อุปนิสัยอันโดดเด่นของพระมารดามารีย์............

รวม ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
เข้าใจ พระคัมภีร์ ชีวิต และคำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ ตามลำดับ อย่างง่ายๆ
ตอบกลับโพส
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ ส.ค. 17, 2005 11:48 pm

อุปนิสัยอันโดดเด่นของพระมารดามารีย์

รูปภาพ

ในบรรดาคริสตชน นิกายคาทอลิคและออธโธดอค นอกจากจะให้เกียรติแก่พระมารดามารีย์เป็นพิเศษในฐานะ “มารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า” ตามที่พระคัมภีร์สอนแล้ว ((ลก 1:43)ทำไมหนอพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า จึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า) ยังนิยมขอให้พระมารดาช่วยวิงวอนขอพระเจ้าและพระเยซูเจ้าให้อีกแรงด้วย

หากในบรรดาผู้ที่ไม่ใส่ใจ หรือไม่ศึกษาอย่างชัดเจนในบทบาทของพระมารดามารีย์ในพระคัมภีร์แล้วแล้ว คงไม่เข้าใจว่า จะไปขอผ่านเธอทำไม บางคนตอบว่าเพราะเธอมีฐานะเป็นแม่ของพระเยซู พระเยซูจะยินดีสดับฟังและให้ในฐานะที่เป็นแม่ แต่ผมเห็นว่า นี่อาจจะใช่แค่ครึ่งเดียว เพราะอีกครึ่งหนึ่งนั้นมาจากเหตุผลของอุปนิสัยของสตรีผู้นี้ ที่โดดเด่นเห็นชัดมากในพระคัมภีร์ นั่นคือ พระมารดา เป็นคนที่มีอุปนิสัย “ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และอนาทรห่วงใยในความทุกข์ของผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ”
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พุธ ส.ค. 17, 2005 11:55 pm

ผู้ห่วงใยทุกข์ของคนอื่นมากกว่าทุกข์ของตัวเอง

เราทุกคนคงจำเหตุการณ์ที่ทูตสวรรค์กาเบียรลมาแจ้งข่าวแก่พระมารดาได้ดี แต่ผมจะขอเน้นที่นี่

ลก 1:36
ดูซิ เอลีซาเบธ ญาติของท่าน ทั้ง ๆ ที่ชราแล้ว ก็ยังตั้งครรภ์บุตรชาย ใคร ๆ คิดว่านางเป็นหมัน แต่นางก็ตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว เพราะไม่มีสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้” พระนางมารีย์จึงตรัสว่า “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” แล้วทูตสวรรค์ก็จากพระนางไป หลังจากนั้นไม่นาน พระนางมารีย์ทรงรีบออกเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในแถบภูเขาแคว้นยูเดีย พระนางเสด็จเข้าไปในบ้านของเศคาริยาห์และทรงทักทายนางเอลีซาเบธ

---หลังจากที่แม่พระทราบข่าวที่น่ายินดีเรื่องการตั้งครรภ์ ที่เราก็ทราบดีว่านี่ก็เป็นมหาทุกข์ของพระแม่ด้วย เพราะทันทีที่พระนางตอบรับ พระนางได้ตั้งครรภ์ทันทีเดชะพระจิต แต่แล้วเมื่อพระมารดาได้ยินสิ่งที่เทวดาบอกคือเรื่องที่นางอลิซาเบธที่ชรามากตั้งครรภ์ด้วย สิ่งที่สุดยอดสตรีผู้นี้ทำ แทนที่จะเป็นการเตรียมการเพื่อรับมือปัญหาการตั้งครรภ์ของตัวเอง เธอกลับ “รีบออกเดินทาง” ไกล เพื่อไปให้กำลังใจและช่วยดูแลญาติที่ตั้งครรภ์เช่นกัน และยังอยู่ช่วยนางอลิซาเบธนานถึง3เดือน พระมารดาห่วงใยสุขภาพและความลำบากของคนแก่ที่ต้องตั้งท้อง และรีบออกเดินทางไปดูแลเธอก่อนที่จะคิดถึงปัญหาของตัวเอง(ซึ่งที่จริงใหญ่โตสาหัสกว่าซะอีก) และพระจิตเจ้าผู้ทรงโปรดปรานพระนาง ก็ย่อมพอพระทัยในความเมตตารักต่อเพื่อนมนุษย์ที่พระนางได้แสดงออก ได้ประทานรางวัล คือทรงประทานคำสรรเสริญพระนางผ่านปากของนางอลิซาเบธทันที อันเป็นการประกาศยืนยันเกียรติคุณของพระนางในพระคัมภีร์อย่างที่ไม่มีสตรีคนใดในโลกจะได้รับเสมอเท่า ตั้งแต่พระบิดาทรงสร้างนางเอวาตลอดไปจนสิ้นพิภพ

รูปภาพ

ลก 1: 42
นางเอลีซาเบธได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม ร้องเสียงดังว่า “เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใด ๆ และลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย ทำไมหนอพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า จึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า เมื่อฉันได้ยินคำทักทายของเธอ ลูกในครรภ์ของฉันก็ดิ้นด้วยความยินดี เธอเป็นสุขที่เชื่อว่า พระวาจาที่พระเจ้าตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง”

---และด้วยพระนางทรงปฎิบัติสิ่งที่พระเยซูเจ้าสอนก่อนพระองค์ประสูติซะอีก พระนางจึงเป็นสุขและมีบุญยิ่งขึ้นไปอีกเพราะ

ลก 11:27-28
ขณะที่พระเยซูเจ้ากำลังตรัสอยู่นั้น สตรีผู้หนึ่งร้องขึ้นในหมู่ประชาชนว่า “หญิงที่ให้กำเนิดและให้นมเลี้ยงท่านช่างเป็นสุขจริง” แต่พระองค์ตรัสตอบว่า “คนทั้งหลายที่ฟังพระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติตามย่อมเป็นสุขกว่านั้นอีก”

พระนางจึงสมแล้วที่เป็นผู้ที่ถูกทำนายโดยพระคัมภีร์ว่า”ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข” (ลก 11:48) เพราะพระเจ้าไม่ได้โปรดปรานพระนางเพียงเพราะพระนางอุ้มครรภ์พระบุตร แต่เพราะพระนางคือผู้ที่ฟังพระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติ ด้วยหัวใจรักที่รักผู้อื่นก่อนรักตัวเองซะอีก คือตัวอย่างที่เห็นได้จริงของชาวสะมาเรียผู้ใจดี คือธิดาแห่งศิโยนทรงเมตตา คือมารดาของเหล่าฝูงแกะตัวแทนผู้ชอบธรรมที่จะถูกคัดให้ยืนข้างขวาของพระบุตรในวันพิพากษา ด้วยรัศมีเรืองรองยิ่งกว่าทองแห่งอาภรณ์ดวงอาทิตย์(ในหมู่สตรีผู้มีเกียรติของพระองค์ท่านมีราชธิดา ของบรรดากษัตริย์ พระราชินีประดับทองคำเมืองโอฟีร์ประทับ อยู่ข้างขวาพระหัตถ์พระองค์ท่าน(สดุดี 45:9))
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พฤหัสฯ. ส.ค. 18, 2005 12:01 am

สตรีผู้มีนิสัยเป็นมารดาผู้สอดส่ายตรวจตราความลำบากของบรรดาลูกๆ

เราเคยสังเกตไม๊ครับว่า คนเป็นแม่นั้น โดยเฉพาะผู้ทำหน้าที่แม่บ้าน จะคอยตรวจตราความเรียบร้อยของบ้าน และคอยสอดส่องดูแลความทุกข์ของลูกโดยไม่ทันต้องขอ จนบางทีถูกมองว่าวุ่นวายจุ้นจ้าน แต่นั่นแหละคืออุปนิสัยความเป็นมารดา ที่คอยสังเกตสังกาลูกๆของนางเสมอ ลูกลืมอะไรรึเปล่า มีอะไรผิดปรกติไปไม๊ ลูกไปทำอะไรมา การบ้านทำหรือยัง ลูกไม่กินข้าวก็กังวลแล้ว ลูกซึมผิดปรกติก็คิดมากแล้ว ฯลฯ ทั้งหมดนั้นมาจากสิ่งที่มีชื่อเรียกแสนง่ายว่า “รักและห่วงใย” ซึ่งมันคงปรกติดีถ้าแม่จะมีต่อลูก แต่ถ้าสตรีคนหนึ่งมีต่อคนรอบข้างของเธอ ถ้านั่นไม่ใช่เพราะเธอขี้ห่วงใยมากเกินไป ก็อาจเป็นเพราะทุกคนในโลกเป็นลูกของเธอก็ได้

ยน 2:1-12 งานสมรสที่หมู่บ้านคานา
สามวันต่อมามีงานสมรสที่หมู่บ้านคานาในแคว้นกาลิลี พระมารดาของพระเยซูเจ้าทรงอยู่ในงานนั้น พระเยซูเจ้าทรงได้รับเชิญพร้อมกับบรรดาศิษย์มาในงานนั้นด้วย เมื่อเหล้าองุ่นหมด พระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงมาทูลพระองค์ว่า “เขาไม่มีเหล้าองุ่นแล้ว” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “หญิงเอ๋ย ท่านต้องการสิ่งใด เวลาของเรายังมาไม่ถึง” พระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงกล่าวแก่บรรดาคนรับใช้ว่า “เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด” ที่นั่นมีโอ่งหินตั้งอยู่หกใบ เพื่อใช้ชำระตามธรรมเนียมของชาวยิว แต่ละใบจุน้ำได้ประมาณหนึ่งร้อยลิตร พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาคนรับใช้ว่า “จงตักน้ำใส่โอ่งให้เต็ม” เขาก็ตักน้ำใส่จนเต็มถึงขอบ แล้วพระองค์ทรงสั่งเขาอีกว่า “จงตักไปให้ผู้จัดงานเลี้ยงเถิด” เขาก็ตักไปให้ ผู้จัดงานเลี้ยงได้ชิมน้ำที่เปลี่ยนเป็นเหล้าองุ่นแล้ว ไม่รู้ว่าเหล้านี้มาจากไหน แต่คนรับใช้ที่ตักน้ำรู้ดี ผู้จัดงานเลี้ยงจึงเรียกเจ้าบ่าวมา พูดว่า “ใคร ๆ เขานำเหล้าองุ่นอย่างดีมาให้ก่อน เมื่อบรรดาแขกดื่มมากแล้ว จึงนำเหล้าองุ่นอย่างรองมาให้ แต่ท่านเก็บเหล้าอย่างดีไว้จนถึงบัดนี้” พระเยซูเจ้าทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์ ครั้งแรกนี้ที่หมู่บ้านคานา แคว้นกาลิลี พระองค์ทรงแสดงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ และบรรดาศิษย์เชื่อในพระองค์

รูปภาพ

---อีกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้ทำตัวน่ารัก เธอห่วงใยคนอื่นมากกว่าตัวเองอีกแล้ว ไม่กังวลเลยที่อาจจะโดนพระบุตรตรัสเหมือนดุเอา ดูเหมือนความห่วงใยและความรักของพระมารดา จะนำหน้าทุกกิจการในชีวิตพระนาง พระนางถ่อมตนนอบน้อม ไม่โต้เถียง แต่เชื่อมั่นในความรักที่พระบุตรของพระนางมีต่อพระนาง เพราะว่าหากเจ้าภาพมาขอ คำว่า “ยังไม่ถึงเวลาของเรา” คงตรัส และจบตามนั้น แต่แล้วแม่และลูกผู้มีหัวใจดวงเดียวกัน ถ้าแม่ห่วงใยใครลูกก็ห่วงใยผู้นั้น และแม่ได้เชื่อมั่นในความรักของพระบุตรของพระแม่ แล้วเวลาได้ถูกเลื่อนขึ้นด้วยความเห็นชอบจากพระบิดา พระบุตร และพระจิต ด้วยเหตุจากคำร้องขอด้วยความรักและห่วงใยผู้อื่นของสตรีที่พระตรีเอกภาพโปรดปรานยิ่งนัก

จากพระคัมภีร์ เราได้เห็นแล้วว่าพระมารดาห่วงใยลูกของพระนางทุกคน ทอดพระเนตรความทุกข์ร้อนของลูกๆของพระนางก่อนที่พวกเขาจะร้องขอ และ พระนางไม่ใช่คนที่จะ “นิ่งดูดายเวลาเห็นคนอื่นลำบาก” เลย และ สิ่งแรกที่พระนางทำ คือ พระนางจะวิงวอนขอต่อพระเจ้าให้ช่วยคนๆนั้น และรวมทั้งพระนางเองก็จะช่วยเขาสุดความสามารถด้วย สิ่งที่แม่พระกระทำคือแบบอย่างที่ยิ่งใหญ่และเรียบง่ายแต่ชัดเจนที่สุดของคำสอนสูงสุดที่พระเยซูเจ้าทรงสอน คือ “จงรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจ และรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง” ดังนั้นแล้วสตรีคนนี้จึงมีคุณสมบัติครบที่สุดที่จะเป็นมารดาของพระเยซูเจ้า ((ลก 8:21)พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “มารดาและพี่น้องของเราคือผู้ที่ฟังพระวาจาของพระเจ้าและนำไปปฏิบัติ”)

เคยมีบางคนที่ไม่เชื่อเรื่องแม่พระประจักษ์ หรือรูปแม่พระที่ร้องไห้ พูดกับผมว่า แม่พระอยู่บนสวรรค์สบายไปแล้ว จะมาร้องไห้ หรือลงมาลำบากประจักษ์ขอให้มนุษย์กลับใจทำไม ผมก็ขอให้คำตอบตรงนี้เลยว่า ถ้าใครคิดว่าแม่พระเป็นผู้หญิงที่พอสบายแล้วจะเลิกห่วงใยหรือคิดถึงคนอื่น คนๆนั้นก็ไม่เคยอ่านพระคัมภีร์ และไม่เคยรู้จักหญิงที่ชื่อมารีย์ผู้เป็นมารดาของพระเยซูเจ้าจากพระคัมภีร์เลย
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10003
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พฤหัสฯ. ส.ค. 18, 2005 12:10 am

สตรีผู้ห่วงใยผู้ตกทุกข์ได้ยากในสังคม

พระมารดา ไม่ได้ห่วงใยเฉพาะคนรอบข้าง แต่ห่วงใยทุกคน และ อธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อพวกเขา เราได้เห็นทัศนคติที่สตรีคนนี้มีต่อคนยากจนต่ำต้อย เพราะเมื่อครั้งที่พระนางได้รับการประกาศจากพระจิตว่าเป็น “พระมารดาของพระเจ้า” พระมารดาได้กล่าวสรรเสริญพระเจ้าทันทีว่า

ลก 1:46-56 บทเพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์
พระนางมารีย์ ตรัสว่า
วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในพระเจ้า พระผู้กอบกู้ข้าพเจ้า
เพราะพระองค์ทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์
ตั้งแต่นี้ไป ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข

พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า
พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์
พระกรุณาต่อผู้ยำเกรงพระองค์แผ่ไปตลอดทุกยุคทุกสมัย
พระองค์ทรงยกพระกรแสดงพระอานุภาพ
ทรงขับไล่ผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงให้กระจัดกระจายไป
ทรงคว่ำผู้ทรงอำนาจจากบัลลังก์ และทรงยกย่องผู้ต่ำต้อยให้สูงขึ้น
พระองค์ประทานสิ่งดีทั้งหลายแก่ผู้อดอยาก ทรงส่งเศรษฐีให้กลับไปมือเปล่า

พระองค์ทรงช่วยเหลืออิสราเอล ผู้รับใช้พระองค์
โดยทรงระลึกถึงพระกรุณา
ดังที่ทรงสัญญาไว้แก่บรรพบุรุษของเรา
แก่อับราฮัมและบุตรหลานตลอดไป

---แม่พระมีหัวใจเหมือนพระเยซูเจ้าคือ พระนางรักคนจน คนลำบาก คนต่ำต้อย คนที่น่าสงสาร พระนางคือ “พระมารดาผู้เห็นอกเห็นใจผู้น่าสงสาร” เหมือนที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสสอนต่อมาในคำเทศนาบนภูเขา

มธ 5:1-12 ความสุขแท้จริง
พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นประชาชนมากมาย จึงเสด็จขึ้นบนภูเขา เมื่อประทับแล้ว บรรดาศิษย์เข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ทรงเริ่มตรัสสอนว่า
“ผู้มีใจยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา
ผู้เป็นทุกข์โศกเศร้า ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับการปลอบโยน
ผู้มีใจอ่อนโยน ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับแผ่นดินเป็นมรดก
ผู้หิวกระหายความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะอิ่ม
ผู้มีใจเมตตา ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระเมตตา
ผู้มีใจบริสุทธิ์ ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า
ผู้สร้างสันติ ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า
ผู้ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความชอบธรรม ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา
“ท่านทั้งหลายย่อมเป็นสุข เมื่อถูกดูหมิ่น ข่มเหงและใส่ร้ายต่าง ๆ นานาเพราะเรา จงชื่นชมยินดีเถิด เพราะบำเหน็จรางวัลของท่านในสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่นัก เขาได้เบียดเบียนบรรดาประกาศกที่อยู่ก่อนท่านดังนี้ด้วยเช่นเดียวกัน


---ในการประจักษ์ครั้งสำคัญของพระแม่ที่ กัวดาลูป พระแม่เลือกที่จะประจักษ์ต่อชาวอินเดียแดง ผู้ต่ำต้อยยากจน และทรงประจักษ์มาในรูปลักษณ์ของคนเหล่านั้นที่ชนผิวขาว ชนชาติที่นับถือพระแม่ส่วนใหญ่ในสมัยนั้นดูถูก และเหยียดหยามว่าป่าเถื่อน ต่ำต้อย และเป็นชนชั้นทาส แต่แม่พระเลือกประจักษ์มาในผิวพรรณ และหน้าตา ของคนต่ำต้อย มีผิวคล้ำ หน้าตาแบบคนอินเดียนแดง และไม่ได้พูดภาษาของชนชั้นสุงที่อ้างตัวว่าศิวิไลซ์ แต่พูดภาษาพื้นเมืองของชาวอินเดียน ทำไมน่ะหรือ เพราะพระแม่รักคนจน คนต่ำต้อย เหมือนที่แม่ได้ประกาศไว้ในพระคำภีร์ เป็นแม่คนเดียวกันที่แหละที่ยืนยันความรักของแม่ต่อผู้ต่ำต้อยที่สุดในสังคม ในครั้งนั้นแม่ตรัสด้วยภาษาอินเดียนอย่างอ่อนหวานว่า "ลูกรักของแม่ แม่คือ มารีอา ผู้เป็นพรหมจารี และมารดาพระเจ้า พระผู้ทรงผู้สร้างสรรพสิ่งและอยู่ทุกหนทุกแห่ง แม่ปรารถนาให้เขาสร้างวัดในที่นี้ ณ วัดนี้ แม่..... มารดาผู้รักชาวอินเดียนจะแสดงความเมตตาอย่างลึกซึ้งสำหรับผู้ที่มาหาแม่ ในวัดนี้แม่จะฟังคำภาวนาและบรรเทาความทุกข์ของผู้ทุกข์ร้อน”

รูปภาพ

ใช่แล้วครับ แม่พูดว่า “แม่ผู้รักชาวอินเดียน” พระนางผู้มีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ มีมงกุฎดวงดาว และแม้ดวงจันทร์ยังอยู่ใต้เท้า พึงพอใจที่จะมีรูปร่างหน้าตาดั่งลูกที่ต่ำต้อยและน่าสงสารของแม่ที่คนอื่นรังเกียจเหยียดผิว และรักลูกๆที่ต่ำต้อยน่าสงสารของแม่และสัญญาว่าจะช่วยพวกเขาในความทุกข์ยากของพวกเขา

แม่คนนี้คือแม่คนเดียวกันกับที่สรรเสริญพระเจ้า และพรรณาถึงความรักของพระเจ้าในคนต่ำต้อยยากจน ในพระคัมภีร์ แม่ไม่เคยเปลี่ยนไป แม้จะขึ้นสวรรค์รับพระสิริรุ่งโรจน์ประทับเบื้องขวาพระบุตรแล้ว แต่แม่ก็ยังเป็นแม่คนเดิม เป็น “พระมารดาผู้เห็นอกเห็นใจเพื่อความยุติธรรมแก่ผู้น่าสงสาร” และแม่จะน่ารักอย่างนี้เสมอไปตราบนิรันดร

เช่นนี้แล้วจะแปลกอะไร ถ้าใครๆที่รู้จักพระนางจากพระคัมภีร์แล้ว จะรักพระนาง และวอนขอความช่วยเหลือจากพระมารดาของเรา...
ในเมื่อพระมารดารักเราก่อน
และพระมารดายินดีที่จะร้องขอต่อพระบิดา พระบุตร และพระจิตเพื่อเรา
และพระมารดายินดีให้ความช่วยเหลือเราอย่างสุดความสามารถของพระนาง
และพระมารดาก็ห่วงใยเราทุกวันทุกเวลา
และพระมารดาก็นำเราไปหาพระบุตรของพระนาง และสอนเราให้เชื่อฟังพระบุตรของพระนาง ((ยน 2:5)พระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงกล่าวแก่บรรดาคนรับใช้ว่า “เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด”) อันเป็นคำเดียวกันกับที่พระบิดาตรัสแก่บรรดาศิษย์((มธ 17:5) “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพึงพอใจยิ่งนัก จงฟังท่านเถิด”) เราได้ยินคำสั่งนี้จากพระบิดาของพระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นพระเจ้า และเรายังได้ยินคำสั่งเดียวกันนี้จากพระมารดามารีย์มารดาของพระองค์ผู้เป็นมนุษย์ด้วย

ดังนั้นเรามีเหตุผลทุกประการในพระคัมภีร์ ที่จะรักผู้หญิงคนนี้เหมือนที่พระบิดา และพระบุตร และพระจิตทรงรักและโปรดปรานพระนาง ดังนี้แล้วเรายังมีเหตุผลอะไรที่จะไม่รักแม่ของพระเยซู ผู้ที่พระองค์มอบให้เราที่เชิงกางเขนแล้ว ((ยน 19: 27)พระเยซูเจ้าตรัสกับศิษย์ที่พระองค์ทรงรักว่า “นี่คือแม่ของท่าน” นับตั้งแต่นั้น ศิษย์ผู้นั้นก็รับพระนางเป็นมารดาของตน)

รูปภาพ

มีเหตุผลอะไรในเมื่อเรารักคนอื่นที่เป็นมนุษย์มากมาย แม้แต่คนที่ไม่มีความดีอะไรเท่าไหร่ เช่นดารา หรือแม้แต่ตัวละครในนิยาย ดังนี้แล้วมีความผิดอะไรถ้าเราจะรักพระมารดาของพระองค์ ผู้แสนดีทุกอย่าง เมื่อเรารักพระมารดา เราก็ได้ทำตามที่พระองค์สอน และหากเราจะสรรเสริญพระนางเราก็ได้ทำตามคำทำนายในพระคัมภีร์ที่ว่า “ตั้งแต่นี้ไป ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข”(ลก 1:48) และเมื่อเราขอความช่วยเหลือผ่านพระนาง เราก็เหมือนเจ้าภาพในงานสมรสที่พระเยซูเจ้าทรงเมตตาด้วย และได้ทำตามที่พระแม่สอนเราว่า “พระเยซูสอนให้ลูกทำอะไร ก็จงทำเถิด” (ยน 2:5)

รูปภาพ

ขอพระบิดาเจ้า พระเยซูเจ้า และพระจิตเจ้า ประทานพระพร ให้ชนทุกสมัยกล่าวสรรเสริญพระนามพระมารดาของพระองค์สมดั่งคำในพระคัมภีร์ และขอพระมารดามารีย์ ได้นำลูกๆของแม่ทุกคน เข้าสู่ความรักและสันติสุขในพระบุตรของพระนาง

ขอวิงวอนพระบิดาเจ้า ในพระนามพระเยซูเจ้าพระบุตรสุดที่รักของพระองค์ อาศัยคำเสนอวิงวอนของพระมารดามารีย์พระมารดาพระเจ้าผู้ที่พระองค์ทรงโปรดปรานยิ่งนัก

อาแมน
แก้ไขล่าสุดโดย Holy เมื่อ พฤหัสฯ. ส.ค. 18, 2005 12:18 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nihil
~@
โพสต์: 1764
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 4:36 pm
ที่อยู่: Pax
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. ส.ค. 18, 2005 3:09 am

ภาพแรกให้ความรู้สึกดีมากๆเลย :D
ภาพประจำตัวสมาชิก
King Zadin
โพสต์: 419
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ พ.ค. 13, 2005 3:53 am
ติดต่อ:

พฤหัสฯ. ส.ค. 18, 2005 2:58 pm

ขอบคุณครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Champkun
โพสต์: 570
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ม.ค. 20, 2005 10:35 pm
ที่อยู่: Bkk
ติดต่อ:

ศุกร์ ส.ค. 19, 2005 12:57 am

อุปนิสัยของแม่ที่น่ายกย่องที่สุดคือ
รักและเชื่อ ในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างสิ้นสุดจิตใจครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
โกจ๋อ
.
.
โพสต์: 1050
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 7:37 pm

ศุกร์ ส.ค. 19, 2005 9:37 pm

ทำให้รุ้สึก อยากจะ ตอบแทนที่แม่รักเรามาก เพราะวันๆ เรานั้นก็ทำบาปมากมาย แต่แม่พระ ก็ให้อภัยและยังรักเราเสอม ทำให้รุ้สึก ผิดเวลาทำบาป ยังไงก็ไม่รุ้จิ
Divine Mercy

ศุกร์ ส.ค. 19, 2005 11:17 pm

แม่พระทรงเป็นสิ่งสร้างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพระลักษณะที่พระเป็นเจ้าปรารถนา และเป็นสิ่งสร้างที่พระเป็นเจ้าทรงเทิดทูนและให้เกียรติมากกว่าสิ่งสร้างทั้งหมดในโลกจักรวาล


สรรเสริญแม่มารีย์ ราชินีนิรมลทิน
แก้ไขล่าสุดโดย Divine Mercy เมื่อ อาทิตย์ ก.พ. 12, 2006 3:16 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
พระเจ้าสถิตย์กับเราเสมอ
~@
โพสต์: 2548
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 10:54 pm

ศุกร์ ส.ค. 19, 2005 11:56 pm

โกเจ๋ง เขียน:ทำให้รุ้สึก อยากจะ ตอบแทนที่แม่รักเรามาก เพราะวันๆ เรานั้นก็ทำบาปมากมาย แต่แม่พระ ก็ให้อภัยและยังรักเราเสอม ทำให้รุ้สึก ผิดเวลาทำบาป ยังไงก็ไม่รุ้จิ

จ๋อจงจำคำนี้

"เฆี่ยนต่อไปสิ....พระอภัยให้เสมอ" :)

แล้วจิตสำนึกจะบอกเองว่าต้องทำอย่างไร ;D
ภาพประจำตัวสมาชิก
~@Little lamb@~
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 9400
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:00 pm
ติดต่อ:

จันทร์ ส.ค. 29, 2005 12:23 am

รูปภาพ


สวยดีคะ เลยนำมาแบ่งปัน
NaN

พุธ ก.พ. 01, 2006 10:42 pm


อ่านแล้วกินใจดี ลูกทุกๆคนที่ขอพึ่งแม่ แม่จะคอยช่วยเหลือเสมอ แม่จะคอยอยู่ข้างๆๆเรา คอยฟังคำวิงวอนและคำภาวนาของเราทุกๆๆวัน แม่ไม่เคยทิ้งเราซึ่งเป็นลูกของแม่ เพราะฉะนั้นพวกเราทุกคนควรจะแบ่งปันเวลาของเราในแต่ละวันให้แม่บ้างโดยการรำพึง นึกถึงแม่ มารดาผู้อ่อนโยน ของพวกเรา
ouanouan

พฤหัสฯ. ก.พ. 02, 2006 7:55 pm

ผมคิดว่าบางทีบางคนอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจในความรักที่แม่พระทรงมีต่อเราแต่ที่เห็นได้ชัด ๆ ก็คือแม่ของเราที่ให้กำเนิดเรามา คอยให้ความรักความเอาใจใส่ต่อเรา ซึ่งแม่ของเราเนี่ยแหละที่ยอมสละความสุขความสบายของตัวเองมาคอยดูแลเราไม่ให้ห่างสายตา แม้กระทั่งชีวิตแม่ก็ยอมสละให้เราได้ ซึ่งแม่ของเรานั้นคงจะไม่ได้เสี้ยวของแม่พระ แต่ว่าถ้าเรารักแม่ของเรามีความกตัญญูกตเวทีคอยเลี้ยงดูท่านเมื่อยามแก่เฒ่า นั่นแหละคือสิ่งที่เราสามารถตอบแทนแม่ของเราและแม่พระ
Junior Boy
โพสต์: 659
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ย. 10, 2005 2:01 pm
ที่อยู่: I believe in God...

ศุกร์ ก.พ. 10, 2006 7:26 pm

รูปภาพ
ขอบคุณครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Anonymous เมื่อ ศุกร์ ก.พ. 10, 2006 7:28 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
Nativity
โพสต์: 766
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ธ.ค. 15, 2005 3:31 pm
ที่อยู่: Peace in sinner

ศุกร์ ก.พ. 10, 2006 7:55 pm

รักเเม่พระมากไม่ไปไหนเเล้วครับเชื่อเเม่ทรัศธาไม่เอาอัศจรรย์ครับ ;)
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ot@
~@
โพสต์: 989
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 18, 2005 10:44 pm

อาทิตย์ ก.พ. 12, 2006 2:05 pm

รักเเม่พระมากไม่ไปไหนเเล้วครับเชื่อเเม่ทรัศธาไม่เอาอัศจรรย์ครับ
;)
อ่านแล้วรู้สึกอยากภาวนากับแม่คุยกับแม่เยอะๆ

ขอบคุณครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3429
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

พุธ ม.ค. 12, 2011 9:45 pm

แม่รักลูกยิ่งสิ่งใด
ลูกรักแม่ที่สุด :s005: :s005: :s005:
ตอบกลับโพส