ปจว. 29 พ.ย. โดย คุณพ่อ สมเกียรติ

แบ่งปัน คำพยาน ประสบการณ์ชีวิตกับพระเจ้า และการอัศจรรย์ ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำต่อชีวิตของเราแต่ละคน

ปจว. 29 พ.ย. โดย คุณพ่อ สมเกียรติ

Postโดย tuztiz » Thu Nov 29, 2012 10:53 am

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2012 สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
“วิวรณ์หนังสือแห่งความหวัง”
• ไม่น่าแปลกใจที่หนังสือวิวรณ์นี้ยังคงเป็นความแปลกใจสำหรับคริสตชนเสมอ โดยเฉพาะทุกคนที่อ่านวิวรณ์ หลายคนเริ่มอ่านหนังสือวิวรณ์แล้ว ก็ไม่กล้าอ่านต่อ เพราะมีความรู้สึกแปลก ๆ และไม่เข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ในสารบบพระคัมภีร์ได้อย่างไร
• แต่เมื่อเราย้อนพิจารณาอย่างถ่องแท้ คงมิใช่โดยบังเอิญที่พระศาสนจักรตัดสินเลือกให้หนังสือฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายในสารบบของพระคัมภีร์ หนังสือฉบับนี้เป็นพลังบันดาลใจยิ่งใหญ่ เป็นแรงบันดาลใจให้พระศาสนจักรมองเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ เป็นพลังเสริมจากสวรรค์โดยแท้สำหรับพระศาสนจักรผู้กำลังเดินทางอยู่ในโลก องค์พระผู้เป็นเจ้า เจ้านาย และเจ้าบ่าวของพระศาสนจักร ทรงเปิดเผยความจริงให้หน้าสุดท้ายของการเผยแสดงในพระคัมภีร์ให้แก่พระศาสนจักรเจ้าสาวที่รักของพระองค์ว่า การเดินทางด้วยความยากลำบากในโลกนี้
• “การต่อสู้ด้วยความซื่อสัตย์ของพระศาสนจักร” นั้น คือ แก่นแท้หรือสาระแห่งชัยชนะของพระศาสนจักร ความเจ็บปวดนั้นเกิดจากที่พระศาสนจักรนี้อยู่บนโลกที่ขาดสมดุลในการเป็นของพระเจ้า ชัยชนะของพระศาสนจักรที่แท้จริงไม่ได้มาจากคำสัญญาว่าการเบียดเบียนพระศาสนจักรในโลกนี้จะสิ้นสุดไปอย่างสิ้นเชิง แต่ทว่าชัยชนะนั้นที่แท้จริงคือการเสริมกำลังความมั่นใจว่าในการเบียดเบียนและทุกข์ระทมนั้นแหละพระศาสนจักรจะมีชัยและจะเดินทางจนถึงที่สุดด้วยความเพียรทน
• พระอาณาจักรของพระเจ้ามิได้อยู่ขอบฟ้าไกลโพ้นหรือเบื้องสูง แต่พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ที่นี่และเวลานี้เองในพระศาสนจักรที่กำลังร่วมส่วนในธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นศีรษะ
• “ความหวัง” ที่มาจากหนังสือวิวรณ์นี้ คือ “พลังให้พระศาสนจักรมั่นคงยิ่งขึ้น” ในภาวะของการเบียดเบียนแม้ในปัจจุบันของคริสตศักราชสองพันเป็นต้นไปนี้ แทนที่พระศาสนจักรคือเราทุกคนนี้แทนที่จะถอยหนี หรือหลบหลีกการเบียดเบียน หรือขจัดมันไปนั้น ซึ่งบ่อยครั้งก็เป็นเช่นนั้นด้วย
• พระศาสนจักรจะเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของโลก และมั่นใจในพระคริสตเจ้าว่าพระองค์ทรงอยู่กับพระศาสนจักร และพระศาสนจักรก็จะเดินหน้าต่อไปในการประกาศความรักและความรอดพ้นที่มาจากองค์พระคริสตเจ้าและธรรมล้ำลึกปัสกาของพระองค์
• เราจึงต้องอ่านหนังสือวิวรณ์ ไม่ใช่ในฐานะที่หนังสือที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในยุคสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ไม่ใช่แม้กระทั่งหนังสือที่กล่าวถึงเหตุการณ์ร่วมสมัยกับผู้นิพนธ์ นั่นคือการที่พระศาสนจักรต้องขับเคี่ยวกับจักรวรรดิโรมันและกับชาวยิวเท่านั้น
• แต่เร้าต้องอ่านวิวรณ์ในฐานะหนังสือที่กล่าวถึงการสู้รบระหว่างพระเยซูคริสตเจ้ากับซาตาน การสู้รบเช่นนี้ยังคงยืดเยื้ออยู่ตลอดไป
• จากการสู้รบนี้แหละ การเบียดเบียนพระศาสนจักรในสมัยแรกนั้นนับเป็นเหมือนฉากแรกเท่านั้น และแบบอย่างของสิ่งที่จะเป็นมาในการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้า หนังสือวิวรณ์จึงเป็นหนังสือที่แจ้งให้เราทราบไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นเมื่อสิ้นพิภพ แต่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดอยู่ทุกขณะของประวัติศาสตร์ของโลก พระศาสนจักรซึ่งกำลังถูกเบียดเบียนและถูกขัดขวางในการประกอบภารกิจที่ได้รับมอบหมายมานั้น แม้ในพระศาสนจักรส่วนเล็กที่สุดคือครอบครัวและสังคมย่อย ๆ ของคริสตชน ล้วนกำลังมีส่วนร่วมในชัยชนะของพระคริสตเจ้า
• หนังสือวิวรณ์จึงเป็นความหวัง ความชื่นชมยินดี ช่วยให้คริสตชนมีความเพียรจนถึงที่สุด “ท่านจะได้ชีวิตของท่านรอดก็โดยความเพียรทนของท่าน” (ลก 21:19) หนังสือเล่มนี้จึงจบลงด้วยเสียงร้องก้องกังวาลเชิญให้พระคริสตเจ้าทรงแสดงองค์ในตอนสุดท้าย “อาแมน ข้าแต่พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า เชิญเสด็จมาเถิด” (22:20)

พระศาสนจักร เจ้าสาวของพระคริสตเจ้า คือเราทุกคน อยู่ในโลก แต่ไม่เป็นของโลก ปัจจุบันโลกหยิบยืนกระแสโลกนิยมที่รุนแรง กระแสที่เบียดเบียนและเบียดบังความดี ความสัตย์ซื่อ กระแสที่กำลังท้าทายพระศาสนจักร ดังนั้น เราคริสตชนต้องออกแรง และมีความหวังตลอดไปในพระคริสตเจ้า ไม่กลัวการท้ายทาย แต่นี่คือฉากชีวิตที่เราพระศาสนจักร สมาชิกทุกคน ต้องมุ่งเพียรทน และประกาศการเป็นข่าวดี เป็นเกลือดองโลก และเป็นแสงสว่างของพระคริสตเจ้าตลอดไป อ่านพระคัมภีร์กันต่อนะครับ ขอพระเจ้าอวยพรครับ เราจะ “เป็นสุข” เมื่อราได้เชื่อศรัทธาในพระคริสตเจ้าเสมอไป......

วว 18:1-2,21-23;19:1-3,9ก…….
1หลังจากนั้น ข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งลงจากสวรรค์ มีอำนาจยิ่งใหญ่ ทำให้แผ่นดินสว่างจ้าด้วยความรุ่งโรจน์ของเขา 2เขาร้องตะโกนเสียงดังว่า “บาบิโลนล่มแล้ว บาบิโลนนครใหญ่ล่มแล้ว กลายเป็นที่อาศัยของบรรดาปีศาจ เป็นที่ขังบรรดาจิตโสโครก เป็นที่ขังบรรดานกโสโครก และเป็นที่ขังสัตว์ร้ายโสโครกและน่ารังเกียจทั้งหลาย
21ทูตสวรรค์ทรงพลังองค์หนึ่งยกหินก้อนหนึ่งใหญ่เท่าหินโม่ทุ่มลงทะเล กล่าวว่า “บาบิโลนนครใหญ่จะถูกทุ่มลงอย่างรุนแรงเช่นนี้ จะไม่มีใครพบเห็นนครนี้อีกเลย”
22จะไม่มีใครได้ยินเสียงคนดีดพิณ คนเล่นดนตรี
คนเป่าขลุ่ย คนเป่าแตรในเจ้าอีกต่อไป
จะไม่มีใครพบเห็นนายช่างใด ๆ ในเจ้าอีกต่อไป
จะไม่มีใครได้ยินเสียงหินโม่ในเจ้าอีกต่อไป
23แสงตะเกียงจะไม่ส่องสว่างในเจ้าอีกต่อไป
จะไม่มีใครได้ยินเสียงเจ้าบ่าวและเจ้าสาวในเจ้าอีกต่อไป
เพราะบรรดาพ่อค้าของเจ้าล้วนเคยเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
และเวทมนตร์ของเจ้าล่อลวงนานาชาติให้ลุ่มหลง
1ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังในสวรรค์เหมือนเสียงของประชาชนจำนวนมากร้องว่า “อัลเลลูยา ความรอดพ้น พระสิริรุ่งโรจน์ พระอานุภาพเป็นของพระเจ้าของเรา 2เพราะพระองค์ทรงพิพากษาอย่างสัตย์จริงและยุติธรรม พระองค์ทรงพิพากษาลงโทษหญิงแพศยาผู้เลวร้าย ซึ่งล่วงประเวณี ทำให้แผ่นดินเสื่อมทราม พระองค์ทรงล้างแค้นแทนโลหิตของบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ซึ่งนางได้ประหาร” 3เสียงนั้นยังร้องอีกว่า “อัลเลลูยา ควันไฟจากนครนั้นจะพลุ่งขึ้นตลอดนิรันดร”
9ทูตสวรรค์กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “จงบันทึกลงไปว่า ผู้ที่ได้รับเชิญมาในงานวิวาห์มงคลของลูกแกะย่อมเป็นสุข”
Image
User avatar
tuztiz
 
ตอบ: 423
สมัครสมาชิก: Mon Feb 19, 2007 7:45 pm

กลับไปหน้า คำแถลงของกามาลิเอล

ผู้ที่กำลัง online

ผู้ที่กำลังอ่าน forum นี้: สมาชิก ไม่มีสมาชิก และ ผู้เยี่ยมชม 7 คน