โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

ใครมาใหม่เชิญทางนี้ก่อน ทักทาย ทดลองโพส

โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย peopletribune » Sat Oct 08, 2011 1:04 am

Image

โบสถ์แม่พระสายประคำตั้งอยู่ถนนชาตั้มใต้(Chatham Road South) เขตจิมซาโจ่ย
ฝั่งเกาลูน(คนไทยเรียก จิมซาจุ่ย เมื่อก่อนใครจะเป็นเจ้าพ่อฮ่องกงต้องยึดย่านนี้ก่อน)
เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน อยู่เลยจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (Hong Kong
Science Museum) ไม่ไกล เป็นโบสถ์สไตล์ Roman Basilican model ซึ่งมีต้นกำเนิด
จากกรีก โบสถ์สไตล์นี้พบเห็นได้ทั่วโลก และมีโบสถ์ที่มีชื่อเสียงหลายที่ เช่น โบสถ์เซนต์
ปีเตอร์ที่นคร วาติกัน อิตาลี, โบสถ์ฟรั่งซิสเซเวีย ที่สหรัฐอเมริกา และโบสถ์แม่พระฟาติมา
ที่ประเทศโปรตุเกส หากใครได้อ่านประวัติศาสตร์จีนจะทราบว่าโบสถ์แม่พระสายประคำ
แห่งนี้ได้ถูก สร้างขึ้นมาหลังจากที่มีกรณีกบฏนักมวย(Boxer Rebellion) ขึ้นในจีน ในสมัย
ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นยุคสุดท้ายของระบบกษัตริย์ในประเทศจีน คือราชวงศ์ชิงทรงเห็น
ชาวต่างชาติยุโรป เข้ามาทำมาค้าขายในประเทศจีน แน่นอนสมัยนั้นชาวตะวันตกมักเข้ามา
พร้อมกับกำลังทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยจำพวกปืนไฟ หรือ ปืนใหญ่ พร้อม
มิชชันนารีเข้าไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ในยุคนั้นจึงมีกบฏนักมวยขึ้นโดยทำการลอบสังหาร
มิชชันนารีชาวตะวันตก ซึ่งเชื่อกันว่ากบฏนักมวยได้รับการสนับสนุนจากราชวงศ์ชิง ภายหลัง
ปราบกบฏนักมวยราชวงศ์ชิงก็ล่มสลายลงเป็นที่มาของจักรพรรดิองค์สุด ท้าย ปูยี ทางอังกฤษ
จึงยกกองทหารจากประเทศอินเดีย(ซึ่งยุคนั้นอินเดียตกเป็นอาณานิคม ของอังกฤษเรียบร้อย
แล้ว) มาขึ้นฝั่งเพื่อตั้งฐานทัพอยู่ที่เกาลูน ซึ่งทหารที่มาส่วนใหญ่นับถือคาทอลิก จึงได้มีการ
สร้างโบสถ์นี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1903 และเสร็จในปี ค.ศ. 1905 ฮ่องกง - เป็นอาณานิคมของ
อังกฤษตั้งแต่ปี ค.ศ. 1841 (พ.ศ. 2384) จนถึงปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) อังกฤษจึงส่งมอบ
คืนจีนซึ่งเป็นข่าวดังไปทั่วโลกและมีพิธีการใหญ่โต


โบสถ์แม่พระสายประคำฮ่องกง
สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
(ร.7) ส่วนโบสถ์แม่พระสายประคำในประเทศไทยอยู่ที่ ต.หลักห้า อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

งงไม๊ครับ ทำไมอังกฤษมีเป็นคาทอลิกบ้างไม่เป็นบ้าง ทั้ง ๆ ที่เราดูแล้วน่าจะเป็นคาทอลิก
เป็นส่วนใหญ่ ผมขออนุญาตอัตถาธิบาย ดังนี้ครับ ท่านใดเคยได้ชมพระราชพิธีเสกสมรสของ
ระหว่างเจ้าชายวิลเลี่ยมกับแคเธอริน มิดเดิลตัน พระยศปัจจุบันเราต้องเรียก ดยุคแห่ง
เคมบริดจ์ (Duke of Cambridge)กับ ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์(Duchess of Cambridge)

**Duke = เป็นชั้นยศเจ้านายชั้นสูงของอังกฤษ ส่วน Duchess = ก็คือพระวรชายา นั่นเองครับ (รูปขออนุญาตไม่ลงนะครับ เพราะเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพระราชวัง อังกฤษ) **

ที่มาของนิกาย"เชิร์ชออฟอิงแลนด์" ของอังกฤษ

Image

อังกฤษมีศาสนาประจำชาติ คือ คริตศาสนานิกาย "เชิร์ชออฟอิงแลนด์" (Church of England)
จริง ๆ เมื่อก่อนอังกฤษก็เป็นคาทอลิกนี่แหละ เรื่องของเรื่องคือ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 วิวาทะกับโป๊ป
(สันตะปาปา) พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ครองราชย์ช่วง พ.ศ. 2052 - 2090 รุ่นประมาณรัชกาลที่10
แห่งกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พระเชษฐาธิราช) ของไทยเรา เป็นยุคก่อน
สมเด็จพระศรีสุริโยทัย(ยุคเนี้ย โปตุเกสเริ่มเข้ามาบ้านเราเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยแล้ว)

Image
พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 เลยตั้งนิกายเอง จริง ๆ ต้องยอมรับสมัยก่อนศาสนากับการเมืองแยกกันไม่ขาด
ตอนนั้นอังกฤษทำสงครามกับฝรั่งเศส(ฝรั่งเศสเป็นคาทอลิก) เรียกสงครามแห่งสเปอร์ แล้วชนะ
เลยได้ใจ อีกเรื่องคงเป็นเรื่องการอภิเษกสมรส เพราะพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 มีพระชายาหลายองค์
ในทางคาทอลิกมีภรรยาได้คนเดียว ผนวกกับเรื่องคำสอนและพิธีกรรม เลยตั้งนิกายเองเพราะมี
อำนาจ โดยถ้าเป็นคาทอลิกโป๊ปจะทรงเป็นประมุขของศาสนจักร แต่หากเป็นเชิร์ชออฟอิงแลนด์
กษัตริย์จะเป็นประมุขของศาสนจักร ส่วนผู้นำทางศาสนา คือ อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี
นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์มีผู้นับถือเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจาก (คาทอลิก,ออร์โธดอกซ์)

มีลักษณะคำสอน ความเชื่อ และพิธีกรรมคล้ายโรมันคาทอลิก แต่ไม่ขึ้นกับโรม คือ ไม่ขึ้นอยู่กับ
สำนักวาติกัน และสมเด็จพระสันตะปาปา ไม่ได้เป็นประมุขแต่ก็ให้ความเคารพนับถือ แบบสงฆ์
ทิเบต หมวกแดง(นิกายณยิงมาปา) หมวกเหลือง(นิกายเกลุกปะ) แต่ก็ให้ความเคารพองค์
ทะไล ลามะ

ยุคคริสตศตวรรษ 16-17 เป็นยุคมืดของยุโรป ตั้งแต่สงคราม,การล่าแม่มด ที่ดัง ๆ ก็สมัย
พระเจ้าเจมส์ที่ 1(ยุคนักประพันธ์ดัง วิลเลียม เชกส์เปียร์ แหละ) แม่มดทำคุณไสยใส่กษัตริย์
(ไม่รู้มีควายธนู,ทหารลิงลมบ้างเปล่า) หัวหน้าแม่มดดังก็ แอกเนส ซิมพ์สัน (Agnes Simpson)
ขนาดเชกส์เปียร์ ยังนำมาเขียนเป็นบทละคร แบบบ้านผีปอบบ้านเรา แต่ยุคนั้นคงไม่ตลก เพราะใคร
ถูกข้อหาแม่มดมีหวังถูกจับแขวนคอ หรือเผาทั้งเป็น...จึ๋ยยย ขนาดมีการเขียนเป็นตำราวิธีการล่า
กันเลย แบบเดียวกับจับปอบบ้านเรา

จบยุคล่าแม่มดจึงเข้ายุคล่าเมืองขึ้น จนอังกฤษได้ชื่อว่าเป็นดินแดนพระอาทิตย์ไม่ตกดิน(ตามที่เรา
เรียนตั้งแต่เด็ก ๆ ในวิชาสังคม ตอน ม.3) ผมจำได้เพราะชอบเรียน ไทยเราซัดกับอังกฤษสมัย
พระเจ้าเจมส์ที่ 2 ตรงกับกษัตริย์ไทยรัชสมัยพระนารายณ์มหาราช ช่วง พ.ศ. 2230(ต้นปี) รบกัน
ที่เมืองมะริด เราไล่อังกฤษกลับอินเดีย จับทหารอังกฤษเป็นเชลยได้ 300 นาย แต่เอาไม่อยู่
ตอนหลังก็ถูกเรียกค่าเสียหาย 5 แสนรูปี แบบที่ฝรั่งเศสเรียกสมัย ร.ศ.112 พอปลายปี สมเด็จ
พระนารายณ์ฯเลย โปรดเกล้าฯ ให้คณะทูตฝรั่งเศสเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลา ณ พระราชวัง
เมืองลพบุรี ฑูตชุดนี้เข้ามาอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2228

ภายหลังนิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์ ก็มีการแยกสายเป็น นิกายแองกลิคัน (เมืองไทยก็มีแต่น้อย)
จนปี พ.ศ. 2460 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 (เป็นที่มาของโอ้! พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก) ทรงตั้ง
ราชวงศ์วินด์เซอร์(House of Windsor) ซึ่งเป็นชื่อเมืองหนึ่งริมแม่น้ำเทมส์ ในอังกฤษ
ชื่อราชวงศ์มาจากชื่อเมืองแบบราชวงศ์ไทยเรา เช่น อู่ทอง,สุพรรณภูมิ,สุโขทัย,ปราสาททอง
บ้านพลูหลวง จากนั้นก็สืบราชสันตติวงศ์ต่อมา พระเจ้าจอร์จที่ 6 จนถึงยุคสมัยพระราชินีนาถ
เอลิซาเบธที่ 2 องค์ปัจจุบัน

:s024: โดย : ฟรังซิสโก ณัฐวุฒิ(เดินทางทุกที่ ที่มีพระองค์)
Last edited by peopletribune on Thu Dec 08, 2011 8:37 pm, edited 6 times in total.
peopletribune
 
ตอบ: 405
สมัครสมาชิก: Sat Mar 28, 2009 8:55 pm
ที่อยู่: Maka-Diyos, Makatao, Makakalikasan, at Makabansa

Re: โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย peopletribune » Sat Oct 08, 2011 2:30 am

Image

ฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษ แต่ปกครองระบอบประชาธิปไตย แบบมีผู้ว่าการแบบ กทม.
ประเทศจีน หรือ ชื่อเต็ม ๆ ว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน(People’s Republic of China)
เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียเรา และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากรัสเซีย ,แคนนาดา
มีประชากรมากว่า 1.3 ล้านคน และมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศต่าง ๆ ถึง 15 ประเทศ ได้แก่
เวียตนาม ลาว พม่า อินเดีย ภูฎาณ เนปาล ปากีสถาน อัฟกานิสถาน ทาจิกิสถาน คีร์กีซสถาน
คาซัคสถาน รัสเซีย มองโกเลีย และเกาหลีเหนือ

จีนแบ่งเขตการปกครองเป็น 23(จีนนับรวมไต้หวันด้วย) มณฑล 4 มหานคร 5 เขตปกครอง
และ 2 เขตปกครองพิเศษ มณฑล เช่น มณฑลยูนนาน(คนไทยชอบไปเที่ยว คุนหมิง แชงกรีร่า),
มณฑลเสฉวน(คนไทยชอบไปเที่ยวดูหมีแพนด้า ที่เฉินตู,จิ่วไจ้โก) หรือมณฑลกวางตุงหรือ
กวางเจา (ที่ไทยไปช้อปปิ้งกัน) หรือมณฑลเหอหลงเจียง(ที่เราไปดูเทศกาลน้ำแข็งที่เมือง
ฮาร์บิ้น)

มหานคร มี 4 มหานคร คือ ปักกิ่ง, เทียนสิน,ฉงชิ่ง,เซี่ยงไฮ้ (ใช้ระบบการบริหารเหมือน
กทม.,พัทยา เชียงใหม่ บ้านเรา)

**ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนสิน คนไทยคุ้นดี ฉงชิ่ง ซิอยู่ตรงไหน ง่าย ๆ เลยติดกับ
มณฑลเสฉวน อยู่ตะวันตกเฉียงใต้ของจีนตอนบนของแม่น้ำแยงซีเกียง ต้นกำเนิดหมีแพนด้า
บรรพบุรุษช่วง ๆ หลินหุ้ย แหละครับ**


เขตปกครองตนเอง มี 5 เขต คือ มองโกลเลียใน(ชาวมองโกล),หนิงเซี่ยหุย(ชาวหุย เป็น
มุสลิม),ทิเบต (ชาวจ้าง),กวางสีจ้วง(ชาวจ้วง)และซินเจียง-อุยกูร์(ชาวอุยกูร์ เป็นมุสลิม
เช่นเดียวกับชาวหุย)

เขตบริหารพิเศษ เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ รู้จักกันในนาม 1 ประเทศ
2 ระบบ มี 2 เขต คนไทยเราคุ้นกันดี คือ ฮ่องกงและมาเก๊า

ในประวัติศาสตร์ไทยเราเคยใช้ระบบถามว่าเขตปกครองตนเอง

ไทยเราก็เคยใช้ในสมัยโบราณโดยมีลักษณะเป็นเมืองเจ้าพระยามหานครขึ้นตรงกับราชธานี
เช่น นครศรี ธรรมราช,สงขลา,ลังกาสุกะหรือปัตตานี ไทรบุรี(ตอนนี้เป็นของมาเลเซีย) มะริด,ทวาย,ตะนาวศรี(ปัจจุบันเป็นพม่า) เวียงพิงค์(ปัจจุบันคือเชียงใหม่) เป็นต้น

อาณาจักรน่านเจ้าของไทยเรามาจากจีน ก่อนสมัยพ่อขุนศรีอิทราทิตย์(พระราชบิดา พ่อขุนราม
คำแหง) ไทยเรามีอาณาจักหนึ่ง ชื่อ อาณาจักรน่านเจ้า มีกษัตริย์ชื่อคล้าย ๆ จีน เช่น พระเจ้า
เหม่งแซ่เจ้า,พระเจ้ามองกาตา,พระเจ้าสินะโล,พีล่อโก๊,โก๊ล่อฝง(เมื่อก่อนแถวบางนกแขวก
ผมมีญาตินามสกุล เต็งล่อไล้ ยังนึกขำ ไหนจะตอนเด็ก ๆ รุ่นก๋ง ชอบพูด ซาล่อเจ๊ก 3 รุ่ม 1
อะไรประมาณนั้น)

เป็นไปได้ว่าอาณาจักรน่านเจ้าอพยพมาจากมณฑลยูนนาน แล้วถอยมาเรื่อย ๆ จนติดทะเล
จึงเป็นที่มาของคำว่า “เราถอยไปไม่ได้อีกแล้ว” หากเราเดินทางลงใต้คุนหมิงมา ประมาณ
200 กว่า กม. เราจะพบหมู่บ้านปกครองตนเองชื่อ เจี้ยนสุ่น หรือ หมู่บ้าน “ชาวไต” ที่มีนา
ขั้นบันใดมรดกโลก ชื่อ Honghe Hani Terraced Fields (อันนี้ความเห็นของผู้เขียนเองนะครับ
อย่าไปสรุปเป็นประวัติศาสตร์)


จีนมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,300 ปี อ่านประวัติศาสตร์จริง ๆ ใครไม่ชอบน่าเบื่อ ผมจะขอนำ
เล่าแบบสรุป ๆ และจับเฉพาะประเด็นสำคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์ เด็ก ๆ น้อง ๆ หนู ๆ หรือท่านผู้อ่าน
สนใจอ่านไม่เกิน 10 นาที พอรู้เรื่อง


มีบางอาจารย์ไทยบางท่าน ที่สอนแบบรวบรัด 10 ราชวงศ์จีน ที่สำคัญ
(ใครจะท่องก็เรียนเชิญ...นะครับ)
- ราชวงศ์เซี่ย(Xia),ซาง(Shang),โจว(Zhou)
- ฉิน ฮั่น ถัง
- ซ่ง,หยวน,หมิง,ชิง


ยุคก่อนรวมปราชญ์โบราณ
ราชวงศ์ เซี่ย (Xia) (ราว 2,100-1600 ปี ก่อน คริสตกาล) ก่อน คริตกาล คือ ก่อนพระเยซู
ประสูติ (คริตกาล – นับวันประสูติ ถ้าเป็น พ.ศ. นับแต่พระพุทธองค์ปรินิพาน) พ.ศ. ต่างกับ
ค.ศ. 543 ปี ดังนั้นหากเขียนเป็น พ.ศ. ใครอยากรู้ ค.ศ. เอา 543 ลบ

ราชวงศ์เซี่ยครองแผ่นดินยาวนาน 500 ปี จนถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายชื่อพระเจ้าเจี๋ย ราชวงศ์ซาง
ก็เข็มแข็งขึ้นแบบเดียวกับสุโขทัย อยุธยาบ้านเรา มีสงครามเป็นผลให้ราชวงศ์เซี่ยล่มสลาย
กษัตริย์เจี๋ยหนีไปอยู่เมืองหนานเฉา

ราชวงศ์ซาง(Shang) (ราว 1,600-1,028 ปี ก่อน ค.ศ.)
ในสมัยนี้เริ่มมีการใช้อักษรอักษรภาพ ซึ่งเป็นที่มาของอักษรจีนในปัจจุบัน, ราชวงศ์ซางปกครอง
แผ่นดินได้ 572 ปีก็ล่มสลาย บ้านเมืองแตกแยกกษัตริย์องค์สุดท้ายไม่สามารถบริหารราชการงาน
เมืองได้ รับภาระไม่ไหวตัดสินใจทำอัตวินิบาตกรรมโดยเผาตัวเอง

ราชวงศ์โจว(Zhou) ประมาณก่อน 1027-256 ปีก่อน ค.ศ.
สมัยนี้เป็นสมัยปราชญ์ของจีน ที่มีชื่อเสียงคนไทยรู้จักดี คือ ขงจื๊อ(Kong Zi หรือฝรั่งเรียก
Confucius) ราชวงศ์โจวแบ่งเป็น 2 ราชวงศ์คือ

โจวตะวันตก ช่วงปี 1027 – 771 ก่อนคริสตกาล ปกครองยาว 256 ปี

โจวตะวันออก ปี 770 – 256 ก่อนคริสตกาล ปกครองยาว 514 ปี ยุคนี้มีปราชญ์ที่ชาวไทยรู้จักดี
คือ ซุนวูเป็นแม่ทัพของราชวงศ์โจวตะวันออก ที่เขียนตำราพิชัยสงครามใช้เป็นตำรารบจนถึง
ปัจจุบันสมัยนี้เองมีการแบ่งเป็น 7 แคว้นแต่ละแคว้นมีฮ๋องปกครองตนเองและแย่งกันเป็นใหญ่


ราชวงศ์ฉิน (พ.ศ. 322-336) หรือ220 ปี ก่อนคริสตกาล
ฮ๋องแคว้นฉินสามารถรบชนะอ๋องฉินสถาปณาตัวเองเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้ (ใครอยากศึกษาหาภาพยนตร์
เรื่อง จิ๋นซีฮ่องเต้ ดู) รวมประเทศจีน และมีการเปลี่ยนการปกครองโดยกษัตริย์องค์เดียว มีการเผา
ตำรา ฆ่าบัณฑิต ล้มความเชื่อขงจื้อเพื่อยกระบอบกษัตริย์และตั้งชื่อประเทศว่า จีน มีการปฏิรูป
ทางการเมืองและบ้านเมือง โดยใช้กฎ 9 ข้อ ปรับเปลี่ยนระบบ บริหารราชการแผ่นดิน โยกย้าย
ข้าราชการมากมาย รวมถึงเชื้อพระวงศ์ด้วย รวมถึงมีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเป็นธรรม และ
ไม่ให้มีระบบ สองมาตรฐาน(Double Standard) ในบ้านเมืองในสมัยนี้มีการสร้างสิ่งใหญ่โต
ที่ทั่วโลกรู้จักดีคือ กำแพงเมืองจีน ยาวตั้งแต่ตะวันตกจรดตะวันออกถึงทะเล (6,325 กม.)ไปตาม
ยอดเขาเฉลี่ยกำแพง สูงจากยอดเขา 8 เมตร กว้าง 5 เมตร ระยะ 200 เมตรมีจะป้อม 1 ป้อม
คอยส่งข่าวข้าศึกด้วยการตีระฆัง(นักประวัติศาสตร์ว่าจริง ๆ กำแพงเมืองจีนมีอยู่ก่อนแล้ว
โดยการสร้างของแคว้นต่าง ๆ จิ๋นซีฮ่องเต้ เพียงแต่เชื่อมต่อและสร้างเพิ่มให้ยาวขึ้น) สมัยนี้
มีการสร้างสุสานจิ๋นซีที่เมืองซีอานด้วย

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ซีอานถูกพบโดยชาวนาได้ขุดพบหุ่นทหารดินเผาโดยบังเอิญ ปัจจุบันรัฐบาล
จีนยังไม่ได้ขุนค้น ในส่วนที่นักประวัติศาสตร์คาดว่าจะเป็น หีบพระศพจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งคาดว่าจะมี
ค่ายกลซับซ้อน หนังเรื่อง มัมมี่เคยเอามาสร้างชื่อตอน "คืนชีพจักรพรรดิมังกร"

ราชวงศ์ฉินมีกษัตริย์ 3 พระองค์ราชวงศ์ฉินก็ล่มสลาย ราชวงศ์ฉินยิ่งใหญ่แต่ปกครองจีนสั้น แค่
14 ปีปลายราชวงศ์พี่น้องแย่งราชบัลลังก์กันเอง(โอรสองค์เล็กฉินเอ๋อซื่อ ปลอมราชโองการจิ๋นซี
ฮ่องเต้ตอน จิ๋นซีฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ ให้โอรสองค์โตปลงพระชนม์ตนเอง แล้วยกราชสมบัติให้โอรสองค์เล็ก) อำนาจบริหาร งานเมืองจึงตกแก่ขันที เป็นผลให้ราชวงศ์อ่อนแอ ประชาชนลำบาก
ก่อม็อบไปทุกหย่อมหญ้า ขันทีผู้กำอำนาจราชสำนัก ชือ ขันทีเกา จึงก่อรัฐประหารจักรพรรดิ
ฉินเอ๋อซื่อ และตั้งดอมินี ตนเองเป็นกษัตริย์ ชื่อ จื่ออิง ในที่สุดก็ไม่สามารถทานทนแรงของ
มหาประชาชน และกลุ่มกบฎ ทำให้สิ้นราชวงศ์

ราชวงศ์ฮั่น(พ.ศ.350-550) จบราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์ฮั่นเริ่มรื้อฟื้นคำสอนของขงจื๊อ และ
เส้นทางสายไหมเกิดขึ้นในสมัยนี้ โดยในสมัยฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้ได้มอบหมายให้ จางเชียน ไปค้นหา
พันธมิตร(อาณาจักรต้า แยว่จรือ)เพื่อเป็นแรงเสริมสู้กับเผ่าโซวงหนูหรือมองโกล เป็นที่มาของ
เส้นทางสายไหม เนื่องจากผ้าไหมที่ใช้โดยทั่วไปในจีนกับมีราคาแพงมากในแถบอาณาจักร
มองโกล และเป็นที่มาของทางหลวงชื่อดัง ที่สูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน คือ โคราโครัม**

**โคราโครัม(Karakoram Highway หรือ KKH) เป็น เส้นทางถนนเชื่อมระหว่างประเทศจีน
กับประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมโบราณที่เชื่อมการค้าจากจีนสู่อินเดีย
เส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ ถูกขนานนามว่าเป็นเส้นทางหลวงลอยฟ้า เนื่องจากเป็นถนนไฮเวย์ที่
อยู่สูงที่สุดในโลก ความสูงอยู่ในช่วงตั้งแต่ 900 – 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะทางเริ่มต้น
จากโอเอซิสที่เมืองคัชการ์ (Kashkar) ในประเทศจีนสู่เมืองราวัลพินดี (Rawal Pindi) ประเทศ
ปากีสถานระยะทางรวม 1,300 กม. เส้นนี้แหละ ที่พระถังซัมจั๋ง(พระซวนจั้ง)ก็ใช้เส้นทางนี้
แหละครับไปอัญเชิญพระไตรปิฏกจากดินแดนชมพูทวีป(อินเดีย) แต่เป็นเส้นใต้คือฉางอัน-ซีอาน
-ถูลู่ฟาน-คัชกาเรีย เข้าสู่อินเดียทางเลห์ ลาดัก เข้ารัฐพิหาร สมัยก่อนเป็น แคว้นมคธ เมืองหลวง
คือ กรุงราชคฤห์**

ช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น เรียกฮั่นตะวันออก เริ่มมีการแบ่งแยกประเทศอีกครั้งเป็น แล้วก็เกิดกรณี
3 ก๊ก คือ วุ่ยก๊ก,จ๊กก๊ก,ง่อก๊ก คนจีนรบกันเอง วุ่ยก๊ก ของโจโฉ จ๊กก๊ก ของเล่าปี่(ที่มีทหารเอก
ชื่อดัง กวนอู,เตียวหุย,จูล่ง) และง่อก๊กซุนกวน รบกันตั้งแต่ พ.ศ. 763-811 รบกันตั้งแต่สามก๊ก
จนถึงรุ่นลูก รวมรบกัน 103 ปี หลังจิ๋นซีฮ่องเต้ได้เคยรวมได้จาก 7 ก๊กและตั้งราชวงศ์ฉิน
ลูกหลานแตกแยกแบ่งเป็น ก๊กโจโฉ(ยึดกษัตริย์เหี้ยนเต้) ก๊กเล่าปี่(มีเชื้อพระวงศ์) และก๊กซุนกวน
ต่างฝ่ายต่างอ้างความจงรักภักดีต่อกษัตริย์เหี้ยนเต้ จนกระทั่งโจโฉสามารถมีอำนาจเหนือองค์
จักรพรรดิเหี้ยนเต้ พอโจโฉเสียชีวิต บุตรชายคือโจผีปราบดาภิเษกเป็นจักรพรรดิ ราชวงศ์ฮั่น
ล่มสลายและแตกเป็น 3 ก๊ก

โดยวุ่ยก๊ก(มีฐานอำนาจทางเหนือ),จ๊กก๊ก(ทางตะวันตก),ง่อก๊ก(อยู่ทางตะวันออก-แถบกวางตุ้ง)

ราชวงศ์ถัง (ประมาณ พ.ศ.1161-1450) ในสมัยราชวงศ์ถังมีการอัญเชิญ
พระไตรปิฎกจากชมพูทวีป(อินเดีย) โดยพระถังซัมจั๋ง เห้งเจีย,ตือโป้ยก่าย,ซัวเจ๋ง โดยใช้เส้นทาง
สายไหมด้านใต้ คือ จากฉางอัน ซีอาน ถูลู่ฟาน คัชกาเรีย(คาสือ) ไปเลห์ ลาดัก เข้า ชมพูทวีป(อินเดีย) ...ตามที่ผมเล่าไปข้างบน

ราชวงศ์ซ่ง (ประมาณ พ.ศ. 1500-1800) หรือราชวงศ์ ซ้อง ในสมัยราชวงศ์มีข้าราชการคนหนึ่ง
ที่บ้านเรารู้จักกันดี คือ ท่านเปาบุ้นจิ้น แห่งเมืองไคฟง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการที่ดำรงความ
ยุติธรรมและเป็นที่พึ่งของประชาชน ในสมัยนี้มีวิวัฒนาการก้าวหน้า ทั้งด้านการแพทย์ และพาณิชย์
เช่น การฝังเข็ม การพิมพ์

ราชวงศ์หยวน เป็นราชวงศ์ มองโกล(เจงกีสข่าน) (พ.ศ.1803-1911)
ในราชวงศ์นี้มีนักเดินทางเลื่องชื่อ มาร์โคโปโลเข้ามาทางเส้นทางสายไหมและมีนำการใช้ธนบัตร
ไปใช้ที่ตะวันตกรวมถึงทำให้ตะวันตกรู้จักตะวันออกมากขึ้น สมัยนี้ประเทศไทยเราเริ่มเป็นประเทศ
ตรงกับสมัยสุโขทัยของไทยเรา(ในสมัยพ่อขุนรามคำแหง-ปฐมกษัตริย์ ราชวงศ์พระร่วง ปฎิวัติไล่
ผู้สำเร็จราชการขอบกลับนครวัด) เจงกีดข่านเป็นนักรบที่เข็มแข็งรวมทุกตระกูลเผ่ามองโกล นักรบ
มองโกลรบบนหลังม้าเก่ง ขี่ม้าหลังเปล่าไม่มีอาน,อึดทนเพราะใช้ชีวิตกลางทะเลทรายนอนกระโจม
คล้ายหัวปลีนับถือศาสนาอิสลาม มีกองทัพม้าเข็มแข็ง เลยยึดไปได้ค่อนโลก ถึงยุโรป,อินเดียว,
ยึดจีน(เผาปักกิ่งราบเป็นหน้ากอง),ยึดรัสเซีย,อิหร่าน เกาหลี จนถึงรุ่นกุบไบข่านหลานเจงกีดข่าน
บุกมาถึงพุกามของพม่า ปี. พ.ศ. 1830 ทำทะเลเจดีย์พุกามหายวับไปกับตา ทหารมองโกลผสม
กับคนพม่ากลายเป็นชาวกระเหรี่ยงที่อยู่ตระเข็บชายแดนไทยในปัจจุบัน

สมัยนั้นพ่อขุนรามคำแหงเห็นแล้วยังทรงพระหวาดเสียว แต่ด้วยทรงพระปรีชาส่งเครื่องบรรณาการ
ให้มองโกล(ไทยเราจึงรอดพ้น), ยุคนี้เองที่มาร์โคโปโล** ได้เดินทางมาถึงเมืองจีนและรับใช้
ราชสำนักจีนอยู่และทำให้ตะวันตกรู้จักประเทศจีน แต่กุบไบข่านรบทางเรือไม่เก่ง แพ้ญี่ปุ่นเพราะ
ญี่ปุ่นเริ่มมีอิทธิพลทางทหารมาก เป็นผลให้สิ้นราชวงศ์หงวน


**มาร์โคโปโล(Marco Polo) เป็นนักเดินทางชาวเวนิสประเทศอิตาลีชื่อดัง และเป็นผู้เชียนหนังสือ
ชื่อ The Travels of Marco Polo การเดินทางของมาร์โคโปโล ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ได้ทางบก
มาถึงจีนในราชวงศ์หยวน สมัยกุบไบข่าน(หลานเจงกีสข่าน) **


มาถึง 2 ราชวงศ์สุดท้ายของจีน คือ หมิง กับ ชิง (ใครชอบดูหนังกำลังภายใน มักได้ยินคำว่า ล้ม ชิง กู้หมิง เป็นเรื่องของ การแย่งอำนาจ ระหว่างราชวงศ์ ระหว่างฮั่น(หมิง)กับแมนจู(ชิง)

ราชวงศ์หมิง (พ.ศ. 1911-พ.ศ.2187)ราชวงศ์จีนแท้ ๆ หรือชาวฮั่น ขับไล่ราชวงศ์หยวนออกไป
โดยการรวมตัวกันในวันไหว้พระจันทร์ โดยส่งกระดาษบอกวันเวลาที่จะก่อการล้มราชวงศ์หยวน
(ภาษาทหารเรียก วัน ว. เวลา น.) จนเป็นที่มาของพิธีไหว้พระจันทร์ ทำให้พวกเรามีขนมอร่อย ๆ
กิน ใครเคยดูดาบมังกรหยก คงจำเตียบ่อกี้ได้ จูหยวนจาง ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิงเป็นลูกน้องของ
เตียบ่อกี้นั่นเอง ซึ่งก็คือปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิง ในสมัยนี้มีการสร้างพระราชวังต้องห้าม
หรือกู่กง(Gu Gong) ซึ่งมีห้องถึง 9999.5 ห้อง(คือฮ่องเต้ไม่ใช่สวรรค์ จึงสร้างไม่ครบ 10,000
ห้อง) มีการเริ่มเดินเรือ ทำให้เกิดชื่อนายพลดัง นายพลเจิ้ง เหอ(เดินเรือมาถึงอยุธยา คนไทยเรา
นับถือจนมีการสร้างศาลเจ้าให้ เรียก ซัม ปอ กง จนภายหลังกลายเป็น หลวงพ่อโตวัดพนันเชิง
เห็นไม๊ครับ ประวัติศาสตร์ไทย-จีนเกี่ยวเนื่องกันหมด)

ราชวงศ์ชิง (พ.ศ. 2187-2454)เป็นแมนจู (โกนผมครึ่งหัว ไว้เปีย) โดยกษัตริย์
องค์สุดท้ายคือกษัตริย์ปูยี ท้ายราชวงศ์กษัตริย์ครองราชเป็นหุ่นเชิด โดยมีพระนางซูสีไทเฮา อยู่
เบื้องหลังจักรพรรดิถึง 3 พระองค์ นั่งว่าราชการอยู่ข้างหลัง จีนจึงได้รับฉายาว่าหลังม่านไม้ไผ
สมัยนั้นมีการ ฉ้อราชบังหลวง การแย่งชิงอำนาจในราชวงศ์(แบบเดียวกับอยุธยาตอนต้นของเรา
ใครอยากรู้ไปดู “สุริโยไท” ของท่านมุ้ย) ราชวงศ์ชิงให้มีขุนนางกังฉินมากมาย ประชาชนอดอยาก
ไหนจะถูกญี่ปุ่นรุกราน ทำให้เกิดการปฎิวัติโดย ดร.ซุน ยัด เซ็น กษัตริย์จีนองค์สุดท้ายคือ ปูยี

ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454 ตรงกับรัชสมัย ร.6 ของไทยเพิ่งทรงครองราชเพียง 1 ปี) ดร.ซุนยัดเซน
นำกำลังทหารยึดอำนาจกษัตริย์ และยังปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีปธน.หยวน ซื่อ ไข่
ปกครองประเทศและสืบต่ออำนาจ มาที่ ปธน. เจียงไคเช็ค (พ.ศ. 2471-2492)

ค.ศ. 1949 (พ.ศ. 2492 ตรงกับรัชสมัยรัชกาลปัจจุบันของไทยเรา นายกควง อภัยวงศ์ และเป็นยุค
เดียวกับที่ CIA เริ่มเข้ามาในประเทศไทย) เหมาเจ๋อตง ทำการปฎิวัติจาก นายพลเจียงไคเช็ก
เป็นที่มาของทฤษฎี ป่าล้อมเมืองและแก้ว 3 ประการ

(ทฤษฏีแก้ว 3 ประการ คือ การจะรบชนะต้องมี พรรค,แนวร่วม และกองกำลังติดอาวุธ) และทฤษฎี
ป่าล้อมเมืองคือ การรบแบบกองโจรตามทฤษฎีเหมา คือ เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี
เอ็งหนีข้าตาม ปรับทุกข์ผูกมิตร รับใช้ใกล้ชิด ปักหลักฝังแกน (ประเทศไทยใช้ทฤษฎีเหมา รบมา
ตั้งแต่สมัย 14 ต.ค. จนปัจจุบันแม้แต่เหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา)

ด้วยการที่เหมา เจ๋อ ตง ปฎิวัติจีนสำเร็จ ทำให้พรรคก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็กอพยพไปอยู่เกาะเป็น
ประเทศใหม่ขึ้นมาที่จีนไม่ยอมรับคือ “ไต้หวัน” (เกาะไต้หวันอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน) ในปี พ.ศ. 2505
บางส่วนอพยพเข้าในพม่า และเข้ามาในไทยอยู่ดอยแม่สลอง เป็นกองพล 93(เป็นที่มาของคำว่า
เจ๊กกบฎ) สงครามระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีน(นำโดยเหมาเจ๋อตง) กับ พรรคก๊กมินตั๋ง(นำโดย
เจียงไคเช็ก) ฝ่ายเหมาชนะทำให้กองทัพของก๊กมินตั๋งแตก...

เหมาเจ๋อตง ได้สถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีน ปกครองด้วยระบอบ
คอมมิวนิสต์ ในวันที่ 1 ต.ค. พ.ศ. 2492(ที่เพิ่งฉลอง 60 ปี อย่างยิ่งใหญ่ไปเมื่อ ต.ค. ปี2552)


นั่นแหละครับประวัติ 3,000 กว่าปีของประเทศจีน ผมนำมาเล่าสนุก ๆ แบบสั้น ๆ
peopletribune
 
ตอบ: 405
สมัครสมาชิก: Sat Mar 28, 2009 8:55 pm
ที่อยู่: Maka-Diyos, Makatao, Makakalikasan, at Makabansa

Re: โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย rosa-lee » Sat Oct 08, 2011 10:44 am

ได้ความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน มีประโยชน์มากและฟื้นฟูความจำที่เคย อ่านมา เรียนมา
ดูหนังมา อย่างเรื่องมังกรหยก เปาบุ้นจิ้น ฉินซีฮ่องเต้ ที่มาที่ไป จุดประสงค์และเหตุการณ์
ที่เกี่ยวเนื่องกันของบุคคลต่างๆการเชื่อมต่อของประวัติศาสตร์......
......ดีมาก สนุกชวนติดตาม......... :s007:
User avatar
rosa-lee
 
ตอบ: 2318
สมัครสมาชิก: Fri Jan 29, 2010 2:37 pm

Re: โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย peopletribune » Sat Oct 08, 2011 12:44 pm

rosa-lee wrote:ได้ความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน มีประโยชน์มากและฟื้นฟูความจำที่เคย อ่านมา เรียนมา
ดูหนังมา อย่างเรื่องมังกรหยก เปาบุ้นจิ้น ฉินซีฮ่องเต้ ที่มาที่ไป จุดประสงค์และเหตุการณ์
ที่เกี่ยวเนื่องกันของบุคคลต่างๆการเชื่อมต่อของประวัติศาสตร์......
......ดีมาก สนุกชวนติดตาม......... :s007:


ขอบคุณครับ คุณrosa-lee ที่กรุณาติดตามเรื่องเล่าของผมโดยตลอด...

คาทอลิกยุคใหม่ ทั้งในส่วนของบุคคลากรทางศาสนจักร คริสตชน ต้องให้ความสนใจ
กับโลก โดยมีพระตรีเอกภาพเป็นองค์ชี้นำ เพราะปัจจุบัน "โลกไร้พรมแดน" ครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ
peopletribune
 
ตอบ: 405
สมัครสมาชิก: Sat Mar 28, 2009 8:55 pm
ที่อยู่: Maka-Diyos, Makatao, Makakalikasan, at Makabansa

Re: โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย s.gabriel » Sat Oct 08, 2011 4:44 pm

เดินขาลากอยู่3วันไม่เห็นว่ามีวัดเลยครับแถวนั้น มีแต่ร้านลวงเงินในกระเป๋าทั้งนั้นเลยครับ
s.gabriel
 
ตอบ: 1007
สมัครสมาชิก: Fri Feb 27, 2009 2:21 pm

Re: โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย peopletribune » Sat Oct 08, 2011 5:15 pm

s.gabriel wrote:เดินขาลากอยู่3วันไม่เห็นว่ามีวัดเลยครับแถวนั้น มีแต่ร้านลวงเงินในกระเป๋าทั้งนั้นเลยครับ


คุณs.gabriel เดินยังไงหละครับ ถ้าเดินไปเรื่อย ๆ ซ้ายไม่รู้ ขวาไม่รู้ เดินอีก 10 วันก็คงไม่เจอ
หรอกครับ แต่ถ้าเดินตามความเชื่อ เดินตามพระหฤทัย 3 นาทีก็หาเจอแล้วครับ
Last edited by peopletribune on Sat Oct 08, 2011 6:28 pm, edited 1 time in total.
peopletribune
 
ตอบ: 405
สมัครสมาชิก: Sat Mar 28, 2009 8:55 pm
ที่อยู่: Maka-Diyos, Makatao, Makakalikasan, at Makabansa

Re: โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย billa-bong » Sat Oct 08, 2011 6:20 pm

s.gabriel wrote:เดินขาลากอยู่3วันไม่เห็นว่ามีวัดเลยครับแถวนั้น มีแต่ร้านลวงเงินในกระเป๋าทั้งนั้นเลยครับ


สู้ๆ นะครับ บางครั้งพระเจ้าอาจจะมีพระประสงค์ให้เราอดทน อิสราเอลเดินทางอยู่ในทะเลทรายด้วยความเชื่อ 40 ปี ยังไม่เจอดินแดนพระสัญญาเลย

เป็นกำลังใจให้ครับ ยังไงฝากใจไปร่วมอธิฐานภาวนาด้วยนะครับ :s012:
User avatar
billa-bong
~@
 
ตอบ: 668
สมัครสมาชิก: Fri Jul 14, 2006 12:16 pm
ที่อยู่: thailand

Re: โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย s.gabriel » Sat Oct 08, 2011 6:50 pm

peopletribune wrote:
s.gabriel wrote:เดินขาลากอยู่3วันไม่เห็นว่ามีวัดเลยครับแถวนั้น มีแต่ร้านลวงเงินในกระเป๋าทั้งนั้นเลยครับ


คุณs.gabriel เดินยังไงหละครับ ถ้าเดินไปเรื่อย ๆ ซ้ายไม่รู้ ขวาไม่รู้ เดินอีก 10 วันก็คงไม่เจอ
หรอกครับ แต่ถ้าเดินตามความเชื่อ เดินตามพระหฤทัย 3 นาทีก็หาเจอแล้วครับ

คือผมหมายถึงว่าเดินเที่ยวอยู่แถวนั้น 3วันไม่ได้เดินผ่านหรือเห็นวัดเลยครับ ไม่ได้ตั้งใจไปเดินหาครับ ถ้าตั้งใจไปหาวัดก็น่าจะเจอครับ
s.gabriel
 
ตอบ: 1007
สมัครสมาชิก: Fri Feb 27, 2009 2:21 pm

Re: โบสถ์แม่พระสายประคำ ย่านจิมซาจุ่ย...เกาลูน ฮ่องกง

Postโดย peopletribune » Sat Oct 08, 2011 7:00 pm

s.gabriel wrote:คือผมหมายถึงว่าเดินเที่ยวอยู่แถวนั้น 3วันไม่ได้เดินผ่านหรือเห็นวัดเลยครับ ไม่ได้ตั้งใจไปเดินหาครับ ถ้าตั้งใจไปหาวัดก็น่าจะเจอครับ


ครับ รับทราบครับ!
peopletribune
 
ตอบ: 405
สมัครสมาชิก: Sat Mar 28, 2009 8:55 pm
ที่อยู่: Maka-Diyos, Makatao, Makakalikasan, at Makabansa


กลับไปหน้า ห้องรับแขก

ผู้ที่กำลัง online

ผู้ที่กำลังอ่าน forum นี้: สมาชิก Google [Bot] และ ผู้เยี่ยมชม 2 คน

cron