้น” นี่แหละคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเขียนและยืนยัน  อนึ่ง  “การหายป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ทุกราย(ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์โดยใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์) ล้วนแต่ได้รับการอธิบายในเชิงเหตุผล  โดยไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเอ่ยถึงการแทรกแซงจากพระเป็นเจ้าเราไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงในการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ได้ก็ต่อเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นนานมาแล้ว  หรือเมื่อทางเจ้าหน้าที่ทางศาสนาห้ามมิให้ทำการสอบสวนใด ๆ”

บ่อยครั้งที่ผมเคยนั่งโต๊ะกลมอภิรายหัวข้อนี้กับนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญในรายการวิทยุหรือโทรทัศน์เมื่อเขาเหล่านั้นชี้แจงแนวการให้เหตุผลของตนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าสู่การอภิปรายที่มีการชี้แจงเหตุผลในเมื่อเขาเหล่านั้นยืนกรานประกาศว่า “คุณเป็นผู้เชื่อและเพราะฉะนั้นคุณจึงไม่สามารถจะให้เหตุผลได้  คุณยอมรับข้อคำสอนของเจ้าหน้าที่ทางศาสนจักร  คุณมีเสรีภาพที่จะคิดว่าคุณชอบอะไร  แต่ว่าข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์  ที่เราได้นำเสนอต่อคุณมันยืนยันตัวมันเอง”  คุณจะตอบโต้คำประกาศนี้อย่างไร? อัศจรรย์เกิดขึ้นจริงหรือไม่?
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:54 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:26 am

อัศจรรย์หรือพระหรรษทานส่วนบุคคล?

ถ้าเราใช้พระศาสนจักรเป็นเกณฑ์ พฤติกรรมของสมเด็จพระสันตะปาปาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า  พระศาสนจักรเชื่อว่าอัศจรรย์คงเกิดขึ้นอยู่ต่อไปและบางทีอาจเกิดขึ้นมากมายกว่าเดิมก็เป็นได้

ให้เราจงมาทำความเข้าใจเรื่องอัศจรรย์เสียใหม่  “อัศจรรย์” จะต้องไม่สับสนปนเปกับพระพรหรือความช่วยเหลือใด ๆ  ที่พระเป็นเจ้าทรงประทานให้โดยไม่คิดมูลค่าและเพราะรัก  ตาม  “คำสอนของพระศาสนจักร”  ระบุว่า  “อัศจรรย์ของพระคริสตเจ้าและนักบุญ  คือเครื่องหมายที่แน่ชัดที่สุดของการไขแสดงของพระเป็นเจ้าที่ทรงปรับให้เหมาะกับสติปัญญาของมนุษย์ทุกคน  (ข้อ 156)” อนึ่ง  “เหตุการณ์ผิดธรรมดาใด ๆ  ก็ตามจะต้องได้รับการตรวจสอบจากพระศาสนจักร  ได้รับการนำไปทำการสืบสวนหลังจากขั้นตอนต่าง ๆ  แล้วก็ได้รับการประกาศว่าเป็นอัศจรรย์โดยอาศัยเจ้าหน้าที่ของพระศาสนจักร  การแทรกแซงทั้งหลายทั้งปวงที่มิได้ผ่านขั้นตอนเช่นว่านั้น  ไม่  ถือว่าเป็นอัศจรรย์  คือเป็นเพียงพระหรรษทานส่วนบุคคลเท่านั้น

รูปภาพ

เมืองลูร์ดส์  สักการสถานที่ยิ่งใหญ่แด่พระนางมารีย์ที่เชิงเขาปีรีนีส์ได้มีอัศจรรย์น่าพิศวงเกิดขึ้นมามากมายนับแต่  ค.ศ. 1958  อันเป็นปีที่พระนางพรหมจารีประจักษ์แก่แบร์นาแดตแห่งซูบีรูส์  แต่ในบรรดาเหตุการณ์การหายป่วยที่มีการรายงานจำนวนห้าพันรายซึ่งเกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้  โดยการเสนอวิงวอนของพระนางมารีย์  มีเพียงห้าสิบแปดรายเท่านั้นที่พระศาสนจักรประกาศว่าเป็นอัศจรรย์

พระศาสนจักรเคร่งครัดมากในเรื่องนี้และถูกต้องแล้วที่พระศาสนจักรเคร่งครัดเช่นนั้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:32 am

การแทรกแซงของพระเป็นเจ้า

ก่อนที่จะปิดกระบวนการประกาศเป็นบุญราศีหรือประกาศเป็นนักบุญ  พระศาสนจักรเรียกร้องว่าต้องมีอัศจรรย์  เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าเพราะเหตุใดพระศาสนจักรจึงตั้งข้อกำหนดนี้ในกระบวนการประกาศเป็นนักบุญที่ยาวนานนั้น  คณะผู้วินิจฉัยจรวจสอบประวัติของผู้สมัครที่จะต้องประกาศความศักดิ์สิทธิ์นั้น  เมื่อคณะผู้วินิจฉัยแน่ใจว่าบุคคลผู้นี้ได้ดำเนินชีวิตเยี่ยงวีรบุรุษหรือวีรสตรี  คือฝึกฝนฤทธิ์กุศลคริสตัง  คณะผู้วินิจฉัยก็นำเสนอข้อตกลงความเห็นของตนต่อพระสันตะปาปาและพระสันตะปาปาในนามของพระศาสนจักรก็ต้องดำเนินการประกาศความศักดิ์สิทธิ์  อย่างไรก็ดีพระศาสนจักรถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน  จึงระมัดระวังที่จะไม่กระทำความผิดพลาดใด ๆ  และดังนั้นจึง “ขอ” การแทรกแซงของพระเป็นเจ้าโดยทางอัศจรรย์เพื่อพิสูจน์ว่าความเห็นของคณะผู้วินิจฉัยนั้นถูกต้อง  ดังนั้นอัศจรรย์ก็คือตราประทับให้ความเห็นชอบชนิดหนึ่งที่พระเป็นเจ้าพระองค์เองทรงประทับลงบนเอกสารเหล่านี้  ยืนยันว่าเป็นความจริง

รูปภาพ

อัศจรรย์ที่พระศาสนจักรเรียกร้องนั้นไม่ได้  “พิสูจน์”  โดยเจ้าหน้าที่ของพระศาสนจักร  การวินิจฉัยขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับธรรมชาติของข้อเท็จจริง  เป็นการวินิจฉัยทางวิทยาศาตร์  โดยปกติแล้วอัศจรรย์เกี่ยวข้องกับการรักษาให้หายจากโรคและพระศาสนจักรก็ฝากการตรวจสอบอัศจรรย์ไว้กับคณะกรรมการทางการแพทย์  ซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักระหว่างประเทศ  ซึ่งไม่ได้เป็นผู้เชื่อหมดทุกท่าน  ถ้าท่านเหล่านั้นลงความเห็นว่า เหตุการณ์นี้เป็นการรักษาให้หายป่วย  “ที่ไม่สามารถอธิบายได้” จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์แล้วพระศาสนจักรก็จะแทรกแซงด้วยกระบวนการพิจารณาอย่างอื่น  คณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางเทวศาสตร์ตรวจสอบกรณีซ้ำเพื่อดูว่าลักษณะที่ไม่สามารถอธิบายได้ของอัศจรรย์นั้นเนื่องมาจากปรากฏการณ์กึ่งปกติหรือการแทรกแซงของปีศาจหรือไม่  ต่อเมื่อมีเครื่องหมายที่แจ้งชัดแสดงถึงการแทรกแซงของพระเป็นเจ้านั้น  จึงสามารถลงความเห็นได้ว่า สิ่งนี้เป็นอัศจรรย์อย่างแท้จริง
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:39 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:34 am

พระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่2

เราทราบว่าในระยะเวลา 25 ปีแห่งสมณสมัยของพระองค์  สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น  ปอลที่ 2 ทรงประกาศบุคคลเป็นบุญราศีกว่า  1,000 องค์และนักบุญกว่า 500 องค์  นี่หมายความว่า  “วิทยาศาสตร์”  ได้ค้นพบกรณีของการรักษาให้หายป่วยที่สามารถอธิบายได้อย่างน้อย  1,500  กรณีที่พระศาสนจักรยืนยันได้ว่าเป็น  “อัศจรรย์แท้”

ผู้เชี่ยวชาญทางเทวศาสตร์อธิบายว่าอัศจรรย์  คือ  “เครื่องหมาย”  ที่แสดงว่าพระเป็นเจ้าตรัสกับมนุษย์ ในพระวรสารมีอัศจรรย์มากมายในระหว่างพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า  เพราะว่าพระองค์ทรงประสงค์ให้ผู้คนเข้าใจว่าพระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า  อัศจรรย์เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความรักและความอ่อนโยนของพระเป็นเจ้า

รูปภาพ

ในระหว่างที่ข้าพเจ้าประกอบอาชีพการงานเป็นนักหนังสือพิมพ์  ข้าพเจ้าได้พบปะผู้คนที่เคยประสบกับอัศจรรย์ตามที่พระศาสนจักรรับรอง  ข้าพเจ้ารับประทานอาหาร  พูดคุยและเดินกับคนเหล่านี้และในขณะที่คิดถึงเหตการณ์ซึ่งได้เกิดขึ้นภายในร่างกายของพวกเขา  ข้าพเจ้ารู้สึกราวกับว่า  “กำลังเดินอยู่ใกล้กับพระเป็นเจ้า”
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:43 am

มารีอา เอมิเลีย

ที่เมืองเลอิราประเทศโปรตุเกส  เมื่อข้าพเจ้าพบกับมารีอาเอมิเลีย ซานโตส  ผู้ได้รับการช่วยให้รอดอย่างน่าอัศจรรย์  โดยการเสนอวิงวอนของฟรานซิสโกและยาชินทา  หนูน้อยเด็กเลี้ยงแกะสองคนที่ฟาติมา  เอมิเลียตัวเล็ก  เธอเคยเป็นง่อยนาน 22 ปี เธอได้รับการรักษาทุกวิถีทางที่เป็นไปได้  และใช้เวลาพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล 8 ปี  แล้วถูกให้ออกจากโรงพยาบาลเป็นคนไข้ที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้  ในคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1989 อันเป็นวันครบรอบปีการตายของยาชนิทา  เอมิเลียสวดอย่างใจจดใจจ่อถึงหนูน้อยผู้เห็นการประจักษ์ขอให้เธอช่วย เอมิเลียได้ยินเสียพูดภายในตัวเธอกล่าวว่า  “ลุกขึ้นซิเธอลุกขึ้นได้”  เอมิเลียยืนขึ้นหายป่วยเป็นปลิดทิ้ง  ขณะระลึกถึงเหตุการณ์  คืนนั้นใบหน้าของเอมิเลียเปล่งรัศมีและดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยน้ำตา


รูปภาพ

ซิสเตอร์คัทรีน

ซิสเตอร์คัทรีน  คาปิตานี  คณะธิดาแห่งเมตตาธรรมอายุ 56 ปี  หลังจากเข้าคณะในปี 1962 เธอก็เริ่มป่วยหนักเป็นโรคต่าง ๆ  เธอใช้เวลา 4 ปี ย้ายจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง  และผ่านการผ่าตัดหลายครั้ง  ซึ่งล้วนแล้วแต่แก้ไขปัญหาของเธอไม่ได้  ในเดื่อนพฤษภาคม 1966 แพทย์ซึ่งดูแลเธอคาดว่าเธออาจตายได้ทุกขณะ  ซิสเตอร์คนอื่น ๆ  สวดขอพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 ให้ช่วยเสนอวิงวอน  ในวันที่ 25 พฤษภาคม  เวลาประมาณ  14.30 น.  ซิสเตอร์คัทรีนเข้าตรีทูต เธอฝันเห็นพระสันตะปาปา ยอห์น ที่23 พระองค์ท่านตรัสกับเธอว่า  “เธอเอาอัศจรรย์นี้ไปจากหัวใจของเราแล้ว  อย่ากลัวเลยเธอหายป่วยแล้ว”  เธอตื่นขึ้นหายป่วยเป็นปลิดทิ้ง หลังจากนั้นเธอดำเนินภารกิจช่วยเหลือคนเจ็บตามโรงพยาบาลต่าง ๆ  เธอทำงานวันละ 15 ถึง 18 ชั่วโมงเป็นเวลา 35 ปีแล้ว  และไม่มีผู้ใดสามารถจะอธิบายได้ว่าเธอจัดการอย่างไร
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:47 am

เอลิสาและเดลิเซีย

ที่เกาะ ซีชีลี มีพยานยืนยันพระฤทธานุภาพของพระเป็นเจ้าอยู่สองคน  คนหนึ่งคือเอลิสา อลอย อายุ 70 ปี  อาศัยอยู่ที่เมืองแมสสินา  เมื่ออายุ 17 ปี  เอลิสาป่วยเป็นวัณโรคกระดูก  ทำให้เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลพุพองเป็นหนอง  มีการลองรักษาทุกวิธี  เธอถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลหลายแห่ง  ในที่สุดก็ถูกส่งกลับบ้านเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้  เธอเคลื่อนไหวไม่ได้เป็นเวลา 11 ปี  ในปี 1957 เธอออกเดินทางแสวงบุญไปเมืองลูร์ดส์  แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เธอไปใหม่อีกในปีถัดมาและกลับมาบ้านโดยหายป่วยเป็นปลิดทิ้ง เอลิสา อลอย เล่าเรื่องราวของตนด้วยถ้อยคำที่มีความรู้สึกลึกซึ้ง “ฉันได้รับอัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งที่เมืองลูร์ดส์  หมอเคยบอกฉันว่าเพราะความเจ็บป่วย  ดิฉันจะไม่สามารถมีบุตรได้  แต่พระนางพรหมจารีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหมอพูดผิด  ฉันแต่งงานและมีลูกสี่คน  ชายสอง  หญิงสอง  ซึ่งมีสุขภาพสมบูรณ์และสบายดีทุกคน


รูปภาพ

ผู้หญิงที่ได้รับการรักษาให้หายป่วยอย่างน่าอัศจรรย์อีกคนหนึ่ง  อาศัยอยู่ที่เมืองปาแลร์โนใกล้เมืองคาตาเนีย  เธอชื่อ เดลิเซีย ชีโรลลี  และเป็นพยาบาลที่แต่งงานแล้ว  วัย 36 ปี  เมื่อปี 1976 ตอนที่เธอมีอายุ 11 ขวบเธอป่วยเป็นโรคเนื้องอกในกระดูกที่กระดูกหน้าแข้งข้างขวา  ชะตากรรมโหดร้ายหมายความว่าเธอจะเผชิญการตายก่อนวัยอันควร  ในความพยายามที่จะป้องกันมิให้เนื้องอกลุกลาม  แทพย์เสนอแนะให้ตัดขาข้างนั้นเสีย  พ่อของเดลีเซียตัดสินใจพาลูกสาวไปเมืองลูร์ดส์  ในเดื่อนสิงหาคม 1976 แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เด็กหญิงกลับบ้านในสภาพเดิม อย่างไรก็ดีพ่อแม่สวดต่อไปและเช้าวันหนึ่งในเดื่อนธันวาคม  เดลิเซีย รู้สึกอยากลุกออกจากที่นอน  เธอลุกขึ้นและเริ่มเดินราวกับไม่เคยป่วยมาก่อน  การตรวจสอบทางการแพทย์เปิดเผยว่าไม่มีร่องรอยใด ๆ  ของเนื้องอก
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 3:51 am

มอนิกาและมัตเตว

เมื่อเร็ว ๆ  นี้มีอัศจรรย์หนึ่งซึ่งเชื่อกันว่าเนื่องมาจากการเสนอวิงวอนองคุณแม่เทเรซา  และเป็นอัศจรรย์รายนี้ซึ่งจะปิดกรณีของท่านเพื่อการประกาศเป็นบุญราศี  อัศจรรย์เกี่ยวกับหญิงสาวชาวอินเดียคนหนึ่ง  คือ  มอนิกา  เบสตรา  อายุ 30 ปี  อาศัยอยู่ที่นครกัลกัตตา  นครที่คุณแม่เทเรซาเคยอยู่เป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะถึงแก่กรรมในวันที่ 5 กันยายน 1997 มอนิกาป่วยเป็นเนื้องอกของลำไส้และแพทย์ระบุว่าใกล้จะตาย  ในระหว่างที่เจ็บป่วยเธอได้รับการช่วยเหลือจากซิสเตอร์คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรมที่คุณแม่เทเรซาเป็นผู้ก่อตั้ง  ซิสเตอร์คนหนึ่งมอบเหรียญเล็ก ๆ  ที่มีรูปพระนางพรหมจารีมารีย์  ซึ่งเป็นของคุณแม่เทเรซาเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่  ตลอดทั้งคืนมอนิกาถือเหรียญแนบชิดกับท้อง  ตอนเช้าเธอตื่นขึ้นหายป่วยเป็นปลิดทิ้ง

มัตเตวปีโอ โดแลลลาเด็กผู้ชายอายุ 9 ขวบซึ่งอาศัยอยู่เมือง  ซานโยวันนี  โรตอนโด  ในจังหวัดปูเกลียใน “ส้นเท้า” ของประเทศอิตาลี  อันเป็นที่ที่ฝังศพบุญราศีพ่อปีโอ  พ่อแม่ของมัตเตวศรัทธาต่อคุณพ่อปีโอเสมอมา  พ่อเป็นนายแพทย์ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลซึ่งสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ ค.ศ. 1950 ตามความปรารถนาของคุณพ่อปีโอ  ค่ำวันที่ 20 มกราคม 2000 มัตเตวป่วยหนักมีไข้สูงเขานำมัตเตวไปโรงพยาบาลของคุณพ่อปีโอ  แต่อาการของเขาทรุดลงและแสดงอาการของโรคเยื่อหุ้มประสาทไขสันหลังอักเสบ  เขาถูกนำตัวเข้าห้องไอซียูแต่ไม่เป็นผล  เช้าวันที่ 21 มกราคม  แพทย์กล่าวว่าเขาไม่มีหวังจะรอด

เมื่อเห็นแพทย์หมดความสามารถ  พ่อแม่ของมัตเตวภาวนาขอคุณพ่อปีโอ ร่วมกับนักบวชบางคน ญาติมิตรและเพื่อนในโรงเรียนของมัตเตวเริ่มสวดขอบุญราศีคุณพ่อปีโอ  ขอให้ลูกชายหายป่วยเขาคอยอยู่ 12 วันและในที่สุด  คุณพ่อปีโอก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง  มัตเตวตื่นขึ้นจากอาการโคม่าทันทีทันใด  ราวกับเพียงแต่นอนหลับมาตลอดเวลา  ปรากฏว่าเขามีสุขภาพสมบูรณ์และสบายดี  และไม่มีร่องรอยของการเจ็บป่วยแต่อย่างใด  แม้แต่การตรวจสอบทางการแพทย์อย่างระมัดระวังก็ยืนยันว่า  เขาหายป่วยอย่างปลิดทิ้ง  มัตเตวบอกพ่อแม่ว่า  “ขณะที่ผมนอนหลับ  ผมเห็นชายแก่เคราสีขาวอยู่ข้างที่นอนดูคล้ายคุณพ่อปีโอ  และชายผู้นั้นกล่าวกับผมว่าอย่ากังวลใจเธอจะทุเลาในไม่ช้า”

รูปภาพ

อัศจรรย์สมัยใหม่บางรายย้ำว่า การหายจากโรคแต่ละรายได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการพิจารณา  “ทางวิทยาศาสตร์” ในแต่ละกรณีโรคเป็นเรื่องที่แน่นอนได้รับการรับรองว่าเป็นความจริงจากการตรวจสอบตัวผู้ป่วยอย่างพิถีพิถัน  ซึ่งดำเนินการโดยใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ที่ทันสมัยที่สุด  ได้มีการเห็นชอบกรณีการหายป่วยอย่างน้อย 1,500 รายใน 25 ปีที่ผ่านมา กล่าวคือรายที่จำเป็นสำหรับกระบวนการประกาศเป็นบุญราศี  และการประกาศเป็นนักบุญจากสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2  ซึ่งหมายความว่าพระเจ้าประทานความรักของพระองค์แก่มนุษย์  โดยทาง “เครื่องหมายอัศจรรย์”  ที่เกิดขึ้น


แม่พระยุคใหม่ : นิตยสารราย 2 เดือน ฉบับพิเศษรวมเล่ม 2004/2547 : หน้า 17 - 20
† † † Hiruma Ryuichi † † †
โพสต์: 605
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ย. 05, 2009 3:19 pm
ที่อยู่: พเนจร
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 7:27 am

ขอบคุงค๊าฟฟฟฟ

ขอพระหรรษทานแห่งพระองค์สถิตกับทุกคนด้วยฮะ ^ ^
sinner
โพสต์: 2246
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 08, 2009 1:24 pm

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 12:44 pm

ขอบคุณค่ะ อัศจรรย์จากพระหรรษทานของพระเจ้าจะไม่มีหมดสิ้นไปค่ะ  ::022::
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ecclēsia
โพสต์: 977
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ พ.ค. 27, 2009 9:25 pm
ที่อยู่: อาสนวิหารอัสสัมชัญ เขต1 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 6:32 pm

There can be miracles when you believe....
ภาพประจำตัวสมาชิก
ชิปโป
โพสต์: 184
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ส.ค. 03, 2006 4:17 am

ศุกร์ ม.ค. 15, 2010 11:30 pm

พระจิตเจ้ายังคงสำแดงในพระศาสนจักร
ภาพประจำตัวสมาชิก
Valkyrie Zero Number
โพสต์: 2081
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ส.ค. 27, 2007 4:11 am

เสาร์ ม.ค. 16, 2010 12:03 am

เป็นเรื่องน่ายินดีแก่ผู้ได้รับอัศจรรย์จากพระผู้เป็นเจ้าจริง ๆ นะคะ  : emo045 :

เราเอง.....ก็อยากได้รับพระพรและอัศจรรย์เหมือนกัน
Jesus loves You
โพสต์: 740
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ค. 12, 2009 11:36 pm

เสาร์ ม.ค. 16, 2010 12:30 am

ขอบคุณมากๆ ครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
antoinetty*
โพสต์: 451
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 04, 2007 9:39 pm

เสาร์ ม.ค. 16, 2010 12:41 am

อยากรู้กรณีของคุณพ่อนิโคลาสอะครับ

อัศจรรย์อะไรทำให้ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นบุญราศีหรอครับ ?
อันตน
~@
โพสต์: 4164
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 06, 2005 6:50 pm
ที่อยู่: ภูเก็ต

เสาร์ ม.ค. 16, 2010 11:23 am

อัศจรรย์ยังมีอยู่จริงๆครับ แม้จะไม่ได้มีบุญหายจากโรคหรืออื่นๆอย่างคำพยานข้างต้น แต่สำหรับผมแล้วอัศจรรย์ในชีวิตมีอยู่ไม่ขาดเลยครับ
ขอพระนามของพระองค์ได้รับการสรรเสริญ
ขอแม่พระและนักบุญทั้งหลายที่ได้วิงวอนเพื่อเราได้รับการสรรเสริญ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Andreas
~@
โพสต์: 3133
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 7:47 am
ที่อยู่: Bangkok
ติดต่อ:

เสาร์ ม.ค. 16, 2010 2:01 pm

antoinetty* เขียน: อยากรู้กรณีของคุณพ่อนิโคลาสอะครับ

อัศจรรย์อะไรทำให้ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นบุญราศีหรอครับ ?
สำหรับมรณสักขี การที่ท่านยอมถูกเบียดเบียนจนเสียชีวิตเพราะความเชื่อ เป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นบุญราศี จึงไม่ต้องใช้อัศจรรย์อะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ส่วนการจะได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญนั้น จะต้องมีอัศจรรย์ 1 อย่างมารองรับครับ
synner
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ส.ค. 22, 2009 10:27 pm

เสาร์ ม.ค. 16, 2010 4:53 pm

เราว่าอัศจรรย์ยังมีอยู่นะ  อย่างน้อยก็ได้ช่วยชีวิตคนๆนึงไว้ ได้ ซึ่งเราก็ได้เห็นด้วยตาของเราเอง  I belive in God
Jeab Agape
~@
โพสต์: 8260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:56 pm
ที่อยู่: Bangkok

จันทร์ ม.ค. 18, 2010 11:39 am

อัศจรรย์ ยังมีตลอดเวลาครับ : emo045 : ถ้าเรารู้จักสังเกต จะสัมผัสได้เสมอๆ ฮะ : xemo028 :
วอ
โพสต์: 1153
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ย. 13, 2008 7:36 pm

จันทร์ ม.ค. 18, 2010 6:52 pm

อยากเจออัศจรรย์กับตัวเองมั่ง  : xemo023 :
ภาพประจำตัวสมาชิก
peternus
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ย. 13, 2008 5:41 pm
ที่อยู่: 190 ม.8 ต.ท่าเเร่ อ.เมือง จ.
ติดต่อ:

พุธ พ.ค. 19, 2010 1:29 pm

อัศจรรย์ ก็คือตัวเรานี้เเหละครับ
Batholomew
~@
โพสต์: 12725
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 2:28 pm
ที่อยู่: Thailand

อังคาร พ.ค. 25, 2010 1:56 pm

ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับอัศจรรย์ต่าง ๆ ครับ
Aeyu
โพสต์: 157
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ย. 27, 2006 12:26 am

ศุกร์ มิ.ย. 04, 2010 12:09 am

เราเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม ( Retinitis Pigmentosa) เราจะมองในที่มืดไม่เห็น เราอยากหายจัง อยากได้อัศจรรย์ เพราะเราลำบากตอนอยูในที่มืดมาก พระเจ้าขาช่วยทำอัศจรรย์ให้ cell จอตาที่ตายแล้วฟื้นคืนชีพทีค่ะ

เราจะทำไง เราต้องไปเมืองลูร์ดมั้ย
Batholomew
~@
โพสต์: 12725
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 2:28 pm
ที่อยู่: Thailand

พฤหัสฯ. มิ.ย. 10, 2010 11:33 am

^
^
จงเชื่อและวางใจในพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจ
และทำตามน้ำพระทัยของพระองค์
ภาพประจำตัวสมาชิก
dark-kanita
โพสต์: 317
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 18, 2007 2:37 pm

ศุกร์ ก.ค. 30, 2010 2:39 pm

:s002: หนูย้ำว่ามีจริงๆคะ
เจอเองเลยอิอิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3814
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

จันทร์ มี.ค. 28, 2011 4:24 pm

อัศจรรย์มีจริงเกิดขึ้นทุกวัน แล้วแต่ว่าจะมองให้เป็นอะไร ถ้าใครเชื่อก็จะได้พบ ใครไม่เชื่อก็อาจไม่ได้พบ หรือบางคนมีความเชื่อดีอัศจรรย์ก็ไม่จำเป็นสำหรับเขา ทุกเวลามีพระญานสอดส่องเสมอ
การบังเอิญต่างๆ มิได้เกิดขึ้นเอง ถ้าพระองค์ไม่อนุญาต มันเป็นอัศจรรย์เล็กๆเกิดขึ้นทุกวัน แล้วแต่จะ มอง อัศจรรย์จำเป็นสำหรับบางคนอย่างเป็นทุกข์มากๆหรือเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เขาก็วอนขอพระเจ้าหรือแสวงหาสิ่งศักสิทธิ์ต่างๆเพื่อให้คลี่คลายหรือหายจากโรค บางครั้งพระองค์ประทานให้เลย บางครั้งก็นานหน่อย
พระศาสนาจักรก็ยังต้องการอัศจรรย์อย่างเด่นชัด ในการแต่งตั้งบุญราศรีและนักบุญ
ดังนั้นอัศจรรย์ยังมีอยู่แน่นอนทุกเวลา :s023: :s012:
แล้วท่านเล่าได้เคยพบกับประสพการณ์เหนือธรรมชาติบ้างไหมเล่าสู่กันฟังบ้าง...............
ponkpong
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ธ.ค. 15, 2010 9:32 pm
ติดต่อ:

พุธ เม.ย. 06, 2011 2:05 am

ทุกวัน ที่เข้ามิสซา อัศจรรย์ จะเกิดขึ้นทุกครั้งครับ ...เพราะพระองค์จะเปลี่ยนขนมปัง เป็นพระกายของพระองค์ และเปลี่ยน น้ำองุ่น เป็นพระโลหิตของพระองค์................ อัศจรรย์ที่สุดแล้วครับ
y1961
โพสต์: 48
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 20, 2011 9:28 am

จันทร์ เม.ย. 25, 2011 11:27 am

ท้องฟ้าประกาศพระเกียรติคุณของพระเจ้า
แผ่นดินโลกประกาศหัตถกิจของพระองค์

ดวงอาทิตย์ขึ้นก็คืออัศจรรย์
ดอกไม้บานก็คืออัศจรรย์
ดวงตาของมนุษย์สามารถมองเห็นดวงดาวที่อยู่ไกลแสนไกลได้ นี่ก็คืออัศจรรย์

ในพระคัมภีร์บอกว่าคนที่อ่อนในความเชื่อก็แสวงหาอัศจรรย์
ฉันเป็นคนหนึ่งที่เชื่อโดยไม่ต้องการเห็นอัศจรรย์ แต่กลับได้เห็นบ่อยในชีวิต
ขอเล่าเรื่องเดียว เพราะเล่าที่นี้คงไม่หมด

หนึ่งในอัศจรรย์ที่เพิ่งเห็นมา คือ ตอนที่แม่ของฉันตาย หัวใจหยุดเต้น
สัญญาณชีพเป็นเส้นตรงหมดแล้ว แม่อยู่ที่ห้อง ICU พี่สาวโทรเข้ามาบอกฉัน
ฉันอยู่บนรถ ติดไฟแดงอยู่ นานประมาณ 10 นาที จึงลงจากทางด่วนได้
พอมาถึงโรงพยาบาล ขึ้นไปห้อง ICU ก็เห็นสัญญาณชีพของแม่ เป็นเส้นตรง ทั้งเส้นล่างและเส้นบน
เลขเป็น ศูนย์ ทั้งข้างล่างและข้างบน

ฉันคิดจะไปสวดสายประคำพระเมตตาให้แม่ก่อนตาย แต่ไม่ทัน แม่เสียไปแล้ว
แต่ฉันก็คิดว่า ช่างเถอะ เสียแล้วก็สวดได้ และเริ่มต้นสวด ฉันหลับตาสวดภาวนา
สวดไปได้สักพัก ฉันลืมตาขึ้นมา เห็นสัญญาณชีพหยักขึ้นหยักลง ทั้งข้างล่างและข้างบน
เลขเป็นเลข 15 ทั้งข้างล่างและข้างบน ฉันมัวตะลึงจนลืมสวด เลขก็เลยค่อยๆลดลงและเป็นศูนย์ตามเดิม

ใครๆ มักพูดว่า แม่รอฉันอยู่ แต่สำหรับฉัน ถ้าแม่ของฉันทำให้หัวใจเต้นเองได้ คงไม่ต้องตาย
แต่ที่หัวใจแม่เต้นขึ้นมาใหม่ เพราะพระต้องการให้ฉันรู้ว่า พระรับฟังคำภาวนาของฉัน
แม้ฉันจะมาสวดให้แม่ไม่ทันก่อนแม่ตาย แต่พระทรงรับฟังและรับแม่ของฉันไปแล้ว
s.gabriel
โพสต์: 1011
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 27, 2009 2:21 pm

เสาร์ มิ.ย. 04, 2011 8:13 pm

พระองค์ ทรงทำงานทุกวัน จนถึงวันสิ้นพิภพ
ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกวางใจในพระองค์
ภาพประจำตัวสมาชิก
tuztiz
โพสต์: 423
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.พ. 19, 2007 7:45 pm

เสาร์ ก.พ. 04, 2012 10:56 am

There can be miracles when you believe....
:s002:
y1961
โพสต์: 48
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 20, 2011 9:28 am

อังคาร มี.ค. 27, 2012 12:28 pm

1. ทำหัวแหวนหลุดหาย ขณะเข้าห้องน้ำหญิงที่เนติบัณฑิต ฝั่งศาลฎีกา ถนนหน้าหับเผย เพราะหัวแหวนเกี่ยวกับกระโปรง 7 วันผ่านไป ไปนั่งทานน้ำแข็งที่ธรรมศาสตร์ (ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา) ไปนั่งโต๊ะพักของนักศึกษาซึ่งไม่เคยนั่งมาก่อนเลยไม่ว่าโต๊ะใด แล้วเห็นก้อนน้ำแข็งก้อนหนึ่งอยู่บนโต๊ะ เลยเขี่ยเล่น แต่แล้วปรากฏว่า “หัวแหวนของฉันนี่”

2. เรื่องของหายแล้วเจอโดยไม่น่าเชื่อ มีเยอะมากจนกล่าวไม่หมด ได้แต่ขอบคุณพระ

3. คุณแม่ป่วย นอนอยู่โรงพยาบาล แล้วอยู่ๆ ก็ ปากเบี้ยว พูดไม่ได้ แขน ขา ขยับไม่ได้ ได้ขอพระ ขอแม่พระช่วยขอ ปรากฏว่า ตอนเช้า แม่กลับเป็นปกติ พูดได้เหมือนเดิม ลุกขึ้นมาเดินได้ กินอาหารเองได้ พยาบาลบอกว่าคุณแม่หายตอนตีห้า หมอยังไม่ได้ให้ยาเลย

4. คุณแม่ติดเชื้อในกระแสเลือด อยู่ห้อง ICU ฉันอยู่ระหว่างกำลังเดินทางจะไปสวดภาวนาให้คุณแม่ รถติดอยู่บนทางด่วนลงไม่ได้ เพราะติดไฟแดงตรงทางลง พี่สาวโทรเข้ามาบอกว่าคุณแม่เสียชีวิตแล้ว ติดไฟแดงอีก 10 นาที จึงลงจากทางด่วนได้ เมื่อถึงโรงพยาบาล รีบขึ้นไปห้อง ICU เห็นว่าสัญญาณชีพคุณแม่เป็นเส้นตรงทั้งข้างล่างและข้างบน และเป็นเลข 0 ทั้งข้างล่างและข้างบน แต่ฉันก็เริ่มสวดภาวนา “พระเมตตา” ให้คุณแม่ นึกเสียใจที่มาสวดให้ก่อนตายไม่ทัน ขณะกำลังหลับตาสวดอยู่ ฉันได้ลืมตาขึ้นมาเห็น สัญญาณชีพของคุณแม่ทั้งข้างล่างและข้างบน หยักขึ้นมาใหม่ และเป็นเลข 15 ทั้งข้างล่างและข้างบน ฉันมัวตะลึงไม่ได้สวดต่อ สัญญาณชีพจึงค่อยๆ ลดลงและเป็นเส้นตรงดังเดิม เลขค่อยๆ ลดลงจนเหลือเลข 0 ดังเดิม เพื่อนๆ ชอบพูดว่า คุณแม่รอฉัน แต่สำหรับฉันเชื่อว่า ถ้าคุณแม่ทำให้หัวใจตัวเองเต้นได้ก็คงไม่ต้องตายหรอก แต่เป็นพระที่แสดงให้ฉันรู้ว่า แม้ฉันมาสวดให้คุณแม่ก่อนท่านตายไม่ทัน แต่พระก็รับฟังคำภาวนาแล้ว

5. พี่สาวฉันตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับระยะ 3 ไม่มีหมอโรงพยาบาลใดยอมผ่าออกให้ เพราะติดเส้นเลือดใหญ่ หมอสมุนไพรที่มีชื่อเสียงว่าเก่งออกทีวี ก็ไม่รับรักษา หมอทุกโรงพยาบาลบอกว่า อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ให้หลานทำใจ ฉันบอกว่า ยังไม่ตายไม่ต้องทำใจ ตายแล้วค่อยทำใจก็ยังทัน ยังไม่ตายให้ขอพระ พระต้องการให้เรากลับใจ ไม่ใช่ขออย่างเดียว ทำความดีพอแล้วยัง ช่วยเหลือใครบ้าง ช่วยใครได้แล้วไม่ช่วยหรือไม่ ทำผิดอะไรบ้าง เลิกทำแล้วยัง เอาเปรียบใครบ้างหรือเปล่า ทำไม่ดีกับใครบ้างหรือเปล่า ให้ทุกคนกลับใจ และช่วยกันภาวนาขอพระช่วย ขอแม่พระช่วยขอ สุดท้าย พี่สาวไม่ได้ให้คีโม ไม่ได้รักษาใดๆ ตรวจพบปี 2553 ยังอยู่มาจนทุกวันนี้ ไปตรวจอีกที หมอบอกว่า มันฝ่อลงไป

6. ฉันไปเที่ยวกรุงโรมกับคุณแม่นานแล้ว ตอนเด็กๆ ยังโง่เพราะไม่เคยไปไหน ไปพักโรงแรมไมเคิ้ลแอนเจโล ใช้ก๊อกน้ำไม่เป็น ไม่รู้เปิดตรงไหน ไปดึงเอาท่อจากอ่างอาบน้ำออกมายาวเฟื้อย ยัดกลับเข้าไปก็ไม่ได้ ตกใจมาก ทั้งที่อากาศหนาว และถอดเสื้อผ้าหมดแล้ว ออกแรงใช้แรงดันกลับไปจนเหงื่อตกท่วมตัว ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายคิดแบบเด็กๆ ว่า ลืมไป ขอแม่พระช่วยก็ต้องได้ ทันทีก็คุกเข่าลงในอ่างอาบน้ำ สวดวันทามารีอา 3 บท แล้วลองหยิบสายท่อขึ้นมาใหม่ ยังไม่ทันได้ยัดหรือออกแรง แค่ยกขึ้นมันก็ไหลกลับเข้าไปอยู่ที่เดิม

7. เรื่องแบบข้อ 6 มีเยอะมากจนเขียนไม่หมด ได้ทุกครั้งที่ขอ ฯลฯ

8. คุณยายเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ วันฉลองแม่พระวัดคอนเซ็ปชัญ มีพลมารีมาหามคุณยายไป ขากลับคุณยายเดินกลับ และเดินได้จนกระทั่งคุณยายตายเมื่ออายุ 92 ปี

ไม่รู้ที่พิมพ์ลงมา 8 ข้อนี่เรียกอัศจรรย์หรือเปล่า แต่สำหรับฉัน ดวงอาทิตย์ขึ้นก็คืออัศจรรย์ ตาของฉันมองเห็นดวงดาวก็คืออัศจรรย์ ดอกไม้บานก็คืออัศจรรย์ เพราะ “ท้องฟ้าประกาศเกียรติคุณของพระเจ้า และแผ่นดินโลกประกาศหัตถกิจของพระองค์”
ตอบกลับโพส