<<:ไม่ถวายพระ....วัดรวยจริงหรือ??:>>

รวม ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล
เข้าใจ พระคัมภีร์ ชีวิต และคำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ ตามลำดับ อย่างง่ายๆ
Prod Pran
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 3326
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:54 pm
ที่อยู่: Bangkok

จันทร์ ก.พ. 28, 2005 5:15 pm

ไม่ถวายพระ....วัดรวยจริงหรือ
โดยโปรดปราน ( พีพี )


“… ทุกวันอาทิตย์ พวกเขาใช้เนินใต้ร่มไม้ใหญ่เป็นที่ประกอบมิสซา แต่มีบางคนขณะร่วมอยู่ในพิธี ได้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พวกเขารู้สึกเหมือนพระกำลังยิ้มให้....เหมือนพระจะบอกเขาว่า วัดของพระองค์ บ้านของพระองค์ ไม่ใช่อยู่ในอิฐปูน แต่อยู่ในหัวใจของมนุษย์ ผู้มีใจเมตตากรุณาต่างหาก” ( อิสระรายปักษ์ ฉบับที่ ๒๕ หน้า ๕ )

อ่านเรื่อง “บ้านของพระ” ที่ พ่อทิวเขียนในอิสระรายปักษ์ ฉบับที่ ๒๕ จบ ฉันซึมไปเลย เพราะ มีความขัดแย้งในใจ เรื่องการถวายหรือทำบุญของคริสตชน ...ฉันมักบอกกับตัวเอง และศิษย์เสมอว่า เราอย่าโต้แย้งกับคาทอลิกเลย เพราะเขามีบุญคุณต่อเรา ผืนแผ่นดินสยามแห่งนี้ บรรพชนของคาทอลิกได้หลั่งเลือดและปูพื้นฐานแห่งความเชื่อ และศรัทธาพระเจ้า มาก่อน จึงทำให้ โปรเตสแตนต์สุขสบายจนทุกวันนี้ ย้อนกลับไปตั้งแต่ คริสตศตวรรษที่ ๑๖ มิชชันนารี ของคาทอลิก จากประเทศในยุโรป เช่น โปรตุเกส สเปน และฝรั่งเศส ได้ข้ามทะเล ออกไป ตามพระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์ว่า “เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค" (มัทธิว 28:19-20 ) ส่วนโปรเตสแตนต์มิชชันนารี เพิ่งเข้ามาประเทศไทยเมื่อต้นศตวรรษที่ 19 เอง

การออกไปเผยแผ่คำสอนตามพระมหาบัญชา คือ บอกถึงความรักของพระเยซูคริสต์เจ้าแก่มนุษย์ทุกคนนั้น ต้องใช้คน และทุนทรัพย์มากมาย คน ได้จากกระแสเรียก ของพระเจ้า แล้วทรัพย์นั้นมาจากไหน ได้รับจากการถวาย หรือทำบุญของสัตบุรุษที่รักพระเจ้า รักคนที่หลงหาย พระวรสารกล่าวว่า “เงินอยู่ที่ไหนใจอยู่ที่นั่น” การทำบุญด้วยเงินก็สามารถ ดึง ใจของสัตบุรุษให้ภาวนาเผื่องานของพระเจ้าเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาได้มีส่วนในพันธกิจของพระเจ้าด้านการเงิน คำภาวนา และการหนุนใจบรรดานักบวช

ฉันมีโอกาสรู้จักกับพระสงฆ์คาทอลิกหลายท่าน และได้ไปเยี่ยมวัดคาทอลิกมาหลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัด ได้รับฟังสารทุกข์สุขดิบจากฆราวาสคาทอลิกบ่อยๆ ..เมื่อพูดถึงวัด วัดของคริสตังจำนวนมากไม่ได้ร่ำรวยเหมือนที่สัตบุรุษหลายๆท่านเข้าใจหรอก ฉันมักจะได้ยินเรื่องพี่น้องคริสตังไม่ชอบทำบุญให้วัดบ่อยๆ บ้างยังพูดเสริมเหมือนเข้าข้างตัวเองว่า “ ไม่ต้องทำบุญให้วัดหรอก…วัดรวยแล้ว” ...อันที่จริงฉันยอมรับว่า โบสถ์คาทอลิกในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ที่เคยไปสัมผัสมา ส่วนมาก สวยหรู อลังการ จริงๆ ดูขลัง และ ศักดิ์สิทธิ์ บางวัด ฉัน(เกือบ )ไม่กล้าคุกเข่า ภาวนาต่อพระเยซูเจ้า เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควร

... ขณะเดียวกันฉันรู้สึกว่า จะเข้าถึงพ่อเจ้าวัด และพระสงฆ์ ผู้ช่วย ยากมาก เพราะดูแล้วบรรดาคุณพ่อ ยุ่ง วุ่นวาย มีภารกิจมากมายหลายอย่าง ที่คุณพ่อทั้งหลายต้องจัดการ พระสงฆ์หลายๆท่านเก่งเหมือนซุปเปอร์แมน เพราะทำงานหลากหลายหน้าที่ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงประทานกำลังกายและใจให้คุณพ่อมากมาย
Prod Pran
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 3326
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:54 pm
ที่อยู่: Bangkok

จันทร์ ก.พ. 28, 2005 5:18 pm

มาดูที่ฟากคริสเตียน เรามักจะโดนโจมตีเรื่องเน้นการถวาย โดยเฉพาะสิบลด และ ถวายอื่นๆ จนฆราวาสบางคนรู้สึกเหมือนมี ‘ศักเคียสเป็นนายด่านเก็บภาษี’ ประจำโบสถ์อย่างนั้นแหละ ยิ่งคริสตจักรใดเน้นเรื่องสิบลดเหมือนกับสรรพากรหาวิธีเก็บภาษีให้ทะลุเป้า ฆราวาสรู้สึกสยองเหมือนกัน ...ความจริงแล้วคริสเตียนไม่ได้เน้นถวายสิบลดทุกโบสถ์หรอก โบสถ์ที่เน้นมักจะเป็น กลุ่มเพ็นตาคอส หรือคาริสเมติก

ฉันเป็นสมาชิก คริสตจักรเก่า แก่ มี สัตบุรุษจำนวนมากถวายสิบลด และจำนวนไม่น้อยถวาย หรือทำบุญตามที่คิดหมายไว้ในใจ ฉันสังเกตว่า ยี่สิบปีก่อนคริสเตียนบางคนคิดหมายไว้ในใจ ยี่สิบบาท ห้าสิบบาท หรือร้อยบาท พวกเขาจึงหย่อนเงินลงถุงทาน ยี่ สิบบาท ห้าสิบบาท หรือร้อยบาท ปัจจุบัน คนเหล่านั้นมีรายได้ เดือนละ เหยียบแสน หรือ ล้าน (ๆ )บาทแล้ว แต่ ดูเหมือนว่าเรื่องการทำบุญให้ โบสถ์ พวกเขาก็ยังคิดหมายในใจเท่าเดิม (ไม่ทราบว่าฟากคริสตังมีอย่างนี้บ้างไหม ???)

เมื่อพูดถึงทำบุญหรือถวายทรัพย์ให้วัดให้โบสถ์ เชื่อว่า คริสตชนมีมุมมองไม่เหมือนกัน เช่นบางคนเข้าใจว่าถวายให้พระเจ้า เพื่อ เลี้ยงดูนักบวชหรือศิษยาภิบาล ย้อนกลับไปที่ ยุคพระคัมภีร์เดิม พวกปุโรหิต และเลวี พระเจ้าไม่ได้แบ่งแผ่นดินคะนาอันให้เป็นมรดก แต่ตรัสว่า “พระเจ้าคือมรดกของพวกเขา” ดังนั้นพี่น้องเผ่าอื่นๆอีกสิบเอ็ดเผ่า ต้องถวายสิบลดจากผลผลิต เข้ามาที่ท้องพระคลัง เพื่อเลี้ยงดู ปุโรหิต เลวี และ เพื่อใช้ในการกิจการอื่นๆของพระเจ้า ( ดูกันดารวีถี 18:20-31 ) บางคนเข้าใจว่าการทำบุญเข้าวัดเข้าโบสถ์ คือการถวายขอบคุณพระเจ้า เป็นการแสดงออกถึงความ รักกตัญญู ต่อพระบิดาเจ้า และมีความเข้าใจอย่างดีว่า ทางวัด หรือโบสถ์จะได้ใช้เงินเพื่อ

พันธกิจมากมาย เช่น ในกระบวนการอบรมพระสงฆ์ บราเด้อร์ และซิสเตอร์ การดูแล เด็กกำพร้า หญิงม่าย เยี่ยมเยียนคนที่ถูกพันธนาการ ( ติดคุก ) ช่วยเหลือ คนยากจนไร้ที่พึ่ง คนลี้ภัยพลัดถิ่น รักษา คนเป็นโรคภัยไข้เจ็บ ดูแลคนที่อยู่ขอบของสังคม และแม้แต่การสร้างวัดใหม่ ให้ผู้เชื่อกลุ่มใหม่ใช้ทำมิสซา เป็นต้น

พันธกิจทุกๆอย่างที่กล่าวมา จำต้องใช้เงิน จากการทำบุญเข้าวัด ถ้าสัตบุรุษส่วนมากมัวคิดว่า “ไม่ทำบุญให้วัดเพราะวัดรวยแล้ว” พันธกิจของพระเจ้า หลายๆอย่างอาจจะต้องหยุดชะงัก หรือ ดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่น ฉันมักจะมีคำถามในใจว่า วันที่พบกับพระเจ้า เราจะมอง พระพักตร์ของพระเจ้าอย่างไร เพราะขณะที่ยังมีชีวิตเราไม่ได้แสดงออกถึงความรัก ความกตัญญูต่อพระองค์ อย่างสมควร

ทางฟากคริสเตียน เรา ยังเน้น “พระมหาบัญชา ของพระเยซูคริสต์ คือ การประกาศข่าวดี นำคนที่หลงหายมาหาพระเยซูเจ้า” เน้นการประกาศข่าวดีของพระเยซูคริสต์ทุกรูปแบบ จึงใช้เงินอย่างมหาศาล และมีผู้เชื่อ ได้รับความรอด มากมาย ก็ต้องมีสถานที่นมัสการ หรือประกอบมิสซา จึงต้องสร้างโบสถ์ขึ้นมาใหม่ หรือพูดง่ายๆว่า สร้างบ้านของพระเจ้า
Prod Pran
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 3326
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:54 pm
ที่อยู่: Bangkok

จันทร์ ก.พ. 28, 2005 5:23 pm

กลับไปที่เรื่อง “บ้านของพระ” ผู้เขียนได้เล่าเรียบๆง่ายๆ แต่ กินใจฉันอย่างลึกซึ้ง สถานที่ใช้ประกอบมิสซา แบบนั้น ช่างเรียบง่าย ใสซื่อ ไร้เดียงสา เป็นบรรยากาศที่ สัมผัสกับพระเจ้า และความยิ่งใหญ่ของพระองค์ โดยตรง ไม่มี หลังคา ฝาผนังมาขวางกั้น ได้สัมผัสธรรมชาติชนิดที่เรียกได้ว่า “นุ่งลมห่มฟ้า”

แต่ลึกๆในใจฉันแล้ว เป็นความเศร้าสลด เพราะเราคริสตชนมักสร้างบ้านตัวเองอย่างดี ใหญ่โต อลังการ ลงทุนกันสุดกำลัง ยอมกู้หนี้ ยืมสิน ตกแต่งประดับประดาบ้านกันมากมาย พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เหมือนกับว่า เราจะอยู่ในโลกนี้อย่างถาวร

... เรามักจะเห็นอกเห็นใจตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และรีบ ตอบสนอง อย่างรวดเร็ว ทันใจ ส่วนใหญ่ เราเข้าใจพระบัญญัติทองทั้งสอง ข้อดี คือ “รักพระเจ้าสุดจิตสุดใจ สิ้นสุดกำลังและความคิด และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง” แล้วเราได้ปฏิบัติกันมากน้อยแค่ไหน

อันที่จริงจะสร้างบ้านของพระ สักหลังไม่น่าจะยากเย็นแสนเข็ญ เพราะเรามาช่วยกันคนละไม้ละมือ ตามกำลังของตน พระเจ้ามีลูกเต็มบ้านเต็มเมือง ทั่วประเทศไทย จะสร้างบ้านให้พระองค์ อีกกี่หลัง ไม่น่าจะเป็นปัญหา ถ้าเราลูกๆเข้าใจ น้ำพระทัย และพระประสงค์ ของพระเจ้าที่จะให้ คริสตชน ผู้ร่วมสายโลหิตเดียวกัน โดยชีวิต ของพระเยซูคริสต์เจ้า เป็นกายเดียวกัน เราเข้าใจเรื่องความกตัญญูต่อพระเจ้าพระบิดา เรารักและสำนึกถึงพระคุณของพระเจ้าอย่างแท้จริง

สัตบุรุษบางคนไม่ ทำบุญ เพราะคิดว่าพระบิดาเจ้า ร่ำรวยอยู่แล้ว พระองค์ไม่ได้ใช้อะไรหรอก ถ้าทำบุญให้วัด หรือโบสถ์ มากๆเดี๋ยวพระสงฆ์ หรือศิษยาภิบาลจะหลงเงินทอง ใช้เงินในทางที่ผิด ดีไม่ดีเป็นการส่งเสริมให้พวกท่านทำบาปอีก .....ฉันคิดกลับไปที่บุพการีของ พวกเรา หลายๆคนร่ำรวย ไม่ขัดสนเงินทองเลย ท่านยังมีมากกว่าเราเสียอีก แต่ ทำไมเราลูกหลานยังแสดงความ รัก และกตัญญูให้เงินทอง ท่านใช้จ่ายล่ะ แน่นอน ไม่ใช่เพราะท่านขัดสน แต่เพราะ การให้เงิน หรือสิ่งของ เครื่องใช้ เป็นการแสดงออกถึงความ รัก ความกตัญญู ที่ลูกหลานมีต่อบุพการีอย่างหนึ่ง ส่วนบุพการีจะใช้อย่างไรเป็นสิทธิ์ของท่าน

“โปรดปราน” เป็นคนนอกวัด ขอบคุณพระเจ้าที่ มีโอกาสพบปะ กับพี่น้องคริสตังบ่อยๆ จึงขอสะท้อนให้คริสตชนที่รักพระเจ้า อาจจะลืม คิด ถึงสิ่งที่ตัวเองควรทำ หรือได้ละเลยเพราะความไม่เข้าใจ เพื่อท่านจะได้แบ่งปันพระพรของพระเจ้า ที่ทรงประทานแก่ท่านผ่านหน้าที่การงานหรือกิจการที่กำลังรุ่งเรือง ลองคิดง่ายๆถ้า สัตบุรุษ และธรรมทูตยุคแรกๆ จากยุโรป ไม่ได้ เสียสละ ทรัพย์สินเงินทอง หรือตอบรับกระแสเรียก มาประกาศข่าวดีกับเราคนไทย เรามิยังอยู่ในเงามืดแห่งความบาปหรือ …และวัดใหญ่ๆสวยๆที่พี่น้องร่วมมิสซา อย่างสะดวกสบาย ถ้าบรรพชนยุคก่อนไม่ได้ทำบุญสร้างขึ้นมา แล้วเราจะมิสซาที่ไหน

…ถ้าเรามัวคิดว่าวัดรวยจึงไม่ทำบุญ แล้วกระบวนการอบรมนักบวช จะดำเนินต่อไปได้อย่างไร และพันธกิจมากมายของ วัดจะสำเร็จไม่ได้ ถ้าสัตบุรุษ คิดว่าวัดรวยแล้ว ไม่ทำบุญ ท่านไม่รู้สึกว่าเป็นคนที่ขัดขวางน้ำพระทัยของพระหรือ

ทุกครั้งที่ฉันร่วมมิสซาที่วัดของคริสตัง เมื่อพระสงฆ์ทำพิธีถวายมิสซา มองไปที่พระแท่น ฉันหลั่งน้ำตาสำนึกถึงพระคุณของพระเยซูคริสต์พระมหาไถ่ ที่ถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาเพื่อพวกเราทุกๆคน พวกเราไม่ต้องตายเพราะบาป แล้วเราคิดว่าควรขอบพระคุณพระเยซูคริสต์อย่างไร ฉันกล้าพูดว่าการถวาย หรือทำบุญให้วัด เพื่อจะ ดูแลนักบวช และใช้ เพื่อ พระราชกิจต่างๆ เป็นสิ่งที่เราควรจะทำ แม้วัดของเราจะรวย พร้อมกับภาวนาให้วัดที่รวยแล้ว ไปเจือจุน วัดที่ยากจน น่าจะเป็นภาพที่พระเจ้าทรงพอพระทัยแน่นอน

หมายเหตุ:

มิชชันนารีคู่แรกของโปรเตสแตนต์ ได้เข้ามาประเทศไทย เมื่อ สิงหาคม ค.ศ. 1828 ปีนี้เป็นปีที่คริสเตียนฉลอง 176 ปี

สิบลด ( Tithes )หรือสิบลดหนึ่ง ไม่มีหลักฐานว่าเริ่มใช้แต่สมัยใด แต่ปรากฏว่ามีก่อนสมัยโมเสส ...อับราฮัมได้ถวายสิบลดแก่ “มัลคีเซเดค” ( ปฐก. ๑๔.๒๐, ฮบ.๗.๒,๖ ) ยาโคบสัญญาถวายทศางค์แด่พระเจ้า ( ปฐก. ๒๘.๒๒ ) กฏหมายของโมเสสสั่งให้มีการถวายสิบลดจากผลผลิตเกษตรและสัตว์เลี้ยง ( ลวน.๒๗.๓๐-๓๓ ) เพื่ออุดหนุนพวกเลวี และพระหรือปุโรหิต ( กดว.๑๘.๒๑-๓๒ )...พวกฟาริสีให้ทศางก์แม้แต่เครื่องเทศ ( มัทธิว ๒๒.๒๓,ลก.๑๑.๔๒ ) สมัยพระคัมภีร์ใหม่ ไม่ได้บังคับให้คริสตชนถวายสิบลดเหมือนชาวยิว แต่ยังมีหลักปฏิบัติว่า ควรถวายส่วนหนึ่งของรายได้ ( ๑ คร.๑๖.๒,๒ คร.๘.๑๒-๑๔ ) พระเจ้าประสงค์ให้คริสตชนถวายด้วยความเต็มใจ และสุดความสามารถ ( ๒.คร.๘.๓,๙.๗ ) พระเจ้าทรงสัญญาไว้ว่า คนที่ถวายมากไม่ต้องกลัวขัดสน เพราะพระองค์ ผู้เป็นเจ้าของสรรพสิ่งทั้งปวงจะทรงพิทักษ์รักษาจัดเตรียมให้เขาอย่างเพียงพอ ( ๒ คร.๙.๘-๑๐ )


( ตีพิมพ์อิสระรายปักษ์ ปักหลัง เดือนกันยายน ๒๐๐๔ )
แก้ไขล่าสุดโดย Prod Pran เมื่อ จันทร์ ก.พ. 28, 2005 5:24 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
peach_peach

จันทร์ ก.พ. 28, 2005 6:53 pm

หนูรู้สึกว่ามาใช้แอร์ ใช้ไฟของทางโบถส์
เพื่อศึกษาหาความรู้..ก็เลยถวาย(แต่น้อย)

คิดแบบนี้ได้ไหมคะ


ปล. สิบลดมาอีกแล้ว
http://www.pantip.com/cafe/religious/to ... 794.html#8
แก้ไขล่าสุดโดย peach_peach เมื่อ จันทร์ ก.พ. 28, 2005 7:10 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
cu polka

จันทร์ ก.พ. 28, 2005 11:02 pm

ผมเปนคาทอลิกนะ ผมก้อยอมรับเหมือนกันว่าบางทีทางคาทอลิกไม่ค่อยจะบริจาคทานกันเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งสัตบุรุษอาจจะเห็นว่าสภาพของวัดคาทอลิกนั้นใหญ่โต และสะอาด และตั้งในบริเวณที่ดินราคาแพงร้อยล้านทั้งนั้นนน ตอนแรกๆที่ผมไปวัดอัสสัมชัญก็คิดเหมือนกันว่าสัตบุรุษวัดนี้คงอยู่กันแต่โรงแรมหรูๆแถวนั้นแน่ๆเพราะมองไม่เห็นบ้านคนเลย รวมถึงวัดกัลหว่าร์ด้วย ที่อยู่ติดโรงแรมชั้นนำ ซึ่งทำให้คิดไปเองว่าสัตบรุษย่านนั้นก้อคงร่ำรวยเช่นเดียวกัน จนบัดนี้ผมก้อยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสัตบุรุษวัดอัสสัมชัญ กัลหว่าร์ พรมหาไถ่อาศัยอยู่แถวไหนกันบ้างครับ เพราะวัดอยู่ติดกับโรงแรม 5 ดาวทั้งนั้นเลยย(ถามไปงั้นหละคับ คนเราไม่ได้มองที่ฐานะนี่คับ ถามแบบขำขำ) อย่าคิดมากนะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

พฤหัสฯ. ม.ค. 26, 2006 5:46 am

น่าเอาขึ้นหน้าบทความนะครับ
Mei

พฤหัสฯ. ม.ค. 26, 2006 1:02 pm

เอ..จำไม่ได้ว่า อ่านเรื่อง "บ้านของพระ" หรือยัง

แต่ส่วนตัวหลังจากไปร่วมมิสซามาได้ประมาณสองสามปีเท่านั้น มีความเห็นดังนี้

หลายคนเข้าใจว่า "ถุงทาน" นั้น ไว้ใส่เงินที่ไปช่วยคนจนทั่วไป และเราก็รู้สึกว่า ตัวเองยังจนอยู่ (แม้ว่าพระบิดาในสวรรค์จะเป็นเจ้าของสรรพสิ่ง) โดยทั่วไปก็เลยใส่เพียงยี่สิบบาทเป็นมาตรฐาน เพราะเห็นเทออกมาแล้วมีแบงค์ยี่สิบเพียบเป็นอันดับหนึ่ง

ในขณะที่ทางฟากฝั่งคริสเตียนจะบอกไว้ชัดเจนว่า เงินสิบลดที่ถวายนั้นเพื่อทำพันธกิจของพระเจ้านะ ยิ่งโบสถ์ไหนเน้นย้ำแม้จะไม่ใช่กลุ่มเพ็นเทคอสต์ก็ตาม ก็จะย้ำเสมอค่ะว่า เพื่อพันธกิจของพระเจ้า เพื่อพระเจ้า ซึ่งเป็นการกระตุ้นที่ค่อนข้างได้ผล

และอาจเห็นว่า ทางคณะต่าง ๆ มีรายได้จากโรงเรียน โรงพยาบาลในสังกัดอยู่แล้ว ทางคุณพ่อ ซิสเตอร์ก็มีเงินเดือนประจำด้วย

ส่วนตัวแล้ว อาจจะเป็นเพราะเป็นคริสเตียนมาก่อน จึงเห็นการใส่เงินในถุงทานเหมือนการถวายสิบลด ไม่ใช่ให้คนจน แต่ถวายให้พระเจ้าเพื่อคุณพ่อจะนำไปใช้ช่วยคนอื่น เคยเอาตังค์ใส่ซองแดง และก็นึก ๆ ว่า ไม่รู้คนนับเงินจะสงสัยมั้ย ว่า ทำไมใครหว่า ต้องขนาดใส่ซองแดงมาด้วยเนี่ยะ :D เพราะเท่าที่สังเกตพี่น้องใส่เงินในถุงทานใส่เหมือนใส่ให้คนจน เหมือนตู้รับบริจาคตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วไป ไม่ได้ใส่แบบถวาย เห็นชัดเลยว่า เพราะคิดต่างกัน

แต่สังเกตได้อย่างหนึ่งว่า ทางคาทอลิกจะไม่บอกให้ถวายสิบลดตรง ๆ แต่จะเป็นการเชิญชวนให้สัตบุรุษทำตามบัญญัติข้อที่ว่า "จงบำรุงพระศาสนจักรตามความสามารถ" โดยทางอ้อมมากกว่า เพราะจะมีการมาเชิญชวนให้ร่วมทำบุญเสมอ ๆ มีกิจกรรมตลอดปี จนนึกแปลกใจว่า ทางคาทอลิกมีกิจกรรมเยอะเหมือนกันแฮะ (เคยนึกขำเจ้าหลานชายตอนเรียนที่โรงเรียนมหาไถ่ที่ขอนแก่นพูดให้ฟังทำนองบ่นครั้งนึงว่า โรงเรียนให้ทำบุญอยู่เรื่อย :D)

เข้าใจว่า สาเหตุหลักคือ อ่อนประชาสัมพันธ์ในการทำความเข้าใจประการหนึ่ง คงเป็นเพราะเกรงว่า อธิบายมากไปก็จะถูกข้อกล่าวหาว่า เห็นแก่เงิน ด้วย เพราะดู ๆ ไปแล้วเนี่ยะ สมัยนี้ สัตบุรุษเสียงดังมากกว่าคุณพ่อเยอะทีเดียวเชียวแหละ ประมาณว่า อยู่ในยุคเรียกร้องสิทธิของผู้บริโภค

เพราะเชื่อว่า ถ้าลูกพระเจ้าคนไหนที่มีความเข้าใจดีล่ะก็ คงไม่เหนียวกับพระองค์แน่ และจะมีประสบการณ์ว่า พระองค์จะทรงเพิ่มเติมให้ ส่วนคนที่มีและทำตึ๋งหนืดกับพระเจ้า หรือมีมากแต่เที่ยวใช้ไม่ถูกเรื่อง ไม่ช้าไม่นานคงจะถูกริบคืนเป็นแน่

อีกประการหนึ่ง คงเป็นนิสัยของคน(ไทย) ด้วยมั้งคะที่ค่อนข้างชอบของฟรี และอาจจะได้รับอิทธิพลจากการทำบุญของชาวพุทธที่มักทำบุญหรือสังฆทานที่ทำไปโดยมีจุดประสงค์ว่า เพื่อชาติหน้าจะได้......ตามที่หวัง เช่นจะได้สบายขึ้น จะได้หล่อขึ้น สวยขึ้น รวยขึ้นในชาติหน้า ฯลฯ ทำเพื่อตัวเองเป็นหลัก

ในขณะที่ของเรา ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อพระเจ้า จึงทำได้ยากกว่าหรือเปล่า เพราะชอบขอพระเจ้า ขอโน่นขอนี่อยู่เรื่อย พอไม่ได้ก็โกรธ น้อยใจ เสียอีกแน่ะ

เปรียบเหมือนบรรดาลูก ๆ ที่มี่พ่อแม่รวย มักจะเป็น "ฝ่ายขอ" จากพ่อแม่ ไม่ค่อยจะให้พ่อแม่หรอกมั้ง รอรับมรดกซะมากกว่า ในขณะที่ลูก ๆ ของคนทั่วไป จะให้พ่อให้แม่ได้มากกว่า เพราะเห็นว่าพ่อแม่ลำบาก ไม่ได้มีกะตังค์

จึงขออนุญาตสรุปเอาเองว่า ความเข้าใจต่างกัน มีผลทำให้วิถีปฏิบัติต่างกัน ละมังคะ ไม่ทราบว่าเข้าใจผิดถูกมากน้อยประการใดเหมือนกันค่ะ

ปล. เพราะก็ทราบมาว่า สำหรับพี่น้องคาทอลิกหลายคนที่มีใจศรัทธาถวายที่ดินสร้างโบสถ์ ถวายอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เดาเอาเองว่า ไม่ได้ถวายผ่านทางถุงทาน แต่ทำโดยตรงกับกิจกรรมนั้น ๆ เลย
แก้ไขล่าสุดโดย mei เมื่อ พฤหัสฯ. ม.ค. 26, 2006 6:40 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
Prod Pran
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 3326
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:54 pm
ที่อยู่: Bangkok

พฤหัสฯ. ม.ค. 26, 2006 9:21 pm

น้องโฮลี่ นำไปแปะโลด

น้องเม่ยคะ สงสัยฟากคริสเตียน อบรมมาดี ขอพระเจ้าทรงอวยพรมากยิ่งๆขึ้น

ตอนนี้ซองแดง คือ อั่งเปา อิอิ ค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Nihil
~@
โพสต์: 1764
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 4:36 pm
ที่อยู่: Pax
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 27, 2006 1:41 am

*thx ขอบคุณสำหรับเนื้อหาสาระดี ๆ ครับ

อนึ่งลิงค์ pantip เข้าไม่ได้นะครับ
Prod Pran
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 3326
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:54 pm
ที่อยู่: Bangkok

เสาร์ ม.ค. 28, 2006 6:09 am

Nihil เขียน: *thx ขอบคุณสำหรับเนื้อหาสาระดี ๆ ครับ

อนึ่งลิงค์ pantip เข้าไม่ได้นะครับ
เป็นลิงก์สมัยก่อนโน้น คงเข้าคลัง หรือ ลบไปแล้วมั้ง

เพราะเรื่องสิบลด ก็จะเป็นวิวาทะทุกครั้ง
Jeab Agape
~@
โพสต์: 8260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:56 pm
ที่อยู่: Bangkok

พุธ ต.ค. 08, 2008 7:14 am

ขอดึงกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อตอบคำถามคุณพี่มิคาเอล (หรือไมเคิ้ล ???) :cheesy:
Dis volentibus

พุธ ต.ค. 08, 2008 12:03 pm

เพิ่งจะมีโอกาสได้อ่านเจ้าค่ะ  ::014::
เเละรู้สึกว่า พี่น้องหลายๆท่านจะคิดเหมือนในบทความจริงๆ...กลัววัดรวย
ภาพประจำตัวสมาชิก
thanachard
โพสต์: 134
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 30, 2007 3:00 pm
ที่อยู่: ฺBangkok, Thailand

พุธ ต.ค. 08, 2008 1:03 pm

เข้ามาอ่านครับ

ส่วนตัวแล้วที่ผมเป็นมอรมอน ทางโบสถ์ผมก็ให้จ่ายเงินสิบลดนะครับ
แต่ไม่มีการบังคับตายตัวเลยว่าต้องจ่าย แต่ควรจ่ายเพื่อเป็นพรกับตัวเรา
ผมก็รู้ว่าเงินพวกนั้นก็ใช้ในงานของศาสนจักรละครับ

ผมว่าวัดรวยหรือไม่รวยไม่น่าจะสนใจหรอกครับ
เราควรสนใจที่ว่า เราทำหน้าที่ของเราให้ดี
บริจาคให้ไปเพื่อส่งเสริมงานของพระผู้เป็นเจ้า

ส่วนผู้ที่ใช้เงินบริจาคในทางที่ผิด
พวกเขาจะต้องอับอายต่อพระผู้เป็นเจ้าหลังความตายครับ
Jeab Agape
~@
โพสต์: 8260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:56 pm
ที่อยู่: Bangkok

พฤหัสฯ. ต.ค. 09, 2008 7:18 am

thanachard เขียน:

ส่วนตัวแล้วที่ผมเป็นมอรมอน ทางโบสถ์ผมก็ให้จ่ายเงินสิบลดนะครับ
แต่ไม่มีการบังคับตายตัวเลยว่าต้องจ่าย แต่ควรจ่ายเพื่อเป็นพรกับตัวเอง

ผมว่าวัดรวยหรือไม่รวยไม่น่าจะสนใจหรอกครับ
เราควรสนใจที่ว่า เราทำหน้าที่ของเราให้ดี
บริจาคให้ไปเพื่อส่งเสริมงานของพระผู้เป็นเจ้า

ส่วนผู้ที่ใช้เงินบริจาคในทางที่ผิด
พวกเขาจะต้องอับอายต่อพระผู้เป็นเจ้าหลังความตายครับ
1.โบสถ์ที่พี่ไปอยู่ที่ไหนครับ

2.ขอทราบข้อมูลเพื่อเป็นความรู้ โบสถ์มอรมอนในกรุงเทพและทั่วประเทศมีเท่าไหร่ และมีผู้เชื่อทั้งหมดเท่าไหร่ครับ

3.ขอคำอธิบายว่าการใช้เงินบริจาคในทางที่ผิดหมายถึงอะไรครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพรฮะ
แก้ไขล่าสุดโดย Prod Pran เมื่อ ศุกร์ ต.ค. 10, 2008 12:43 pm, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
thanachard
โพสต์: 134
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 30, 2007 3:00 pm
ที่อยู่: ฺBangkok, Thailand

ศุกร์ ต.ค. 10, 2008 11:26 am

Jeab Agape เขียน:
1.โบสถ์ที่พี่ไปอยู่ที่ไหนครับ

2.ขอทราบข้อมูลเพื่อเป็นความรู้ โบสถ์มอรมอนในกรุงเทพและทั่วประเทศมีเท่าไหร่ และมีผู้เชื่อทั้งหมดเท่าไหร่ครับ

3.ขอคำอธิบายว่าการใช้เงินบริจาคในทางที่ผิดหมยถึงอะไรครับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพรฮะ
1.โบสถ์ผมอยู่แถวสี่แยกอโศก-เพชรบุรีตัดใหม่ครับ
  ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) เพชรบุรี ประตู 3
  อยู่ระหว่างวัดดอนบอสโก-สี่แยกครับ

2.ศาสนาจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้าย มี 6 เขตการปกครอง
  ถ้าเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ (กรุงเทพฯ สุมทรปราการ ปทุมธานี) จะมีโบสถ์หรืออาคาร 12 แห่งครับ
  ท้องถิ่นปากเกร็ด (นนทบุรี อยุธยา ลพบุรี) 4 แห่ง
  ท้องถิ่นเชียงใหม่ 4 แห่ง
  ท้องถิ่นขอนแก่น 5 แห่ง
  ท้องถิ่นอุดรธานี 4 แห่ง
  ท้องถิ่นอุบลราชธานี 5 แห่ง
  รวมแล้วมีโบสถ์หรืออาคารทั้งหมด 34 แห่งครับ
 
  จำนวนผู้ที่เชื่อนี้ ผมไม่แน่ใจละครับ คิดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 คน

3.การใช้เงินบริจาคในทางที่ผิดนี้ ผมหมายถึงการใช้เงินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
  ไม่ได้ใช้เพื่องานของศาสนจักร หรือเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมุนษย์นะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย thanachard เมื่อ จันทร์ ต.ค. 13, 2008 10:50 am, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

ศุกร์ ต.ค. 10, 2008 11:57 am

cu polka เขียน: ผมเปนคาทอลิกนะ ผมก้อยอมรับเหมือนกันว่าบางทีทางคาทอลิกไม่ค่อยจะบริจาคทานกันเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งสัตบุรุษอาจจะเห็นว่าสภาพของวัดคาทอลิกนั้นใหญ่โต และสะอาด และตั้งในบริเวณที่ดินราคาแพงร้อยล้านทั้งนั้นนน ตอนแรกๆที่ผมไปวัดอัสสัมชัญก็คิดเหมือนกันว่าสัตบุรุษวัดนี้คงอยู่กันแต่โรงแรมหรูๆแถวนั้นแน่ๆเพราะมองไม่เห็นบ้านคนเลย รวมถึงวัดกัลหว่าร์ด้วย ที่อยู่ติดโรงแรมชั้นนำ ซึ่งทำให้คิดไปเองว่าสัตบรุษย่านนั้นก้อคงร่ำรวยเช่นเดียวกัน จนบัดนี้ผมก้อยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสัตบุรุษวัดอัสสัมชัญ กัลหว่าร์  พรมหาไถ่อาศัยอยู่แถวไหนกันบ้างครับ เพราะวัดอยู่ติดกับโรงแรม 5 ดาวทั้งนั้นเลยย(ถามไปงั้นหละคับ คนเราไม่ได้มองที่ฐานะนี่คับ ถามแบบขำขำ) อย่าคิดมากนะ
ผมคิดว่า วัดคาทอลิกที่มีความอลังกาล ผมว่ามันก็เป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้านะครับ  แต่ในบางประเทศ ก็ฟุ้งเฟ้อเกินไป
ที่สำคัญ จะเจริญทางวัตถุอย่างเดียวก็คงไม่ใช่ แต่ศาสนกิจและจิตวิญญาณของคริสตชนและผู้นำศาสนาก็ต้องโตตามด้วย ซึ่งประเทศไทยก็โอเคแล้ว
คือ ประเทศไทยก็เป็นคาทอลิกที่เข้มแข็งแต่อาจจะดูยังไม่เด็ดขาดสักเท่าไรในเรื่องข้อเท็จจริงเรื่องความเชื่อ ซึ่งก็ขอให้เราภาวนาต่อไปครับ

ที่สำคัญ เด็กวัดคาทอลิก มีการศึกษา มีเสื้อผ้า มีอาหาร ดี
แตกต่างจากอีกศาสนาหนึ่ง ที่ วัตถุเจริญอย่างดียิ่งกว่าบ้านทรายทอง แต่เด็กวัดนั้นไม่มีคุณภาพ ไม่มีชีวิตที่ควรจะเป็นไปในทางที่ดี.....

ผมคิดว่า คาทอลิก ในประเทศไทยอยู่ในระดับ stableแล้วในเรื่องความเจริญด้านวัตถุ แต่สิ่งที่ยังไม่ stable ก็คือเรื่องการทำทานและจำนวนลูกแกะ!!


ในทางเดียวกัน ผมเคยนมัสกาลที่ ใจสมานสมุทรปราการ ในสภาพตึกแถว2 คูหา ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้สำคัญว่าสถานที่เป็นอย่างไร แต่ใจผมคิดว่า ถ้าเป็นรูปแบบ บ้านเดี่ยว หรือเป็นสภาพโบสถ์ แบบห้องประชุมที่ไม่ใช่ตึกแถว น่าจะสร้างความเข้าใจให้กับผู้พบเห็น(คนต่างศาสนา)ได้ดีกว่านะครับ และผมก็ว่าจะถวายเกียรติพระเจ้าด้วย คือ ไม่ได้ถวายเกียรติพระเจ้าด้วยซากอิฐซากปูนหรือเศษเงินเศษทอง แต่ถวายเกียรติพระเจ้าด้วยความยิ่งใหญ่ของสถานที่อันดูศักดิ์สิทธิ์พร้อมด้วยจิตวิญญาณคริสตชนของพี่น้องใจสมานที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเพชร  :angel:
ภาพประจำตัวสมาชิก
Holy
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 10009
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 3:06 pm

อังคาร ต.ค. 14, 2008 12:24 am

วัดคาทอลิคที่อยู่ในย่านพวกนั้น อายุเป้นหลักร้อยปีทั้งนั้น อยู่มาตั้งแต่รัตนโกสินทร์เพิ่งก่อตั้ง มีแต่ป่า และมักเป้นที่พระราชทานจากในหลวงในสมัยนั้นๆ ยังไม่มีใครรู้หรอกว่าตรงไหนจะถูกจะแพง ที่มันมาแพงทีหลัง คงเพราะพระเจ้าทรงชำระผืนดินตรงนั้นนานเป็นร้อยปีจึงเกิดความเจริญขึ้นรอบวัด
Phulasso
โพสต์: 1236
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 24, 2006 10:18 am
ที่อยู่: Thailand

พฤหัสฯ. ต.ค. 16, 2008 8:36 pm

วันหนึ่งได้ไปวัดที่ยุโรป พอดีตรงกับวันแพร่ธรรม
พ่อเจ้าวัดฝรั่งก็เทศน์ว่า ขอให้สัตบุรุษช่วยทำบุญในถุงทาน
เพื่อจะนำไปแพร่ธรรมในเอเซีย เช่น จีน ไทย เวียตนาม ฯลฯ
ฟังแล้วหน้าม้านนิดๆ
เลยกระมิดกระเมี้ยนทำบุญไป เพื่อให้เงินนั้นกลับมาเมืองไทย 
:rolleyes:

เล่าให้ตลก จริงๆแล้ว วาติกันส่งเงินมาช่วยการแพร่ธรรม
ในประเทศไทยเป็นเงินก้อนใหญ่ทีเดียว
คาทอลิกไทยไม่ค่อยมีสตางค์
แต่เลิกวัดไปกิน MK เป็นร้อยๆได้
เรื่องมันยาว เอาแค่นี้ก่อน
ภาพประจำตัวสมาชิก
Edwardius
โพสต์: 1394
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ต.ค. 12, 2006 3:02 pm
ที่อยู่: Lamphun, Thailand

เสาร์ ต.ค. 18, 2008 11:12 am

น่าแปลกว่าคนเราทำบุญน้อย...แต่ก็อยากได้คืนมาก
เมื่อได้คืนมากแล้ว...ก็ยังให้ออกไปน้อย

เวลามีคนมาร้องขอความช่วยเหลือ...คนเรามักจะให้แบบ--ก็ได้วะ--
เมื่อถึงคราวตัวต้องร้องขอบ้าง...กลับคิดว่า--ให้น้อยจังวะ--

น่าคิดว่าหลายคนทำทานกับวัดได้คราวละมากๆ...แต่ไม่เคยสนใจขอทานที่อยู่หน้าวัดเลย
น่าแปลกที่บางคนฟังพระวาจาของพระเจ้าเป็นประจำ...แต่ก็สะสมเงินทองไว้มากมายไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใครๆ เลย
Jeab Agape
~@
โพสต์: 8260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:56 pm
ที่อยู่: Bangkok

เสาร์ ต.ค. 18, 2008 1:22 pm

Phulasso เขียน:
เพื่อจะนำไปแพร่ธรรมในเอเซีย เช่น จีน ไทย เวียตนาม ฯลฯ
ฟังแล้วหน้าม้านนิดๆ เลยกระมิดกระเมี้ยนทำบุญไป เพื่อให้เงินนั้นกลับมาเมืองไทย 
:rolleyes:

เล่าให้ตลก จริงๆแล้ว วาติกันส่งเงินมาช่วยการแพร่ธรรม
ในประเทศไทยเป็นเงินก้อนใหญ่ทีเดียว คาทอลิกไทยไม่ค่อยมีสตางค์
แต่เลิกวัดไปกิน MK เป็นร้อยๆได้เรื่องมันยาว เอาแค่นี้ก่อน
โปรเตสแตนต์ ก็ยังคล้ายๆกัน เพราะเงินที่เข้ามาเพื่อแพร่ธรรม หรือ ทำพันธกิจสังคมสงเคราะห์ ก็ยังจากต่างประเทศเยอะครับ

กาแฟถ้วยละเป็น ร้อย เรามักซื้อดื่มได้
กินข้าวมื้อละเป็นหมื่น เป็นพัน ชาวคริสต์เรา ก็ จ่ายกันได้
ค่าเล่าเรียนลูก (ที่ยัดเยียดให้ลูกเรียน )เทอมละหลายหมื่น หรือ แสนๆ (อินเตอร์)เราก็จ่ายกันได้ เป็นต้น

แต่ เราคิดแล้วคิดอีก ที่จะถวาย ทำบุญให้วัด ให้คุณพ่อนำไปทำพันธกิจ
เราไม่กล้า ถวายเงินให้เป็นค่าเล่าเรียน บ้านเณร บ้านซิสเตอร์ ถวายเข้าอาราม

ขอชื่นชม พี่น้องกลุ่มคาริสเมติก เช่นความหวังที่เขากล้าถวายกันสุดริด จนไม่ตั้งข้อสงสัย คนที่สงสัยมักจะเป็นคนนอกโบสถ์เขา ครับ
Phulasso
โพสต์: 1236
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ก.พ. 24, 2006 10:18 am
ที่อยู่: Thailand

เสาร์ ต.ค. 18, 2008 8:23 pm

Jeab Agape เขียน: [ขอชื่นชม พี่น้องกลุ่มคาริสเมติก เช่นความหวังที่เขากล้าถวายกันสุดริด จนไม่ตั้งข้อสงสัย คนที่สงสัยมักจะเป็นคนนอกโบสถ์เขา ครับ
เขามีศรัทธาจริงๆ คนที่จะทำได้ต้องมีศรัทธาที่สูงมาก

อ้อน้อง Jeab อยู่ที่นิ้วก้อยซ้ายกด Shift จ้า  :grin:
Jeab Agape
~@
โพสต์: 8260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:56 pm
ที่อยู่: Bangkok

อาทิตย์ ต.ค. 19, 2008 12:22 am

Phulasso เขียน:
Jeab Agape เขียน: [ขอชื่นชม พี่น้องกลุ่มคาริสเมติก เช่นความหวังที่เขากล้าถวายกันสุดริด จนไม่ตั้งข้อสงสัย คนที่สงสัยมักจะเป็นคนนอกโบสถ์เขา ครับ
เขามีศรัทธาจริงๆ คนที่จะทำได้ต้องมีศรัทธาที่สูงมาก

อ้อน้อง Jeab อยู่ที่นิ้วก้อยซ้ายกด Shift จ้า  :grin:
ทราบครับ ที่พิมพ์ว่า "สุดริด" มันสะใจดีถึงความเชื่อและศรัทธาของพวกเขาครับ

น้องเจี๊ยบใช้แค่ 2 นิ้วพิมพ์ครับ คือนิ้วกลางขวา และกลางซ้าย ถ้าพิมพ์ "ฤทธิ์" เจี๊ยบใช้นิ้วกลางซ้ายกดซิป และกลางขวากด "ฤ" ครับ

คริสตจักร คาริสเมติก เช่นแนวความหวัง เขาจะสอนเน้น ตั้งแต่เริ่มเป็นสมาชิก เรื่องสิทธิอำนาจของผู้นำ และการเชื่อฟังผู้นำครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Ministry Of Men
โพสต์: 3972
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ เม.ย. 18, 2007 3:09 pm

อาทิตย์ ต.ค. 19, 2008 6:07 pm

Jeab Agape เขียน:
Phulasso เขียน:
Jeab Agape เขียน: [ขอชื่นชม พี่น้องกลุ่มคาริสเมติก เช่นความหวังที่เขากล้าถวายกันสุดริด จนไม่ตั้งข้อสงสัย คนที่สงสัยมักจะเป็นคนนอกโบสถ์เขา ครับ
เขามีศรัทธาจริงๆ คนที่จะทำได้ต้องมีศรัทธาที่สูงมาก

อ้อน้อง Jeab อยู่ที่นิ้วก้อยซ้ายกด Shift จ้า  :grin:
ทราบครับ ที่พิมพ์ว่า "สุดริด" มันสะใจดีถึงความเชื่อและศรัทธาของพวกเขาครับ

น้องเจี๊ยบใช้แค่ 2 นิ้วพิมพ์ครับ คือนิ้วกลางขวา และกลางซ้าย ถ้าพิมพ์ "ฤทธิ์" เจี๊ยบใช้นิ้วกลางซ้ายกดซิป และกลางขวากด "ฤ" ครับ

คริสตจักร คาริสเมติก เช่นแนวความหวัง เขาจะสอนเน้น ตั้งแต่เริ่มเป็นสมาชิก เรื่องสิทธิอำนาจของผู้นำ และการเชื่อฟังผู้นำครับ


อ่านคอมเม้นของเจี๊ยบทีไร นึกถึง เจ้าขุนทอง พูดทุกที เสียงแบบนั้นเลย  ::009:: จริงๆนะเนี่ยยยยย ให้ตายสิ  :lipsrsealed:
Jeab Agape
~@
โพสต์: 8260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:56 pm
ที่อยู่: Bangkok

อาทิตย์ ต.ค. 19, 2008 11:40 pm

เคร่งแต่ไม่เครียด เขียน:
อ่านคอมเม้นของเจี๊ยบทีไร นึกถึง เจ้าขุนทอง พูดทุกที เสียงแบบนั้นเลย  ::009:: จริงๆนะเนี่ยยยยย ให้ตายสิ  :lipsrsealed:
อิอิ แหมเฮียก้อ เจี๊ยบคือเจี๊ยบนะสิ จะให้เป็นเจ้านกขุนทองอย่างไร :grin: อาจจะเหมือนตอนอารมณ์ดีๆจะช่างเจรจา ตามสำนวน
"นกแก้ว นกขุนทอง" ไงล่ะ : emo036 :
tach
โพสต์: 200
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 22, 2009 9:53 pm

เสาร์ มิ.ย. 19, 2010 11:53 pm

เราคือวัด ในตัวเราได้รับพระพรจากพระจิตเจ้า
เราจงสรรเสริญพระเจ้าๆๆๆๆๆ
Prod Pran
Defender of lawS
Defender of lawS
โพสต์: 3326
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ม.ค. 17, 2005 9:54 pm
ที่อยู่: Bangkok

ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 3:25 pm

tach เขียน:เราคือวัด ในตัวเราได้รับพระพรจากพระจิตเจ้า
เราจงสรรเสริญพระเจ้าๆๆๆๆๆ
นักบุญเปาโล กล่าวว่า เราคือพระวิหารของพระเจ้า ดังนั้นเราต้องดูแลพระวิหารให้ดีด้วยค่ะ :s007:
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3831
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

จันทร์ ส.ค. 22, 2011 1:41 pm

วัดคือวิหารของพระเจ้าที่เรามาร่วมจิตใจสรรเสริญพระเจ้าร่วมกัน เราจึงมีหน้าที่ช่วยกันดูแลรักษา
ให้เป็นสมบัติส่วนรวมของชนแต่ละรุ่นสืบไป
วัดต่างๆอยู่ได้ก็เพราะคน มาวัด มาทำบุญ เมื่อไม่มีใครทำบุญ หรือมาวัด วัดก็จะกลายเป็นวัดร้าง
วัดก็มีค่าใช้จ่ายมากมาย บางวัดที่มีร.ร. ก็ดีหน่อยพอมีรายได้ก็ส่งไปส่วนกลางมิสซัง
เพื่อจัดสรรไปช่วย หน่วยงาน องค์กร การแพร่ธรรม ช่วยคนยากจนต่างๆของพระศาสนาจักร
ซึ่งมีที่จะต้องไปช่วยเหลืออีกมากมาย คริสตชนก็ไม่ใช่จะร่ำรวยทุกคน หาเช้ากินค่ำก็มาก
ตอนนี้คนก็มีลูกน้อยลง ร.ร.ก็ตั้งขึ้นมามากมาย ทั้งอินเตอร์และไม่อินเตอร์ น.ร.ก็ต้องแบ่งๆกันไป
และรัฐบาลก็เปิดให้เรียนฟรี ผู้ปกครองก็ให้เด็กไปเข้าร.ร.ของรัฐบาลกันเยอะ
ของเอกชนถ้าไม่เก่งจริงมีชื่อเสียงดี ก็ต้องลำบาก ร.ร.คาทอลิกของเราก็มีผลกระทบด้วย
รายจ่ายคงเดิมแต่รายรับลดลง ก็ต้องลำบาก วัดจะพึ่งร.ร.อย่างเดียวก็ไม่ได้
ถ้าเราทุกคนมีความสามารถไปวัดช่วยทำบุญด้วยก็ดี คนนั้นบ้างคนนี้บ้างตามความสามารถ
พระก็จะอวยพร พระองค์เปิดโอกาสง่ายๆให้เรามีส่วนร่วมทำบุญไม่ต้องไปหาที่ทำบุญให้ลำบาก
พระองค์ไม่เอาของเราฟรีๆแน่นอน พระองค์จะตอบแทนเราร้อยเท่าพันทวี
ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า(สวรรค์)...........และบุญที่เราทำก็จะได้บำเหน็จตกทอดไปถึงลูกหลาน
และกิจการงานของเรา เพราะเราใจกว้างกับพระองค์....
................. :s007: :s002: :s005: .........
แก้ไขล่าสุดโดย rosa-lee เมื่อ อาทิตย์ ก.ย. 23, 2012 8:26 pm, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.
antonia
โพสต์: 33
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ พ.ค. 04, 2005 11:20 pm

พฤหัสฯ. ก.พ. 16, 2012 11:15 am

สำหรับเรา เราก็ใส่แต่ไม่เยอะมาก

ปล ทำไมถึงคิดว่าวัดไม่มีเงิน บางวัดมีมากกว่าที่คุณคิดอีก
ภาพประจำตัวสมาชิก
rosa-lee
โพสต์: 3831
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ ม.ค. 29, 2010 2:37 pm

อาทิตย์ ก.ย. 23, 2012 8:21 pm

อย่าคิดอย่างนั้นค่ะ ถึงแม้นวัดจะมีเงินมากเงินน้อยก็ตาม วัดมีรายจ่ายประจำอยู่แล้ว
การทำบุญไม่มีใครบังคับ ทำบุญตามความสามารถค่ะ ใครทำใครได้ค่ะ สะสมไว้ในสวรรค์
สักวันหนึ่งผลบุญเหล่านี้จะช่วยเราได้...
....อย่าเสียโอกาสในการทำบุญนะคะ... :s007:
เมจิ
โพสต์: 3260
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ส.ค. 22, 2011 6:44 pm

อาทิตย์ ก.ย. 23, 2012 8:56 pm

ใช่ค่ะมามี้ :s012: :s012: เมจิถึงจะมีมากมีน้อยเมจิก็ทำ :s007: ถือว่าเป็นการเเบ่งปันเพื่ิส่วมรวมๆ :s021:
ตอบกลับโพส