ทำไมในหนังสือกิจการอัครสาวกจึงเรียกไม้กางเขนว่าต้นไม้

รวม ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
เข้าใจ พระคัมภีร์ ชีวิต และคำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ ตามลำดับ อย่างง่ายๆ
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
Andreas
~@
โพสต์: 3133
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 7:47 am
ที่อยู่: Bangkok
ติดต่อ:

จันทร์ เม.ย. 25, 2011 8:54 am

ผมมีคำถามหนึ่งที่ต้องการคำอธิบายว่า ทำไมในหนังสือกิจการอัครสาวก จึงได้เรียกไม้กางเขนว่าต้นไม้ และเรียกการถูกตรึงกางเขนว่า "การแขวนไว้ที่ต้นไม้" ทำให้มีบางคนกล่าวว่า พระเยซูทรงถูกแขวนหรือตึงไว้บนต้นไม้ ไม่ใช่กางเขน แบบที่เราเห็นในปัจจุบัน
เราจะอธิบายต่อคนที่คิดเห็นแบบนั้นอย่างไรครับ

5:30 "พระเยซูซึ่งท่านทั้งหลายได้ฆ่าเสียโดยแขวนไว้ที่ต้นไม้นั้น"
10:39 "...พระองค์นั้นเขาได้ฆ่าโดยแขวนไว้ที่ต้นไม้"
13:29 " ...เขาจึงเชิญพระศพของพระองค์ลงจากต้นไม้"
รวมทั้ง 1 เปโตร 2:24 "พระองค์เองไดด้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์ที่ต้นไม้นั้น"


ผมจึงไปดูในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่จากเว็บไซต์ของวาติกัน ก็ใช้คำว่า "tree" ซึ่งแปลว่าต้นไม้เช่นกัน
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

ศุกร์ พ.ค. 06, 2011 4:36 pm


ความหมายของกางเขน (Cross)


เมื่อพระเยซูคริสต์ถูกตัดสินให้ประหารด้วยการตรึงบนไม้กางเขน เขาก็นำพระองค์ไปโบยตีด้วยแส้หนังตามวิธีลงโทษนักโทษประหาร แส้นี้ทำด้วยหนังเป็นเส้นๆ คล้ายหางม้า และมีตะกั่ว กระดูกสัตว์หรือของมีคมอื่นๆ ผูกเป็นปมๆ ติดอยู่ เพื่อเพิ่มความเจ็บปวดและสร้างบาดแผลให้มากยิ่งขึ้น นักโทษบางคนถึงกับเสียชีวิตด้วยการโบยด้วยแส้นี้ บางคนถึงกับตาบอดก็มี หลังจากเฆี่ยนแล้วเขาก็นำพระองค์มาล้อเลียน เยาะเย้ย ทั้งเอาหนามมาสานเป็นมงกุฎสวมให้ด้วย พอวันรุ่งขึ้นเขาก็ให้พระองค์แบกกางเขนอันใหญ่และหนักไปตามถนนทั้งๆ ที่พระองค์บอบช้ำและอดนอนมาตลอดทั้งคืนแล้ว ขบวนแห่นักโทษนี้จะมีทหารคุมไป 4 คนอยู่คนละมุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ข้างหน้ามีป้ายประจานความผิดของนักโทษเขียนเป็น 3 ภาษาคือ กรีก ลาติน และฮีบรู เพราะภาษากรีกเป็นภาษาที่ใช้ในทางการค้า ภาษาลาตินเป็นภาษาทางราชการ ส่วนภาษาฮีบรูเป็นภาษาท้องถิ่น เขาจะนำป้ายอันนี้มาติดไว้ที่ยอดกางเขนเมื่อตรึงแล้วด้วย นักโทษจะถูกแห่ประจานไปรอบๆ เมือง ก่อนที่จะนำไปประหาร โดยใช้เส้นทางที่ยาวและคดเคี้ยวที่สุด ด้วยเหตุผลสองประการคือ หนึ่งเป็นการประจาน และสองถ้าในขณะที่เดินไปมีผู้ใดจะคัดค้านและขอเป็นพยานในความบริสุทธิ์ของนักโทษก็จะประท้วงคำพิพากษานี้ได้ คดีนี้จะต้องรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาใหม่ น่าสลดใจที่ไม่มีผู้ใดคัดค้านเพื่อพระเยซูกันเลยแม้แต่คนเดียว

กางเขนที่พระเยซูแบกไปนั้นเข้าใจกันว่าเป็นกางเขนที่เราเห็นอยู่ในโบสถ์ทั่วๆ ไปซึ่งเรียกกันว่ากางเขนแบบลาติน กางเขนในสมัยนั้นไม่ได้มีอยู่แบบเดียวเท่านั้น ยังมีกางเขนรูปตัว X เรียกว่ากางเขนของนักบุญอันดรูว์ เพราะเชื่อว่าอัครสาวกอันดรูว์ถูกตรึงด้วยกางเขนชนิดนี้ แบบที่ 3 ก็เป็นรูปตัว T มีชื่อว่ากางเขนของนักบุญแอนโทนี และแบบที่ 4 ก็คือแบบของกรีกที่เป็นรูปกากบาท + คือแบบสัญลักษณ์ของกาชาดนั่นเอง

ความเป็นมาของกางเขนนั้นเดิมทีเกิดขึ้นในหมู่ชาวเปอร์เซีย พวกเขามีความเชื่อว่าแผ่นดินนั้นบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่ยอมให้ร่างกายของผู้ทำผิดหรือร่างกายที่ชั่วร้ายนั้นมาเกลือกกลั้ว เมื่อจะประหารก็จัดการตรึงไว้ด้วยตะปูนแขวนห้อยเหนือพื้นดิน เมื่อตายแล้วก็ให้แร้งหรือสุนัขป่ามาฉีกกินจนสิ้นซาก วิธีการเช่นนี้พวกคาเธจซึ่งอยู่ใกล้อิตาลีหรือโรมจดจำมาใช้และทางโรมันก็นำมาใช้อีกต่อหนึ่ง แต่การนำกางเขนมาใช้นี้มิได้ใช้กับชาวโรมัน แต่จะใช้กับพวกทาสหรือพวกกบฏที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะเขาถือว่าชาวโรมันเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่าคนชาติอื่นๆ จะถูกทำทารุณกรรมอย่างนั้นไม่ได้ ซิเซโร นักปรัชญาเป็นเอกที่มีชื่อเสียงในสมัยก่อนคริสตศตวรรษแสดงความเห็นไว้ว่า สำหรับประชาชนชาวโรมันแล้ว "การถูกจับมัดก็เป็นอาชญากรรม ถ้าถูกเฆี่ยนตีก็ยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้นอีก คือถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างที่สุด แต่ถ้าถูกตรึงบนกางเขนละก็ไม่ทราบว่าจะเปรียบกับอะไรอีกได้" ด้วยเหตุนี้การประหารด้วยการตรึงบนกางเขนจึงไม่มีในหมู่ชาวโรมัน พระเยซูคริสต์ของเราถูกประหารอย่างทารุณที่สุด ต่ำต้อยที่สุดและน่าอับอายที่สุดที่มนุษย์จะคิดขึ้นได้ในสมัยนั้น

การตรึงบนไม้กางเขน

เป็นวิธีการทำให้เจ็บปวดรวดร้าว เป็นวิธีการประหารชีวิตซึ่งพวกโรมันใช้ ไม่ใช่เป็นวิธีการของพวกยิว พวกยิวในสมัยพระคัมภีร์เดิมใช้วิธีประหารชีวิตพวก อาชญากรโดยใช้หินขว้างให้ตาย และเอาศพแขวนไว้บนต้นไม้เป็นเครื่องแสดงว่าคนถูกประหารชีวิตเหล่านั้นอยู่ภายใต้การสาปแช่งของพระเจ้า (ฉธบ. 21:22-23) พวกยิวในสมัยพระเยซูอยู่ภายใต้การปกครองของโรมไม่มีอำนาจจัดการประหารชีวิต เขาต้องยอมให้ทางโรมทำ อย่างไรก็ตามพวกชาวยิวไม่ขอให้โรมเอาหินขว้างพระเยซูให้ตาย เขาเห็นว่าจับพระองค์ตรึงบนกางเขนให้ตายมันง่ายดีกว่า (มธ. 27:22-23)

พวกยิวถือกันว่ากางเขนของพระเยซูเป็นเสมือนต้นไม้ เพราะพระองค์ถูกแขวนไว้บนท่อนไม้รูปกางเขนนั้น พวกเขาจึงถือว่าพระองค์ตกอยู่ภายใต้การสาปแช่งของพระเจ้า แท้ที่จริงพระเยซูคริสต์ได้ทรงแบกการสาปแช่งของพระเจ้าไว้กับพระองค์อย่างที่เขาคิด พระองค์กระทำเช่นนั้นไม่ใช่เพราะพระองค์เองกระทำผิด พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีความบาป แต่พระองค์ทรงรับการสาปแช่งแทนคนบาป เพราะเหตุความเข้าใจผิดเรื่องการสาปแช่งแห่งการเขนจึงทำให้การตรึงพระเยซูบนไม้กางเขนเป็นหินสะดุดพวกชาวยิว พวกเขาปฏิเสธไม่ยอมเชื่อพระเยซู เพราะฉะนั้นกางเขนจึงเป็นเครื่องกีดกันพวกเขา ไม่ให้รับความรอดจากพระเจ้า ผู้เขียนพระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ถือว่าการที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนี้เป็นรากฐานแห่งพันธกิจการช่วยให้รอดของพระเจ้า ดังนั้นไม้กางเขนจึงกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความรอด ซึ่งพระเจ้าทรงโปรดให้ผู้เชื่อทุกคนพ้นจากความผิดบาป ข่าวประเสริฐก็คือข่าวเรื่องไม้กางเขนนั่นเอง กางเขนจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความอับอาย และความตายด้วย พระเยซูคริสต์ได้ทรงชี้แจงด้วยพระองค์เองว่า คนเหล่านั้นที่ต้องการจะเป็นสาวกของพระองค์ ต้องพร้อมที่จะเผชิญกับความอับอาย ความทุกข์ทรมานและความตาย ถ้าหากพวกเขาเป็นสาวกที่แท้จริงของพระองค์
peopletribune
โพสต์: 423
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มี.ค. 28, 2009 8:55 pm
ที่อยู่: Maka-Diyos, Makatao, Makakalikasan, at Makabansa

จันทร์ ก.พ. 27, 2012 4:09 pm

สวัสดี ครับคุณ Holy



ผมขออนุญาตแยกตอบเป็น 2 คำถาม เรื่อง ทำไมกิจการอัครสาวกเรียก กางเขนว่า ต้นไม้
แล้วก็ภาคภาษาอังกฤษก็เรียกว่า Tree

- ผมอธิยายให้เข้าใจง่ายดังนี้ก่อนนะครับว่า ศาสนา ยิว ศาสนาคริสต์ และอิสลาม มีต้นกำเนิด
ของศาสนามาจากแหล่งเดียวกัน หนังสือ กิจการอัครสาวกนั้นมาเขียนหลังจากพระเยซูสิ้น
พระชนม์แล้ว ต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ก่อนนะครับว่า ผู้ที่จับพระเยซู ตรึงกางเขนนั้น คือ ชาวยิว
(ซึ่งเค้าก็มีความเชื่อขอเค้า) แล้วยุคนั้นโรมันปกครองยิว (โรมันก็ยังนับถือเทพ แบบกรีก)
ยังไม่ได้มานับถือคาทอลิก โรมันเพิ่งมานับถือคาทอลิกสมัย จักรวรรดิไบแซนไทน์ หรือที่เรา
เรียกโรมใหม่ ตรงกับรัชสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน(Constantine the Great)

พวกยิวถือกันว่ากางเขนของพระเยซูเป็นเสมือนต้นไม้ เพราะพระองค์ถูกแขวนไว้บนท่อนไม้
รูปกางเขนนั้น ยิวจึงถือว่าพระองค์ ตกอยู่ภายใต้การสาปแช่งของพระเจ้า พระเยซูระหว่างที่
แบกกางเขนถึงถูกสบประมาทนานา ถูกสวมมงกุฎหนาม ฯลฯ ตามที่เราได้ศึกษากัน จากการ
ปฏิบัติดังกล่าวแสดงว่าชาวยิวมีความเชื่อว่า พระเยซูคือ นักโทษ ไม่ใช่บุตรพระเจ้า

รูปภาพ
และก็ไม่ใช่พระเยซูองค์เดียวที่ถูกประหารด้วยการจับตรึงกางเขน นักบุญเปโตรอัครสาวก
ที่ทางคาทอลิกเรายกให้ท่านเป็น พระสันตะปาปาองค์แรกของพระศาสนจักร ก็ถูกตรึงกางเขน
แต่นักบุญเปโตร ให้จับท่านเอาหัวทิ่มลงดินเพราะไม่อยากเทียบเท่าพระเยซู คาทอลิกเราถึง
ยกย่องนักบุญเปโตรมาก ที่วาติกันจึงมีโบสถ์ใหญ่เรียก อาสนวิหารนักบุญเปโตร มีชื่อในภาษา
อังกฤษว่า St. Peter's Basilica ถ้าเห็นคำตามหลังว่า Basilica ที่ไหน นั่นแสดงว่าเป็นโบสถ์
คาทอลิกแน่แท้ทีเดียวเชียว

ประวัติท่านนักบุญเปโตร
http://catholic.egat.co.th/people/peter.htm

รูปภาพ
ตัวอย่างภาษาฮิบรู-ไบเบิ้ล

รูปภาพ
ตัวอย่างภาษาไฮโรกริฟฟิก

- ส่วนคำว่า Tree เหมือนกันก็เพราะว่า ไบเบิ้ลไทยเราก็แปลจากภาษาอังกฤษ จริง ๆ แล้ว
คำว่า ไบเบิ้ล มาจากภาษากรีกว่า บิบลิออน แปลว่า หนังสือ ซึ่งถ้าเป็นภาษาในสมัยพระเยซู
จะเป็นภาษา ฮีบรู ก็คือภาษาที่พัฒนาเป็นภาษาที่ชาวยิว หรือชาวอิสราเอลใช้ในปัจจุบันแหละครับ
แต่ถ้าเป็นภาษายิวโบราณที่ใช้เขียนไบเบิ้ลเราจะเรียก ภาษาฮีบรูไบเบิล (Biblical Hebrew)
แต่ที่ยิวใช้ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาของภาษาเหมือนไทยเราพัฒนาภาษามาจากขอม ยิวที่เค้า
กล่าวสวัสดีกันว่า "ชาโลม" พวกยิวถึงภูมิใจในภาษาของเค้ามาก ซึ่งถ้าเป็นภาษาที่เก่าแก่กว่านั้น
เราเรียก ภาษาอีิยิปต์ ที่เห็นเป็นภาษาภาพแหละครับ เรียก ไฮโรกริฟฟิก(Hieroglyph)สมัยนี้
ไม่มีใครใช้แล้วมีแต่นักประวัติศาตร์ ศึกษาเพื่อไปค้นหาปริศนาปิรามิด

การแปลไบเบิ้ลจากภาษาอังกฤษ เองก็มีการ สังคายนาหลายครั้งทั้งในส่วนของวาติกันเอง
และในส่วนของคาทอลิกในประเทศไทย เช่นเดียวกับการสังคายนาพระไตรปิฎก ของทางพุทธ
ในไทยเองเรายังมีการสังคยนา ถึง 9 ครั้ง


ความรู้เกี่ยวกับหนังสือกิจการอัครสาวก

http://www.thaicatholicbible.com/main/b ... about-acts

เอจำได้ว่าคุณAndreas เคยตั้งกระทู้ถามเมื่อ เม.ย. ปีก่อน คำตอบที่ได้ยังไม่เป็น
ที่พอใจเหรอครับ
viewtopic.php?f=2&t=16267&p=220349

พระมหาทรมานของพระเยซูบนไม้กางเขน
http://www.catholic.or.th/spiritual/art ... cle07.html

:s021:
โดย : ฟรังซิสโก ณัฐวุฒิ(เดินทางทุกที่ ที่มีพระองค์)
sdjakapong
โพสต์: 164
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ย. 24, 2011 2:17 pm

พุธ ก.พ. 29, 2012 10:13 pm

มีบางนิกายอ้างว่า คำๆนี้แปลว่า tree หมายถึงไม่ท่อนเดียวไม่มีไขว้ และรีบด่วนสรุปไปเลยว่า ไม่กางเขนที่ใช้ตรึงพระเยซูท่อนเดียวเป็นไม้ท่อนเดียว ไม่ใช่แบบไขว้ และก็กราดว่าคาทอลิกและโปรบิดเบือน มั่ว สารพัด

ตอบ..ในสมัยก่อนเขาใช้คำที่แปลว่า "ต้นไม้" ใช้เรียก ไม้กางเขนแบบไขว้ครับ

หลักฐานคือ ผลงานด้านประวัติศาสตร์ของ นักประวัติศาสตร์ Diodorus Siculus ครับ และมีชีวิตในสมัย BC. ด้วยนะครับ

บอกพวกนั้นไปครับว่าอย่าอ้างแต่ความหมายของคำ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นสำคัญด้วยคือ "การใช้คำ" ว่าเขาใช้คำๆนั้นกับวัตถุแบบไหน ใช้เรียกกับสิ่งใดในสมัยนั้นบ้าง ไม่ใช่ว่ามันแปลแบบนี้ต้องเรียกกับของลักษณะนี้เท่านั้น ไม่ยอมดูเรื่องวัฒนธรรมของเขา การใช้ภาษาของพวกเขาในช่วงสมัยนั้น และอื่นๆ ไม่ใช่อะไรๆก็ยืนกระต่ายขาเดียวยันอยู่นั้นแหละ ปวดหัวกับพวกนั้นจริงๆ
sdjakapong
โพสต์: 164
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ย. 24, 2011 2:17 pm

พุธ ก.พ. 29, 2012 10:19 pm

สรุปคือ ถ้าเจอพวกนั้น บอกให้เขาลองไปหาดูว่าในสมัยนั้น กางเขนแบบไขว้ มีคำไหนบ้างที่ใช้เรียกสิ่งนี้ แน่นอนเลย เขาจะเจอคำๆหนึ่งที่ใช้เรียกสิ่งนี้ในผลงานของ Diodorus Siculus ซึ่งคำๆนั้นก็คือ Stauros นั่นเอง
ตอบกลับโพส