เด็ก, งู และ ทูตสวรรค์

แบ่งปัน คำพยาน ประสบการณ์ชีวิตกับพระเจ้า และการอัศจรรย์ ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำต่อชีวิตของเราแต่ละคน
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

อาทิตย์ พ.ค. 15, 2011 4:41 am

เรื่องราวอันน่าทึ่งในชีวิตจริง
เด็ก, งู และทูตสวรรค์


เฮนรี่ เฮิร์ต เขียน- -ล.ลัธธนันท์ ถอดความ

งูพิษกัดเท้ามาร์ก ปล่อยพิษร้ายเป็นปริมาณมาก เขารู้ตัวดีว่าลำพังตนเองไม่มีทางที่จะไปขอความช่วยเหลือจากใครได้

มาร์ก เดอเรนซ์ (MARK DURRANCE) เด็กชายอายุ 12 ขวบกับ โบโบ (BOBO) สุนัขคู่ใจ ได้ออกจากบ้านไปเดินเล่นในทุ่งโล่ง.. ไม่มีบ้านคน มีแต่พุ่มไม้เตี้ยๆ ค่อนห้างแห้งอยู่ทั่วไป ในแถบตะวันตกของรัฐฟลอริดา, สหรัฐอเมริกา.. เป็นเวลาบ่ายวันอาทิตย์เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกันกับพ่อแม่แล้ว.. เขาเอาปืน BB ไปด้วย เพื่อยิงสัตว์เล็กๆ ที่อาจพบตามทาง


รูปภาพ
(ภาพใช้ประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

มาร์กเป็นเด็กรูปหล่อ ผมสีบรอนซ์นัยน์ตาสีฟ้า.. เขาชอบอยู่สบายๆ ในชนบทห่างจากตัวเมือง ท่ามกลางทุ่งโล่งกว้าง. โบโบเป็นสุนัขขนาดกลาง ไม่ชอบเห่า มีท่าทางเป็นมิตรกับทุกคน. ทั้งคนและสุนัขเดินไปเรื่อยๆ ตามพื้นที่ที่ไม่ราบเรียบ พอเหมาะสำหรับเด็กๆ, สุนัขและบรรดางูพิษ

ขณะที่มาร์กและโบโบกำลังเดินกลับบ้าน มาร์กเห็นนกตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งต้นปาล์ท.. นัยน์ตาจ้องมองดูนก, เขากระโดดข้ามคูน้ำ เท้าไปเหยียบลงบนสิ่งหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะกลิ้งได้ เมื่อกระทบกับเท้าขวาของเขา. ทันใดนั้นเขารู้สึกเจ็บแปล๊บ เหมือนกับถูกคมขวานที่เท้า แล้วรู้สึกร้อนชาไปทั่วขาขวาท่อนล่าง. ปืนหลุดจากมือ. เขาก้มมองลงไปดู

รูปภาพ

งูหางกระดิ่งตัวใหญ่งับเท้าของเขาไว้ กล้ามเนื้อแข็งแรงของงูยึดเท้าเขาไว้แน่นเขี้ยวงูทะลุหนังรองเท้าและหนังเท้าเข้าไปถึงเนื้อบริเวณใกล้ตาตุ่ม.. ด้วยความเจ็บปวดเขาจ้องมองดูงูที่กำลังกัดย้ำช้าๆ ที่เท้าของเขาอย่างแรง


แล้วมาร์กก็เห็นโบโบเห่าและเข้ากัดงู- -พุ่งเข้าใส่แล้วกัดอีก 10-15 ครั้งงูก็ยังกัดไม่ปล่อย จนกระทั่งโบโบเข้าไปงับหัวงูจนเลือดออก แล้วมาร์กก็รู้สึกว่างูปล่อยเท้า เขาจึงดึงขาขึ้นมา ส่วนงูนั้นก็เลื้อยหนีไปในกลุ่มต้นไม้เตี้ยๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

อาทิตย์ พ.ค. 15, 2011 4:47 am

มาร์กอยู่ห่างจากบ้าน 150 หลา ลมแรงที่พัดผ่านใบต้นปาล์มคงจะกลบเสียงร้องขอให้ช่วยของเขา.. เขาเตือนตัวเองว่า ไม่ต้องตกใจกลัว. พ่อแม่เคยสอนเขาไว้ว่า เลือดของคนที่ถูกงูกัดนั้นยิ่งหมุนเวียนเร็วเท่าไร พิษงูก็จะเข้าถึงหัวใจเร็วเท่านั้น แล้วมาร์กก็รู้สึกว่าเขาขยับเขยื้อนเกือบจะไม่ได้ ความเจ็บปวดทวีขึ้นอย่างมาก เขารู้สึกอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว และทุกๆ สิ่งรอบตัวเริ่มเลือนราง

โดยที่มาร์กไม่ทราบ งูหางกระดิ่งได้ปล่อยพิษเป็นปริมาณมาก ลงตรงเส้นเลือดดำ พิษงูกระจายไปทั่วร่างกาย มีผลร้ายต่อระบบหายใจ หัวใจและความสามารถของร่างกายที่จะทำให้เลือดแข็งตัว- -การที่มาร์กจะกลับไปถึงบ้านระยะทาง 150 หลา ตามเส้นทางขรุขระ แล้วขึ้นบันไดไปยังประตูบ้านนั้นดูเหมือนเป็นสิ่งสุดวิสัย และน่าอัศจรรย์ทีเดียว

บอบบี้พ่อของมาร์กกำลังตัดแต่งต้นไม้ที่ลานหน้าบ้านเมื่อลูกชายคนโต ชื่อ บัดดี้ วิ่งพลางตะโกนพลางเข้ามาว่า “พ่อๆ มาร์กถูกงูกัด!”

พ่อเป็นคนแข็งแรงบึกบึน เคยทำงานที่บ่อน้ำมันมาแล้ว 12 ปี พอได้ยินก็รีบกลับบ้าน พบมาร์กนอนสลบอยู่ที่พื้นห้องนั่งเล่น มีเดบบี้ผู้เป็นแม่นั่งอยู่ข้างๆ

เมื่อเข้าใกล้ตัวลูกก็ได้กลิ่นเหมือนกลิ่นชะมด แบบเดียวกับที่เขาเคยรู้และสังเกตได้เมื่อสัตว์เลี้ยงถูกงูหางกระดิ่งกัด.คำพูดประโยคเดียวที่มาร์กพูดเมื่อเขาเดินผ่านประตูบ้านเข้ามา คือ “ผมถูกงูหางกระดิ่งกัด!” แล้วก็ล้มลงที่พื้นนอนไม่รู้สึกตัว ตัวสั่น ชักดิ้นชักงออย่างรุนแรง

รูปภาพ

เดบบี้ดึงรองเท้าของมาร์กออกและพบว่าที่เท้าขวามีอาการบวมปูดเป็นสีม่วง ขนาดเท่าผลส้ม. เนื่องจากที่บ้านไม่มีโทรศัพท์ เขาจึงต้องขับรถไปขอความช่วยเหลือ เขาเอาผ้าพันขันชะเนาะเท้าของมาร์ก แล้วอุ้มไปยังรถปิ๊กอัพรีบขับไปยังสถานีอนามัยที่อยู่ห่าง 17 ไมล์ทันที

เดบบี้เล่าว่า “มาร์กอ่อนปวกเปียกไปหมด ฉันต่องกอดเขาอยู่ตลอดเวลาให้จมูกของเขาอยู่ใกล้ใบหน้าแม่ จะได้รู้สึกถึงลมหายใจของเขาที่อ่อนลงอ่อนลงทุกที ฉันทำได้อย่างเดียวในตอนนี้คือ “อธิษฐานภาวนา” ในใจหวนระลึกถึงคำของแม่ที่สอนในวัยเด็กว่า จะช่วยให้มีกำลังใจเข้มแข็งขึ้นเสมอ เธอจึงสวดบทเพลงสดุดี ที่ 23 ดังนี้ “แม้ว่าข้าพเจ้าจะเดินอยู่ในหุบเขามรณะ ก็ไม่หวั่นไหว เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับข้าพเจ้า”
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

อาทิตย์ พ.ค. 15, 2011 4:52 am

บ๊อบบี้ขับรถอย่างเร็ว แซงรถที่พบกลางทาง แข่งกับเวลาเพื่อช่วยชีวิตของลูก พอถึงระยะห่างจากสถานีอนามัยเพียงไมล์เดียว เครื่องยนต์สำลัก เครื่องวัดบอกว่า ความร้อนสูงเกินไป แล้วเครื่องยนต์ก็ดับสนิท รถจอดนิ่งอยู่บนถนน

บ๊อบบี้กระโดดลงจากรถ โบกแขนโวยวายขอโดยสาร แต่คนขับรถที่ตามมาก็ขับหลบหลีกเขาไป ไม่ยอมจอด. เขาจึงวิ่งกลับมาที่รถ รับตัวมาร์กจากวงแขนแม่ แบกไปอยู่กลางถนน ชูตัวเด็กที่อ่อนปวกเปียกและหายใจแผ่วเบาขึ้นเหมือนเป็นธงขอความช่วยเหลือ



รูปภาพ

รถยนต์คันหนึ่งหยุดจอดรับ คนขับเป็นลูกจ้างทำฟาร์มชาวเฮติ พูดอังกฤษไม่ได้ แต่ก็พอเข้าใจเรื่องราว เขารับเดบบี้และบุตรที่ไม่รู้สึกตัวให้ขึ้นรถแล้วขับไปสถานีอนามัยตามทิศทางที่เดบบี้บอกให้

เจ้าหน้าที่อนามัยพยายามที่จะพยาบาลเด็กหนุ่ม แต่อาการของคนเจ็บต้องการความช่วยเหลือมากกว่าที่เขาจะให้ได้ เพราะขาดเครื่องมือแพทย์เขาจึงให้น้ำเกลือและช่วยการหายใจแล้วจัดรถพยาบาลส่งคนเจ็บไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ที่เมือง เนเปิลส์ (Naples) ห่างออกไป 10 ไมล์

Dr.Michael Nycum ศัลยแพทย์กำลังล้างเรืออยู่ที่บ้านพัก พอได้ทราบข่าวฉุกเฉินก็รีบมาโรงพยาบาลทันทีและคอยอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน แพทย์บอกว่า “เมื่อคนเจ็บมาถึงนั้น เขาไม่หายใจซึ่งถือได้ว่าสิ้นใจแล้ว”
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

อาทิตย์ พ.ค. 15, 2011 4:57 am

ตลอดเวลา 8 ช.ม. ถัดมา แพทย์ 4 คนและพยาบาลอีกจำนวนหนึ่งทำงานไม่หยุดพักตลอดเวลา เพื่อช่วยชีวิตมาร์ก แพทย์กล่าวว่า “ระบบต่างๆ ในร่างกายเกือบไม่ทำงานและแล้วไตก็หยุดทำงาน พิษงูทำให้โลหิตไม่แข็งตัวทำให้เลือดตกใน และทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากระบบหายใจไม่ทำงานตลอด 12-14 ช.ม. แรก อวัยวะชิ้นเดียวของผู้ป่วยที่ทำงานตลอดเวลา คือ หัวใจและทำงานได้อย่างยากลำบาก”

ทุกๆ ส่วนในร่างกายของมาร์กได้รับอิทธิพลของพิษงูในปริมาณมากจนทำให้โลหิตเป็นพิษ และทำลานเนื้อเยื่อต่างๆ พิษงูทำให้เซลล์ตาย แพทย์ได้ให้ยาแก้พิษงูเป็นซีรั่ม ที่ได้จากเลือดของม้าที่ถูกฉีดพิษงูเข้าไป แต่กระนั้นตามหลักวิชาแพทย์แล้ว ไม่มีทางที่แน่นอนว่าจะช่วยชีวิตของเด็กไว้ได้

รูปภาพ

แพทย์บอกว่า “โดยปรกติในกรณีรุนแรง เช่นนี้ เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นบ้างในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ในกรณีของมาร์ก เวลาผ่านไป 8 ช.ม. เราไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย เขายังคงมีสภาพเหมือนตอนที่เราพบเขาครั้งแรก”



เช้าวันจันทร์ อาการของมาร์กเริ่มดีขึ้น ความดันโลหิตดีขึ้นเล็กน้อย มีอาการแสดงว่าไตเริ่มทำงาน แต่เขาก็อยู่ในสภาพโคม่า

สำหรับพ่อแม่ อาการที่น่ากลัวที่สุดคือ มีเลือดไหลซึมออกมาทางตา, หูและปากของมาร์ก.. ทุกส่วนของร่างกายบวม มือมีขนาดใหญ่ 3 เท่าของขนาดปรกติ ดูเหมือนเขาไม่มี คือ ตาของเขาบวมจนเห็นแต่ปลายขนตาตามขอบตาเท่านั้น และเลือดซึมออกมาตามรอยแตกต่างๆ ก่อนหน้านี้ แพทย์ให้เลือดเขาถึง 18 ไปนท์แล้ว

วันอังคาร แพทย์เริ่มเป็นห่วงว่าอาการบวมที่ขาขวาของมาร์ก จะปิดกั้นการไหลเวียนของโลหิตไปที่เท้า ซึ่งจะเป็นผลให้ต้องตัดขาส่วนล่างออก แพทย์จึงกรีดขาขวาเพื่อให้เนื้อเยื่อที่บวมสามารถขยายตัวได้ และลดการกดดันที่มีต่อเส้นเลือด

แม่ไม่ยอมออกจากโรงพยาบาลเธอนั่งอยู่ข้างเตียงหลายๆ ชั่วโมง และสวดภาวนาพลางปลอบใจลูก “แม้เขาจะอยู่ในอาการโคม่า แต่ฉันเชื่อว่าเขาคงจะได้ยินคำพูดที่ฉันพูดกับเขาและพูดกับพระเจ้า”
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

อาทิตย์ พ.ค. 15, 2011 5:06 am

พอวันที่ 3 มาร์กก็เริ่มรู้สึกตัววันที่ 4 ก็ออกจากเครื่องช่วยหายใจได้ในช่วงแรกที่ออกจากเครื่อง แพทย์ฟังอย่างสนใจ ขณะที่มาร์กพูดกับพ่อแม่ด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น เขาเล่าได้ชัดเจนว่ากระโดดข้ามคูน้ำ แล้วไปเหยียบเอางูเข้า. เมื่อมาร์กบอกว่า เขาหวังว่า พ่อคงจะไม่โกรธเขาที่ไม่ระมัดระวัง ทำให้ผู้ฟังต้องหัวเราะทั้งน้ำตา. สำหรับแพทย์ การพูดได้ชัดเจนเช่นนี้แสดงว่าสมองของมาร์กไม่ได้รับอันตรายยังเป็นปรกติอยู่

แล้วแพทย์และพยาบาลก็ไม่ต้องเฝ้าดูมาร์กตลอดเวลาอีก ให้พ่อแม่ของเด็กคงเฝ้าอยู่ข้างเตียง แม่ถูคิ้วที่บวมของลูกชายเบาๆ และกำมือที่บวมของลูกไว้.. เวลาขณะนี้เองที่มาร์กและพ่อแม่อยู่รวมใจกัน ขอบพระคุณพระเป็นเจ้า มาร์กได้เล่าถึงเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในที่รกร้างนั้น เป็นเรื่องที่ทำให้เขาหวนระลึกถึงพระธรรมเก่า ตอนที่กล่าวถึงมนุษย์และทูตสวรรค์

รูปภาพ

มาร์กได้เล่าอย่างใจเย็นเป็นปรกติถึงบุรุษแต่งกายสีขาว ที่ปรากฏตัวมาเมื่อเขารู้ตัวว่า คงไม่สามารถเดินกลับไปถึงบ้านที่อยู่อีกไกล บุรุษนั้นอุ้มเขาขึ้นและแบกตัวเขาข้ามทุ่งโล่งจนถึงบันไดบ้าน

มาร์กกล่าวว่า “ผมรู้ว่า ท่านคือพระเจ้า ท่านมีเสียงทุ้มต่ำ ผมรู้สึกใจสงบไม่ตื่นเต้นเลยเมื่อท่านมายกตัวผมขึ้นแล้วแบกผมไปตลอดทาง ท่านบอกผมว่าไม่ต้องตกใจ ผมจะไม่สบายมากแต่ก็จะหาย และท่านก็หายไปในท้องฟ้า สิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้ก่อนสิ้นสติ คือ เปิดประตูบ้านของเราเข้าไปข้างใน”

มาร์กเป็นเด็กที่ไม่ค่อยศรัทธานัก แต่เขาก็เล่าเรื่องของเขาอย่างจริงจังเป็นที่ประทับใจของทุกคนในครอบครัวเมื่อรู้ว่าลูกเพิ่งผ่านหุบเขามรณะมาได้อย่างหวุดหวิด ทั้งพ่อและแม่จึงเชื่อคำพูดของลูกทุกคำ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

อาทิตย์ พ.ค. 15, 2011 5:10 am

เมื่อมาร์กมีอาการดีขึ้น เขาก็อธิบายถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาอีกครั้งหนึ่ง สองพ่อลูกจึงสรุปได้ว่า มาร์กเอาเท้าขวาเหยียบตรงกลางตัวงู งูจึงแว้งกัดเท้าเขา ธรรมดางูฉกป้องกันตัวแล้วจะถอยกลับไปทันที อาจเป็นไปได้ว่าเขี้ยวงูติดกับหนังรองเท้าของมาร์ก การกัดย้ำๆ ของงูเป็นเพียงการพยายามดึงเขี้ยวให้หลุดมาเท่านั้น การกัดย้ำนี้ อาจจะเพิ่มพิษงูปริมาณมากเข้าไปในเท้าของมาร์ก เมื่อพิจารณาถึงความกว้างของรอยเขี้ยว ซึ่งกว้างกว่า 1 นิ้วครึ่ง เมื่อเท้าหายบวมแล้ว และพิจารณาถึงส่วนประกอกอื่นๆ สรุปได้ว่า งูตัวนี้ยาวไม่น้อยกว่า 6 ฟุต

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เป็นเหตุสุดวิสัยที่จะอธิบายตามธรรมชาติได้ สิ่งที่มาร์กเล่านั้น ไม่อาจพิสูจน์ได้ แต่ว่าเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่ต้องการพิสูจน์ใดๆ อย่างไรก็ตาม มาร์กได้พาตัวเองผ่านทางขรุขระ 150 หลาและขึ้นบันไดบ้านอีก 13 ขั้น เปิดประตูเข้าบ้านได้เอง

Dr.Nycum กล่าวว่า “มองในด้านการแพทย์ ผมไม่ทราบว่าเขาสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างไร” แต่มาร์กว่าตนทำได้แล้วแน่นอน

รูปภาพ

มาร์กเป็นเด็กเรียบๆ มองอะไรมองตรงๆ และตั้งใจ เขามีความอดทนที่นายแพทย์เรียกกันว่าเป็นแบบ “กรีกโบราณ” (Stoic) และกล่าวว่า “ไม่ใช่วิธีการทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวที่ทำให้เขาหายได้ แต่ความพยายามอย่างต่อเนื่องของกลุ่มบุคคลหลายคนช่วยเขาเขาเป็นเด็กเข้มแข็ง มีพ่อแม่ที่แข็งแรงสิ่งที่ทำให้เขารอดปลอดภัยมาได้นั้น คือ การทำงานอย่างหนักมากของแพทย์และการอธิษฐานภาวนาอย่างมากด้วย”

มาร์กต้องรับการผ่าตัดเพื่อปลูกผิวหนังอีกหลายครั้ง แพทย์พยายามปลูกหนังขึ้นมาใหม่ที่เท้าและที่ขาของเขา. แพทย์เชื่อว่า มาร์กจะไม่ต้องพิการไปตลอดชีวิตแน่นอน

ถึงอย่างไรก็ตาม มาร์กจะกลับไปยังชนบทพร้อมกับโบโบและปืนของเขาและตั้งใจว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นเกษตรกร จะได้ทำงานบนผืนแผ่นดินที่เขารัก

พ่อและแม่ของมาร์กขอบคุณบรรดาแพทย์ และพยาบาลเป็นอย่างมากและยังระลึกถึงคนงานชาวเฮติที่ใจดีช่วยพวกเขา. “ถ้าไม่พบเขา เราไม่อาจทราบได้ว่า โชคชะตาจะเป็นอย่างไร พอเขาส่งเราเสร็จ จะไปขอบใจเขา เขาก็ขับรถไปเสียแล้ว เราก็ไม่ทราบชื่อของเขาด้วย” เดบบี้พูด

มาร์กเข้าใจดีว่า เขาก้าวหน้าไปในชีวิตพร้อมกับพระพรเป็นพิเศษซึ่งเขาเชื่อมั่นแน่นอนแล้วว่า เมื่อเขาเป็นเด็ก เขาอยู่ในอ้อมพระหัตถ์ของพระเจ้า.

แม่พระยุคใหม่ : นิตยสารราย 2 เดือน ฉบับรวมเล่มปี 1998/2546 : หน้า26-28
Hotty2539
โพสต์: 104
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ เม.ย. 30, 2011 6:17 pm
ที่อยู่: จันทบุรี

อาทิตย์ พ.ค. 15, 2011 10:06 am

ได้กำลังใจดีจังเลยครับอ่านไปขนลุกไป :s002:
littleseal
โพสต์: 1029
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มิ.ย. 13, 2010 9:53 pm

อาทิตย์ พ.ค. 15, 2011 10:41 pm

สรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงเมตตา
:s007:
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3435
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

จันทร์ พ.ค. 16, 2011 9:30 am

พระเจ้าทรงเมตตา ขอบคุณพระองค์ :s005:
ภาพประจำตัวสมาชิก
~@Little lamb@~
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 9400
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:00 pm
ติดต่อ:

จันทร์ พ.ค. 16, 2011 12:06 pm

ขนลุกด้วย พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่
มะนาวหวาน
โพสต์: 45
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ธ.ค. 09, 2010 3:44 pm

จันทร์ พ.ค. 16, 2011 9:59 pm

:s021:
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พระองค์ทรงรักเราทุกคน เสมอ และ เสมอ
ข้าแต่ดวงพระทัยอันเมตตายิ่งของพระเสยซูเจ้า ทรงเมตตาเทอญ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

จันทร์ พ.ค. 16, 2011 11:24 pm

เรื่องนี้ เคยลง Readers Digest ของเดือนสิงหาคม 1988 ป่านนี้มาร์คก็30กว่าแล้ว

Henry Hurt, "A Boy, a Snake and an Angel," Readers Digest, August 1988, p. 95.
:+: seraphim :+:
~@
โพสต์: 7624
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ มี.ค. 23, 2005 9:49 pm
ที่อยู่: Pattaya Chonburi

อังคาร พ.ค. 17, 2011 5:12 pm

อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะ ในยามทุกข์ยากพระองค์ไม่เคยทอดทิ้งเรา ขอบคุณพระเจ้า
ภาพประจำตัวสมาชิก
~@Little lamb@~
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 9400
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:00 pm
ติดต่อ:

พุธ พ.ค. 18, 2011 12:49 pm

ไม่รู้ว่าตอนนี้มีชีวิตอย่างไรเน๊อะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3435
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

อาทิตย์ มิ.ย. 16, 2013 6:56 pm

สวดขออารักขเทวดาช่วยคุ้มครองเสมอๆ และเรียกท่านช่วยนำพาดูแลพวกเราเป็นพิเศษใน
ยามเดินทาง บางครั้งเราผ่านเหตุร้ายต่างๆมาได้ ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นท่านอารักขเทวดา
ที่ดูแลรักษาเราให้รอดปลอดภัย...
:s005: :s002:
preeyanuch20
โพสต์: 122
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 15, 2013 5:37 pm

อังคาร ต.ค. 08, 2013 6:49 pm

ขอบคุณพระเจ้า ได้กำลังใจขึ้นเยอะเลย :s002: :s002:
ตอบกลับโพส