ไฟชำระ- โปรดอย่าลืมฉัน

แบ่งปัน คำพยาน ประสบการณ์ชีวิตกับพระเจ้า และการอัศจรรย์ ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำต่อชีวิตของเราแต่ละคน
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
King Zadin
โพสต์: 419
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 13, 2005 3:53 am
ติดต่อ:

ศุกร์ ก.ย. 02, 2005 1:07 am

ไฟชำระ- โปรดอย่าลืมฉัน

วิญญาณในไฟชำระกตัญญูต่อผู้ที่ช่วยเหลือเขา แม้แต่เมื่อเรายังอยู่ในโลกนี้และมีความต้องการฝ่ายโลก คุณพ่อโรซีโบลีได้เล่าเรื่องจริงที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความจริงในเรื่องนี้
ผู้หญิงชาวเนเปิลที่ยากจนน่าสงสารคนหนึ่งมีความทุกข์ในเรื่องเงินเป็นอย่างมาก เพราะสามีถูกจองจำและยังต้องเลี้ยงดูลูกๆอีก เงินที่ต้องใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่างๆค่อยๆหมดลง เธอรู้สึกหมดอาลัยตายอยากแต่ยังมีความไว้ใจในพระเป็นเจ้าอยู่ เธอไปวิงวอนต่อคนร่ำรวยคนหนึ่งด้วยน้ำตานองหน้า เล่าความทุกข์ยากของเธอให้เขาฟัง แต่ได้เงินมาเพียง 1 คาร์ลิน (10 เซนต์) เธอไม่หวังอะไรอีกแล้วในโลกนี้ ครั้นมาได้ยินเรื่องความกตัญญูของวิญญาณในไฟชำระ เธอจึงไปหาพระสงฆ์ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ยื่นเงินที่มีน้อยนิดนั้นให้ท่านเพื่อทำมิสซาอุทิศแก่วิญญาณในไฟชำระ คุณพ่อที่แสนดีก็ทำมิสซาให้ตามคำขอ
ขณะที่เธอกำลังเดินข้ามถนนในเนเปิลที่มีคนหนาแน่น ก็มีชายชราท่าทางน่านับถือคนหนึ่งเข้ามาใกล้เธอและถามเธอว่า จะไปไหน เธอได้เล่าความทุกข์ยากของเธอให้ฟัง ชายชรารู้สึกสะเทือนใจมาก ได้ยื่นซองจดหมายให้เธอฉบับหนึ่งและขอให้เธอนำไปส่งให้แก่ผู้หนึ่งตามสถานที่ที่เขาบอกแก่เธอ แล้วเขาก็จากเธอไป
บุรุษที่ได้รับจดหมายจากเธอ อ่านจดหมายนั้นซ้ำถึง 2 รอบออกเสียงดังๆว่า "ลูกเอ๋ย พ่อของเจ้าได้ขึ้นสวรรค์แล้ว ขอบคุณคุณพ่อที่ทำมิสซาให้เมื่อเช้านี้ โดยที่สตรีผู้ถือจดหมายเป็นผู้ขอมิสซาให้ เธอกำลังมีความระทมทุกข์เป็นอย่างมาก พ่อขอฝากให้ลูกช่วยดูแลเธอด้วย" บุรุษผู้นั้นหันมาหาเธอพูดว่า "หญิงที่น่าสงสาร เธอได้ช่วยผู้ให้กำเนิดฉันได้รอดไปสวรรค์ ฉันจะดูแลเธอและครอบครัวของเธอ"
สิ่งที่เราควรจะเรียนรู้ในเรื่องนี้ก็คือ เราควรให้ความเมตตาต่อพระศาสนาจักรที่กำลังทนทุกข์ วิญญาณในไฟชำระนั้น เป็นที่โปรดปรานของพระผู้เป็นเจ้าที่สุด และมหัศจรรย์ต่างๆจะพรั่งพรูมายังเราผู้ที่มีเมตตาต่อดวงวิญญาณเหล่านั้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
King Zadin
โพสต์: 419
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 13, 2005 3:53 am
ติดต่อ:

ศุกร์ ก.ย. 02, 2005 1:09 am

ความทุกข์ทรมานในไฟชำระ

ไฟชำระ. ดูจะเป็นคำที่คริสตชนรู้จักกันดี แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งจนทำให้มีผลต่อการใช้ชีวิตของเขา ? โทษของไฟชำระหนักกว่าความทุกข์บนโลกมากมายนัก เมื่อเรารู้สึกร้อน,เราก็ไปอาบน้ำเพื่อให้รู้สึกเย็นขึ้น เมื่อเรากระหาย,เราก็ดื่มน้ำเย็นๆสักแก้วหรือน้ำชาหรือน้ำส้มแก้กระหายได้ เมื่อเป็นไข้,เราก็ทานยาเพื่อทำให้สุขภาพดีดังเดิม ความทุกข์ยากในไฟชำระแม้จะไม่คงอยู่ตลอดไป, แต่ความทุกข์นั้นก็ทรมานจนสุดที่จะบรรยายเป็นคำพูดได้ ลองฟังจากข้อเขียนของคุณพ่อ F.X. SCHOUPPE,S.J.สงฆ์เยซูอิต อาจทำให้ท่านเข้าใจเรื่องนี้ดีขึ้นเพื่อชุบชูจิตใจของท่าน

คุณพ่อ F.X. SCHOUPPE,S.J. ได้เขียนเกี่ยวกับการประจักษ์. นิมิตและการเผยแสดงของวิญญาณจากไฟชำระต่อนักบุญและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลายท่าน อาทิเช่น นักบุญคัทริน เดอ ริชชี่, นักบุญลิดวินา,บุญราศีเวโรนิกาแห่งบินาสโค,นักบุญฟรานซ์แห่งโรม เป็นต้น วันหนึ่งมีผู้ถามคุณพ่อเดนิส,นักบวชคาร์ทูเซี่ยน ว่า "วิญญาณในไฟชำระได้ปรากฏให้ท่านเห็นกี่ครั้ง?" ท่านตอบว่า "โอ นับร้อยครั้งทีเดียว". อธิการริเบธพูดว่า"การประจักษ์เช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดา. พระเป็นเจ้าทรงอนุญาติวิญญาณเหล่านั้นมาหาเราเพื่อกระตุ้นเตือนพวกเราให้เข้าใจถึงความทุกข์สาหัสของพวกเขา,สงสารเขา,สวดภาวนาเพื่อพวกเขาและให้เราตระหนักว่าพระยุติธรรมของพระองค์ต่อบาปความผิดที่เราคิดว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยนั้นน่าหวาดหวั่นนัก"

"ไม่มีข้อบังคับให้เราต้องเชื่อในเรื่องนี้ เรื่องไฟชำระเป็นความจริงและเราไม่อาจปฏิเสธหลักความเชื่อข้อนี้ได้ เพราะมีการไขแสดงให้เห็นเป็นการเฉพาะ ใครที่เชื่อก็มีอาหารหล่อเลี้ยงจิตใจของเขา"
(คุณพ่อ F.X. SCHOUPPE,S.J.)

เรื่องต่อไปนี้เกี่ยวกับนักบุญ แมกดารีน เดอปัสซี่ ,แม่ชีคาเมไลท์ ฟลอเรนทีน. เล่าโดยคุณพ่อซีแปเร ในปีค.ศ. 1607 เวลาเย็นวันหนึ่ง ขณะที่นักบุญแมกดารีน เดอ ปัสซี นั่งอยู่ในสวนกับบรรดาแม่ชีอื่นๆในอาราม, เธอได้เข้าญาณและเห็นไฟชำระเปิดออกต่อหน้าเธอ มีเสียงหนึ่งเชื้อเชิญเธอให้เข้าไปเยี่ยมสถานที่คุมขังแห่งพระยุติธรรมศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่เธอจะได้เห็นความทุกข์ทรมานที่เหล่าวิญญาณได้รับ.

เธอเดินอยู่รอบสวนเป็นเวลาถึงสองชั่วโมง,เป็นสวนที่ใหญ่มาก หยุดเป็นครั้งคราว และร้องไห้ดังๆด้วยความระทมขมขื่น. "เมตตาเถิดเจ้าข้า. พระเป็นเจ้าของข้าพเจ้า โปรดเมตตาด้วยเถิดเจ้าข้า โอ พระโลหิตอันประเสริฐ โปรดหลั่งมายังดวงวิญญาณในที่คุมขังนี้และพาเขาออกจากที่แห่งนี้ด้วยเถิด" เธอถูกบังคับให้เดินต่อไป แต่เมื่อเธอเดินไปอีกไม่กี่ก้าว, เธอก็หยุดและหวีดร้องด้วยความตกใจ ถอนหายใจลึกและร้องว่า "อะไรกันนี่! นักบวชก็มาอยู่ในสถานทรมานสาหัสนี่ด้วยหรือ! พระเจ้าข้า! พวกเขาได้รับการทรมานแสนสาหัสยิ่งนัก! " ภาพที่เธอได้เห็นทำให้เธอต้องถอนหายใจในทุกย่างก้าวที่เดินไป มีห้องลงทัณฑ์สำหรับคนธรรมดาและ สำหรับเด็กที่ประพฤติชั่ว การทรมานของพวกเขารุนแรงน้อยกว่าของนักบวช

ก้าวต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง เธอเห็นวิญญาณจำนวนมากมายมหาศาลกำลังถูกบดขยี้ถูไถไปมาจนถลอกปอกเปิก เธอเข้าใจว่านี่คือวิญญาณของผู้ที่ไม่มีความนบนอบเชื่อฟังและไม่มีความอดทนเมื่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอหวาดกลัวมากเมื่อได้เห็นพวกเขาถูกทรมานอย่างสยดสยอง.

ที่ห้องทรมานสำหรับคนพูดโกหก เธอต้องร้องออกมาอย่างเจ็บปวด คนพูดเท็จถูกฝังอยู่ในสถานที่อ้างว้างติดกับนรก ซึ่งมีการทรมานสุดหฤโหด นั่นคือ ตะกั่วหลอมเหลวถูกเทใส่ในปากของเขา เธอเห็นคนเหล่านั้นถูกเผาไหม้ ขณะเดียวกันก็ตัวสั่นด้วยความหนาว

แล้วเธอได้ไปดูที่คุมขังสำหรับวิญญาณที่ทำบาปเพราะจิตใจอ่อนแอยอมทำบาปตามการชักชวนที่ไม่ดี เธอได้ยินเสียงร้องตะโกนว่า, "อนิจจา! เราคิดว่าจะพบเจ้าอยู่รวมกับวิญญาณที่ทำบาปเพราะความไร้เดียงสา, แต่เราคิดผิดไป เจ้าถูกเผาด้วยไฟอันร้อนแรงยิ่งกว่านั้นอีก"

ต่อไป, เธอได้เห็นวิญญาณที่ยึดติดกับสิ่งของของโลก และทำบาปละโมภ "ช่างตาบอดอะไรเช่นนี้!" เธอพูด, "ความโลภกระหายอยากได้ทรัพย์สมบัติที่ไร้ค่า! คนที่ร่ำรวยแล้วแต่ยังไม่เพียงพอและต้องการอย่างไม่สิ้นสุด, จึงต้องบริโภคความทรมาน ณ. ที่แห่งนี้. พวกเขาถูกถลุงเหมือนโลหะในเตาถลุง."

ก้าวต่อไปอีก, เธอเห็นคนหน้าไหว้หลังหลอก กำลังถูกแทงด้วยหอกแหลมและถูกตัดออกเป็นชิ้น, ถูกทรมานจนสุดทนทานได้.

ต่อจากที่นั้น,เธอผ่านเข้าไปยังบริเวณของวิญญาณที่ถูกจำคุกเพราะบาปฝ่ายเนื้อหนัง พวกเขาถูกขังอยู่ในคุกที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกน่าสะอิดสะเอียน เหม็นเน่าจนทำให้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน. เธอรีบออกไปจากที่น่ารังเกียจนั้นโดยเร็ว และได้มาเห็นวิญญาณที่มีความทะเยอทะยานและหยิ่งจองหอง, เธอพูดว่า "มองดูคนที่ชอบมีหน้ามีตาต่อหน้ามนุษย์ซิ เวลานี้พวกเขาถูกสาปให้มาอยู่ในสถานที่อันน่าสพึงกลัวนี้. "

แล้วต่อมาเธอได้เห็นวิญญาณที่อกตัญญูต่อพระคุณของพระเป็นเจ้า. พวกเขาตกเป็นเหยื่อของทารุณกรรมสุดหฤโหดจนสุดพรรณา พวกเขาถูกทิ้งลงในทะเลตะกั่วที่หลอมเหลว เพื่อทำให้ความอกตัญญูของพวกเขาแห้งเหือดไป

ในที่สุด,สถานที่สุดท้าย, เธอเห็นวิญญาณที่ทำบาปเล็กๆน้อยๆทุกประเภท วิญญาณเหล่านั้นต้องถูกพิพากษาให้ถูกทรมานด้วยเช่นกัน แต่ในระดับที่เบากว่า, เพราะเขาทำความผิดเล็กๆน้อยๆในบางครั้งจึงมีโทษน้อยกว่าคนที่ทำผิดเป็นนิสัย

เธอยังคงเข้าญาณอยู่หลังจากออกจากที่คุมขังสุดท้ายและออกจากสวน เธอถามพระเป็นเจ้าว่า " พระเจ้าข้า โปรดบอกลูกเถิด เหตุใดพระองค์จึงให้ลูกได้เห็นคุกอันน่าสพึงกลัวนี้ ซึ่งลูกมีความรู้และเข้าใจแต่เพียงเล็กน้อย? อา! บัดนี้ลูกทราบแล้วว่า พระองค์ปรารถนาให้ลูกรู้อย่างลึกซึ้งถึงความศักดิ์สิทธิ์อันไม่มีสิ่งใดเทียบได้ของพระองค์ และให้ลูกเกลียดชังบาปแม้แต่ที่เล็กน้อยที่สุด ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจในสายพระเนตรของพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง"

เราได้รับรู้ถึงสภาพและความน่าเวทนาของวิญญาณในไฟชำระแล้ว คราวนี้มาฟังเรื่องเกี่ยวกับระยะเวลาบ้าง

อธิการคณะนักบวชซิสเตอร์เซียน ชื่อ ไซมอน, เป็นผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยมากจนทำให้เป็นคนดุดัน ท่านลืมคำสั่งสอนของพระอาจารย์เจ้าในเรื่องการเป็นผู้มีใจอ่อนโยนและสุภาพ เมื่อสิ้นชีวิตไปได้มาปรากฏแก่นักบุญลุทการ์ดา บอกว่า ท่านถูกพิพากษาให้อยู่ในไฟชำระ 40 ปี นักบุญได้เพิ่มการสวดภาวนาเป็นสองเท่าและทำพลีกรรมมากขึ้น, แล้วเธอจึงได้รับการยืนยันจากพระเป็นเจ้าว่า วิญญาณของอธิการจะได้รับการปลดปล่อยในไม่ช้า.

พระสันตะปาปายิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง, คือพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 3 ผู้ทรงสืบตำแหน่งนักบุญเปโตรเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 1216 , หลังจากทรงสิ้นพระชนม์ได้ปรากฏแก่นักบุญ ลุทการ์ดา เช่นกันในเขตอารามที่ เอย์วีเลส,บราบันท์. พระองค์ตรัสว่า "เราคือพระสันตะปาปา อินโนเซนต์, เรากำลังถูกทรมานด้วยความผิด 3 ประการ และจะต้องรับโทษนานนับศตวรรษ ถ้าหากลูกไม่ช่วยเหลือเรา" พระองค์ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวไฟขณะที่ปรากฏแก่นักบุญ

น้องสาวของนักบุญวินเซนต์ เฟอร์เรอร์ ผู้หลงผิดไปลุ่มหลงในโลกียสุข วิถีชีวิตของเธอนำพาเธอไปสู่ความสูญเสียชั่วนิรันดร์ ท่านนักบุญได้สวดภาวนาขอให้เธอกลับใจ ในที่สุดคำภาวนาของท่านก็ได้รับการตอบรับ น้องสาวของท่านล้มป่วยลง และในชั่วขณะที่กำลังจะสิ้นใจ,เธอได้เป็นทุกข์เสียใจในบาปของตนด้วยความจริงใจและสารภาพบาปกลับใจ.

หลังจากเสียชีวิต,เธอปรากฏมาให้พี่ชายเห็นท่ามกลางเปลวไฟและความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส "อนิจจา ! พี่ชายสุดที่รัก" เธอพูด "น้องถูกพิพากษาให้รับการทรมานแสนสาหัสจนถึงวันพิพากษาครั้งสุดท้าย นอกเสียจาก พี่จะช่วยน้องโดยทำมิสซาอุทิศเพื่อน้องสัก 30 ครั้ง" และในวันที่ 30 นั้นเอง, น้องสาวของท่านก็ปรากฏมาอีกครั้งล้อมรอบด้วยเหล่าเทวดาที่กำลังพาเธอล่องลอยขึ้นสู่สวรรค์ ต้องขอบพระคุณพระหรรษทานจากการประกอบพิธีมิสซา ซึ่งช่วยย่นย่อการถูกทรมานจากศตวรรษเหลือเพียงแค่ 30 วัน

อาศัยความศรัทธาต่อวิญญาณในไฟชำระด้วยความไว้วางใจและแม้ด้วยความเกรงกลัว, ควรทำให้เราเป็นคนที่ดีบริบูรณ์มากขึ้น เช่นเดียวกัน, ความศักดิ์สิทธิ์ทรงฤทธิ์และพระยุติธรรมของพระเป็นเจ้าพึงทำให้เรามีความยำเกรงพระองค์ แต่พระเมตตาหาที่สุดมิได้ของพระองค์ย่อมทำให้เรามีความไว้ใจในพระองค์อย่างเต็มเปี่ยม

เราอย่าได้กลัวมากจนเกินไปและเสียความไว้วางใจ อย่าลืมว่าพระเมตตาของพระเป็นเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่าพระยุติธรรมของพระองค์. ประกาศกกล่าวว่า "พระเมตตาของพระองค์ ยิ่งใหญ่ยิ่งนักในสวรรค์," และยังมีกล่าวว่า "พระเป็นเจ้าทรงคุณความดีและเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา, ทรงอดทนนานและทรงบริบูรณ์ด้วยพระเมตตา"
ภาพประจำตัวสมาชิก
~@Little lamb@~
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 9400
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:00 pm
ติดต่อ:

เสาร์ ก.ย. 03, 2005 12:32 am

เอาบทความมาจากไหนให้ลงที่มาด้วยนะจ๊ะ

ไม่ง้นคนอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าเราเขียนเอง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Immanuel (MichaelPaul)
~@
โพสต์: 2887
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 8:49 pm
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

เสาร์ ก.ย. 03, 2005 10:23 am

น่ากัวอ่ะ อ่านแล้วสยอง
ภาพประจำตัวสมาชิก
kyrie
โพสต์: 252
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ มี.ค. 23, 2005 11:31 pm
ที่อยู่: chonburi
ติดต่อ:

เสาร์ ก.ย. 03, 2005 11:04 am

น่ากลัวจัง :-[
Junior Boy
โพสต์: 659
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ย. 10, 2005 2:01 pm
ที่อยู่: I believe in God...

เสาร์ ต.ค. 15, 2005 11:16 pm

น่ากลัวง่า ไม่ต่างอะไรกับนรกเลย
St.paul

อาทิตย์ ต.ค. 16, 2005 7:21 pm

วิธีหนีมัน

1แก้บาปปรับปรุงความประพพฤติตนเองอย่างสมำเสมอ

2รับศีลมหาสนิทบ่อยๆ

3เข้าวัดมิสซาบ่อยๆ

4ใช้โทษบาป
ภาพประจำตัวสมาชิก
Zion
~@
โพสต์: 3777
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 8:37 pm
ติดต่อ:

อาทิตย์ ต.ค. 16, 2005 8:50 pm

St.paul เขียน: วิธีหนีมัน

1แก้บาปปรับปรุงความประพพฤติตนเองอย่างสมำเสมอ

2รับศีลมหาสนิทบ่อยๆ

3เข้าวัดมิสซาบ่อยๆ

4ใช้โทษบาป
ไม่น่าใช้คำว่าหนี

อันที่จริง เรา แก้ปัญหา/ชนะ ต่อความบาป ;)

และทั้งสิ้นนั้นคือ
สำนึกถึงพระคริสต์เจ้าอย่างแท้จริงตลอดเวลา :D

~พระเยซูชนะ พระเยซูชนะ พระเยซูชนะ พญามาร
อัลเลลูยา อัลเลลูยา~
Batholomew
~@
โพสต์: 12725
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 2:28 pm
ที่อยู่: Thailand

จันทร์ ต.ค. 17, 2005 2:54 pm

ขอพระเนเจ้าโปรดทรงพระเมตตาเทอญ อาแมน
Unlikelihood

จันทร์ ต.ค. 17, 2005 3:09 pm

ตอนผมสวดอะก็ภาวนาให้ไฟชำระด้วยครับ :D
ภาพประจำตัวสมาชิก
เลย์
โพสต์: 1845
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 05, 2009 12:27 am
ที่อยู่: ในอ้อมพระหัตถ์พระเป็นเจ้า
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. พ.ย. 19, 2009 11:33 pm

ขอพระองค์ทรงโปรดทรงพระเมตตาต่อดวงวิญญาณในไฟชำระด้วยครับ อาแมน.
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3835
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

พฤหัสฯ. ม.ค. 13, 2011 8:11 pm

เพิ่งมาอ่านเรื่องวิญญานในไฟชำระ น่ากลัวกว่าที่คิด
เพลง....หนึ่งวันในไฟแม้นใครทนทานจะเปรียบประมาณเท่าร้อยพันปี
มีแต่พระเมตตาของพระองค์ มิสซา คำภาวนาพลีกรรมของพวกเราที่ในโลกนี้
ที่จะช่วยบรรเทาวิณญานในไฟชำระได้ สวดให้พวกเขาเสมอๆเมื่อหลุดพ้นแล้ว
เขาก็จะภาวนาให้กับพวกเราเช่นกัน
ขอพระองค์ทรงเมตตาด้วยเทอญ :s005: :s005: :s005:
แก้ไขล่าสุดโดย rosa-lee เมื่อ อังคาร ต.ค. 23, 2012 10:10 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
HOLY DANCE
โพสต์: 159
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร พ.ค. 03, 2011 5:53 pm

จันทร์ ต.ค. 22, 2012 7:22 pm

สำหรับผมนะครับ ไฟชำระที่ในหัวข้อนี้กล่าวดูเหมือนจะคล้ายคลึงกับนรกของชาวพุทธมากลยทีเดียว ซึ่งผมไม่คิดว่าไฟชำระจริงๆจะเป็นอย่างนี้ (แค่ความเห็นส่วนตัวนะครับ) สำหรับผม ไฟชำระจริงๆที่ผมเชื่อ น่าจะเป็นสภาวะแบบในหนังสือ "ความลับน่าอัศจรรย์ของวิญญาณในไฟชำระ" มากกว่า คือไม่มีการทรมานอาทิ ถูกถลกหนัง ถูกบดขยี้ หรือถูกตะกั่วร้อนเทกรอกปาก ซึ่งเป็นความทรมานที่เกิดจากความเจ็บปวดที่ได้รับทางกาย (เจ็บเพราะถูกโบยตี ผิวหนังเปิด ปากละลายเพราะความร้อน) แต่ไฟชำระจริงๆน่าจะเป็น การทรมานทางวิญญาณมากกว่า เช่น ความเจ็บปวดที่ได้เห็นพระเจ้าแล้ว แต่ยังไปหาพระองค์ไม่ได้ การรอคอยวันเวลาพร้อมๆกับไฟรักที่ลุกระเบิดอยู่ในวิญญาณ มันเจ็บปวดทางจิตที่รุนแรงจนสะสางวิญญาณจนบริสุทธิ์ ผมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนี้นะครับ
เมจิ
โพสต์: 3260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ส.ค. 22, 2011 6:44 pm

จันทร์ ต.ค. 22, 2012 9:08 pm

ออ เหมือนว่าไกลสุดปลายฟ้า ไกล้เพียงสายตา เห็นพระเจ้าเเล้วเเต่ไม่สามารถเข้าไปหาพระองค์ได้ :s002:
ภาพประจำตัวสมาชิก
sunofgod
โพสต์: 2481
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ก.ย. 18, 2011 8:17 pm

อังคาร ต.ค. 30, 2012 5:46 pm

:s015:
เมจิ
โพสต์: 3260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ส.ค. 22, 2011 6:44 pm

ศุกร์ พ.ย. 09, 2012 3:51 pm

:s007:
ภาพประจำตัวสมาชิก
peach
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ย. 01, 2012 9:36 am

ศุกร์ พ.ย. 09, 2012 8:03 pm



พระเยซูเจ้าข้า โปรดทรงเมตตาเทอญ

ยิ่งอ่าน ยิ่งสะเทือนใจ รู้สึกตัวเองบาปหนาเหลือเกิน...
magicgreen
โพสต์: 361
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ส.ค. 08, 2012 8:57 pm

อาทิตย์ ส.ค. 25, 2013 6:15 pm

ผมก้อคิดเหมือนพี่ HOLY DANCE เลย น่าจะประมาณว่า เห็นสวรรค์อยุ่ตรงหน้าแต่ไม่อาจเอื้อม เลยต้องทรมานอยุ่อย่างนั้น....ฮืมม เหมือนพระวรสารวันนี้ก็จะกล่าวประมาณนี้ด้วยว่า"....เวลานั้น ท่านทั้งหลายจะร่ำไห้คร่ำครวญและขบฟันด้วยความขุ่นเคืองเมื่อแลเห็นอับราฮัม อิสอัค และยาโคบกับบรรดาประกาศกในพระอาณาจักรของพระเจ้าแต่ท่านทั้งหลายกลับถูกไล่ออกไปข้างนอก...." ประมาณนี้....ทรมานเฟ่ออ - -
kay-su
โพสต์: 68
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 17, 2012 7:04 am

ศุกร์ พ.ค. 23, 2014 8:23 pm

น่ากลัวจรืงๆ อ่ะค่ะ ไม่อยากอยู่ในไฟชำระเลย น่ากลัวมาก อยากจะไม่ทำบาปทุกชนิดแต่ก็เผลอทำบ่อยๆ ขอคำภาวนาด้วยด้วยนะค๊ะ ขอพรพระเมตตาของพระเจ้าให้พวกลูกทุกคนได้มีโอกาศรับพระคุณการล้างบาปประจำปี ตามสัญญาของการสวดขอพระเมตตา ของพระเยซู ทุกคนนะค๊ะ
ตอบกลับโพส